จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 98 ทำร้ายสตรีของข้า หาที่ตาย! (จบภาคจักรพรรดิหวนคืน)

    ตอนที่ 98 ทำร้ายสตรีของข้า หาที่ตาย! แอสทารอสตกตะลึงไปกับสิ่งที่เห็น ชายหนุ่มมั่นใจอย่างยิ่งว่าคมกระบี่ได้ปลิดชีวิตของมันไปแล้ว แต่สวรรค์กลับเล่นตลก ทุกคมกระบี่ที่ตัดผ่านกายานั้นราวกับนำไม้จิ้มฟันขูดผ่านภูเขาเลากา มิอาจหยั่งรู้ได้ถึงพลังสุดดั่งสัตว์ประหลาด สิ่งนี้ทำให้แอสทารอสตาสว่าง หากเขาต้องเป็นศัตรูกับใครสักคน เขาอยากจะเป็นศัตรูของชายผู้นี้เป็นคนสุดท้ายของโลก! แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว… หากไม่ได้ศาสตร์แห่งการปัดป้อง หมัดของมันคงปลิดชีวิตเขาไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทันใดนั้นเองที่คิ้วกาติรัสพลันขมวดชิดเป็นปมแน่น บังเกิดไฟร้อนรุ่มทั่วทั้งร่างดุจเพลิงโทสะ การโจมตีของแอสทารอสล้วนหมายเอาชีวิตของจักรพรรดิ “บังอาจนัก…” กาติรัสกัดริมฝีปากแน่น ชายหนุ่มคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีเกียรติยิ่งกว่านี้ ทั้งที่เอ่ยปากเองว่าเป็นการประมือแลกวรยุทธ หากแต่ มันริอาจหมายชีวิตของเขา สีหน้าแสดงความโกรธเกรี้ยวดุจมังกร “คิดหมายเอาชีวิตข้า! รนหาที่ตาย!!”  เรือนร่างของกาติรัสหายวับไปอย่างรวดเร็ว มันไปปรากฏอยู่ข้างกายของแอสทารอสดุจภูติผี แอสทารอสเผยยิ้มร่าราวกับตนเองถือไพ่เหนือกว่าศัตรู แอสทารอสที่เริ่มตามติดความเร็วได้ทันพลันหันขวับไปทางด้านข้างในฉับพลัน หากแต่ว่าครั้งนี้ไม่มีการโจมตีอันใดจากกาติรัส เรือนร่างของจักรพรรดิกลับยืนประสานสายตานิ่งงันไม่กระทำอันใด บรรยากาศเริ่มผิดแปลกไป… แอสทารอสที่รู้สึกกังวลใจในคราวแรก ในขณะนี้ ความเป็นกังวลนั้นได้แผ่ซ่านคลุมขยายกลืนกินจิตใจ ชายหนุ่มหลั่งเหงื่อเย็นเยียบอย่างไม่รู้ตัว มันไม่โจมตี… แอสทารอสครุ่นคิดด้วยความเคร่งเครียด สองบุรุษยืนประสานสายตานิ่ง แอสทารอสไม่กล้าลงมือก่อนด้วยสัญชาตญาณที่กรีดร้องถึงความอันตรายที่น่าสะพรึง เขาคาดคิดว่าตัวเองคงรู้สึกกลัวไปเอง แต่ชายหนุ่มตระหนักรู้แล้วว่าตนเองนั้นคิดผิด สัญชาตญาณกำลังร่ำร้องด้วยความหวาดกลัว จิตวิญญาณแห่งนักรบถูกกลืนหายไปกับเกลียวคลื่นแห่งความสะพรึง จักรพรรดิเพียงแค่ยืนเฉยๆมันกลับสร้างแรงกดดันค้ำฟ้า ทำไม… แรงกดดันที่น่าสะพรึงนี่มันอะไรกัน… แอสทารอสซึ่งยืนนิ่งงัน เพียงสามลมหายใจ ชายหนุ่มบังเกิดความหวาดกลัวจับจิตขึ้นมาพลันรีดเค้นพลังและความเร็วทั้งหมดตวัดกระบี่ออกไปคล้ายหวาดกลัวจนเสียสติ จวบจนกระทั่งคมกระบี่ถูกสาดใส่กาติรัสหลายร้อยคมเฉือน ชายหนุ่มก็ยังมิขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว ทันทีที่ปลายกระบี่เข้าประชิด มันกลับ… มันกลับพุ่งผ่านไปเรือนร่างนั้นไป… ประหนึ่งมายาภาพ แอสทารอสเบิกตาโพลงโตด้วยความตกตะลึงลาน ปีศาจแห่งความกลัวในจิตใจพลันแผ่ขยายกว้างอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวกลืนกินจิตใจอย่างไร้ขอบเขต