ตอนที่หกสิบเจ็ด Pump and Dump
Market Manipulation การควบคุมตลาดมีได้หลายวิธีเป็นเครื่องมือของคนรวยที่คนจนอยากจะทำก็ไม่สามารถทำได้
ชาติก่อนหากผมสามารถกักตุนสินค้าในราคาถูกและขายออกไปในราคาแพงๆ ผมก็อยากจะทำเหมือนกัน แต่ผมทำไม่ได้เพราะไม่มีเงิน
ในโลกใบนี้ผมมีเงินแล้วผมก็ต้องเน้นไปในสินค้าที่สำคัญและจำเป็นที่สุด
ไม่ใช่เสื้อผ้า ไม่ใช่อาหารไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่รถยนต์คันหรู
แบบที่พวกนายน้อยที่ร่ำรวยเอามาอวดร่ำรวยกันของพวกนั้นไร้สาระ
ของที่มีค่าจริงๆในแนวความคิดของวอเรนบัฟเฟตและชาร์ลีมังเกอร์คือของที่มีค่าในตนเอง
สิบปีข้างหน้า อาหาร เสื้อผ้า คฤหาสน์รถหรู ฯลฯ
สิ่งไหนบ้างที่จะยังมีมูลค่าอยู่เมื่อสิบปีผ่านไปก็ให้เลือกลงทุนสิ่งนั้น
ซึ่งผมก็ได้เลือกแล้ว
“หินวิญญาณ”
ที่ต่อให้เราไปที่ไหนหินวิญญาณก็มีค่าอยู่เสมอ เพราะต่อให้สินค้าในโรงประมูลในมิติชั้นสูงขึ้นไปจะแพงเว่ออย่างร้อยล้านก้อนแต่อย่างน้อยหากไม่สามารถซื้อของได้ ก็เอาหินวิญญาณมาบ่มเพาะพลังได้เสมอ
หินวิญญาณมีค่าในตนเองคือสิ่งที่น่าลงทุนอย่างที่สุด
ถึงผมจะสงสัยว่า เราอ้างว่านี่คือโลกปัจจุบันแต่ทำไม หินวิญญาณถึงมีเกลื่อนในช่วงหลังๆของเรื่อง?
และต่อให้เป็นคนกลับมาจากโลกเซียนหากหินวิญญาณไม่มากพอก็ต้องไปหาหินวิญญาณหรือหาเงินหรือต้องเสีย”เวลา”ในการปรุงยาหายากมาขายสำนักประมูล
ผมคงไม่สามารถ”ปรุงยา”หายากได้อย่างนั้น
ทำได้แค่ดึงชิ้นส่วนบางส่วนออกมาจากสมการ
ที่คนรวยอย่างผมสามารถดึงออกมาได้ แม้จะไม่มีความสามารถในด้านการปรุงยา
[Pump and Dump]
คือแทคติคที่ปั่นสินค้าหนึ่งให้ราคาสูงขึ้นเกินกว่าความเป็นจริงและขายไปที่ราคาสูงสุด
ชาร์ลีมังเกอร์มองว่าวิธีนี้ไม่ใช่วิธีการทำธุรกิจที่แท้จริง
เราดูแลม้าขี้โรค จนม้าหายดีและเราขายมันออกไปนี่นะ?
มันสมเหตุสมผลไหม?
ดังนั้นแผนการของผมก็ตามวอเรนบัฟเฟตและชาร์ลีมังเกอร์
ระยะเวลาการถือครองสิ่งของของผมคือ
[Forever]
ตลอดกาลนั่นเอง
[Pump It]
คือการซื้อของตลอดเวลาไม่มีการขายออกไปให้ราคาสูงขึ้นตลอดกาลหรือจนกว่าของจะหาไม่ได้
แน่นอน ผมกังวลเรื่องของการขนส่งและการจัดเก็บแต่ไม่ต้องกังวลนาน เพราะผมได้ให้โรเบิร์ตค้นคว้าเรื่องของการเขียนยันต์
มาเขียนวงยันต์ที่จะช่วยผมในการดูดซับหินวิญญาณทุกก้อนไปจนกว่าจะไม่สามารถดูดซับได้อีกต่อไป
นี่คือความหมายที่แท้จริงของการ
[Pump It]
ทำให้ของบางอย่างกลายเป็นของหายากของจริง
จากหินวิญญาณประมาณร้อยล้านหยวนก็สามารถทำให้คนกลับมาจากดลกเซียนบรรลุขั้นปรับพื้นฐานพลังได้
แต่หากกลยุทธ
[Pump It]
ของผมได้ผล
ของมูลค่าร้อยล้านหยวนที่คนกลับมาจากโลกเซียนได้ตอบแทนมาจากคนแก่ที่ป่วยเป็นโรคและให้เงินค่าตอบแทนเขามา
เมื่อราคาสินค้าของหินวิญญาณสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง
คนกลับมาจากโลกเซียนจะรู้ว่าเงินร้อยล้านของเขานั้นไม่สามารถซื้อสินค้าอย่างที่เขาหวังไว้ได้นั่นเอง
เพราะอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องสินค้าแพงขึ้นแต่จะกลายเป็นของหายากอย่างแท้จริงเพราะจะโดนผมดูดซับไปหมด
แบบเดียวกับอสังหาริมทรัพย์ที่คนรวยรู้ว่าอย่างไรต้องราคาขึ้นแน่นอน เพราะคนจนที่จนต้องมาเช่าหรือซื้อหากไม่อยากอยู่ข้างถนนกับคนจรจัด
แม้แต่คนที่กลับมาจากโลกเซียนที่ขีดเขียนยันต์และค่ายกลบรรลุพลังในช่วงขั้นแรกได้อย่างง่ายดาย ในขั้นหลังๆก็จำเป็นต้องใช้หินวิญญาณจำนวนมหาศาลนั่นเอง
“รับทราบขอรับนายน้อย จะค่อยๆทยอยซื้อไม่ให้ใครรู้ตัวในช่วงแรกๆ”
“ดีมากชั้นไว้ใจนาย อาหู่ที่จะสามารถซื้อหินวิญญาณจากทั่วประเทศได้โดยคนไม่รู้ตัวพยายามปิดเป็นความลับในตอนแรกๆและส่งล็อตแรกมาโดยเร็วที่สุดก่อนจากนั้นชั้นจะลองส่งพวกนักษัตรมาเป็นบอดี้การ์ด ป้องกันคนทำร้ายหรือแย่งของไป
..”
ผมครุ่นคิดนิดหนึ่ง
“เอาอย่างนี้ ช่วงที่ซื้อของจากเจ้าเล็กๆยอมจ่ายราคาแพงๆแต่ขอทั้งหมดจากเจ้าเล็กๆส่วนดีลกับเจ้าใหญ่ๆอย่างหอประมูลให้จ้างพวกเขาเป็นบอดี้การ์ดและชั้นอาจจะไปรับหินประมูลในหอประมูลเองหากจำเป็น”
ผมคิดในใจพวกนี้มักจะเล่นมุกว่า
“ในสำนักประมูลห้ามต่อสู้กันแต่ออกนอกสำนักก็ไม่ใช่เรื่องของเรา”
ทำให้มีฉากตีกันนอกสำนักประมูลตลอดนั่นเอง
ผมจะแก้ปัญหาโดยการเช่าห้องสำนักประมูลและดูดซับหินวิญญาณมันทั้งหมดในทีเดียวนั่นล่ะ
นี่ล่ะคือกลยุทธ [Pump It] ของผม