War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 49

    ทันทีที่มนุษย์ไฟสลายหายไปจนหมด ดวงตายักษ์สีแดงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกับเยี่ยหลง " คู่ต่อสู้ตนที่เก้าหรือคือคู่ต่อสู้ต่อไปของเจ้า นั่นก็คือ สัตว์อสูรไฟ สัตว์อสูรหมาป่า ระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นหก ระดับพลังเวทระดับ ห้าสิบ ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    ในฉับพลันที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวจบ เยี่ยหลงที่มีคำถาม และก่อนที่สัตว์อสูรไฟจะปรากฏมา


    คนก็กล่าวถามขึ้น " เดี๋ยวก่อนนะ ที่ท่านบอกว่าคู่ต่อสู้ของข้าคือ สัตว์อสูรไฟ หมายความว่าอย่างไร มิใช่ว่าข้าต้องสู้กับคนที่สิ้นชีพในที่นี้หรอกฤา "


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิตอบ " ใช่เจ้าเข้าใจถูกแล้ว "


    " ถ้าข้าเข้าใจถูกแล้ว แล้วไหงถึงมีสัตว์อสูรไฟมาให้สู้ล่ะ " เยี่ยหลงถาม


    " ข้าบอกเจ้าว่า ข้าสร้างร่างจำลองของผู้ที่อ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดที่สิ้นชีพในทีนี้ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและกลายเป็นหุ่นเชิดกลับมาต่อสู้อีกครั้ง ในฐานะบททดสอบ แต่ข้าไม่ได้บอกว่ามีแต่มนุษย์หนิ " เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าว


    " อ๋อ เข้าใจแล้ว " เยี่ยหลงกล่าวตอบรับเข้าใจ 


    " แล้วยังงี้ข้าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หรือไม่ เพราะคู่ต่อสู้ข้าไม่ใช่มนุษย์ไฟแล้ว " เยี่ยหลงถาม


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอก " มิจำเป็นต้องเริ่มใหม่ อย่างที่ข้าบอกไป การต่อสู้ครั้งนี้คือ การต่อสู้ครั้งที่เก้าของเจ้า "


    หลังจากเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกเสร็จ ร่างหมาป่ายักษ์ก็ปรากฏตัวมาให้เยี่ยหลงเห็น


    เมื่อเยี่ยหลงเห็นสัตว์อสูรไฟปรากฏออกมาแล้ว คนก็รีบเร่งเปิดใช้พลังในทันที ไม่ว่าจะเป็นเกราะวิญญาณ เกราะสายฟ้า เวทแอคเซล เวทกายาสายฟ้าขั้นแรกและด่านประตูทั้งหกด่านประตูที่หนึ่ง


    ทันทีที่คนเปิดใช้พลังที่ควรเปิด เพื่อให้จบการต่อสู้โดยไวเสร็จ 


    หมาป่าหรือสัตว์อสูรก็พุ่งเข้ามากัดแขนของเยี่ยหลงในทันควัน


    เยี่ยหลงที่โดนกัด แต่ก็ไม่ทะลุเกราะ คนก็พยายามดึงแขนออกจากปากของหมาป่า


    แต่ยิ่งดึงกลับยิ่งแน่นขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็ใช้แขนอีกข้างที่ไม่โดนกัด พยายามทุบหัวหมาป่า เพื่อให้หมาป่าปล่อยแขนตน แต่ก็ไม่เป็นผล


    เมื่อเป็นเช่นนั้น เยี่ยหลงก็ใช้วิธีปรับแต่งเกราะสายฟ้าบริเวณแขนที่ไม่โดนงับ ให้คมดุจใบมีด จากนั้นก็ใช้ฟันเข้าคอหมาป่า จนหมาป่าคอขาด จนหัวที่กัดแขนติดมากับแขนด้วยเลย


    พอหมาป่าหัวกับตัวแยกกันแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการอัดพลังสายฟ้าใส่หัวของหมาป่าที่ติดอยู่กับแขน จนหัวระเบิดแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ


    หลังจากที่หมาป่าหัวขาดและโดนซ้ำด้วยการระเบิดหัวเสร็จ เยี่ยหลงที่ไม่ประมาทก็ถอยตัวออกมาจากตัวของหมาป่า


    และการกระทำของเยี่ยหลงก็ถูกต้อง เพราะหลังจากที่เยี่ยหลงถอยออกห่างจากตัวของหมาป่าได้ไม่นาน


    หัวของหมาป่าก็งอกกลับมา แถมยังงอกออกมาเป็นสองหัวอีกด้วย และจากนั้นมันก็แบ่งร่างออกเป็นสองร่าง แต่มีคนละหัว


    แต่ทว่าแม้มันจะแบ่งร่างออกเป็นสองร่างแล้วก็ตาม แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยกับการที่ตัวเล็กลงแบบหารครึ่ง ซึ่งเยี่ยหลงสังเกตเห็น


    ' มันสามารถแบ่งร่างออกได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการที่มันต้องตัวเล็กลงสินะ แต่ถึงแม้จะตัวเล็กลง แต่ถ้าพลังโจมตีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น หรือสามารถแบ่งร่างได้เรื่อยๆไม่จำกัด มันก็น่าหวาดหวั่นเหมือนกันนะ อย่างไรก็ตามลองทานรับการโจมตีของมันดูก่อนดีกว่า ถ้าพลังโจมตีมันเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น เราค่อยหาวิธีจัดการก็แล้วกัน ' เยี่ยหลงคิด


