อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__32_ไสหัวออกไปจากห้องผู้ป่วยซะ!

    เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของหลี่หานโฮ่ว เหยาฉีหวงเกิดความรู้สึกประทับใจ เขาตัดสินใจว่าจะลองไปที่โรงพยาบาลดู

    สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น เพราะเขาอยากทำความรู้จักกับเซียวเฉิน ทั้งยังอยากจะรู้ว่าชายหนุ่มลึกลับคนนี้จะมีวิธีพิเศษอะไรในการรักษาโรคมะเร็งปอดด้วย

    “สหายเซียว แม่ของ หลี่หานโฮ่ว อยู่ที่โรงพยาบาลไหนเหรอ?”

    “โรงพยาบาลประชาชนหลงไห่สาขา 2”

    เมื่อได้ยินว่าเป็นสาขา 2 เหยาฉีหวงพลันขมวดคิ้ว เขาพูดพร้อมยิ้มขึ้น “ ฉันมีนักเรียนไปฝึกงานอยู่ที่นั่น บางทีอาจจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง”

    เซียวเฉินรู้ความคิดของเหยาฉีหวงเป็นอย่างดี เขาลอบหัวเราะในใจ ชายชราคนนี้คงจะถูก“ตำรายาหยินหยาง” ดึงดูดเข้าแล้ว ถ้าหากให้เขารู้ว่านักดูดวงเฒ่าเอาตำรานี้ไปเช็ดก้น เขาคงจะช็อกน่าดู!

    “ตกลง เช่นนั้นขอรบกวนท่านผู้เฒ่าด้วย”

    “ไม่มีปัญหา เอาไว้จัดเตรียมยาเสร็จแล้ว พวกเราค่อยออกเดินทางก็แล้วกัน” เหยาฉีหวงโบกสะบัดมือ เขาชี้นิ้วไปที่พนักงานเพื่อให้รินชาหอมมาให้พวกเขา “ มาสหายเฉินพวกเรามาดื่มชากันก่อนเถอะ”

    หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง การจัดเตรียมยาก็เสร็จเรียบร้อย ทั้ง 3 คนหิ้วถุงยา จากนั้นก็ออกไปจากร้านขายยาแห่งนี้

    “สหายเฉิน คุณจะทำยังไงกับยาชุดนี้?” เหยาฉีหวง คอยหาโอกาสที่จะพูดคุยกับ เซียวเฉิน ระหว่างทางที่ไปโรงพยาบาลเขาก็คอยถามนู่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา

    “ฮ่าๆ นับตั้งแต่โบร่ำโบราณ ยาดีไม่สู้อาหารบำรุง เรียกได้ว่าอาหารบำรุงก็เป็นเหมือนกับยารักษาโรคในตอนนี้ แต่วิธีการจะอ่อนโยนและทำให้มีสุขภาพที่ดีกว่า...” เซียวเฉิน หยิบยกความคิดเห็นของเขาออกมา

    ด้านเหยาฉีหวงพยักหน้าไม่หยุด “ถูกต้อง บำรุงรักษาสุขภาพในเวลาปกติเป็นเรื่องที่ดี อาการเจ็บป่วยนั้นเปรียบเหมือนกับดินถล่ม หากรอให้เป็นจริงมันก็ไม่ทันแล้ว...ดังนั้นการที่หลานชายในตระกูลของฉันคิดอยากจะเปิดร้านขายยา ฉันก็รู้สึกเห็นด้วยกับไอเดียของเขา...”

    ในระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนา พวกเขาก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลประชาชนสาขา 2 แล้ว หลังจากที่จอดรถเสร็จสรรพ ก็เดินตรงเข้าไปที่แผนกผู้ป่วยในทันที

    เมื่อผ่านไปสักครู่ ก็เข้ามาอยู่ในห้องผู้ป่วยที่มีผู้ป่วยอยู่ 3 คน เซียวเฉิน จึงเดินมองหาแม่ของ หลี่หานโฮ่ว

    สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงคือ เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น เขาแทบจะนึกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะให้กำเนิดลูกชายที่กำยำแบบนี้ออกมาได้อย่างไร!

    ตอนนี้คุณนายหลี่กำลังหลับอยู่บนเตียง ใบหน้ามีสีเหลืองซีด แม้แต่ในขณะที่หลับก็ยังแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังรู้สึกทรมานจากอาการเจ็บป่วยนี้

    แต่เมื่อได้ยินเสียงของการเคลื่อนไหว คุณนายหลี่ค่อยๆ สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเห็นใบหน้าของหลี่หานโฮ่ว เธอก็ยิ้มด้วยความดีใจออกมา “ต้าหาน ลูกกลับมาแล้ว...”

    “แม่...ผมกลับมาแล้ว” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้าตอบรับ จากนั้นหยิบยาออกมา “แม่ พี่เฉินซื้อของอร่อยมาให้แม่กิน แม่กินสักหน่อยเถอะ”

    พี่เฉินเหรอ?

    เมื่อคุณนายหลี่ได้ยินชื่อดังกล่าว เธอจึงหันไปมอง เซียวเฉิน และ เหยาฉีหวง ที่อยู่เบื้องหลังของ หลี่หานโฮ่ว เธอพยายามลุกขึ้นมานั่ง “ต้าหานพวกเขาทั้ง 2 คนนี้คือ...”

    “คุณป้าครับ ผมชื่อว่า เซียวเฉิน เป็นเพื่อนร่วมงานของต้าหาน” เซียวเฉิน กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม

    “เพื่อนร่วมงานเหรอ?”

    “ใช่ครับ ต้าหานสมัครงานผ่านแล้ว”

    “โอ้ งั้นเหรอจ๊ะ สวัสดี ๆ” คุณนายหลี่ ได้ยินว่าลูกชายสมัครงานผ่านแล้วก็รู้สึกเบิกบานใจ

    “คุณป้าครับ ส่วนคนๆ นี้คืออาจารย์เหยา เขาเป็นแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศจีน เขาอยากจะลองมาวินิจฉัยโรคให้คุณป้าดูสักหน่อยครับ” เซียวเฉินหันไปเอ่ยแนะนำเหยาฉีหวง ให้คุณนายหลี่รู้จัก

    เมื่อได้ยินชื่อนี้คุณนายหลี่ถึงกับตะลึง อาจารย์เหยา? หรือว่าเขาเป็น...เหยาฉีหวง ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง? ได้ยินมาว่ามีโอกาสเพียงแค่หนึ่งในล้านเท่านั้นที่จะได้เจอกับเหยาฉีหวง ทำไมลูกชายของฉันถึงเชิญเขามาได้กันนะ? เป็นไปไม่ได้ ชายชราที่อยู่ด้านหน้าต้องไม่ใช่ เหยาฉีหวง แน่ๆ อาจจะเป็นแค่คนที่มีชื่อแซ่เดียวกัน!

    “สวัสดีครับ ให้ผมลองจับชีพจรของคุณดูหน่อยนะครับ” เหยาฉีหวง พุ่งตรงไปที่คุณนายหลี่ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร จากนั้นก็ลงไปนั่งที่ด้านข้าง

    แม้ว่าคุณนายหลี่จะตกใจมาก แต่เธอกลับไม่ได้แสดงมันออกมาทางสีหน้า เธอค่อยๆยื่นมือไปหา เหยาฉีหวง “รบกวนอาจารย์เหยาแล้ว”

    จากนั้นเหยาฉีหวง วางนิ้วชี้ลงไปที่ข้อมือของคุณนายหลี่ ผ่านไปประมาณ 3-4 นาที เขาก็หันไปส่ายหน้าให้กับ เซียวเฉิน ส่งสัญญาณบอกว่าหมดหวัง ไม่มียาอะไรที่จะช่วยเธอได้แล้ว

    “อาจารย์เหยา มีอะไรงั้นเหรอ คุณพูดมาเถอะ” คุณนายหลี่สังเกตเห็นการกระทำของ เหยาฉีหวง เธอจึงเปิดปากพูด “ร่างกายของฉัน ฉันย่อมรู้ดี ความจริงฉันก็เตรียมใจมาได้สักพักหนึ่งแล้ว”

    เหยาฉีหวง หันไปมองคุณนายหลี่ แล้วถอนหายใจ “อาการของมันร้ายแรงมาก ผมก็ไม่รู้จักวิธีรักษาเหมือนกัน อย่างมากก็ทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดมากเช่นนี้...”

    เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของ เหยาฉีหวง ก็เหมือนกับเป็นการตัดสินโทษประหารชีวิตแล้ว เขาที่เป็นถึง 1 ใน 3 แพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศจีนยังเอ่ยปากบอกว่าไม่สามารถรักษาโรคได้ เช่นนั้นก็คงไม่มีวิธีการไหนจะรักษาได้แล้ว!

    แน่นอนว่าไม่มีข้อยกเว้น เพราะเขาเป็นถึงยอดฝีมือในหมู่คนทั่วไป!

    แม้ว่าคุณนายหลี่จะเตรียมใจเอาไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แววตาของเธอกลายเป็นหม่นหมองลง เธอไม่หวาดกลัวความตาย แต่เธอไม่อยากที่ต้องจากลูกชายไป เธอกลัวว่าเขาจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้หรือกลัวว่าเขาอาจจะถูกพวกคนชั่วชักนำให้เดินไปในทางที่ผิด

    รอยยิ้มบนใบหน้าของ หลี่หานโฮ่ว หายไป แม้แต่ชายชราผู้นี้ยังไม่สามารถรักษาแม่ของเขาได้เลย?

    บางที เหยาฉีหวง อาจทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้คุณนายหลี่รู้สึกหมดหวัง เขาจึงเอ่ยปลอบโยนขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอกครับ จิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด บางทีอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้”

    คุณนายหลี่พยายามฝืนยิ้ม พยักหน้าตอบรับ “ขอบคุณอาจารย์เหยามากค่ะ”

    “คุณป้าครับ ผมจะลองช่วยคุณป้าดูนะครับ”ทันใดนั้น เซียวเฉิน ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น

    “นาย?”

    คุณนายหลี่ มองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของ เซียวเฉิน ด้วยท่าทางแปลกใจว่า เขามีความรู้เรื่องแพทย์ด้วยเหรอ?

    “ฮ่าๆ ผมเคยเรียนแพทย์แผนจีนมาจากคุณปู่ของผมมาก่อน และเคยอ่านตำราแพทย์มาหลายเล่ม ผมเลยอยากจะลองวินิจฉัยให้คุณป้าดูสักหน่อยครับ...ในเมื่ออาจารย์เหยาอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าหากว่าผมพูดอะไรผิดไป คุณก็ช่วยชี้แนะผมด้วยนะ” เซียวเฉิน พูดขึ้นอย่างสุภาพ

    “ใช่ๆ แม่ ให้พี่เฉินลองดูหน่อยเถอะ เมื่อครู่นี้อาจารย์เหยายังเพิ่งจะศึกษาจากพี่เฉินเลย!”หลี่หานโฮ่ว ที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของเซียวเฉินแล้ว ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เขาเอ่ยตะโกนเสียงดัง

    “...” เซียวเฉิน ยิ้มกว้าง เด็กคนนี้คงจะคิดว่าฉันเก่งกาจมากเลยสินะ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องพูดออกมาเลย? นายกำลังทำให้อาจารย์เหยารู้สึกอึดอัดอยู่นะ?

    เขาแอบชำเลืองมองไปที่ เหยาฉีหวง แน่นอนว่าตอนนี้คนผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆกำลังยิ้มกระตุกอยู่

    “ต้าหาน อย่าเสียมารยาท!” คุณนายหลี่ได้ยินประโยคนี้ ก็หันไปมองอาจารย์เหยา แล้วยิ้มขอโทษ

    “อาจารย์เหยาคะ คุณอย่าไปใส่ใจเลย เด็กคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ...”

    “ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กหนุ่มที่ซื่อตรงแบบนี้หาได้ยากยิ่งนะครับ” เหยาฉีหวงหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้า

    เซียวเฉินนั่งลง “คุณป้าครับ ส่งมือมาให้ผมหน่อยครับ”

    “ตกลง”

    คุณนายหลี่ไม่ได้ปฏิเสธ เธอส่งมือให้ เซียวเฉิน แม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้จะมีความสามารถเท่าไหร่ก็ตาม!

    ด้านเซียวเฉิน ยื่นนิ้วชี้ออกไป และแตะไปที่จุดชีพจรของคุณนายหลี่ เขาค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ ค่อยๆ สัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างระมัดระวัง

    เหยาฉีหวง มองดูวิธีการจับจุดชีพจรของเซียวเฉินแล้วก็หรี่ตาลง ใช้นิ้วเดียวจับชีพจรอย่างงั้นเหรอ?

    เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ท่าทางของเซียวเฉินก็ไม่ได้ดูสบายๆเหมือนตอนแรก บางครั้งขมวดคิ้ว บางครั้งก็มีสีหน้าเศร้าหมอง...

    หลี่หานโฮ่วเริ่มรู้สึกทนไม่ไหว เขาอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...แต่อีกใจเขาก็กลัวว่าจะไปเป็นการรบกวนเซียวเฉิน ทำได้เพียงแค่อดกลั้นเอาไว้ เขาอดทนจนใบหน้ากลายเป็นม่วงคล้ำ

    “เฮ้ นายกลับมาแล้วเหรอ ฉันคิดว่านายจะทิ้งแม่นายไปแล้วซะอีก!”ทันใดนั้นก็มีชายใส่ชุดกาวน์คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ หลี่หานโฮ่ว

    “นายเงียบหน่อย อย่าตะโกนใส่พี่เฉินที่กำลังดูอาการแม่ของฉันสิ!”หลี่หานโฮ่ว ขมวดคิ้ว เขาจ้องมองไปที่ชายใส่ชุดกาวน์แล้วพูดขึ้น

    “ดูอาการ?” หมอหนุ่มนิ่งอึ้ง สายตาของเขามองไปยัง เซียวเฉิน ที่กำลังจับชีพจรให้คุณนายหลี่ จากนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะเหยียดหยามออกมา “หลี่หานโฮ่ว ตกลงนายซื่อหรือโง่กันแน่? แม่ของนายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ไม่มีทางรักษาอะไรทั้งนั้น นายพาแพทย์แผนจีนที่ไหนมาเนี่ย? ฮ่าๆ ๆ ๆ แค่แพทย์แผนจีนก็พอทน นี่ยังเป็นถึงเด็กหนุ่มอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นแค่พวกต้มตุ๋น 18 มงกุฎ!”

    “นายหุบปากเดี๋ยวนี้!” หลี่หานโฮ่วรู้สึกโกรธเต็มทน เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว จากนั้นคว้าคอเสื้อของหมอหนุ่มคนนั้น เขาใช้ความพยายามเพียงแค่เล็กน้อยก็ยกอีกฝ่ายจนตัวลอย

    “อ๊ากก...”เท้าของหมอหนุ่มคนนั้นลอยขึ้นจากพื้น ด้วยความหวาดกลัว เด็กคนนี้กล้าลงมือกับเขาเหรอ?

    “ต้าหานปล่อยเขาลง อย่าทำร้ายคนอื่น!”คุณนายหลี่มองเห็นลูกชายของตัวเองลงมือ สีหน้าก็เปลี่ยนไป เธอรีบเปิดปากพูด

    ดังนั้นหลี่หานโฮ่วจึงมองใบหน้าที่ซีดขาวของหมอหนุ่ม และหันกลับไปมองผู้เป็นแม่ก่อนจะจำใจปล่อยมือออก

    “นายกล้าลงมือทำร้ายฉันเหรอ? นายมันป่าเถื่อน วันนี้ฉันจะต้องไล่พวกนายสองแม่ลูกออกไปให้ได้!” เมื่อขาทั้งสองข้างของหมอหนุ่มเหยียบลงบนพื้น เขาก็ก้าวถอยหลังไป และชี้นิ้วตะโกนใส่หลี่หานโฮ่ว

    “นายไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!”

    “ไสหัวไปงั้นเหรอ? พวกแกต่างหากที่ต้องไสหัวไป! หึ เป็นหนี้โรงพยาบาลมากมายขนาดนั้นแล้ว คงต้องตายอยู่ที่นี่ไปไหนไม่ได้แล้วละมั้ง...ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่มาไล่พวกแกออกไปเดี๋ยวนี้แล้วก็จะให้ตำรวจมาลากคอพวกแกออกไปด้วย เมื่อไหร่ที่แกมีเงินคืน เมื่อนั้นพวกแกถึงจะเป็นอิสระ!”หมอหนุ่มตะโกนก่นด่าเสียงดัง ทำให้ดึงดูดความสนใจจากคนมากมายที่อยู่นั่น

    “คุณหมอเฉิน คุณอย่าเพิ่งโกรธ...คุณหมอฮัวบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า เดี๋ยวต้าหานก็จะหาเงินมาได้แล้วแค่มีเงินมาก็ได้แล้วใช่ไหม?” คุณนายหลี่ฝืนยิ้มขึ้น

    “หาเงินงั้นเหรอ? เขาจะหาเงินได้เท่าไหร่กันเชียว? เดือนละ 3,000-5,000 งั้นเหรอ? แล้วเมื่อไหร่เขาจะจ่ายหนี้ครบ? ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฮัวอีเซวียนคอยรับประกันละก็ ทางโรงพยาบาลคงจะไล่พวกแกสองแม่ลูกไปแล้ว!”

    เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหนุ่ม เหยาฉีหวง ก็ยกคิ้วขึ้น เขาเหลือบมองไปที่เซียวเฉิน ซึ่งยังคงหลับตาอยู่ เขาจึงสะกดข่มความคิดที่จะช่วยเหลือแม่ลูกตระกูลหลี่ลงไป เขาอยากรู้ว่าชายหนุ่มลึกลับผู้นี้จะจัดการกับปัญหาที่อยู่เบื้องหน้านี้ยังไง!

    “คุณหมอเฉิน คุณหมอฮัวอยู่ไหม? ฉันอยากจะคุยกับเธอสักหน่อย” คุณนายหลี่ครุ่นคิดสักพัก จึงเอ่ยออกมาเสียงเบา

    “อย่าหวังว่าฮัวอีเซวียนจะช่วยพวกแกได้! เธอออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่บ่ายแล้ว ครั้งนี้ไม่มีใครจะมาคอยช่วยพวกแกแล้ว...หัวหน้าแผนกเฉินได้พูดเอาไว้แล้ว ถ้าพวกแกทั้งสองคนหาเงินมาไม่ได้ภายใน 2 ชั่วโมงก็ให้ไล่พวกแกออกไป ไม่อย่างนั้นฉันจะไปเรียกตำรวจมาจับพวกแก!”

    สีหน้าคุณนายหลี่ไม่สู้ดีนัก คุณหมอฮัวออกไปข้างนอกเหรอ?

    “นายพูดพอหรือยัง? ถ้าพูดพอแล้วก็ไสหัวออกไปจากห้องผู้ป่วยซะ!”ทันใดนั้นมีสุ้มเสียงที่เย็นชาดังขึ้น เซียวเฉิน ที่จับชีพจรของคุณนายหลี่มาโดยตลอด ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา

    บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยเงียบทันที ทุกคนหันมาให้ความสนใจเซียวเฉินหมอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้นก็ด้วย

    “คุณป้าครับ คุณไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวผมจัดการให้!”เซียวเฉิน คลายมือออกจากข้อมือของคุณนายหลี่ เขาหันไปยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน จากนั้นลุกขึ้นยืนแล้วหันกายไปหาหมอหนุ่ม “ที่นี่คือที่พักผ่อนของคนไข้ ไม่ใช่ที่ๆ แกจะมาทำตัวหยิ่งยโส ไสหัวออกไปซะ!”

    เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเฉินผู้ป่วยทั้ง 2 คนที่อยู่บนเตียงและครอบครัวของพวกเขาแอบปรบมือขึ้น พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ลูกตระกูลหลี่ จึงทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้น ยิ่งกว่านั้นหมอคนนี้ก็ทำเกินไป เขาช่างเป็นคนใจร้ายเหลือเกิน!

    “เด็กน้อย แกเห่าอะไรออกมา!? ” ในที่สุดหมอหนุ่มคนนั้นก็เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ เขาตอบอย่างโกรธแค้น “ฉันเป็นหมอของที่นี่ มาบอกให้ฉันไสหัวไป นายมีสิทธิอะไรไม่ทราบ!?”

    “หมองั้นเหรอ? แค่คิดว่าใส่เสื้อกาวน์นี้ ก็เป็นหมอที่ช่วยชีวิตคนที่เจ็บป่วยได้แล้วรึไง?” เซียวเฉินยิ้มอย่างเย็นชา เขาหยิบบัตรเครดิตออกมา ส่งมันไปให้กับหลี่หานโฮ่ว “ไป เอาไปใช้หนี้ค่ารักษาพยาบาลซะ แล้วใช้ฉันคืนด้วยการจับเจ้าหมอบ้านี่โยนออกไปข้างนอก!”

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน