'จวนเ้าเมืองัฟ้า'
เสียงทหารยามด้านนอก ทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ
เ้าเมืองชินขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น
“ หืม.. ผู้าุโ2 กับคุณหนูใหญ่ตระกูลหยาง มาพบข้าทำไมกัน”
“ พวกเขาคงมาดูอาการของลูกเรากระมังเ้าคะท่านพี่” ฮูหยินเ้าเมืองพูดพร้อมกับหันมาดูซิ่วอิง ซึ่งถอยห่างจากเตียงบุตรชายไปยืนอยู่ด้านข้าง
ฮูหยินเห็นซิ่วอิงตรวจบุตรชายอยู่นานยังไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ จึงคิดว่าซิ่วอิงนั้นไม่มีหนทางเช่นกัน ในเมื่อผู้าุโที่มีชื่อเสียงด้านปรุงโอสถของตระกูลหยางมาด้วยตนเอง บุตรชายนางก็อาจจะมีหวังขึ้นมาแล้ว
“ เชิญเข้ามาได้..”
สิ้นเสียงเ้าเมืองที่เอ่ยอนุญาต ร่างของชายชราในชุดยาวสีขาวผู้นึง และหญิงสาวใบหน้างดงามในชุดหญิงสูงศักดิ์เดินเข้ามา ทั้งคู่เมื่อเข้ามาในห้องก็ไม่ได้มองไปที่ไหน ทำความเคารพเ้าเมืองและฮูหยิน
“ คารวะท่านเ้าเมือง ฮูหยิน..” าุโ2 เอ่ยเสียงเรียบสีหน้าเย่อหยิ่ง
“คารวะท่านเ้าเมือง คารวะฮูหยินเ้าค่ะ”
หยางรั่วฉินคุณหนูใหญ่ย่อเข่าทำความเคารพอย่างอ่อนน้อม เหตุเพราะนางนั้นหลงรักชินไป๋หลงมานาน เพียงแต่ทั้ง 2 ตระกูลนั้นมิใคร่ลงรอยกันนัก จึงได้แต่คอยมองเขาอยู่ห่างๆ แต่เมื่อมีข่าวว่าเขาล้มป่วย นางจึงคิดว่าเป็โอกาสที่นางจะได้เพิ่มความสัมพันธ์ไปอีกขั้น จึงรบเร้าอาจารย์ให้มาช่วยรักษาเขา
“ ไม่ต้องเกรงใจท่านาุโ2 คุณหนูหยาง.. พวกท่านมีเื่อันใดหรือ”
เ้าเมืองชินรับการเคารพ จากนั้นเอ่ยถามตรงๆทันที
“ ข้ากับท่านอาจารย์ทราบข่าวว่าคุณชายไป๋หลงล้มป่วย จึงตั้งใจจะมาเยี่ยมและตรวจดูอาการเ้าค่ะ..”
คุณหนูใหญ่ตระกูลหยางกล่าวตอบเสียงนุ่ม ก่อนจะหันไปทางเตียงที่ชายในดวงใจนอนอยู่ แต่เมื่อนางมองไป กลับเห็นร่างเพรียวในชุดดำของเด็กสาวที่มีเื่ขัดแย้งกับตนเองยืนอยู่
“ นี่เ้า..” หยางรั่วฉินชี้หน้าซิ่วอิงพร้อมกับอุทานออกมา
เสียงของนางดึงความสนใจของาุโ2 และทุกคนให้หันไปมอง ผู้าุโ2 มองซิ่วอิงด้วยสีหน้าทะมึน ถึงแม้นนางจะไม่สวมหน้ากากเหมือนเมื่อคืน แต่เขาก็จำนางได้อย่างแม่นยำ จึงกล่าวออกมาเสียงเข้ม
“ เป็เ้าเอง.. จ้าวซิ่วอิงเ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ พวกท่านนี่เอง.. หึๆๆ ข้าน่ะหรือ.. ข้าก็มาช่วยรักษาคุณชายชินนะสิ”
ซิ่วอิงตอบพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
“ อย่างเ้าน่ะหรือจะรักษาคุณชายไป๋หลง ขนาดพวกหมอเก่งๆในเมืองนี้ยังทำไม่ได้เลย เด็กน้อยอย่างเ้าจะทำได้อย่างไรกัน..”
หยางรั่วฉินพูดด้วยเสียงอันดัง ทำเอาเ้าเมืองกับฮูหยินหันมามองหน้าส่งสายตาให้กัน ก่อนที่เ้าเมืองจะเอ่ยขึ้น
“ ผู้าุโ2 คุณหนูหยาง.. พวกท่านรู้จักคุณหนูจ้าวด้วยหรือ"
" ก็พอรู้จักอยู่บ้างเ้าค่ะ" หยางรั่วฉินกัดฟันตอบ
เ้าเมืองที่ยังไม่รู้ว่าพวกเขาเคยขัดแย้งกัน จึงกล่าวขึ้นว่า
" เมื่อสักครู่คุณหนูจ้าวได้ตรวจบุตรชายข้าแล้ว เช่นนั้นรบกวนพวกช่วยบุตรชายข้าด้วย.. หากมีหนทางรักษาจะเป็พระคุณอย่างยิ่ง”
“ ได้.. ข้าจะแสดงให้รู้ถึงฝีมือของผู้ปรุงโอสถเหรียญตรานักหลอมขั้นเพชร ว่าเป็เช่นไร”
ผู้าุโ 2 กล่าวด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
“ เชิญผู้าุโ..”
เ้าเมืองชินกล่าวจบ ผู้าุโ2 กับหยางรั่วฉินก็เดินเข้าไปที่เตียง เ้าเมืองชินหันไปมองซิ่วอิง เห็นเธอยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้แสดงออกใดๆ จึงพยักหน้าด้วยความชื่นชม
‘อืม.. จ้าวซิ่วอิงผู้นี้ช่างมีความอดทนอดกลั้นดีจริง นางถูกคนตระกูลหยางเล่นงาน กลับสามารถรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้.. เป็คนที่น่าสนใจจริงๆ’
เ้าเมืองคิดในใจอย่างเลื่อมใสในการแสดงออกของซิ่วอิง
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้าุโ2 ตระกูลหยางก็ตรวจเสร็จสิ้น เขาจึงกล่าวกับเ้าเมืองและฮูหยิน
“ ท่านเ้าเมือง ฮูหยิน .. จากที่ข้าตรวจดู คุณชายไป๋หลงนั้นถูกทำร้ายจากการต่อสู้ จนเส้นชีพจรและเส้นลมปราณเสียหายอย่างหนัก.. แต่ข้าอาจจะช่วยรักษาเขาได้”
“ ท่านผู้าุโ.. ท่านช่วยบุตรชายข้าได้จริงๆหรือ..”
ฮูหยินเ้าเมืองพูดเสียงสั่นเครือด้วยความดีใจ
“ ข้ามีโอสถอยู่เม็ดนึง.. ซี่งข้ามั่นใจว่าสามารถรักษาคุณชายไป๋หลงได้ถึง 8 ใน 10 ส่วน แต่ว่า.. หากจะให้รักษาข้ามีข้อแม้บางอย่าง..”
ผู้าุโ 2 กล่าวด้วยสีหน้าโอหัง อย่างคนที่คิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า
“ ข้อเรียกร้องอันใด.. หากทำได้ข้าทำให้ท่านได้ทุกอย่าง” เ้าเมืองชินกล่าวออกมาสีหน้ามีด้วยความหวัง าุโ2 มองหน้าซิ่วอิง แล้วกล่าวว่า
“ ข้า้าให้นางและตระกูลของนาง.. ออกไปจากเมืองนี้..”
สิ้นเสียงของผู้าุโ2 คุณหนูใหญ่หยางรั่วฉินยิ้มกว้างอย่างยินดี ส่วนเ้าเมืองและฮูหยินกลับมีสีหน้าแปลกใจ เพราะความ้าของผู้าุโ2กลับเป็เื่นี้ ตระกูลจ้าวที่เพิ่งเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองเพียงแค่ 3-4 วัน เขามีอำนาจพอที่จะบังคับให้ตระกูลจ้าวออกไปจากเมืองได้แน่นอน
แต่ก่อนที่เ้าเมืองจะกล่าวอันใดออกมา ซิ่วอิงกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ หึๆ.. ผู้าุโ2 ขอบคุณที่ให้เกียรติข้าเช่นนี้.. การที่ท่านบอกว่าคุณชายไป๋หลง ชีพจรและเส้นลมปราณาเ็นั้นข้าเห็นด้วย.. แต่ว่า.. รอยช้ำสีม่วงทั้งตัวของคุณชายไป๋หลง ท่านจะอธิบายอย่างไร”
“ เอ่อๆ.. รอยช้ำสีม่วงก็มาจากการต่อสู้อย่างไรละ..”
ผู้าุโ2 ตอบแบบผ่านๆ เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจนักเพียงแต่คาดคะเนเอา และคิดว่าโอสถของตนเองอาจจะรักษาได้เท่านั้น
“ ผู้าุโกล่าวเช่นนั้นท่านก็ผิดแล้ว.. ในเมื่อท่านยังวินิจฉัยอาการของคุณชายไป๋หลงไม่ละเอียดถี่ถ้วน ท่านจะแน่ใจได้เช่นไรว่ารักษาเขาได้..”
ซิ่วอิงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“ หึึ.. ในเมื่อเ้ากล่าวเช่นนี้.. ไหนลองบอกมาสิว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเ้า จะรู้มากกว่าข้าได้อย่างไร..”
าุโ2 พูดเสียงดังด้วยความโกรธ
“ ในเมื่อท่านอยากรู้ข้าจะบอกให้.. คุณชายไป๋หลงนั้นชีพจรและเส้นลมปราณาเ็ แต่ที่สำคัญ.. คุณชายไป่หลงนั้นถูกพิษไร้สภาพชนิดนึง..”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยความมั่นใจ จนผู้าุโ2 ถึงกับชึ้หน้าซิ่วอิงพรัอมกับตะเบ็งเสียงพูดออกมา
“ ถูกพิษ.. พิษอะไรทำไมข้าตรวจไม่พบ เ้าอย่ามาพูดเดาสุ่มแบบนี้นะ..”
ซิ่วอิงส่ายหน้าน้อยๆกับการกระทำของผู้าุโ2 แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านไม่รู้.. แล้วคิดว่าคนอื่นจะไม่รู้ด้วยเช่นนั้นหรือ "
“ จะ เ้า..”
ผู้าุโ2 โดนคำกล่าวเรียบๆของซิ่วอิงถามกลับมาเช่นนั้น ถึงกับสำลักอากาศพูดอะไรไม่ออก
" ข้าบอกท่านก็ได้.. พิษนี้ได้ฝังตัวอยู่ในเส้นลมปราณ และปิดกั้นพลังปราณของคุณชายไป่หลง ทำให้ตรวจไม่พบว่าโดนพิษ จึงคิดว่าเส้นลมปราณาเ็เท่านั้น..”
ซิ่วอิงกลัวว่าผู้าุโ2 จะโมโหตายไปเสียก่อน จึงกล่าวเฉลยออกมา
“ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีพิษแบบนี้มาก่อน..”
คำตอบของซิ่วอิงทำเอาผู้าุโ2 เสียงอ่อนลงไป
“ ข้าบอกไปแล้ว.. ท่านไม่เชื่อก็ล้วนแล้วแต่ท่าน.. ท่านเ้าเมือง ฮูหยิน หากท่านสองคนเชื่อถือข้า ข้าจะช่วยรักษาให้เขา แต่หากพวกท่านไม่เชื่อข้าก็จะกลับ..”
ซิ่วอิงหันไปยื่นคำขาดกับเ้าเมืองและฮูหยิน เพราะเบื่อที่จะทะเลาะกับคนตระกูลหยางแล้ว
“ หึ.. จ้าวซิ่วอิง.. เด็กน้อยอย่างเ้าจะมารู้ดีกว่าอาจารย์ข้า ที่เป็ถึงผู้ปรุงโอสถเหรียญตราขั้นเพชรได้อย่างไร..”
หยางรั่วฉินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดูแคลน
" นั่นมิใช่เื่ที่คุณหนูหยางจะตัดสินได้.. จะให้ผู้ใดรักษาก็แล้วแต่ท่านเ้าเมือง"
ซิ่วอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เหมือนดังคนที่ถือไพ่เด็ดอยู่ในมือ
“ อืม.. ในเมื่อคุณหนูจ้าวมั่นใจ ข้าจะให้เ้ารักษาบุตรชายข้า.. แต่ว่าหากเกิดผิดพลาดอันใด เ้าคงรู้ถึงผลที่ตามมา”
เ้าเมืองตัดสินใจในที่สุด ท่ามกลางความตกตะลึงของคุณหนูหยางและาุโ2 ที่คิดไม่ถึงว่าเ้าเมืองจะเชื่อใจเด็กสาว มากกว่าผู้าุโมากประสบการณ์อย่างเขา
“ ได้เ้าค่ะท่านเ้าเมือง..”
“ ในเมื่อท่านเ้าเมืองทำเช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว.. แต่ว่า.. ข้าขออยู่ดูการรักษาของนางได้หรือไม่”
ผู้าุโ2 กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลงไป เขาเป็ผู้ปรุงโอสถมาเกือบทั้งชีวิต หากมีคนกล่าวอ้างว่าสามารถรักษาโรคที่เขาไม่มั่นใจ จึงอยากรู้เช่นกันว่าจะใช้วิธีการใด
“ ผู้าุโ.. ในเมื่อท่านอยากดูข้าก็ไม่ขัดข้อง เพียงแต่ห้ามแทรกแซงการรักษาของข้าเด็ดขาด.. ท่านเ้าเมืองขณะที่ข้าปรุงโอสถ ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ข้าด้วย..”
ซิ่วอิงกล่าวจบก็ไม่สนใจผู้ใดอีก เนื่องจากอาการาเ็ของชินไป๋หลงนั้นมีถึง 3 ส่วน เส้นชีพรและเส้นลมปราณนั้นสำหรับเธอแล้วรักษาไม่ยากนัก เพียงแต่พิษในร่างกายเขานั้นหนักหนาเป็อย่างยิ่ง โอสถที่เธอมีอยู่ไม่สามารถรักษาได้ เธอจึงตั้งใจปรุงโอสถระดับปฐีรักษาชีพจรและเส้นลมปราณ ส่วนพิษจะใช้น้ำทิพย์ดาราเข้มข้นในการรักษา
‘พรึ่บบ’
ซิ่วอิงสะบัดมือนำเตาหลอมโอสถระดับสูงออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะควบแน่นพลังปราณ เป็เปลวเพลิงบริสุทธิ์สีทองขึ้นบนฝ่ามือ เพื่อใช้ในการหลอมโอสถ โดยที่ครั้งนี้เธอไม้ได้ปิดบังเปลวเพิงสีทองเช่นเดิม เพราะ้าแสดงให้คนในห้องเห็นถึงความสามารถของตนเอง
แล้วก็เป็อย่างที่เธอ้า เมื่อเ้าเมือง ผู้าุโ2 และหยางรั่วฉินเห็นเช่นนั้น พวกเขาต่างตื่นใเป็อย่างยิ่ง พวกเขาไม่คิดว่าเด็กสาวที่มีอายุแค่นี้ จะมีพร์และความสามารถมากขนาดนี้
" อะ อาจารย์.. ท่านเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่ นางสามารถปรุงโอสถได้ อีกทั้งยังเรียกเปลวไฟสีทองออกมาได้อีกด้วย.."
หยางรั่วฉินพูดเสียงสั่น การแสดงของซิ่วอิงทำนางเสียความมั่นใจในตัวเองไปแทบหมด นางที่เคยหยิ่งผยองว่าเป็อัจฉริยะด้านปรุงโอสถของเมืองัฟ้า แต่ที่นางเห็นอยู่ตรงคืออะไร
" หะ.. เห็นสิ.. นางเป็ผู้ปรุงโอสถเช่นกันหรือนี่.. นี่มันเป็ไปได้อย่างไรกัน"
ผู้าุโ2 ตระกูลหยางพูดเหมือนไม่อยากจะเชื่อ มีเพียงเ้าเมืองกับฮูหยินเท่านั้นที่ยังรักษากิริยาไว้ได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเด็กสาวคนนี้ เป็ผู้ปรุงโอสถระดับเหรียญตราัฟ้า
‘ฟรึ่บบ’
ในขณะที่คนในห้องตกตะลึงอยู่นั้น ซิ่วอิงกลับไม่สนใจความเคลื่นไหวรอบตัวทั้งสิ้น หลังจากสร้างเปลวเพลิงสีทองขึ้นมาห่อหุ้มเตาโอสถ เธอนำสมุนไพรระดับสูงที่นำมาจากมิติส่วนตัว มาเก็บไว้ในแหวนมิติแทนเพื่อมิให้ผู้ใดสงสัย
ซิ่วอิงนำสมุนไพรทุกชนิดใส่เข้าไปในเตาพร้อมๆกัน แล้วค่อยๆเร่งเร้าพลังปราณเพิ่มความแรงของไฟ ในขั้นตอนของการหลอมรวมสมุนไพรแต่ละชนิดเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็วิธีการปรุงที่ทุกคนในห้องไม่เคยเห็น
' ใครสอนให้นางปรุงโอสถแบบนี้กัน ถึงได้ใส่สมุนไพรเข้าไปทั้งหมดพร้อมกันแบบนี้’
ผู้าุโ2 คิดในใจตาเบิกกว้างด้วยความสงสัยกว่าคนอื่น ถึงเขาจะเป็คนตระกูลหยาง แต่เขาก็เป็ผู้หลงไหลในการปรุงโอสถคนนึงเช่นกัน เขาจึงไม่ได้เข้าไปรบกวนการปรุงยาของซิ่วอิง แต่สายตากลับจับจ้องวิธีปรุงของซิ่วอิงด้วยความสนใจ
ครั้งนี้เป็การปรุงโอสถที่ซิ่วอิงมีความกดดันเป็อย่างมาก เพราะหากเธอล้มเหลวจากการปรุงโอสถ แผนการที่วางไว้อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอีก แต่หากสำเร็จเธอก็จะได้ตระกูลเ้าเมืองเป็ฝ่ายเดียวกันอย่างแน่นอน
‘ผ่านไปครึ่งชั่วยาม’
‘ปุ้งงง’
…………………………………