ทันทีที่เสียงตีกลองดังขึ้นชาวเมืองที่ได้ยินก็พากันตกใจตระกูลระดับสูงและตระกูลขุนนางต่างพากันส่งกองกำลังออกไปประจำกำแพงเมืองตามทิศต่างๆพวกตู้เม่ารีบไปยังร้านสมุนไพรต่างๆแล้วนำสมุนไพรออกมาตามคำสั่งของจางซวนทันทีหลังจากการต่อสู้เกิดขึ้นย่อมมีคนบาดเจ็บจำนวนมากในฐานนะนักปรุงยาจางซวนย่อมต้องให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่ตนพอจะทำได้
“เจ้าจะเอาสมุนไพรไปแบบนี้ไม่ได้มันมากเกินไป”
“ใช่แล้วอย่างน้อยก็เหลือไว้หน่อยก็ยังดี”พวกพ่อค้ากรีดร้องโหยหวนเมื่อเจอพวกตู้เม่านำสมุนไพรที่พวกเขามีจากไปเกือบหมด
“ในเวลาแบบนี้พวกเจ้ายังจะมาหวงสมุนไพรอีกเหรอไม่รู้หรือไงว่าหากเจ้าเมืองแพ้จะเกิดอะไรขึ้นกับเมืองบ้างนิสัยของกลุ่มหมาป่าขนแดงพวกเจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อนงั้นเหรอพวกนั้นไม่มีทางเข้ามายึดครองเมืองแน่มีแต่จะทำลายเท่านั้น” ตู้เม่าเค้นเสียง
พวกพ่อค้าหน้าซีดทันทีเมื่อได้ยินจางซวนนำเตาปรุงยาขนาดใหญ่ออกมาก่อนจะเริ่มปรุงยาจำนวนมากในเวลาเดียวกันพวกลูกน้อยของตู้เม่าก็เป็นลูกมือของจางซวนคอยช่วยจัดสมุนไพรที่รวบรวมมา
กลุ่มหมาป่าขนแดงนั้นคือกลุ่มขุมอำนาจที่ด้อยกว่าสำนักแต่ก็ไม่ห่างกันมากนักผู้นำกลุ่มเป็นถึงขอบเขตโอสถทองคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนก็เป็นโอสถทองขั้นต้นไม่รู้ว่าหลายปีมานี้ได้ทะลวงขอบเขตโอสถทองขั้นกลางแล้วหรือยัง
เจ้าเมืองมาถึงประตูเมืองและมองไปยังกองกำลังของกลุ่มหมาป่าขนแดงจำนวนมากสีหน้ากลายเป็นเคร่งเครียดหลายปีมานี้กองกำลังของกลุ่มหมาป่าขนแดงเพิ่มขึ้นอย่างมากหลายเท่าอาจจะเป็นเพราะสงครามของสำนักต่างๆทำให้ผู้คนต้องได้รับผลกระทบหมู่บ้านถูกทำลายผู้คนในหมู่บ้านที่หนีเอาชีวิตรอดไม่มีทางเลือกก็อาจจะเข้าร่วมกับกลุ่มหมาป่าขนแดงไม่น้อย
“ท่านเจ้าเมือง”จื่อเย่เหินลงมาจากท้องฟ้าแล้วยืนข้างเจ้าเมืองเสินจี
“เซียนกระบี่จื่อเย่”เสินจีคารวะให้กับจื่อเย่เห็นได้ชัดว่าสถานะของจื่อเย่นั้นสูงมาก
“ดูเหมือนกลุ่มหมาป่าขนแดงตัดสินใจแล้วว่าจะแตกหักกับข้าแล้วสินะ”จื่อเย่กล่าว
“จากที่ข้ารู้จักนิสัยของผู้นำกลุ่มคนผู้นี้จะไม่ทำอะไรหากไม่มั่นใจเกรงว่าตอนนี้เขาคงทะลวงขั้นกลางแล้วด้วยพลังของข้าตอนนี้อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” เจ้าเมืองกล่าว
“ข้าจะร่วมมือกับท่านเองไม่ต้องกังวลแม้ข้าจะยังไม่หลอมโอสถทองสำเร็จแต่ก็อีกไม่นานเท่านั้นอีกอย่างข้ามีพลังโจมตีที่สามารถตัดสินชี้ขาดกับศัตรูได้” จื่อเย่กล่าว
“แน่นอนว่าข้าย่อมเชื่อใจท่านอีกอย่างที่เซียนกระบี่จื่อเย่ลงมือสังหารบุตรชายของผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงก็เป็นคำขอที่เมืองเหิงตั้งขึ้นเจ้าสารเลวนั่นทำชั่วมากเกินไปใช้โอกาสที่เกิดความวุ่นวายของการต่อสู้มาคอยสังหารผู้เพื่อเล่นสนุกเท่านั้นแถมผู้หญิงที่ตกอยู่ในมือของเจ้านั่นก็ล้วนแต่มีจุดจบที่น่าสงสาร”เจ้าเมืองส่ายหน้า
“เพราะงั้นข้าถึงยอมรับภารกิจที่เสี่ยงขนาดนั้นและข้าไม่เสียใจ”จื่อเย่กล่าว
“สมกับเป็นเซียนกระบี่”เจ้าเมืองรู้สึกชื่นชมหนุ่มสาวที่มีความกล้าแบบจื่อเย่
“ท่านเจ้าเมืองนายท่านให้มาบอกว่าหากมีผู้บาดเจ็บให้ส่งไปที่แนวหลังได้เลยพวกเราได้เตรียมยารักษาเอาไว้แล้ว”ลูกน้องของตู้เม่าวิ่งเข้ามาแล้วกล่าวขึ้น
“ฝากไปขอบคุณนักปรุงยาจางด้วย”เจ้าเมืองกล่าว
เมื่อลูกน้องของตู้เม่าวิ่งจากไปเจ้าเมืองก็อดที่จะรู้สึกสับสนไม่ได้แต่เดิมคนของตู้เม่าก็เป็นคนของกลุ่มหมาป่าขนแดงในเวลานี้คนพวกนี้ควรจะทรยศต่อจางซวนแล้วหนีไปพึ่งกลุ่มหมาป่าขนแดงถึงจะถูก
“ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องกังวลหรอกคนพวกนั้นไม่กล้าทรยศอย่างแน่นอนแม้จะเป็นกำลังในการต่อสู้ไม่ได้แต่หากช่วยอยู่แนวหลังพวกเขาจะทำเต็มที่แน่”จื่อเย่กล่าว
“สมกับเป็นนักปรุงยาจางสามารถเปลี่ยนจิตใจที่ชั่วร้ายของพวกตู้เม่าให้กลับมาเป็นคนดีได้”เจ้าเมืองกล่าว
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นก็แค่ถูกทำให้กลัวจนไม่กล้าทรยศเท่านั้น”จื่อเย่หัวเราะ
“กลัวนักปรุงยาจางออกจะมีเมตตาน่ากลัวตรงไหน” เจ้าเมืองงุนงง
“เรื่องนั้นไม่ต้องสนใจหรอกรู้แค่ว่ามีเขาอยู่ท่านก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกแทงข้างหลังพวกมันมาแล้ว” จื่อเย่กล่าว
“ทหารเตรียมตัวให้พร้อม”เจ้าเมืองคำราม
กองกำลังของกลุ่มหมาป่าขนแดงได้มาประชิดประตูเมืองแล้วในกลุ่มมีรถลากสัตว์อสูรผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงนั่งอยู่ด้านใน
“เสินจีเจ้าไม่เพียงแต่ไม่ยอมส่งตัวผู้หญิงคนนั้นออกมาแต่ยังกล้าสังหารตู้เม่าอีกงั้นหรือเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะล้างบางเมืองเหิงของเจ้าหรือไง” เสียงที่เย็นชาดังขึ้น
“ข้าขอพูดให้ชัดเจนข้อแรกข้ายอมรับข้าไม่มีทางส่งคนออกไปแต่ข้อสองข้าไม่ได้สังหารตู้เม่าอีกอย่างตู้เม่ายังไม่ตาย” เสินจีกล่าว
“ไร้สาระหากตู้เม่ายังไม่ตายแล้วจะหายตัวไปได้อย่างไรเสินจีข้าจะให้โอกาสอีกครั้งส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมาไม่งั้นข้าจะทำลายเมืองเหิงให้สิ้นซาก”ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงคำราม
“ขอปฏิเสธบุตรชายของเจ้าทำชั่วไว้มากเกินไปเจ้าที่เป็นบิดาไม่เพียงแต่ไม่สั่งสอนและยังไม่ห้ามอีกด้วยก็สมควรแล้วที่ต้องถูกสังหาร”เสินจีคำราม
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วสหายต้องพึ่งเจ้าแล้ว” ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงกล่าว
“เหอเหอ เรื่องเล็กน้อย” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มคนชุดดำเดินออกมา
“สำนักหลอมวิญญาณ”สีหน้าของเสินจีเปลี่ยนไป
“ตามข้อตกลงวิญญาณของคนในเมืองเหิงเป็นของพวกข้าส่วนหญิงสาวคนนั้นเป็นของพวกเจ้า” ผู้อาวุโสของสำนักหลอมวิญญาณกล่าว
“แน่นอนพวกข้าไม่สนใจชีวิตของคนในเมืองอยู่แล้ว” ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงยกยิ้ม
“ดีจัดตั้งค่ายกล” ผู้อาวุโสห้าคนของสำนักหลอมวิญญาณคือขอบเขตโอสถทองขั้นต้นทั้งหมดทั้งห้าคนสร้างค่ายกลออกมาพริบตานั้นเองเสียงกรีดร้องของวิญญาณก็ดังขึ้นกลุ่มก้อนวิญญาณร้ายพุ่งออกมาจากค่ายกลและตรงไปยังเมืองเหิงทันที
“พวกสารเลวเหล่านี้สังหารคนไปมากน้อยแค่ไหนกันแน่”เมื่อเห็นวิญญาณร้ายที่เกิดจากการนำวิญญาณของคนตายมาหลอมเป็นวิญญาณร้ายเจ้าเมืองก็รู้สึกโกรธแค้นแทนคนตายเหล่านี้
“ข้าจะออกไปก่อน”จื่อเย่ไม่คิดจะอยู่ในกำแพงเมืองนางทะยานร่างออกไปปราณกระบี่ในร่างเปล่งแสงออกมา
“ผู้ฝึกกระบี่งั้นเหรอแต่เสียดายขอบเขตต่ำเกินไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเรา” ผู้อาวุโสของสำนักหลอมวิญญาณสั่งให้วิญญาณร้ายโจมตีจื่อเย่ทันที
“อย่าเผลอสังหารนางละนางคือคนที่ข้าต้องการ”ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงกล่าว
“สหายไม่ต้องกังวลพวกข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร”ผู้อาวุโสของสำนักหลอมวิญญาณหัวเราะ
วิญญาณร้ายจำนวนมากพุ่งเข้าหาจื่อเย่จากทุกทิศทางภาพนี้ทำให้ทหารที่อยู่บนกำแพงรู้สึกหนาวสั่นเสินจีทะยานร่างตามจื่อเย่ไปทั้งสองร่วมมือกันโจมตีวิญญาณร้ายจนแตกกระจาย
“บัดซบเจ้าเสินจีกล้าร่วมมือกับผู้หญิงคนนั้นทำร้ายวิญญาณของพวกเราสหายเสินจีออกมาแล้วได้เวลาที่เจ้าจะลงมือแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักหลอมวิญญาณกล่าว
“ไม่ต้องกังวลข้าจะแยกเสินจีออกไปเอง” ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงทะยานร่างออกมาจากรถลากสัตว์อสูรแล้วพุ่งเข้าหาเสินจีทันที
“ท่านเจ้าเมือง”จื่อเย่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารจึงหันไปเตือนเสินจี
“เซียนกระบี่จื่อเย่ไม่ต้องกังวลข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้”เสินจีกล่าว
“ทหารทุกคนตามข้าออกไปสังหารศัตรู”พวกแม่ทัพคำราม
ประตูเมืองเปิดออกพร้อมกับทหารม้าจำนวนมากพุ่งออกไปทางกลุ่มหมาป่าขุนแดงก็ขี่หมาป่าเข้าต่อสู้กับทหารของเมืองเหิงเช่นกัน
การต่อสู้เริ่มขึ้นผู้แข็งแกร่งปะทะกับผู้แข็งแกร่งผู้อ่อนแอปะทะกับผู้อ่อนแอจื่อเย่ที่เป็นแค่ขอบเขตปราณแท้ขั้นสมบูรณ์แต่กลับต่อสู้กับขอบเขตโอสถทองขั้นต้น 5คนได้อย่างสูสีทุกการออกกระบี่ของนางทั้งรวดเร็วและคมกริบทำลายวิญญาณร้ายไปหลายร้อนตนในพริบตาเห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์และพลังของจื่อเย่นั้นสูงกว่าอายุของนางมาก
“บัดซบวิชากระบี่ของนางไม่ปกติ มันแข็งแกร่งเกินไป”
“ที่มาของนางเป็นอย่างไรกันแน่”
“ไม่มีทางเลือกใช้วิชานั้นกันเถอะ”ผู้อาวุโสสำนักหลอมวิญญาณระเบิดพลังออกมาพริบตาวิญญาณร้ายก็กรีดร้องและถูกนำมาหลอมรวมที่จุดเดียวกัน
“นี่มันวิชานอกรีดของนิกายอมตะ”จื่อเย่สีหน้าเปลี่ยนไปนางกำกระบี่ในมือแน่นทันใดนั้นเองปราณกระบี่ที่ทรงพลังก็ระเบิดออกมาก่อนจะฟาดฟันออกไป
“อย่าได้ฝัน”ทั้งห้าคนผสานมือฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ถูกสร้างขึ้นและเข้าปะทะกับการโจมตีของจื่อเย่ทำให้การโจมตีของจื่อเย่ไปไม่ถึงพวกวิญญาณร้ายที่กำลังหลอมรวมกัน
ทางด้านเจ้าเมืองเสินจีก็ปะทะกับผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงอย่างรุนแรงหลังจากต่อสู้ได้ไม่นานสีหน้าของเสินจีก็ขาวซีด
“อย่างที่คิดเจ้าทะลวงขั้นกลางแล้ว”เสินจีกล่าว
“แน่นอนอยู่แล้วไม่งั้นข้าจะเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะสังหารเจ้าได้”ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงกล่าว
“วันนี้ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างเด็ดขาด”เสินจำคราม
“อย่างเจ้าเนี่ยนะแค่เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” ผู้นำกลุ่มหมาป่าขนแดงเย้ยหยัน
ทางด้านการต่อสู้ของพวกทหารพริบตาที่เกิดการต่อสู้ก็มีกลุ่มทหารจำนวนมากบาดเจ็บล้มตายทหารที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งกลับไปที่หลังกำแพงเพื่อให้พวกจางซวนรักษา
“นายท่านแย่แล้วคนไม่พอมีทหารมากเกินไป”ตู้เม่าที่แบกผู้บาดเจ็บมากล่าวขึ้น
“ไปบอกให้พวกพ่อค้าสมุนไพรพวกนั้นมาช่วยซะหากพวกมันไม่ยอมก็ขู่ไปว่าข้าจะกระตุ้นผลของยาทันที”จากซวนที่ปรุงยาอย่างบ้าคลั่งกล่าวขึ้น
นี่เป็นครั้งแรกที่จางซวนได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดนี้มองไปยังผู้คนที่เต็มไปด้วยบาดแผลจางซวนก็สั่นไหวบางคนถึงกับแขนขาขาดต้องพิการตลอดชีวิตหากไม่ได้รับเม็ดยาระดับสูงการฟื้นฟูแขนขาก็เป็นไปไม่ได้แต่ราคาของเม็ดยาระดับสูงนั้นแพงอย่างมากแม้แต่จางซวนก็ไม่มีปัญญาจะซื้อในตอนนี้
“ทางด้านการต่อสู้เป็นอย่างไรบ้าง”จางซวนหันไปมองอี้
“ไม่ดีทางเราขาดคนมากเกินไปทางนั้นมีโอสถทองขั้นต้น 5 คนและขั้นกลางหนึ่งคนแต่ทางเรากลับมีโอสถทองแค่คนเดียวเท่านั้นส่วนผู้หญิงคนนั้นแม้จะมีพลังเทียบเท่ากับโอสถทองแต่ก็ไม่อาจทนได้นานนัก”อี้กล่าว
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีกำลังรบไม่เพียงพอแล้วจะหาคนจากไหน” จางซวนกล่าว
“อาซวนเจ้าในตอนนี้มีสองทางเลือก หนึ่งหนีไปรักษาชีวิตเอาไว้สองใช้โอกาสนี้ต่อสู้เสี่ยงตายเพื่อทลายคอขวดให้ได้หลังจากเจ้าทะลวงขั้นปราณแท้เจ้าก็จะมีพลังที่สามารถช่วยเหลือพวกหญิงสาวคนนั้นได้”อี้กล่าว
“ชีวิตน้อยๆของข้าจะต้องเอาไปเสี่ยงอีกแล้วงั้นเหรอ”จางซวนกัดฟันแต่เขามองไปยังพวกชาวเมืองและทหารที่นอนบาดเจ็บอยู่จางซวนก็ไม่อาจทิ้งพวกเขาไปได้จริงๆ