    เมื่อเยี่ยหลงคิดเสร็จ หมาป่าทั้งสองตัวก็พุ่งมางับแขนและขาของเยี่ยหลง โดยตัวหนึ่งกัดขาและตัวหนึ่งกัดแขน


    ทันทีที่ฟันอันแหลมคมของหมาป่าสัมผัสกับเกราะวิญญาณและเกราะสายฟ้าของเยี่ยหลง ในทันควันนั้นมันก็ทะลุทะลวงเกราะทั้งสองไปได้ จนเกือบจะสัมผัสกับหนังของเยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่โดนดังนั้น ก็ใช้แขนที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าและปรับแต่งให้มันคม ในการฟันคอหมาป่าทั้งสอง จนขาด


    เมื่อหมาป่าหัวกับตัวแยกกันแล้ว คนก็ทำแบบเดิมคืออัดพลังสายฟ้าใส่หัวที่ติดกับแขนและขาให้ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ หลังจากนั้นก็ถอยออกมาจากร่างหมาป่าทั้งสอง


    และก็เป็นแบบเดิม คือ หมาป่างอกหัวออกมาเป็นสอง หัว และหลังจากนั้นมันก็แบ่งร่างออกเป็นสองร่าง และมีคนละหัวเหมือนครั้งก่อน และในตอนนี้ก็มีหมาป่าทั้งหมดสี่ตัวแล้วในสนามทดสอบ


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้น ' ถ้ามันเหลือร่างแล้วสามารถแบ่งร่างออกได้ งั้นเราลองทำลายทั้งร่างมันดู เผื่อมันจะสลายหายไป '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ไม่รอให้หมาป่าเป็นคนเปิดการโจมตีก่อนดั่งเคย คนก็ทำการพุ่งเข้าใส่ด้วยเวท

    แอคเซล จากนั้นก็ใช้มือเสียบทะลุร่างหมาป่าทั้งสี่อย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็ใช้พลังสายฟ้าในการอัดเข้าไปในร่างหมาป่า เพื่อระเบิดร่างของหมาป่าทั้งสี่ให้เป็นชิ้นๆในฉับพลันด้วยเช่นกัน


    ทันทีที่ร่างหมาป่าทั้งสี่แหลกเป็นชิ้นๆ เยี่ยหลงก็ถอยห่างออกจากเศษร่างหมาป่า เพื่อสังเกตการณ์ดูว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป


    ไม่นานผลลัพธ์ก็ออกมา คือ เศษร่างของหมาป่าทั้งสี่กลับมาหลอมรวมกัน จนกลายเป็นหมาป่าสี่ตัวดังเดิม


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้น ' ตอนนี้เราคาดการณ์ได้สองอย่าง หนึ่ง คือ ถึงขีดจำกัดการแบ่งร่างของมันแล้ว สอง คือ ถ้าร่างมันแหลกเป็นชิ้นๆ มันจะไม่สามารถแบ่งร่างได้ '


    เยี่ยหลงคิดต่อ ' แล้วเราจะเชื่ออันไหนดีล่ะ '


    เยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจได้ ' งั้นเราเลือกสมมติฐานที่สองก็แล้วกัน '


    พอเยี่ยหลงตัดสินใจได้ดังนั้น คนก็คิดต่อ ' แล้วเราจะกำจัดเศษร่างมันอย่างไรดี ' 


    เยี่ยหลงครุ่นคิด ไม่นานเพียงชั่วครู่ คนก็ได้วิธีในการกำจัดเศษซากร่างหมาป่ามาวิธีหนึ่ง ' ถ้าเราใช้ร่างอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในการกินมันเข้าไปล่ะ จะใช้ได้มั้ยนะ เอาวะ ไม่ลองไม่รู้ เปิดใช้เพียงแค่ครู่เดียวแม้จะเสียพลังเวทมาก แต่แค่ครู่เดียวไม่เปิดใช้ลากยาวคงไม่เสียมากกว่าที่ควรจะเป็นหรอกมั้ง '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดได้แบบนั้น คนก็เปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในทันที


    ในฉับพลันที่เยี่ยหลงเริ่มเปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง หมาป่าทั้งสี่ที่เห็นดังนั้น ก็รีบวิ่งเข้าหาเพื่อจะทำร้ายเยี่ยหลงในทันที


    แต่ทว่าไม่ทันเยี่ยหลง คนสวมใส่อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสร็จก่อน


    เมื่อคนสวมใส่อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสร็จสมบูรณ์แล้ว คนก็ทำการพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างหมาป่าด้วยกรงเล็บที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าอันแหลมคมอีกที


    เมื่อกรงเล็บอันแหลมคมของเยี่ยหลงฝังลึกเข้าไปในร่างหมาป่า คนก็ทำการอัดพลังสายฟ้าเข้าไปจนร่างหมาป่าระเบิด คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆจนครบทั้งสี่ตัว


    ครั้นร่างของหมาป่าทั้งสี่กลายเป็นเศษซากแล้ว 

    เยี่ยหลงในร่างอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ก็ใช้มือหยิบชิ้นส่วนร่างทั้งหมดของหมาป่าทั้งสี่มากิน


    ไม่นานคนก็กินจนหมด ทันทีที่คนกินจนหมด จู่ๆร่างของเยี่ยหลงก็ค่อยๆบวมขยายขึ้น 


    และไม่กี่ลมหายใจต่อมา เยี่ยหลงก็พ่นไฟออกมาทางปาก พร้อมกับตัวที่ค่อยๆหายบวมขยาย กลับมาเป็นปกติ


    เมื่อเยี่ยหลงร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว คนก็รอตรวจดูว่าจะมีผลอะไรหลังกินหมาป่าไปอีกมั้ย อยู่ห้าลมหายใจ พอปรากฏว่าไม่มี คนจึงปิดพลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง 


    หลังจากที่เยี่ยหลงปิดพลังทั้งหมดเสร็จ ดวงตาสีแดงยักษ์ของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    และเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็กล่าวกับเยี่ยหลง " สัตว์อสูรไฟตนต่อไป หรือคือคู่ต่อสู้ตนที่สิบของเจ้า เป็นสัตว์อสูรกระทิงไฟ อยู่ระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นเจ็ด ระดับพลังเวทระดับ ห้าสิบ ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    ทันทีที่เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกเสร็จ กระทิงไฟก็ปรากฏให้เยี่ยหลงเห็น 


    เยี่ยหลงที่เห็น ก็ตั้งท่าหมัดเตรียมพร้อมต่อสู้ พร้อมกับเปิดใช้เกราะวิญญาณ เกราะสายฟ้า เวทแอคเซล และกายาสายฟ้าขั้นแรก


    ทันควันที่เยี่ยหลงตั้งท่าและเปิดใช้พลังต่างๆเสร็จ กระทิงไฟก็พุ่งด้วยความรวดเร็ว ใช้เขาขวิดใส่เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่แม้จะเปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นแรก เพื่อให้มองศัตรูที่รวดเร็ว ให้ช้าลงแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นกระทิงไฟตนนี้ที่พุ่งมา ก็ยังเร็วมากสำหรับเยี่ยหลงอยู่ดี


    เมื่อถึงระยะที่เขากระทิงจะขวิดใส่ตัวของเยี่ยหลงได้ เยี่ยหลงก็ทำการใช้มือทั้งสองข้าง จับเขาของกระทิงทั้งสองข้างเอาไว้


    ทันทีที่คนจับเขาของกระทิงได้ ร่างคนก็ถูกแรงดันของกระทิง ดันจนหลังไปกระแทกกับกำแพงถ้ำ


    คนโดนแรงดันของกระทิงตรึงร่างติดกับกำแพงเอาไว้อย่างงั้น


    เยี่ยหลงที่โดนดังนั้น ก็พยายามจะดันแรงดันของกระทิงสวนกลับไป แบบไม่เปิดใช้การเพิ่มพละกำลังดู ผลปรากฏว่า คนลองทำดูได้ไม่นาน เพราะแรงดันที่ดันตัวคนติดกับกำแพง มันแทบจะบดร่างคนให้ละเอียดอยู่มะลอมมะล่อ บวกกับเขาของกระทิงตอนนี้ มันก็ทะลุเกราะวิญญาณและเกราะสายฟ้า จนแทบจะถึงหนังคนอยู่แล้ว


    เมื่อเป็นเช่นนั้น เยี่ยหลงจึงตัดสินใจเปิด ด่านประตูทั้งหกด่านประตูที่หนึ่ง เพื่อเพิ่มพละกำลังและดันสวนกลับไป


    และก็เป็นผลสำเร็จ คนสามารถดันสวนแรงของกระทิงกลับไปได้ จนดันตัวกระทิงให้ถอยหลังไป


    คนดันตัวของกระทิงไปได้ไม่ไกล คนจึงตัดสินใจใช้พละกำลังล้มร่างของกระทิงไฟให้ลงไปนอน


    เมื่อกระทิงล้มลงไปนอนแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการใช้แขนรัดคอของกระทิงเอาไว้


    โดยคนใช้พละกำลังรัดคอของกระทิงไฟไปเรื่อยๆ โดยรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆทุกชั่วขณะ


    คนรัดได้หลายลมหายใจ แต่ก็ไม่สามารถหักคอของกระทิงไฟได้ คนจึงตัดสินใจเปิดใช้อัญมณีสีน้ำเงิน หรือคือ วิญญาณยุทธ์สัตว์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า 


    ทันทีที่คนคนเปิดใช้วิญญาณยุทธ์เสร็จ คนก็ทำการเปิดใช้ทักษะ การกอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า เพื่อเสริมแรงรัดคอ


    ไม่นานหลังจากที่เยี่ยหลงเปิดใช้ทักษะการกอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าในการเสริมการรัดคอ ในที่สุดคนก็สามารถหักคอของกระทิงไฟได้ และกระชากหัวกระทิงไฟออกจากลำตัว


    ทันทีที่คนกระชากหัวของกระทิงไฟออกจากลำตัวเสร็จ คนก็ทำการทำลายร่างของกระทิงไฟเสีย ด้วยพลังสายฟ้า


    หลังจากที่เยี่ยหลงทำลายร่างของกระทิงไฟเสร็จ คนก็ทำการถอยห่างจากเศษซากร่างของกระทิงไฟออก ทั้งๆที่อยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งงู เพื่อสังเกตการณ์


    เยี่ยหลงคิด ' หวังว่ามันคงจะไม่กลับมารวมร่างกันใหม่ได้นะ '


