พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่ 62 ในที่สุดก็พบเจอ

    บทที่ 62 ในที่สุดก็พบเจอ



    บนชั้นเจ็ดของสมาคมการค้าสวรรค์ ปรากฏหนึ่งชายหนุ่มหนึ่งชายชรานั่งอยู่ในห้องแห่งนี้โดยไม่ได้มีผู้ใดเอ่ยอันใด


    หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจาก ผู้อาวุโสเหยียนโม่โฉว คิ้วทั้งสองของชายหนุ่มถึงกับขมวดเข้าหากัน




    “การจะไปช่วยและพาตัวนางกลับมานั้น ปัญหาหลักๆ เลยคือการจะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากยอดฝีมือระดับสูงของสำนักราชสีห์คลั่งได้ มิหนำซ้ำสำนักนี้ยังมีความสัมพันธ์กับสมาคมดับดาราที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของตนอีก”




    “หากในหมู่คนของสำนักราชสีห์คลั่งมีคนของสมาคมดับดาราปะปนมาด้วยละก็ นี่จะต้องเป็นเรื่องใหญ่เป็นแน่”




    “จอมยุทธ์ระดับเดียวกันข้าไม่กลัวผู้ใด แต่หากเป็นระดับที่สูงกว่านี้ ข้าก็ไม่คิดว่าข้าในตอนนี้จะเอาชนะได้”


    คิดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มได้หันไปสบตากับ เหยียนโม่โฉว




    “ผู้อาวุโสเหยียน ท่านพอจะมีวิธีใดแนะนำข้าบ้างหรือไม่”




    สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ชายชราก็ได้ถอนหายใจพร้อมเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันแก่ชรา



    “ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของเจ้านั่น ข้าก็คงต้องช่วยเจ้า แต่นี่ก็จะทำให้การค้าของข้าในดินแดนแห่งนี้ต่อจากนี้ไม่ค่อยจะราบรื่นไปสักพัก”




    “ข้าช่วยเจ้าได้มากสุดคือการที่จะไม่มีจอมยุทธ์ระดับสูงกว่าราชันย์ยุทธ์ของสำนักราชสีห์คลั่ง เข้ามาร่วมในเหตุการณ์นี้แน่นอน แต่สำหรับจอมยุทธ์ระดับราชันย์ยุทธ์ลงไปและจอมยุทธ์ของสำนักอื่นเจ้าจะต้องหาวิธีจัดการด้วยตนเอง”




    “และที่สำคัญเจ้าต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนที่แสงอรุณของวันพรุ่งนี้จะมาถึง ข้าคงจะถ่วงเวลาได้นานสุดเพียงเท่านั้น”




    “เอาล่ะเจ้ารีบไปได้แล้ว อย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกเลย”




    เมื่อสิ้นเสียงของชายชรา




    ชายหนุ่มได้ลุกขึ้นพร้อมคำนับไปที่ชายชราเบื้องหน้า




    “ขอบคุณผู้อาวุโส ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในวันนี้”


    สิ้นเสียงชายหนุ่มจึงหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว




    “เฮ้อ…แม้เจ้าจะไม่มาแต่ก็ยังส่งศิษย์มาสร้างปัญหาได้สินะ”




    เสียงของผู้โอวุโสเหยียนโม่โฉวดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ค่อยๆ เลือนหายไป




    ด้านหน้าของโรงเตี๊ยมพเนจร เหล่าจอมยุทธ์มากมายต่างพากันเดินเข้าออกเป็นระยะๆ




    โรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นตำหนักสูงห้าชั้น ถูกประดับไปด้วยโคมไฟมากมายและป้ายอันเด่นตระหง่านที่ติดอยู่เหนือประตู ทำให้สะดุดตาทุกผู้คนที่ผ่านไปมา




    “ดูเหมือนที่นี่จะครึกครื้นเสียจริง”


    ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองพร้อมกับสาวเท้าก้าวเดินมุ่งสู่ทางเข้าโรงเตี๊ยม




    เมื่อเข้ามายังด้านใน ปรากฏเหล่าจอมยุทธ์ที่กำลังจับกลุ่มสนทนาพลางดื่มสุรากันอยู่หลายกลุ่ม




    เมื่อมองไปรอบๆ ชายหนุ่มจึงพบกับกลุ่มศิษย์ของสำนักสยบมังกรที่กำลังสนทนากันอย่างออกรส




    เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงมุ่งตรงไปยังกลุ่มศิษย์สำนักสยบมังกรในทันที




    กงลี่มี่ ที่เห็นการมาของชายหนุ่มจึงได้กล่าวทักก่อนใคร




    “ศิษย์น้อง เจ้าทำธุระของเจ้าเสร็จแล้วงั้นรึ เหตุใดจึงมาที่นี่เร็วเช่นนี้”




    ได้ยินคำถามของกงลี่มี่ ชายหนุ่มได้ยิ้มแหยงๆ


    “เกือบจะเรียบร้อยแล้วศิษย์พี่”




    สิ้นเสียงชายหนุ่มได้ส่งกระแสจิตไปยัง กงลี่มี่ และบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด




    เมื่อรับรู้ถึงเรื่องทั้งหมด สีหน้าของกงลี่มี่ ได้จริงจังขึ้นมาทันที


    “หากเรื่องเป็นเช่นนั้น ข้าคงจะต้องบอกเรื่องทั้งหมดให้คนที่เหลือรับรู้ด้วยเช่นกัน ว่าพวกเราจะกำลังจะทำอะไรกัน”


    “เรื่องนี้คงจะไม่ต้องรายงานท่านลุงของข้าล่ะนะ”




    เมื่อสนทนากับชายหนุ่มจบ กงลี่มี่ จึงบอกให้ทุกคนตามตนขึ้นไปยังห้องที่ได้ทำการจองไว้ พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่กำลังจะต้องเผชิญให้กับทุกคนรับรู้





    "นะ….นี่ศิษย์พี่ ท่านจะบอกว่าคนผู้นี้คือทายาทตระกูลหลินที่พึ่งจะเป็นข่าวใหญ่งั้นรึ"


    ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายหนุ่ม


    ศิษย์คนอื่นๆ ก็มีท่าทีไม่ต่างกัน





    “มิหนำซ้ำยังเป็นถึงราชันย์ยุทธ์ระดับสูงอีกด้วย เจ้านี่มันเป็นอัจฉริยะระดับเดียวกับพวกผู้สืบทอดของสำนักใหญ่เลยนะ สมแล้วที่เป็นทายาทของตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด”




    เมื่อเห็นทุกคนชมชายหนุ่มอย่างไม่หยุดปาก กงลี่มี่ จึงกระแอมขึ้นมา




    “นี่พวกเจ้าค่อยไปสนทนากับสหายยุทธ์ในตอนที่พวกเรา ช่วยคนของสหายยุทธ์และออกไปจากดินแดนคมวายุเสียก่อนดีหรือไม่”




    เมื่อฟังสิ่งที่กงลี่มี่เอ่ย ทุกคนก็ต่างพากันพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง




    “เมื่อทุกคนตกลงกันแล้ว สหายยุทธ์หลินตง ข้าว่าพวกเราควรจะคอยรอคนของเจ้าอยู่บริเวณห้องโถงด้านล่างนะ ไม่ว่าใครหากจะออกจากโรงเตี๊ยมพเนจรต่างก็ต้องออกทางด้านหน้ากันทั้งนั้น และตามที่เจ้าเล่ามาข้าว่านางจะต้องออกจากที่นี่ในคืนนี้เป็นแน่ หากรอถึงยามเช้าการหลบหนีคงจะยากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก”




    เมื่อได้ฟังเช่นนั้นชายหนุ่มจึงผสานมือขอบคุณให้กับเหล่าศิษย์สำนักสยบมังกร




    “ขอบคุณพวกเจ้ามากที่เต็มใจจะช่วยข้า”




    เอ่ยจบชายหนุ่มจึงเดินนำทุกคนออกไปยังห้องโถงด้านล่าง




    ยามราตรีเข้ามาเยือน หมู่ดาวและจันทราส่องแสงสว่างรำไรแก่เมืองแห่งนี้




    ภายในห้องห้องหนึ่งบนชั้นสามของโรงเตี๊ยมพเนจร ปรากฏร่างอันผอมบางของหญิงสาวที่กำลังหยุดโคจรลมปราณและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ




    แม้ใบหน้าของนางจะดูเหนื่อยล้า แต่นี่ก็ไม่ทำให้ความงามของนางนั้นลดน้อยลงไปเลย




    “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องรอดไปจากดินแดนนี้ให้ได้ คนในข่าวใหญ่นั่นจะต้องเป็นเขาแน่ๆ ถึงข้าจะไม่รู้ว่าจะเจอเขาได้อย่างไรแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้าต้องออกไปจากดินแดนนี้ให้ได้เสียก่อน”




    “ข้าหลี่เฟย จะต้องรอดไปให้ได้”




    คิดได้เช่นนี้นางจึงเตรียมตัวออกจากที่นี่และคิดทบทวนแผนหนีของตนเอง


    ผ่านไปหนึ่งก้านธูปร่างของสตรีผู้มีผ้าปิดบังใบหน้าได้ก้าวเท้าลงมาจากชั้นสามของโรงเตี๊ยม อย่างนิ่งสงบ




    ทว่าแม้จะนิ่งสงบเพียงใด ก็ไม่อาจที่จะไม่ตกเป็นเป้าสายตาของจอมยุทธ์ด้านล่าง




    “สตรีนางนั้นรึที่ได้โชควาสนามา”




    “ใช่…ต้องใช่แน่ๆ ระดับการฝึกยุทธ์ครึ่งก้าวระดับขุนพลแล้วยังสวมผ้าปิดหน้านั่นอีก”




    “สหายของข้าเคยบอกว่า ใบหน้าใต้ผ้านั่นงดงามไม่แพ้หนึ่งในสามสาวงามของดินแดนนี้เลยนะ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ”




    ผู้คนด้านล่างต่างพากันสนทนากันไปต่างๆ นานา พร้อมกับจ้องมองไปที่หลี่เฟยเป็นตาเดียว




    ในตอนนั้นเองชายหนุ่มและศิษย์ของสำนักสยบมังกรที่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดจึงได้หันไปมองตามสายตาของทุกผู้คนในทันที




    ในด้านของหญิงสาวที่ไม่ได้สนใจคนเบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย ได้แต่คิดถึงแผนที่จะรอดออกไปพร้อมกับเดินลงบันไดอย่างช้าๆ




    “หากข้ามีเงินมากกว่านี้ ข้าคงจะมีเวลาอยู่ที่นี่และคิดแผนที่ดีกว่านี้ได้แล้วแท้ๆ”




    ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั่นเอง ดวงตาของหญิงสาวที่ได้กวาดมองผู้คนเบื้องล่าง ได้หยุดนิ่งอย่างฉับพลัน




    สีหน้าภายใต้ผืนผ้านั้น แสดงถึงความตกตะลึงในทันที




    ในด้านของชายหนุ่มที่ได้เห็นผู้ที่กำลังลงมา ก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน แต่ในไม่นานใบหน้าของชายหนุ่มจึงค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับส่งกระแสจิตไปหานาง




    “ข้ามาแล้วหลี่เฟย”




    จากผู้

    เขียน: ตอนนี้ฟรีนะครับ สัปดาห์นี้ไรต์โหมงานประจำเยอะไปหน่อยจนได้ป่วยครับ555 อาทิตย์นี้ขอฝากไว้หนึ่งตอนนะครับ อาทิตย์หน้าเจอกันใหม่ครับ ขอทำงานหลักแล้วก็รักษาตัวก่อนนะครับ????????????




    ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio ฟรีทุกตอน





    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน