ท่านเองก็ติดที่นี่มาถึงหนึ่งหมื่นปีท่านพ่อรู้วิธีที่จะปลดผนึกตัวท่านออกไปจากที่นี่หรือไม่
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นตัวข้าเองก็หาวิธีที่จะปลดผนึกมาโดยตลอดไม่ว่าจะใช่ด้วยกำลังหรือใช่ด้วยสติปัญญาทุกๆอย่างที่ข้าคิดได้ล้วนลองมาหมดทั้งสิ้นแล้วไม่มีหวังเลยเห้อตัวข้าเองก็ติดที่นี่มาหนึ่งหมื่นปีแล้วคิดถึงบ้านยิ่งนักแต่ถ้าก็ไม่แน่ใจว่ากลับไปลูกๆของข้าจะแก่ตายกันหมดหรือยังโดยปกติเผ่ามารที่มีสายเลือดของราชานั้นจะมีอายุยื่นอยู่เพียงแค่ห้าพัน ปีเท่านั้นหากคนๆนั้นสามารถไปถึงระดับวิถีเทวะได้ ก็จะมีอายุยื่นยาวอีก สามหมื่น ปี อย่างเช่นตัวข้าอย่างไรล่ะ ถึงขนาดถูกขังที่นี่มา หมื่น ปีแล้วตัวข้าก็ยังมีชีวิตอยู่
อะไรกัน เผ่ามารทุกคนมีอายุเฉลี่ย ห้าพัน ปีเลยอย่างงั้นรึ เซย์รินเองถึงกับตกใจกับอายุของคนเผ่ามาร
เจ้าเข้าใจผิดแล้วเจ้าหนูเผ่ามารโดยปกติแล้วจะมีอายุเฉลี่ยแค่ ร้อยห้าสิบ ปีเท่านั้น พวกที่อายุถึง ห้าพัน ปีนั้นก็มีแต่สายเลือดราชวงของเผ่ามารเท่านั้นอย่างตัวเจ้าเองก็ได้รับสายเลือดของข้าไปอายุไขเจ้าคงจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า สองพัน ปี เจ้าเป็นเลือดผสมเลยสามารถขยายอายุของเจ้าเพียงเท่านี้
อะไรนะตัวข้าจะมีอายุยืนยาวถึง สองพัน ปีอย่างงั้นรึเรื่องราวที่ท่านเล่าให้ข้าฟังมันช่างเหนื่อยกว่าจินตนาการของข้ายิ่งนัก
แต่ข้าพอมีวิธีหนึ่งที่หน้าจะสามารถปลดผนึกให้ข้าออกไปจากที่นี่ได้เจ้าเห็นที่เสานั้นหรือไม่ มันมีรูปภาพแกะสลักอยู่ เป็นรูปภาพของมังกรข้าเดาเอานะว่าอาจจะต้องหาเลือดของมังกรมาทราบกับเสาแกะสลักนั้นเวทผนึกอาจจะคลายตัวลงนอกจากวิธีนี้ข้าก็มองไม่เห็นหนทางอีกแล้วแต่มันก็หน้าเสียทางยิ่งนักถึงแม้ว่าตัวข้านั้นจะพอเริ่มที่จะคิดหาวิธีได้แล้วแต่ว่าเราจะหาเลือดมังกรจากไหนกันที่นี่อย่าว่าแต่จะหามังกรเลยแค่สิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไปยังไม่มีด้วยซ้ำแล้วเราจะหาจากไหน
เลือดมังกรอย่างงั้นรึเด็กหนุ่มทำหน้าตาคุ้นคิด ตอนที่อยู่ในคุกลับใต้ทะเลตัวมันนั้นได้มีอากาสได้ดื่มเลือดของเจ้ามังกรบรรพกาลเข้าไป แต่เข้าเองก็ยังจะส่งสัยว่าภายในร่างกายของตนนั้นจะยังมีเลือดของมังกรบรรพกาลไหลเวียนอยู่หรือไม่เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเซย์รินจึงเดินไปที่เสาผนึกที่มีรูปแกะสลักของมังกรไว้อยู่
"เจ้าหนู เจ้าคิดจะทำอย่างไรงั้นรึกริมจอ ถามด้วยความแปลกใจ
"ข้าเพียงแค่คิดอะไรออกก็เลยอยากลองอะไรดูนิดหน่อย
หลังจากนั้นเซย์รินหยิบมีดสั้นขึ้นมาพร้อมทั้งเฉือนไปทีมือของตนตัวเด็กหนุ่มเอามือที่เปื้อนเลือดทาบไปที่เสาผนึกเพียงผ่านไปชั่วอึดใจเสาผนึกนั้นเกิดส่องแสงขึ้นมาท้องฟ้าบริเวณโดยรอบมึดครึมสนั่นหวั่นไหวไม่เพียงเท่านั้นผืนดินโดยรอบสะเทือนลั่นหวั่นไหวไปทั้งอาณาจักรคราวผู้คนต่างรู้สึกประหลาดใจทั้งขวัญผวา
ณ ภายในพระราชวัง
นี่มัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ริคุอุทานด้วยความตกใจ เหมือนแผ่นดินสะเทือนลั่น ไปทั่วบริเวณมันรู้ว่านี่มันไม่ใช่ภัยทางธรรมชาติเป็นแน่มันจับสัมผัสได้ต้นต่อของเรื่องทั้งหมดนั้นมาจากเขตพื้นที่เขตห่วงห้ามพร้อมทั้งมันสามารถจับคลื่นพลังได้บางๆว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอยู่ที่นั่นจะทำอย่างไรดีพลังที่ข้าสำผัสได้มันสูงล้ำกว่าข้านัก
ณ เขตห่วงห้าม
อะไรกัน ข้าเป็นอิสระแล้วข้าเป็นอิสระแล้ว กริมจอ กู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง มันต้องมาถูกขังที่นี่มามากกว่าหนึ่งหมื่นปีจะให้ตัวมันไม่ดีใจได้อย่างไร
"เมื่อกี้เจ้าทำอะไรกันลูกข้าเจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน
"อ่อภายในกายข้ามีเลือดของมังกรบรรพกาลไหลเวียนอยู่หลังจากที่ข้าได้ยินคำแนะนำจากท่านตัวข้าก็เพียงแค่ทดสอบดูเท่านั้นและผลที่ออกมาก็เป็นอย่างที่ตัวท่านเห็น
อะไร นะ เลือดของมังกรบรรพกาลอย่างงั้นรึมันจะเป็นไปได้อย่างไรกันไม่ใช่พวกมันหายสาบสูญไปตั้งแต่สิบล้านปีก่อนแล้วหรอขนาดในยุคของข้าเองตัวข้ายังไม่เคยเจอพวกมันสักตัว
"พอดีข้ามีโอกาสได้เข้าไปภายในมิติลับแล้วมันดันส่งข้าไปยังคุกลับใต้ทะเลและที่นั่นมันก็เป็นสถานที่ คุมขังเจ้ามังกรบรรพกาลไว้อยู่เซย์รินเล่าทุกอย่างที่ออกมาโดยไม่ปิดบังสักนิดเนื่องจากบุคคลตรงหน้ากายมาเป็นบิดาของตนแล้วและที่ตนนั้นมีความแข็งแกร่งขึ้นก็เพราะคนตรงหน้า
"ข้าไม่อยากจะเชื่อกับลูกชายคนนี้เลยจริงๆเจ้าอายุเพียงเท่านี้กับได้พบเจอเรื่องที่ยากจะจินตนาการยิ่งนักตอนนี้ตัวของเจ้านั้นแปลกประหลาดจากคนทั่วไปอย่างยิ่งภายในกายมีเลือดไหลเวียนถึง 3 เผ่าพันธุ์ มนุษย์ สายเลือดมารของราชวง และเจ้ายังมีเลือดของมังกรบรรพกาล นั่นอีก
ทั่วทั้งโลกจะต้องตื่นตระลึงกับความแปลกประหลาดของเจ้าบุตรแห่งข้า
"เป็นตัวท่านเองก็ใช่รึไง ที่ยัดเยียดให้สายเลือดแก่ข้าตัวข้าในยามนี้คงผิดแปลกอย่างที่ตัวท่านว่าจริงๆนั้นแหละ