    เยี่ยหลงคิดจบ ยังไม่ทันที่ควันจะหาย เศษซากร่างของกระทิงไฟก็กลับมารวมร่างกัน ดั่งหมาป่าคู่ต่อสู้ของเยี่ยหลงครั้งก่อน แต่สิ่งที่ต่างจากหมาป่าก็คือ หัวมันไม่งอกออกเป็นสองหัว และไม่แบ่งร่าง


    เมื่อกระทิงไฟรวมร่างกันเสร็จ เยี่ยหลงก็คิดขึ้น ' เราจะทำยังไงกับพลังในการรวมร่างของมันดี ครั้นจะให้เราใช้อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางในการกินมันเข้าไปอีก เห็นทีคงจะไม่เหมาะ เพราะเป็นการเสียพลังเวทมากเกินควร แม้เราจะได้พลังแมนน่าเพิ่มขึ้นจากอัญมณีที่เปิดแล้วก็ตามทีเถอะ '


    เยี่ยหลงครุ่นคิดหาวิธีการจบการต่อสู้ ไม่นานคนก็ได้วิธีมาวิธีหนึ่ง ' งั้นเราลอง ใช้น้ำดับไฟในตัวมันดูมั้ย เพื่อจะทำให้มันไม่สามารถประกอบร่างคืนได้ '


    ' จะบ้าเหรอเยี่ยหลง วิธีตื้นๆแบบนี้มันจะได้ผลอะไรล่ะ แต่เราไม่มีวิธีอื่นที่คิดได้ในตอนนี้แล้วนะ เอาวะวิธีนี้ก็ได้ ' เยี่ยหลงคิดพูดตอบโต้กับตนเอง


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดตัดสินใจได้เสร็จ จู่ๆบริเวณกลางเขาของกระทิงไฟ ก็ปรากฏลูกบอลไฟขึ้นระหว่างกลางเขา


    ทันควันที่ลูกไฟใหญ่ได้พอควร ในฉับพลันนั้นกระทิงก็ทำการยิงลูกไฟออกมาเป็นแบบลำแสงใส่เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่เห็นก็ตาเบิกกว้าง ก่อนจะเคลื่อนกายหลบได้อย่างฉิวเฉียด


    หลังจากเยี่ยหลงหลบลำแสงแรกได้ ทิ้งเวลามาอีกสองลมหายใจ ลำแสงที่สองก็ถูกยิงใส่เยี่ยหลงอีกครั้ง


    เยี่ยหลงครั้นพบแบบนั้น คนก็เคลื่อนกายหลบเหมือนเดิม คนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงสิบลำแสง


    เมื่อเข้าสู่ลำแสงที่สิบเอ็ด เยี่ยหลงก็ไม่ปล่อยให้กระทิงไฟได้โจมตีแล้ว คนก็การพุ่งด้วยความเร็วในร่างครึ่งคนครึ่งงู บวกเวทแอคเซล


    เข้าไปล้มกระทิงในนอนลงดังเดิม จากนั้นก็รัดคอแบบเดิม จนกระทิงไฟคอหัก


    เมื่อกระทิงไฟคอหัก คนก็ทำการกระชากหัวกระทิงไฟให้ออกจากตัว จากนั้นก็ทำการใช้สายฟ้าทำลายร่างกระทิงไฟอีกครา


    ครั้นทำลายร่างกระทิงไฟจนแหลกเป็นเศษชิ้นๆแล้ว เยี่ยหลงก็ใช้เวทน้ำ พ่นน้ำออกจากปาก ใส่เศษร่างของกระทิงไฟ


    พอทำเสร็จ เยี่ยหลงก็ถอยออกห่างจากเศษซากร่างของกระทิงไฟ เพื่อสังเกตดูผลลัพธ์ว่าจะเป็นอย่างไร


    ผลปรากฏก็คือเศษซากร่างของกระทิงไฟไม่กลับมารวมร่างอีกครั้ง และค่อยๆสลายหายไป


    เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็คิดขึ้น ' ไม่คิดแฮะ ว่าวิธีง่อยๆแบบนี้ จะได้ผลด้วย '


    หลังเยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็ปิดพลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง 


    ไม่นานหลังจากเยี่ยหลงปิดพลังลง ดวงตาสีแดงยักษ์ของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็น


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกกับเยี่ยหลง " สัตว์อสูรไฟตนต่อไป หรือคือคู่ต่อสู้ตนที่สิบเอ็ดของเจ้า คือ วานรยักษ์ไฟ ระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นแปด ระดับพลังเวทระดับ ห้าสิบ ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    เมื่อเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกจบ วานรไฟยักษ์ก็ปรากฏให้เยี่ยหลงเห็น


    ทันทีที่วานรไฟปรากฏตัวให้เยี่ยหลงเห็น เยี่ยหลงก็ทำการเปิดใช้พลังต่างๆที่ควรเปิดในการรับมือกับวานรไฟในทันที ไม่ว่าจะเป็น เกราะวิญญาณ เกราะสายฟ้า เวทแอคเซล และเวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่หนึ่ง 


    ครั้นคนเปิดใช้พลังทั้งหมดที่ควรเปิดหมดแล้ว คนก็ตั้งท่าหมัดเตรียมต่อสู้


    ทันควันที่เยี่ยหลงตั้งท่าเตรียมต่อสู้เสร็จ คนก็โดนวานรไฟพุ่งเข้ามาโจมตีใส่หน้าในฉับพลัน จนคนต้องกระเด็นไปกระแทกกับกำแพง


    เยี่ยหลงที่โดนโจมตีด้วยความเร็วขนาดนี้ จนคนตั้งรับไม่ทัน คนก็คิดขึ้น ' เห็นเป็นอสูรที่ไม่น่าจะมีความเร็วมาก ก็เลยประมาทไม่ใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นแรก เพื่อมองการเคลื่อนไหวให้ช้าลง เห็นทีเราควรต้องเปิด เวทกายาสายฟ้าขั้นแรกแล้วล่ะ '


    เมื่อเยี่ยหลงตระหนักได้ดังนั้น คนก็เปิดใช้เวทกายาสายฟ้าขั้นแรกในพลัน


    พอคนเปิดเสร็จ ในขณะเดียวกัน วานรยักษ์ก็โจมตีใส่เยี่ยหลงในพลันเช่นกัน


    แต่ในครั้งนี้เยี่ยหลงสามารถหลบได้ เหตุเพราะคนมองการเคลื่อนไหวของวานรช้าแล้วนั่นเอง บวกกับคนมีความเร็วของเวทแอคเซลด้วยอีกแรง


    เยี่ยหลงทำการหลบการโจมตีของวานรยักษ์ไปเรื่อยๆทุกครั้งที่วานรยักษ์โจมตีมา


    ไม่นานเยี่ยหลงที่เอาแต่หลบไปมา ก็อยากรู้ว่าระหว่างตนที่เปิดใช้เวทด่านประตูทั้งหกด่านประตูที่หนึ่ง เพื่อเพิ่มพละกำลังแล้ว หากต้องประหมัดกัน ใครจะเป็นฝ่ายปราชัย


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น คนก็ลองดูในทันที โดยเมื่อวานรยักษ์ไฟโจมตีด้วยหมัดมา คนก็เหวี่ยงหมัดเข้าปะทะ


    ทันทีที่หมัดของเยี่ยหลงปะทะเข้ากับหมัดของวานร ผลปรากฏว่า เยี่ยหลงเป็นฝ่ายปราชัย โดยคนโดนแรงหมัดของวานรซัดกระเด็นถอยหลังไปจนร่างพุ่งไปกระแทกกับกำแพงถ้ำ


    เยี่ยหลงที่โดนซัดแรงขนาดนั้น แต่เกราะกลับไม่แตกมันแค่ร้าว แต่ถึงกระนั้น คนก็ยังเจ็บจากแรงกระแทกอยู่ดี


    เยี่ยหลงที่กลับมาพร้อมสู้อีกครั้ง หลังจากปะทะเข้ากับกำแพง คนก็คิดขึ้น ' เราอย่าคิดวัดพลังกับมันตรงๆเลยดีกว่า วิธีนั้นใช้ไม่ได้ผลแน่ มีแต่เราจะเสียเปล่าๆ '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดได้แบบนั้น คนจึงใช้ความเร็วจากเวท

    แอคเซล และการปรับแต่งเกราะสายฟ้าให้แหลมคมขึ้นจากนั้นค่อยพุ่งไปโจมตีใส่วานร


    คนโจมตีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยโจมตีที่เดิมซ้ำหลายๆครั้งบ้าง และไม่ซ้ำที่เดิมหลายๆครั้งบ้าง ปะปนกันไป


    แต่ถึงแม้คนจะโจมตีซ้ำที่เดิมหลายๆครั้งแล้วก็ตาม สายฟ้าที่คมดุจใบมีดที่เพิ่มพลังให้มันถึงสองเท่ากลับไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังวานรได้เลย


    จนเยี่ยหลงเพิ่มอัดพลังไปถึงสี่เท่าจากเดิม และปรับแต่งสายฟ้าให้คมกว่าเดิม ในที่สุดก็เข้าผิวทะลุโดนเนื้อวานรจนได้


    ทันทีที่เยี่ยหลงแทงมือเข้าไปในตัววานรสำเร็จ คนก็อัดพลังสายฟ้าเข้าไปในตัวของวานรเพื่อระเบิดร่างวานร


    แต่ดูเหมือนว่าพลังที่เคยอัดจำนวนเท่ากับมนุษย์ไฟตนที่เจ็ดกลับไม่ได้ผล คือ ไม่สามารถระเบิดร่างวานรให้เป็นชิ้นๆได้


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็กำลังจะเพิ่มจำนวนแมนน่าเข้าไปให้สายฟ้า เพื่อระเบิดร่างวานร


    แต่คนยังไม่ทันได้ทำ จู่ๆใต้พื้นจุดที่เยี่ยหลงยืนอยู่ก็เกิดสั่นไหว


    เยี่ยหลงที่โดนดึงความสนใจออกจากการอัดพลังระเบิดร่างวานร คนก็มองดูพื้นที่สั่นไหว ก่อนจะตัดสินใจกระโดดถอยออกมาจากจุดนั้น


    ทันควันที่เยี่ยหลงกระโดดถอยออกมา ก็มีลาวาระเบิดปะทุออกมาจากจุดนั้น


    ' ลาวาปะทุออกมาจากพื้นงั้นหรอ นี่คือความสามารถของวานรไฟสินะ ' เยี่ยหลงคิด


    หลังคิดเสร็จ ทันใดนั้นจู่ๆ จุดพื้นที่ ที่เยี่ยหลงยืนอยู่ปัจจุบันก็สั่นไหว


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รีบกระโจนออกจากจุดนั้นในทันที


    ไม่นานจุดที่เยี่ยหลงเพิ่งกระโจนออกมา ก็มีลาวาระเบิดปะทุออกมา


    เยี่ยหลงที่ไปยืนยังจุดใหม่แล้ว ไม่นานไม่กี่ลมหายใจพื้นที่ตรงที่เยี่ยหลงไปยืนใหม่ ก็สั่นไหวอีกครั้ง และก็มีลาวาปะทุออก


    เยี่ยหลงก็กระโจนออกมาจากจุดดั่งเคย ก่อนจะมีลาวาระเบิดปะทุ คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ จนมีบ่อลาวาเป็นสิบจุด


    เยี่ยหลงที่เห็นว่า บ่อลาวาเยอะเกินไปและมันกินพื้นที่ในการเคลื่อนไหวหลบของคนไปมากพอควรหลายจุดแล้ว


    คนจึงคิดขึ้น ' เราต้องจัดการมันโดยเร็วแล้ว แต่ถ้าเราวิ่งแล้วพื้นที่ที่เราเหยียบแต่ละที่จะมีลาวาปะทุล่ะก็ มันไม่เป็นผลดีแน่ งั้นถ้าเป็นอย่างที่เราคิด คือ จุดที่เท้าเราสัมผัสจะเกิดลาวาปะทุ งั้นเราต้องจบการต่อสู้ในทันทีทันควันในตอนที่เรามีโอกาส คือ เมื่อมือเราแทงเข้าเนื้อมันไปแล้วและอัดพลังทำลายร่างมันจนสิ้น '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็วิ่งพุ่งไปหาวานร จากนั้นก็ใช้มือที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าที่อัดพลังแมนน่าเพิ่มไปถึงสี่เท่า และปรับแต่งสายฟ้าให้คมกว่าเดิม ในการแทงร่างของวานรไฟ


    ทันทีที่คนแทงเข้าเนื้อของวานรแล้ว คนก็อัดพลังสายฟ้าเข้าไปด้านในตัวของวานรไฟ มากถึงสามเท่าจากที่เคยอัดใส่มนุษย์ไฟตนที่เจ็ด


    ครั้นวานรไฟโดนดังนั้น ร่างที่แข็งแกร่งของมันกลับทนไม่ได้และระเบิดแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ


    พอวานรไฟร่างแตกเป็นชิ้นๆแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการใช้เวทน้ำพ่นน้ำออกจากปาก ใส่เศษร่างวานรไฟ


    เยี่ยหลงพ่นน้ำใส่เศษร่างวานรไฟ จนไฟบนเศษร่างดับทั้งหมด


    เมื่อไฟดับหมดแล้ว เยี่ยหลงที่ไม่วางใจก็มองดูไปรอบๆ ทันใดนั้นคนก็พบกับมือของวานรไฟโผล่ออกมาจากบ่อลาวา


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น คนก็รีบพ่นน้ำใส่บ่อลาวาที่มีมือโผล่ออกมาในทันที


    พอมือของวานรไฟที่โผล่มาจากบ่อลาวาโดนน้ำ มันก็กลายเป็นหิน และแตกออกในเกือบพลัน


    เยี่ยหลงที่กลัวว่า บ่อลาวาแต่ละบ่อจะสามารถเรียกวานรไฟกลับมาได้อีก คนจึงทำการใช้น้ำดับบ่อลาวาทั้งหมดโดยไวที่สุด


    และเยี่ยหลงก็คิดถูก เมื่อบ่อลาวาทั้งหมดถูกดับลงแล้ว เศษซากร่างของวานรไฟ ก็ค่อยๆสลายหายไป


    ทันควันที่เศษซากร่างวานรไฟหายไปจนสิ้น เยี่ยหลงก็ปิดพลังทั้งหมด ยกเว้น ด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง


    หลังจากเยี่ยหลงปิดพลังเสร็จ ดวงตายักษ์สีแดงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง


    เทพมังกรอัคคีจักรพรรดิกล่าวกับเยี่ยหลง " สัตว์อสูรไฟตนต่อไป หรือคือคู่ต่อสู้ตนที่สิบสองของเจ้า เป็นสัตว์อสูรมังกรไฟปีกผีเสื้อ อยู่ระดับมหาวิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง ระดับพลังเวทระดับ ห้าสิบ ใช้เวทไฟเป็นหลัก "


    เมื่อเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิบอกจบ เยี่ยหลงก็ทำการเปิดใช้พลัง ไม่ว่าจะเป็น เกราะวิญญาณ เกราะสายฟ้า เวทแอคเซล เวทกายาสายฟ้าขั้นแรก และเวทด่านประตูทั้งหกด่านประตูที่หนึ่ง


    พอเยี่ยหลงเปิดใช้พลังต่างๆเสร็จ ในเวลาเดียวกัน มังกรไฟก็ปรากฏตัวออกมา พร้อมกับขนาดถ้ำที่ขยายใหญ่ขึ้น จนร่างของมังกรตัวเล็กลงไปมากเลย


    เยี่ยหลงที่เห็นมังกรไฟปรากฏตัวออกมาแล้ว คนก็ตั้งท่าหมัดเตรียมจู่โจม


    ส่วนทางด้านมังกรไฟที่เห็นเยี่ยหลงพร้อมต่อสู้แล้ว มันก็ไม่รีรอช้า บินขึ้นด้านบนและบินโฉบใส่เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่โดนดังนั้น ก็กระโจนม้วนตัวหลบ 


    เยี่ยหลงที่หลบได้แล้ว คนก็ทำการสวนกลับด้วยเวทน้ำกระสุนน้ำ ยิงทางปากใส่มังกรไฟ


    ทว่าในทันทีที่น้ำสัมผัสกับร่างของมังกรไฟ น้ำก็ระเหยไปในทันควัน


    มังกรไฟบินโฉบใส่เยี่ยหลงอีกครั้ง


    เยี่ยหลงก็ทำการกระโจนม้วนตัวหลบดังเดิมอย่างไม่อยากลำบากอะไร


    มังกรบินโฉบใส่เยี่ยหลงเรื่อยๆ เยี่ยหลงก็ทำการหลบไปตามเดิม


    มังกรไฟทำการทำท่าทางเหมือนจะพ่นไฟใส่เยี่ยหลง


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็เตรียมจะวิ่งหนี


    เมื่อไฟถูกพ่นออกมาจากปากของมังกรแล้ว เยี่ยหลงก็ทำการวิ่งหนีในฉับพลัน


    แต่ถึงแม้คนจะทำการวิ่งหนีแล้วก็ตาม ไฟจากปากมังกรก็ถูกพ่นไล่ตามหลังเยี่ยหลงมา ตามการขยับหน้าของมังกรมาอยู่ดี


    เยี่ยหลงที่วิ่งไปจนเกือบใกล้ถึงยังจุดที่สองสาวนอนอยู่ คนที่เห็นดังนั้นก็ไม่มีทางเลือก นอกจากยืนทานรับอัคคีไฟจากปากของมังกร


    เยี่ยหลงยืนทานรับไฟจากปากมังกรได้ไม่นาน ไฟจากมังกรก็หยุดพ่นไฟใส่เยี่ยหลงลง


    เมื่อไฟหยุดแล้ว ผลลัพธ์จากการตัดสินใจยืนทานรับของเยี่ยหลงก็ปรากฏ คือ ชุดเกือบทั้งร่างโดนเผาไม่จนหมด ยกเว้นผ้าส่วนร่าง และการเผาไหม้ก็ลามไปถึงเนื้อหนังของคนแทบทั้งตัว


    เยี่ยหลงที่อัดพลังใส่เกราะทั้งสองไปเรื่อยๆในขณะที่ยืนทานรับไฟ จนเสียไปพลังไปมากโข หรืออาจเรียกได้ว่า หากตอนนี้ไม่มีผลจากเวทด่านประตูทั้งหกด่านประตูที่สอง คนก็เหลือพลังอยู่แค่ครึ่งของหนึ่งส่วนแล้ว และที่สำคัญคือ คนใส่อัดพลังเพิ่มการป้องกันไปขนาดนั้น แต่ผลลัพธ์ยังเป็นขนาดนี้


    เมื่อเป็นถึงขนาดนี้ เยี่ยหลงก็คิดขึ้น ' เราอัดพลังใส่เกราะทั้งสองไปมากขนาดนั้น ยังโดนเผาไหม้ถึงขนาดนี้ และพลังตอนนี้เราก็เหลือไม่มากแล้ว เราต้องปิดการต่อสู้แต่โดยเร็ว '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็ทำการเปิดใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ ดึงร่างของมังกรที่อยู่บนอากาศเข้ามาหาตัว


    ครั้นมังกรโดนดึงแบบนั้น มันก็พยายามจะต้านแรงดึงดูด แต่ก็ต้านไม่ไหว


    พอมันต้านไม่ไหว มันทำการจะหันมาสวนใส่ด้วยการพ่นไฟใส่อีกครั้ง


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้น ' แย่แล้ว หากเราโดนเผาอีกล่ะก็ เราได้กลายเป็นธุลีแน่ เราจะทำยังไงดีถึงจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ '


    เยี่ยหลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ไฟก็ถูกพ่นออกมาจากปากของมังกรแล้ว


    ทว่าไฟที่ถูกพ่นออกมายังไม่ทันถึงตัวเยี่ยหลง เยี่ยหลงก็รู้แล้วว่าจะต้านทานรับไฟอย่างไร


    ' จริงสิเรามีโล่เวทและวิญญาณสีทองแห่งกฎเกณฑ์สมดุล อยู่นี่นา ลองเอามาต้านดูดีกว่าเผื่อจะใช้ต้านได้ ' เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็ทำการเรียกโล่สีทองออกมาจากแหวนมิติ และสวมใส่แขน


    จากนั้นคนก็ทำการใช้ป้องกันไฟที่ถูกพ่นออกมาจากปากของมังกร


    ผลปรากฏว่ามันต้านทานได้อย่างหมดจด จนไฟของมังกรหยุดลง


    เมื่อไฟของมังกรหยุดลง ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่มังกรไฟถูกร่างมาถึงมือของเยี่ยหลงพอดี


    พอมังกรไฟมาถึงระยะโจมตีของเยี่ยหลง ก่อนที่เยี่ยหลงจะได้โจมตี คนก็คิดแผนขึ้น ' เราต้องตรึงร่างมันไว้กับที่ เผื่อการโจมตีคราแรกไม่ได้ผล เราจะได้ลองใหม่ได้ทันที '


    เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น และร่างของมังกรมาถึงมือคนจนสัมผัสอกมังกรได้พอดี


    เยี่ยหลงก็ทำการใช้เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง สร้างร่างแยกเงาของตน มาสองตน และฝั่งหนึ่งเจตจำนง คือ ให้ตรึงร่างของมังกรไฟเอาไว้


    จากนั้นก็ให้ร่างแยกทั้งสอง เปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ในอัญมณี โดยหนึ่งตนเป็นหมึกยักษ์ อีกตนเป็นงูยักษ์


    พอร่างแยกทั้งสองเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ในอัญมณีแล้ว พวกมันก็เริ่มทำตามเจตจำนงในทันที


    โดยงูยักษ์รัดพันร่างของมังกรเอาไว้จนปีกติดกับลำตัวไม่ให้บิน ส่วนหมึกยักษ์ก็ใช้หนวดรัดพันร่างของมังกรเอาไว้เสริมอีกแรง โดยทั้งสองรัดพันร่างของมังกรเอาไว้ โดยเหลือช่องว่างเล็กๆตรงกลางอกของมังกรเอาไว้ให้เยี่ยหลงร่างหลักโจมตี


    หลังจากมังกรถูกพันธนาการ เยี่ยหลงร่างหลักก็ทำการโจมตีใส่กลางออกของมังกรไฟ ด้วยการใช้มือแทงอกของมังกรไฟ ด้วยพลังที่มากกว่าที่ใช้กับวานรไฟถึงสองเท่า


    ผลปราฏว่าแทงไม่เข้าผิวหนังของมังกรไฟ


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้น ' เราคิดถูกจริงๆด้วยที่ตรึงร่างมันไว้กับที่ เผื่อการโจมตีครั้งแรกไม่ได้ผล เมื่อการโจมตีขนาดนี้ไม่ได้ผล งั้นเราก็ใส่ทุกอย่างที่มีเลยก็แล้วกัน อย่างไรก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องสู้ '


    ทันทีที่เยี่ยหลงคิดจบ คนก็ทำการอัดพลังเวทใส่เกราะสายฟ้าเพิ่มเข้าไปอีกสองเท่าจากเดิมที่เพิ่มไปสองเท่า ส่วนเกราะวิญญาณ คนก็อัดพลังวิญญาณเพิ่มเข้าไปอีกให้เท่ากับเกราะสายฟ้า


    พอคนเพิ่มพลังให้เกราะทั้งสองเสร็จ คนก็เปิดใช้เวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้าเพื่อเสริมการทิ่มแทง และต่อมาคนก็เปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เพื่อเสริมพละกำลัง


    ทันทีที่คนเปิดใช้พลังทั้งหมดเสร็จ คนก็ทำการแทงมือใส่อกของมังกรไฟอีกครั้ง


    ทันควันที่มือของเยี่ยหลงปะทะกับผิวของมังกรไฟ มันก็บังเกิดเสียงดัง ตู้ม ขึ้น


    หลังจากเสียงดัง ตู้ม เกิดขึ้น เยี่ยหลงก็มองดูผลลัพธ์จากการโจมตีของตน


    ผลปรากฏว่าคนใช้พลังไปขนาดนี้ มีเพียงแค่นิ้วเดียวหรือคือนิ้วกลางของเยี่ยหลงที่ทะลุผิวหนังของมังกรไปได้


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็หาได้ถอดใจ คนใช้พละกำลัง ดันมือเข้าไปอีก


    ในที่สุดมือของเยี่ยหลงก็เข้าไปถึงเนื้อของมังกรไฟจนได้


    เมื่อมือเข้าไปแล้ว เยี่ยหลงก็อัดพลังวิญญาณและพลังเวทไปเรื่อยๆ จนกว่ามังกรจะร่างระเบิด


    ไม่นานร่างของมังกรก็เกิดระเบิดขึ้น จนตัวแตกกระจายเป็นชิ้นๆ


    เยี่ยหลงพอเห็นดังนั้น คนก็ไม่รีรอช้า ใช้เวทน้ำในการไฟในเศษตัวของมังกรไฟจนสิ้น


    ครั้นเยี่ยหลงดับไฟในเศษตัวของมังกรไฟจนสิ้นแล้ว เยี่ยหลงก็รอดูอยู่ว่าการต่อสู้นี้จบลงแล้วจริงไหมอยู่ห้าลมหายใจ


    พอครบห้าลมหายใจ เยี่ยหลงที่เห็นเศษร่างมังกรค่อยๆสลายหายไป คนจึงค่อยทำการปิดพลังทั้งหมดลง


    เมื่อคนเปิดเวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางลงแล้ว เยี่ยหลงก็พบว่า บาดแผลไฟไหม้ต่างๆบนตัว กลับหายไปจนสิ้น


    หลังจากเยี่ยหลงปิดพลังทั้งหมดจนสิ้น เยี่ยหลงที่ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง คนที่เหนื่อยก็นั่งลง


    พอเยี่ยหลงนั่งลง คนก็คิด ' แม้เราจะปิดการใช้เวทด่านประตูทั้งหก ด่านประตูที่สอง แต่ถึงแม้กระนั้น การแปลงพลังเวท พละกำลัง พลังวิญญาณ ที่ต้องเสียไปในทีเดียว ให้เป็นการเสียทีละนิดอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงอยู่ ทำให้เราสูญพลังไปเรื่อยๆ คาดว่าอีกไม่นานพลังทั้งหมดของเราคงจะเหลือศูนย์ '


    พอเยี่ยหลงคิดเสร็จ ไม่นานดวงตายักษ์สีแดงของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพมังกรอัคคีจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นให้เยี่ยหลงเห็นอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน