พวกไลท์หันไปมองก็พบว่าเป็นกลุ่มคนขนาดใหญ่และมีชายวัยกลางคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ออร่าของทั้งสองคนอยู่ในระดับA ส่วนคนที่อยู่ด้านหลังของทั้งสองทั้งหมดก็อยู่ในระดับB
“ พวกคุณเป็นใครกันแน่ถึงคิดที่จะบุกเข้าไปในดันเจี้ยนแบบนี้ พวกคุณไม่รู้หรอว่าดันเจี้ยนนี้มันอันตรายมากแค่ไหน แม้แต่กลุ่มนักผจญภัยที่มีชื่อเสียงหลายกลุ่มก็ได้ตายภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ ” ฟรานเชสพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“ คุณคงจะเป็นบุคคลระดับสูงของเมืองโฟลเทเนียใช่ไหม? พวกเราได้รับคำขอขอความช่วยเหลือของพวกคุณมา แต่พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพราะพวกเราไม่ได้อ่อนแอแบบที่คุณคิดหรืออ่อนแอกว่ากลุ่มนักผจญภัยกลุ่มที่เข้าไปในดันเจี้ยนก่อนหน้านี้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สบายๆไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร
ฟรานเชสขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะเป็นเทรนทาชที่พูดขึ้นว่า “ งั้นผมขอดูบัตรประจำตัวของพวกคุณหน่อยเพราะว่าจะได้เป็นการยืนยันตัวตนว่าพวกคุณแข็งแกร่งพอที่จะเข้าไปด้านในดันเจี้ยน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะไม่อนุญาตให้พวกคุณเข้าไปด้านในโดยเด็ดขาด ”
ไลท์และคนอื่นๆพากันมองไปที่ฟรานเชสและเทรนทาสด้วยความชื่นชม เพราะพวกเขารู้ดีว่าสองคนนี้ไม่ต้องการให้พวกเขาเข้าไปตายที่ด้านในดันเจี้ยน
“ ไม่เป็นไรหรอกงั้นเอาแบบนี้ไหม เฮลเฟลช เดซี่ ไลก้า คอลรุย เข้าไปเก็บกวาดด้านในให้เรียบร้อย ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่ทั้งสี่คนที่ถูกเรียกชื่อจะหายตัวไปทันที
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้หายตัวไปแต่ความเร็วของทั้งสี่คนนั้นเร็วเกินที่ทุกคนๆในที่นี้จะมองทัน
“ บ้าน่า สี่คนนั้นหายไปไหนแล้ว!! ” ฟรานเชสตะโกนออกมาด้วยความตกใจ แน่นอนว่าคนอื่นๆเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
“ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกทั้งสี่คนนั้นเข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว ” ไลท์ยิ้มออกมาจากนั้นเขาก็หยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ
เมื่อทุกๆคนเห็นว่าไลท์กำลังจะหยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ พวกเขาทั้งหมดก็รีบหยิบอาวุธออกมาทันที เพราะกลัวว่าไลท์จะหยิบอาวุธออกมาโจมตีพวกเขา
แต่สิ่งที่ไลท์หยิบออกมาก็คือโต๊ะและเก้าอี้หลายตัว
ไลท์มองไปที่พวกฟรานเชสที่ตื่นตัวก็หัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “ นั่งลงก่อนสิอีกไม่นานปัญหาเรื่องดันเจี้ยนก็จะจบแล้ว ”
ไลท์นั่งลงไปที่เก้าอี้ พวกเบเรียลและคนอื่นๆเองก็นั่งลงไปที่เก้าอี้ด้วยเหมือนกัน
ทางด้านฟรานเชสและทรานทาสมองไปที่พวกไลท์ด้วยความสับสนและไม่เข้าใจว่าพวกเขายังทำตัวสบายๆแบบนี้ได้อย่างไรเพราะพวกเขาได้ส่งเพื่อนของพวกเขาเข้าไปในดันเจี้ยนแล้ว
“ ไม่ต้องกลัวหรอก นั่งลงเถอะ ” ไลท์หัวเราะจากนั้นเขาก็หยิบของกินบางอย่างออกมาและหนึ่งในนั้นก็คือเบียร์จากเมืองเบียร์ทาวน์
ไลท์ดื่มเบียร์ก่อนที่จะเห็นว่าพวกฟรานเชสยังคงยืนอยู่
“ เบเรียลเธอลองแสดงออร่าของเธอให้กับทุกๆคนดูหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
เบเรียลพยักหน้าก่อนที่จะปล่อยออร่าของเธอออกมา
ทันใดนั้นออร่าที่ทรงพลังในระดับSก็ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของเธอ ทำให้ทุกๆคนที่อยู่รอบๆพากันตกใจและถอยหนีด้วยความกลัว
ออร่าของเบเรียลนั้นเย็นยะเยือกราวกับตกอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ พริบตาเดียวบรรยากาศรอบๆก็เริ่มมีหิมะตกลงมา
“ หิมะตกลงมาด้วยนะเนี้ย ” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่จะโบกมือเบาๆทำให้หิมะทั้งหมดหายไป
ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาทีเบเรียลก็หยุดปล่อยออร่าของเธอ
ฟรานเชสและคนอื่นๆพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะบุคคลที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาก็คือตัวตนระดับS ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะดูสบายๆและบอกว่าจะทำลายดันเจี้ยนแห่งนี้
“ พวกท่านคือใครกันแน่ครับ? ” ฟรานเชสพูดขึ้นด้วยความเคารพเพราะการที่ตัวตนระดับSเป็นเพียงแค่สมาชิกทีมแสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักผจญภัยนี้จะต้องแข็งแกร่งเอามากๆและอย่างน้อยต้องมีตัวตนระดับSมากกว่าหนึ่งคนอย่างแน่นอน
“ เดธปาร์ตี้ ” ไลท์ตอบเพียงสั้นๆ
เดธปาร์ตี้?
ทันใดนั้นทุกๆคนในที่นี้พากันตกใจและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เดธปาร์ตี้คือกลุ่มนักผจญภัยที่โด่งดังในช่วงสองปีที่ผ่านมา พวกเขาสามารถเอาชนะองค์กรมืดได้มากมาย และในช่วงหนึ่งเดือนก่อนพวกเขาก็ได้แสดงความแข็งแกร่งให้โลกได้เป็นที่ประจักในสงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจ
หัวหน้ากลุ่มที่แข็งแกร่งสามารถเอาชนะราชาปีศาจได้ถึงสองตัว ส่วนสมาชิกคนอื่นๆก็สามารถเอาชนะปีศาจระดับSได้เป็นจำนวนมาก และในกลุ่มยังมีมังกรสาวที่แข็งแกร่งสามารถเอาชนะแม่ทัพปีศาจได้หลายตัวจนมีชื่อเสียง
จริงสิเมื่อกี้ก็มีมังกรสาวหนึ่งตัวเข้าไปในดันเจี้ยนแล้วเหมือนกัน แสดงว่ามีตัวตนระดับSSเข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อที่จะจัดการดันเจี้ยนนี้แล้ว
“ ท่านคือท่านไลท์ใช่ไหมครับ? ” เทรนทาสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความเคารพเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นนักผจญภัยเหมือนกัน
“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้ารับจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ มานั่งด้วยกันสิเดี๋ยวอีกไม่นานดันเจี้ยนนี้ก็จะถูกทำลายไปแล้ว จริงสินายบอกให้ทหารไปบอกชาวเมืองว่าไม่ต้องอพยพไปไหนแล้วเพราะปัญหาได้ถูกจัดการแล้ว ”
ฟรานเชสพยักหน้ารับก่อนที่จะบอกให้ทหารหลายคนนำข่าวไปบอกกับชาวเมือง
ส่วนทางด้านฟรานเชสและเทรนทาสก็มองไปที่ไลท์แต่ก็ไม่กล้าที่จะนั่งโต๊ะเดียวกับไลท์เพราะพวกเขาไม่มีความกล้าพอ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงดันเจี้ยนก็กลายเป็นสีเขียว แสดงให้เห็นแล้วว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว
ทันทีทีี่ทหารเห็นว่าดันเจี้ยนถูกจัดการเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ส่งเสียงเฮออกมาอย่างตื่นเต้น
แม้แต่ฟรานเชสและทรานทาสก็ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะสู้กับมอนเตอร์ในดันเจี้ยนอย่างเต็มที่แม้ว่าจะต้องสละชีวิตก็ตาม พวกทหารเหล่านั้นด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องการที่จะปกป้องคนสำคัญของพวกเขาที่อยู่ในเมืองโฟลเทเนีย
“ เอาละปัญหาถูกจัดการแล้ว ” ไลท์ยิ้มออกมา
ไม่นานพวกไลก้าก็เดินออกมาจากดันเจี้ยนก่อนที่จะเดินมาหาไลท์
“ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะเก็บโต๊ะและเก้าอี้ไว้ในแหวนมิติก่อนที่จะมองไปที่พวกฟรานเชสและบอกว่า “ งั้นพวกเรากลับล่ะ ”
ไลท์พูดจบเขาก็นำคนอื่นๆไปทันที
“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่าน!! ” เสียงตะโกนของฟรานเชสดังขึ้น
ทหารคนอื่นๆที่เห็นว่าพวกไลท์กำลังจะกลับไปแล้วก็รีบวิ่งมากล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
ไม่นานดาร์กโซลก็ออกจากท่าจอดเรือยนต์ของเมืองโฟลเทเนีย
จากนั้นพวกไลท์ก็มุ่งหน้าสู่ทวีปมนุษย์สัตว์ต่อ
การเดินทางของพวกไลท์ได้ผ่านเมืองต่างๆและสถานที่ที่สวยงามหลายแห่ง ก่อนที่จะเดินทางมาถึงชายแดนของเผ่าพันธุ์มนุษย์และมนุษย์สัตว์
พวกไลท์ขับดาร์กโซลเข้าไปที่ทวีปสัตว์ แน่นอนว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไม่ได้ไปที่เมืองหลวงของทวีปมนุษย์สัตว์เลย พวกเขาแค่ต้องการเที่ยวเมืองมนุษย์สัตว์ที่ใกล้กับทวีปมนุษย์มากที่สุด
พวกไลท์อยากที่จะลองซึมซัพบรรยากาศและวิถีชีวิตของมนุษย์สัตว์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แตกต่างจากมนุษย์และเอลฟ์มากแค่ไหน
“ หัวหน้าอีกสามวันพวกเราก็จะถึงเมืองฟาลาเซียของเผ่ามนุษย์สัตว์แล้วค่ะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
ไลท์มองดูเวลาบนท้องฟ้าก่อนที่จะพบว่าตอนนี้น่าจะประมาณสามถึงสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงสั่งให้เวโรนิก้าจอดดาร์กโซลแล้วก็คืนนี้นอนที่นี้เลยแล้วกัน
พื้นที่ของเผ่ามนุษย์สัตว์นั้นแตกต่างกับเผ่าเอลฟ์มากเพราะทวีปของมนุษย์สัตว์นั้นจะเต็มไปด้วยทะเลทราย แต่ของทวีปเอลฟ์จะเต็มไปด้วยป่าและต้นไม้
หลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จแล้วพวกไลท์ก็แยกย้ายกันทำตามกิจวัตรประจำวัน
ไลท์และเบเรียลมานั่งดูดาวด้วยกันบนดาดฟ้า นอกจากนี้ช่วงนี้ท้องฟ้าก็เปิดโล่งไม่มีเมฆทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง
ทุกๆคนพากันไปพักผ่อนกัน ไลก้าและเวโรนิก้าก็ได้ฝึกซ้อมกันอยู่ เดซี่และเบเรียลเองก็ฝึกฝนวิชาดาบกัน ทางด้านไลท์เขาก็นั่งดื่มเบียร์ชิลๆ เฮลเฟลชกำลังนั่งอ่านหนังสือและสุดท้ายคือเมลิซ่าที่กำลังรดน้ำดอกไม้ที่สวนดอกไม้ด้านหลังของดาร์กโซล
ทันใดนั้นคอลรุยที่รับหน้าที่เฝ้ายามอยู่ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ ทุกคนทางด้านสิบนาฬิกามีเรือยนต์สองลำกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ ”
ทุกครั้งที่บอกทิศไลท์จะบังคับให้เอาทางด้านหน้าของดาร์กโซลเป็นหลักเพื่อที่ง่ายต่อการเข้าใจ
ไลท์ที่กำลังดื่มเบียร์อยู่ก็มองไปทางสิบนาฬิกาก่อนที่จะพบว่ามีเรือยนต์สองลำกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้จริงๆ เพราะเขาเห็นไฟจากหน้าเรือยนต์สองลำ
ทุกๆคนที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันอยู่ก็พากันหยุดชะงักก่อนที่จะมองไปยังทิศทางที่เรือยนต์กำลังมุ่งหน้ามา
พวกไลท์ไม่รู้ว่าเรือยนต์สองลำนี้มาดีหรือมาร้าย แต่ไม่นานพวกไลท์ก็รู้ได้ทันทีว่ามาดีหรือร้ายเพราะจู่ๆก็มีลูกกระสุนปืนใหญ่พุ่งใส่ดาร์กโซล
ไลก้ากระโดดขึ้นมาและปล่อยมังกรสายฟ้าทำลายกระสุนปืนใหญ่ทันที
“ ดูเหมือนว่าจะมาปล้นพวกเราสินะ ” ไลท์พึมพำออกมา
ไม่นานเรือยนต์สองลำก็มาจอดอยู่ในจุดที่ห่างจากดาร์กโซลประมาณหนึ่งร้อยเมตร จากนั้นก็มีทั้งมนุษย์และมนุษย์สัตว์มากกว่าสามร้อยคนลงมาจากเรือยนต์ทั้งสองลำ
“ โอ้ ดูเหมือนว่าจะอย่างเป็นเหยื่อตัวใหญ่อย่างที่เจ้าคูลูย่าบอกจริงๆ ” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กว่าสองเมตรกว่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ชื่อของชายวัยกลางคนผู้นี้คือ กอร์ดอน ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับA และเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรที่ดักปล้นแถบนี้มานานกว่าสิบปีและมีลูกน้องไม่ต่ำกว่าสามร้อยคน
ลูกน้องของกอร์ดอนต่างก็อยู่ในระดับCหรือB และมีระดับAอยู่อีกห้าคน ทำให้ความแข็งแกร่งของกลุ่มโจรกอร์ดอนนับว่าเพียงพอที่จะอาละวาดที่แถบนี้ได้
ด้านหลังของกอร์ดอนก็มีมนุษย์และมนุษย์สัตวที่ถืออาวุธหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นดาบ หอก ปืน จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ยืนล้อมพวกไลท์อย่างรวดเร็ว
กอร์ดอนมองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาเปร่งประกาย เพราะในกลุ่มของพวกไลท์มีผู้หญิงที่งดงามทั้งหมด แต่เมื่อดวงตาของเขาไปหยุดที่เฮลเฟลช ทันใดนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดขึ้นมา
เขารู้ดีว่ามังกรเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งแม้ว่าจะอยู่ในระดับAก็ตาม เพราะตัวตนระดับAของมังกรแข็งแกร่งพอๆกับระดับSของเผ่ามนุษย์
‘ ดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาใหญ่แล้ว ’ กอร์ดอนครุ่นคิดจากนั้นเขาก็คิดว่าต่อให้เป็นมังกรแล้วอย่างไร ถ้าหากโดนลุมก็ต้องตายเหมือนกันแหละ
“ จับตัวพวกมันเอาไว้ ” กอร์ดอนตะโกนสั่งการ
ลูกน้องของกอร์ดอนก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาพวกไลท์พร้อมกับพูดจาหยอกล้อสาวๆ
ทันใดนั้นลูกน้องของกอร์ดอนก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง แม้กระทั้งลูกน้องที่แข็งแกร่งในระดับAก็ยังกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปด้วยเหมือนกัน
“ นี้มันเกิดอะไรขึ้น? ” กอร์ดอนตกใจแล้วก็รีบมองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวขึ้นมา
เขารู้ดีว่าลูกน้องระดับAทั้งห้าคนของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน แม้ว่าทั้งห้าคนจะแข็งแกร่งไม่เท่ากับเขาแต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก แต่ทว่าตอนนี้ทั้งห้าคนก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปหมดแล้ว
ไลท์และคนอื่นๆก็เดินมาหากอร์ดอน
“ แหม่ๆ คิดจะมาปล้นพวกฉันงั้นหรอ เสียใจด้วยนะที่เป็นพวกแกจะต้องถูกปล้นแทน ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะมองไปที่เบเรียล
ฟุบ
กอร์ดอนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที
“ ฆ่าพวกมันให้หมดแล้วก็ไปเก็บสมบัติทั้งหมดของพวกมันมา ” ไลท์พูดขึ้น
ผ่านไปกว่าสิบห้านาที พวกไลก้าก็กลับมาจากเรือยนต์ของพวกกอร์ดอน
หลังจากที่เก็บสมบัติทั้งหมดของพวกกอร์ดอนมาหมดแล้ว เบเรียลก็ทำให้ร่างกายของพวกกอร์ดอนกลายเป็นละอองแสงแล้วก็หายไปโดยที่ไม่ทิ้งเศษซากอะไรไว้เลย
ส่วนทางด้านเรือยนต์ทั้งสองลำก็ถูกทำลายจนไม่เรือซาก
เช้าวันต่อมาพวกไลท์ก็ออกเดินทางอีกครั้ง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามวัน
พวกไลท์ที่อยู่ห่างจากเมืองฟาลาเซียของเผ่ามนุษย์ประมาณเก้าสิบกิโลเมตร พวกไลท์ก็ถูกโจรปล้นอีกครั้ง
“ ดูเหมือนว่าแถวนี้จะเป็นพื้นที่ที่มีโจรอยู่เป็นจำนวนมากจริงๆ ” ไลท์พึมพำออกมา
“ นั้นสิอย่างที่ป้าร้านขายผลไม้บอกเลย เนื่องจากเมืองฟาลาเซียเป็นเมืองที่ทุรกันดาร ทำให้พวกมันต้องออกปล้นหรือไม่ก็ลักพาตัวนักเดินทางที่จะไปยังเมืองฟาลาเซียอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนมากโจรที่ดักปล้นนักเดินทางก็อาศัยอยู่ในเมืองฟาลาเซียด้วย ทีนี้เมื่อพวกเราไปถึงเมืองฟาลาเซียก็ต้องระวังตัวกันให้ดี ” เบเรียลพูดเสริม
ไลท์พยักหน้ารับ
ไม่นานพวกไลท์ก็มาถึงเมืองฟาลาเซีย
เมืองฟาลาเซียเป็นเมืองที่มีกำแพงที่สร้างขึ้นมาจากทราย สูงกว่าห้าเมตรและมีความหนากว่าสองเมตร
เมืองฟาลาเซียเองก็มีที่จอดเรือยนต์ด้วยเหมือนกัน
ไลท์จ่ายเงินค่าฝากเรือยนต์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์กระต่าย
เพื่อความปลอดภัยไลท์จึงได้สร้างม่านพลังครอบคลุมดาร์กโซลทั้งลำ เพราะเขาไม่มั่นใจว่าจะมีโจรคนไหนมาขโมยดาร์กโซลของพวกเขาไปไหม
เมื่อสร้างม่านพลังเสร็จพวกไลท์ก็ออกไปเดินเล่นที่เมืองฟาลาเซีย เมืองมนุษย์สัตว์แห่งแรกที่พวกเขามาถึง