"เอาน่า…เจ้าจะไปคิดมากทำไมกับเรื่องพวกนี้หากข้าตายไปก็คงไม่เสียใจแล้วที่ข้าจะได้มีบุตรเยี่ยงเจ้าถือว่าเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก ตอนนี้ข้าไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ต้องติดที่นี่มากว่าหนึ่งหมื่นปีจนข้านั้นได้มาเจอเจ้าช่างคุ้มข้ายิ่งนักคงต้องขอบคุณเจ้านั้นล่ะซินะที่มันกักขังข้าฮ่า ฮ่า ฮ่า
แล้วตอนนี้ท่านพ่อวางแผนอะไรต่อล่ะ ก็ได้เป็นอิสระแล้วนิข้าหวังว่าตัวท่านคงไม่บุกมาทำรายล้างมนุษย์หรอกนะ
วางใจเถอะเซย์ริน ตอนนี้เจ้าก็เสมือนบุตรชายของข้าคนนึงข้าจะมาบุกทำรายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้อย่างไรกันก็ที่นี่มันก็คือบ้านเกิดของเจ้าแต่ตอนนี้บ้านของเจ้าไม่ใช่มีแค่ที่นี่เท่านั้น รวมถึงดินแดนมารด้วยที่นี่ก็จะเป็นบ้านของเจ้าเช่นกัน ข้าจะกลับไปที่แดนมารเจ้าจะไปด้วยกันกับข้าไหมเพราะไปถึงข้าคงจะต้องทวงสิ่งที่เป็นของข้าคืนตอนนี้ข้าไม่รู้ด้วยซ่ำว่าใครเป็นคนดูแลดินแดนของข้าอยู่อาจจะเป็นพวกพี่ๆของเจ้าก็ได้
ข้ายังมีธุระต้องทำอยู่ที่นี่อีกมากข้ายังคงไปกับท่านไม่ได้แต่สักวันหนึ่งข้าต้องไปเยี่ยมเยียนท่านแน่นอน
อื้มเจ้าหนูข้าลืมบอกเจ้าไปเลือดของข้านอกจากจะทำให้เจ้าเพิ่มความแข็งแกร่งแล้วยังมีอีกอย่างหนึ่งคือทักษะทุกอย่างที่ข้ามีก็ล้วนถ่ายทอดไปให้เจ้าโดยตรงด้วยดังนั้นโบราณสถานที่อยู่ด้านหลังเจ้าก็คงไม่ได้มีอะไรสำคัญกับเจ้าสักอย่างเพราะข้าได้เรียนรู้ทักษะจากด้านในไปหมดแล้วแต่ทักษะแต่ละอย่างมันช่างอันตรายยิ่งนักดังนั้นข้าจะทำลายโบราณสถานเสียจะได้ไม่มีผู้อื่นได้เข้าไป เมื่อจอมมารพูดจับ ก็ทำการจัดการโบราณสถานตรงหน้าทันที ตู๊มมม ตู๊มม
เห้อ เหมือนว่าบิดาของตนนั้นเป็นคนประเภทคิดอะไรก็ทำเลยละสินะโดยไม่ฟังคความเห็นคนอื่น แต่ตัวเด็กหนุ่มก็ไม่ได้เสียดายอะไรพลังและทักษะต่างก็ได้รับมาหมดแล้วจึงไม่มีไรต้องเสียดาย
เอาล่ะเจ้าหนู ข้าต้องไปแล้วข้าหวังว่าลูกชายคนนี้จะไปเยี่ยมเยื่อนตัวข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น เมื่อพูดเสร็จจอมมารก็เปิดประตูมิติออกมาโดยที่ประตูนี้สามารถส่งเขาไปยังที่แดนมารโดยทันที วูบบ วูบบ
เป็นคนที่ไวไฟเสียจริง แต่ตัวเซย์รินเองก็สัมผัสความรักและความเอ็นดูที่จอมมารนั้นมีให้แก่ตนเมื่อรอบรวมสติได้แล้วเด็กหนุ่มก็ลงจากเขาโดยทันที เพราะใกล้เวลาอาหารค่ำแล้ว..