เพียงพริบตาเดียว จิตใจอันห้าวหาญทรนงกลับถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี “นี่มันอะไรกัน…” แอสทารอสเริ่มเสียสติ สายตาของชายหนุ่มจ้องมองเรือนร่างเบื้องหน้าราวกับภูติผีปีศาจ เขาฟาดฟันกระบี่ใส่อย่างบ้าคลั่ง “ย๊ากกกกก” เพียงสามลมหายใจ ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด กระบี่ของชายหนุ่มได้ถูกปล่อยออกไปมากกว่าสองร้อยครั้ง ภาพเบื้องหน้ากลับสร้างความตกตะลึงงันให้แก่ฝูงชนนับพันพันคน กระบี่ของแอสทารอสกลับพุ่งผ่านเรือนร่างของกาติรัสราวกับร่างวิญญาณ ด้วยผลกระทบจากอำนาจพลัง พื้นแท่นประลองบังเกิดรอยหลุมลึกคล้ายถูกของมีคมตัดผ่าน รอยตัดผ่านยิ่งแผ่ขยายเป็นวงกว้าง จนผู้คนสามารถจับสังเกตได้ถึงแท่นประลองที่เต็มไปด้วยรอยผ่าลึกในทุกย่างก้าว นิสเวมจับจ้องเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เบิกโตกว้าง สาวน้อยไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน แข็งแกร่ง… แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงเลย… สาวน้อยฟีนิกซ์ทบทวนเหตุการณ์ตอนที่บิดาเคยประมือกับผู้อาวุโสสูงสุดให้เธอดูเป็นแนวทางการฝึกฝน  แม้กระทั่งความเร็วของบิดาตนเอง อาจยังเป็นรองชายหนุ่มเบื้องหน้าอยู่หลายขุม!! “บ้าน่า! บ้าน่า!! นี่มันอะไรกัน!!! มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ!!!” แอสทารอสกล่าวออกด้วยใบหน้าสิ้นหวังจนซีดขาวราวกับกระดาษ ด้วยความสามารถด้านการเรียนรู้ระดับอนันต์ เพียงเปรยมอง ชายหนุ่มสามารถบรรลุวิชาของผู้อื่นได้ในพริบตา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าทักษะลวงตา มันไม่ใช่สิ่งที่จะลอกเลียนแบบกันได้ แอสทารอสเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าสิ่งนี้ต้องเป็นทักษะลวงตา แอสทารอสหยุดสาดกระบี่พลันสดับฟังสรรพสิ่งรอบกายโดยตั้งจิตมั่น ทันใดนั้นเองที่เรือนมายาของกาติรัสเผยรอยยิ้มตรงมุมปาก หมัดของจักรพรรดิปล่อยออกอย่างเชื่องช้าผิดแปลกจากปกติราวกับว่าเขาจงใจให้ผู้อื่นได้เห็นการโจมตีของตนอย่างแจ่มชัด แอสทารอสสะดุ้งโหยงมองตามภาพมายาที่จู่โจมเข้ามา ด้วยความที่เขาเชื่ออย่างเปี่ยนล้นว่าภาพเบื้องหน้าเป็นสิ่งไม่จริง แอสทารอสจึงปล่อยให้กาติรัสปล่อยหมัดใส่อย่างไม่สนใจ ในช่วงเวลานั้นเองที่ความสามารถแหกกฎสวรรค์ได้ทำงานขึ้นมา หากแต่ว่า… แอสทารอสไม่รับรู้ถึงเรื่องนี้ [หยั่งรู้ อดีต ปัจจุบัน อนาคต:สถานะทำงาน] ผัวะะะะ-----กรอบบบบบบบบบบ หมัดของจักรพรรดิจู่โจมเข้าบริเวณหน้าท้องของแอสทารอสเต็มฝ่ามือ หมัดของกาติรัสจมเข้าไปในเนื้อราวกับต่อยโคลนพลันกดหมัดยาวจนส่งร่างของแอสทารอสปลิวกระเด็นไปกว่าสามร้อยเมตร มวลกระดูกแหลกเหลวหักละเอียดเป็นเศษชิ้นเล็กๆ แอสทารอสพ่นโลหิตคำโตดุจบ่อทะเลเลือด เพียงสามลมหายใจ สตินั้นจึงวูบดับไป… !!!!!!!!! ห้วงนิมิตวาบผ่าน แอสทารอสรีดเค้นพลังสุดกำลังเพื่อเร่งกระโจนออกห่างจากกาติรัสให้มากที่สุด เพียงการกระโดดแค่ครั้งเดียว แอสทารอสได้ถอยห่างออกไปกว่าสิบยี่สิบเมตร ชายหนุ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบทั่วทั้งร่าง ใบหน้าปรากฏหยดเหงื่อพร่างพราย สีหน้าซีดขาวดุจกระดาษจับจ้องศัตรูเบื้องหน้าอย่างหวาดสะพรึงกลัว ทันใดนั้นเองที่หมัดของกาติรัสพลาดเป้าต่อยกลางอากาศธาตุ มันกลับมีสายลมกรรโชกดุจพายุพัดตามมา แรงลมอันน่าสะพรึงพลันทำให้เส้นผมของแอสทารอสพริ้วไหวอย่างรุนแรง แอสทารอสก้าวถอยไปถึงห้าก้าวเนื่องจากแรงปะทะของลม แอสทารอสพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง สายตาของชายหนุ่มจับจ้องกาติรัสด้วยความหวาดกลัวจับจิต อย่างไรเสีย ห้วงนิมิตนั้นได้ช่วยเหลือชีวิตของเขาเอาไว้ แทบจะไม่ต้องจินตนาการหลังจากรับหมัดเช่นนั้นไปเลย แค่เพียงต่อยอากาศยังสร้างแรงพลังได้ถึงเพียงนี้ “นิมิตอีกแล้ว… ช่วยข้าไว้อีกแล้ว…” แอสทารอสกล่าวอย่างตกตะลึง เขาหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนเห็นนิมิตถึงอันตราย มันเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน… เหนือสิ่งอื่นใด มันได้พิสูจน์ว่ารูปลักษณ์นั้นมิใช่ภาพลวงตา… “สัญชาตญาณดีนี่" กาติรัสเอ่ยออกด้วยใบหน้ายิ้มแสยะ แท้จริงแล้ว รูปลักษณ์นี้ไม่ใช่ภาพลวงตาแต่เป็นการใช้ท่าท้าวข้ามจักรวาลที่เหนือระดับยิ่งกว่าเดิม วิชาตัวเบานี้มันเป็นวิชาที่ลึกลับอย่างมาก แม้กระทั่งตัวจักรพรรดิเองยังไม่กล้าเอ่ยปากว่าตนเองบรรลุถึงแก่นแท้ของวิชา ด้วยความเร็วดุจการบิดเบือนกระแสเวลา มันทำให้เรือนร่างนั้นมีตัวตนและไร้ตัวตนในเวลาเดียวกัน กล่าวได้ว่า ทุกครั้งที่แอสทารอสสาดกระบี่ใส่ กาติรัสจะหลบการโจมตีนั้นด้วยความเร็วที่คนปกติตามไม่ทันและย้อนกลับมา ณ จุดเดิมในชั่วพริบตา ทุกอย่างเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ชายหนุ่มดูราวกับภาพลวงตา ทั้งที่ เรือนร่างนี้เป็นตัวตนจริงๆ “นี่มันอะไรกัน…” แอสทารอสสีหน้าหม่นลง ใบหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด ต่อหน้าศัตรูสัตว์ประหลาดเช่นนี้ เขามิอาจทำความเข้าใจได้ด้วยสามัญสำนึก พลังของมันอยู่เหนือสามัญสำนึกของผู้คนไปแล้ว!! จนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจว่ากาติรัสทำได้ยังไง ความสามารถอันใดที่ทำให้เรือนร่างนั้นมีตัวตนและไร้ตัวตนในเวลาเดียวกัน “ท่านทำได้ยังไง…หรือว่า…” แอสทารอสที่ครุ่นคิดถึงปัจจัยต่างๆอย่างครบถ้วนแล้ว มันกลับมีความเป็นไปได้เดียว แต่ความเป็นไปได้นั้นมันตั้งอยู่บนความเป็นไปไม่ได้ “ท่านเร็วทัดเทียมกับแสง?!” กาติรัสแย้มยิ้มเล็กน้อย “พลังของข้าไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินกันด้วยสามัญสำนึก แม้แต่ทฤษฎีอันมีเหตุและผลอันเป็นองค์ประกอบก็ไม่ช่วยเจ้าเช่นกัน” หากกาติรัสไม่ประทับใจในความสามารถพลิกฟ้าคว่ำดินของแอสทารอส เขาคงไม่กล่าวคำชี้แนะเช่นนี้ ถึงกระนั้น จุดประสงค์ที่แอสทารอสมีแรงปรารถนาจะฆ่าจักรพรรดิล้วนมิแปรเปลี่ยน คิดสังหารข้า! ข้าย่อมไม่ไว้ชีวิตเจ้า!! “แล้วข้าจะทำให้เจ้าดูว่าท่าท้าวที่เจ้าลอกเลียนไป มันสุดยากแท้จะหยั่งถึง…” กาติรัสเอ่ยออกด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งสารทิศพลันปรากฏเรือนร่างของกาติรัสขึ้น เรือนร่างนั้นเพิ่มจำนวนมากถึงสิบตน ทุกร่างล้วนมีความเสถียรประหนึ่งว่ามีตัวตนอยู่จริงๆ ในช่วงเวลานี้เองที่หัวใจของแอสทารอสพลันดิ่งวูบสู่ก้นเหวลึก รอบทิศล้วนปรากฏสัตว์ประหลาดถึงสิบตน แอสทารอสแทบจะบ้าคลั่ง ชายหนุ่มตวัดดาบออกตัวสารทิศอย่างไม่สนใจผู้ชมโดยรอบ  วาบบบบบบบ----ฟิ้วววววววววว----- คลื่นกระบี่ซัดสาดดุจเกลียวคลื่นกระจายออก แต่ไม่ว่าแอสทารอสจะพยายามฟาดฟันใส่เรือนร่างทั้งสิบไปจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน ทุกคมกระบี่กลับตัดผ่านเรือนร่างนั้นไปราวกับฟันใส่อากาศอันว่างเปล่า ความหวาดกลัวพรั่งพรูจิตใจก่อนกลับกลายเป็นความคลั่ง ในเมื่อตนเองกำลังจะตายอยู่แล้ว… เหตุใดเล่าต้องหวาดกลัว… มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่แอสทารอสบรรลุในสัจธรรม สีหน้าของคนคลั่งกลับกลายเป็นนิ่งสงบอย่างรวดเร็วดุจดั่งคนละคนกัน ชายหนุ่มหยุดฟันกระบี่มั่วซั่วดั่งคนบ้า “ฮาฮาฮา…ฮ่าฮ่าฮ่า---ฮะฮ่าฮ่าฮ่า” แอสทารอสหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ใช่แล้ว…ในเมื่อจุดจบของทุกสรรพสิ่งคือการดับสูญ ในเมื่อตั้งไว้แล้วดับไป…ไม่ช้าก็เร็วข้าก็ไม่สามารถหลีกพ้นความตายได้… ข้าขอใช้ชีวิตนี้โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว!!” ทันใดนั้นเองที่แอสทารอสหายวับไป เรือนร่างของชายหนุ่มหายวับไปมาบนแท่นประลอง  แน่นอน… ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนไม่สามารถหลีกพ้นสายตาอันคมกริบของจักรพรรดิไปได้ ในสายตาของจักรพรรดิ มันไม่ต่างอันใดไปจากทารกน้อยหัดเดินเลย ฉับพลันนั้นเอง กาติรัสหางคิ้วกระตุกคล้ายแคลงใจในสายตาของตน ความเร็วของแอสทารอสกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ… “น่าสนใจ… น่าสนใจ… น่าสนใจเหลือเกิน!!!” กาติรัสกล่าวออกอย่างลืมตัว ความสามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินกำลังเผยคมเขี้ยวเล็บให้เขาเห็นทีละเล็กทีละน้อย ไฟแห่งความหวังโชกโชนประหนึ่งเทียนที่มอดดับจุดติดขึ้นอีกครั้ง “แสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้าร้ายกาจเพียงใด!!” นานแค่ไหนแล้วที่จักรพรรดิไม่ได้เจอศัตรูที่สามารถเล่นสนุกกับเขาได้ ต่อหน้านามอาชีพแห่งจักรพรรดิ มันมาพร้อมกับพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัว แน่นอน สิ่งที่แอสทารอสทำได้ กาติรัสย่อมกระทำได้เช่นกัน หนำซ้ำ เขายังทำได้ดีกว่าอีกด้วย! และดีเลิศในทุกๆด้าน!! “ร้อยคมเฉือน…ตัดมิติและกาลเวลา…” ฟุบ… เสียงสายลมดังขึ้นแค่คราวเดียว… บึ้ม!!!!! บังเกิดเสียงดังสนั่นกัมปนาทตามติดทันควัน แท่นประลองปรากฏร่องรอยหลุมยาวลึกราวกับถูกของมีคมตัดผ่านในทุกตารางนิ้ว ปรากฏเรือนร่างของแอสทารอสยืนอยู่ ณ ใจกลางของแท่นประลอง ห่างออกไปราวสามร้อยเมตรพลันปรากฏชายหญิงสองคน กาติรัสโอบร่างนิสเวมไว้แน่น แน่นอน สาวน้อยไม่ได้รับผลกระทบอันใดจากคมกระบี่สืบเนื่องมาจากมวลพลังงานสีขาวนวล  นิสเวมแหงนศีรษะมองใบหน้าของกาติรัสด้วยสีหน้าซื่อใสบริสุทธิ์ ทันใดนั้นเองที่สาวน้อยเบิกตาโพลงโตอีกครั้ง… ภาพที่เธอได้เห็นนั้นกลับทำให้สาวน้อยรู้สึกตกตะลึงงัน… ชายหนุ่มคนนั้น…กำลังโกรธเกรี้ยวเหนือพรรณา สีหน้าของจักรพรรดิบิดเบี้ยวอย่างที่สุด คิ้วขมวดชิดเป็นปมแน่น เส้นเลือดปูนโปดขึ้นทั่วทั้งร่าง “บังอาจนัก… บังอาจเหลือเกิน…” กาติรัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จักรพรรดิกำลังโกรธจนตัวสั่น “ครั้งแรกเจตนาหมายชีวิตข้า ข้ายังพอถือโทษให้ได้เนื่องเพราะพรสวรรค์ของเจ้านั่นหายาก ครั้งสองเจ้ากลับทำร้ายนางไปด้วย… ต่อให้ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าทั้งชีวิต… ข้าก็จะคร่าชีวิตของเจ้าไป!!” จักรพรรดิแผดเสียงกึกก้องด้วยความโกรธแค้นอย่างที่สุด ทำร้ายจักรพรรดิยังไม่ร้ายแรงเท่าทำร้ายสตรีของจักรพรรดิ!! รังสีฆ่าฟันของราชันแห่งโลกหล้ามิอาจซ่อนเก็บไว้ได้อีกต่อไป เพียงพริบตาเดียว ผู้คนล้วนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศขนลุกขนผองดั่งเผชิญหน้ากับเทพปีศาจในตำนาน ผู้คนบริเวณโดยรอบทั้งหมดทั้งมวลล้วนตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ได้อาบจิตสังหารของจักรพรรดิ เบื้องลึกของจิตใจ รูปลักษณ์ของเทพปีศาจเริ่มเด่นชัดขึ้นประหนึ่งว่ามีตัวตน แรงกดดันส่งผลให้ผู้คนบ้างส่วนคลุ้มคลั่งด้วยความหวาดกลัว ทันใดนั้นเอง… แสงสีทองพุ่งทะยานมาจากแดนไกลดุจสายอัสนี จุดกำเนิดของทิศทางที่แสงนั้นพุ่งผ่าน มันเป็นจุดที่มาจากส่วนลึกของสถาบันมังกร หากสังเกตดูให้ดี จะพบว่ารูปร่างของแสงสีทองสายนั้นกลับมีลักษณ์คล้ายมังกรจีนทุกประการ เสียงมังกรกู่คำรามต่ำ หากแต่ว่า… สิ่งนั้นไม่ใช่มังกรจริงๆ มันดูเหมือนเป็นเคล็ดวิชาบางอย่างที่ส่งผลให้มีรูปร่างคล้ายมังกร ผู้สมัครที่กำลังหวาดสะพรึงกลัวพลันถูกบรรเทาอาการลงได้อย่างน่าประหลาด เพียงแสงสีทองวาบผ่านศีรษะไป ผู้คนราวกับเปี่ยมล้นไปด้วยกำลังใจอย่างท่วมท้น ในช่วงเวลานี้เองที่เสียงสายหนึ่งดังสะท้านกึกก้องทั่วทั้งบริเวณ “ผู้ใดมันสร้างความวุ่นวายในขณะที่สถาบันมังกรกำลังรับสมัครศิษย์!!” เหนืออากาศธาตุอันว่างเปล่า มันปรากฏชายชราผู้หนึ่งลอยค้างกลางอากาศ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยลวดลายมังกรพริ้วไหวอย่างเบาบาง ข้างกายของเขายังมีชายชราอีกสองคน อาภรณ์ล้วนขาวเอี่ยมบริสุทธิ์โดยทั่วกัน อีกสองคนมีใบหน้าดูใจดี ในขณะที่ชายชราที่เอ่ยปากกล่าวกลับดูดุดันทรงพลัง ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,161 พลังกาย:80,004,108 พลังเวทย์:81,921,978 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน