ยอดหมอเทวะบรรพกาล

    บทที่ 194 หวนถิ่นเก่าเจอหญิงหน้าไม่อาย

    วนไปวนมา ลั่วหยางก็ต้องกลับมาเหยียบถิ่นเก่าอีกจนได้

    โรงพยาบาลจื้อเทียนยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ไม่เปลี่ยน ในขณะที่โรงพยาบาลรัฐคนไข้ล้นจนแทบจะเหยียบกันตาย ที่นี่กลับดูเงียบสงบหรูหรา ทว่ารายได้ของโรงพยาบาลเอกชนระดับท็อปแห่งนี้กลับทิ้งห่างโรงพยาบาลทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น ใครมีปัญญาเดินเข้ามาใช้บริการได้ ถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องมีอำนาจบารมีล้นมือ

    ทันทีที่ข่าวการมาเยือนของซ่งตงหมิงหลุดรอดออกไป หวังซุ่นลี่ก็นำขบวนมารอรับหน้าประตูแผนกผู้ป่วยในตั้งแต่ไก่โห่ เหลียงหงกับเลี่ยวเจี้ยนยืนประจบอยู่ไม่ห่าง ขนาบข้างด้วยบรรดาผู้บริหารระดับกลางอีกนับสิบชีวิต ทุกคนชะเง้อคอรอคอยประหนึ่งรอรับเสด็จ ก็แน่ล่ะ ระดับนายทุนกระเป๋าหนักมาเยือนถึงที่ พวกสุนัขรับใช้ก็ต้องจัดฉากต้อนรับให้สมเกียรติกันหน่อย

    โรลส์-รอยซ์คันหรูประจำตำแหน่งของซ่งตงหมิงแล่นโฉบเฉี่ยวสะดุดตามาแต่ไกล ตัวรถยังไม่ทันพ้นเนินทางลาด หวังซุ่นลี่ก็รีบนำขบวนลูกสมุนกรูกันเข้าไปล้อมหน้าล้อมหลังราวกับฝูงผึ้งแตกรัง

    ล้อรถหยุดสนิท ประตูบานหรูเปิดออก ซ่งตงหมิงก้าวขาลงมาด้วยท่วงท่าภูมิฐาน ก่อนที่คนขับจะเคลื่อนรถออกไป

    "ประธานซ่งครับ ทางเราเตรียมแผนการรักษาไว้พร้อมสรรพ รอแค่คุณมาเคาะตัวเลือกเท่านั้น จะดูแผนงานก่อนหรือจะแวะไปเยี่ยมคุณท่านซ่งก่อนดีครับ" หวังซุ่นลี่ฉีกยิ้มประจบสอพลอจนแก้มแทบปริ

    จังหวะนั้น เหลียงหงงัดมารยาหญิงขึ้นมาใช้ จงใจเสยผมเบาๆ เปิดเปลือยลำคอขาวผ่อง หวังกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเศรษฐีหนุ่ม ทักษะยั่วยวนทอดสะพานระดับนี้ของเธอถือว่าบรรลุขั้นปรมาจารย์ ต่อให้ผันตัวไปเป็นสาวไซด์ไลน์ก็คงรุ่งไม่เบา

    น่าเสียดาย... ซ่งตงหมิงกลับไม่แม้แต่จะปรายหางตามองเศษเนื้อชิ้นนี้สักแวบเดียว

    ซ่งตงหมิงตัดบทเข้าประเด็นหน้าตาเฉย "ผมเชิญยอดหมอเทวะมาท่านหนึ่ง ผู้อำนวยการหวัง ทางคุณช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาด้วย"

    รอยยิ้มประจบของหวังซุ่นลี่แข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที

    "ประธานซ่งครับ นี่มัน..."

    จังหวะนั้นเอง เลกซัสคันหรูก็แล่นทะยานขึ้นเนินมาจอดเทียบหน้าประตูตึกอย่างพอดิบพอดี

    ประตูรถเปิดออก ลั่วหยางก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นอย่างมั่นคง

    คณะผู้บริหารจื้อเทียนที่มีหวังซุ่นลี่เป็นหัวหอกถึงกับช็อกตาตั้ง ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะเหลียงหง... นัยน์ตาของเธอสั่นระริก สับสนซับซ้อนเกินบรรยาย

    ความเสียดายตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนแทบกระอักเลือด ถ้าวันนั้นเธอไม่หน้ามืดตามัวแอบไปเล่นชู้กับหวังซุ่นลี่ ตอนนี้ก็คงยังได้เดินควงแขนลั่วหยางอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องมานั่งทนทำงานงกๆ ในโรงพยาบาลบัดซบนี่ คงได้เสวยสุขในคฤหาสน์หรู มีคนใช้คอยรองมือรองเท้า นั่งแท่นเป็นคุณนายเศรษฐีไปนานแล้ว แต่ดูสภาพตอนนี้สิ นอกจากจะต้องทำงานหลังขดหลังแข็ง ยังต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนให้ตาแก่หนังเหี่ยวห้อยยานมานอนคร่อมทับ... แค่คิดก็คลื่นไส้จนอยากจะขย้อนของเก่า

    "ลั่วหยาง..." เหลียงหงทนแรงปรารถนาไม่ไหว หลุดปากเรียกชื่อเขาเสียงสั่น

    ลั่วหยางเพียงแค่ปรายหางตามองเศษขยะตรงหน้าแวบหนึ่ง ไร้ซึ่งคำทักทาย ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ

    วินาทีต่อมา ซุนซ่างเซียงกับเฉ่าเจียนซื่อจีก็ก้าวตามลงมาจากรถ ก่อนคนขับจะเคลื่อนรถหายลับไป

    ซ่งตงหมิงกอดอกเอ่ยเสียงดุดัน "ผู้อำนวยการหวัง คุณกับหมอเทวะลั่วก็คนกันเอง คงไม่ต้องเสียเวลาแนะนำให้มากความ สรุปสั้นๆ... หมอเทวะลั่วสั่งอะไร คุณต้องจัดหาให้ครบทุกอย่างแบบไม่มีข้อแม้"

    ใบหน้าของหวังซุ่นลี่บิดเบี้ยวกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ประธานซ่งครับ คุณก็รู้ว่าผมกับไอ้เด็กแซ่ลั่วนี่มัน..."

    "ผู้อำนวยการหวัง" ซ่งตงหมิงตวาดแทรกเสียงเย็นเฉียบ "ที่ผมยังเรียกคุณว่าผู้อำนวยการหวัง ก็ถือว่าไว้หน้าสุดๆ แล้ว ถ้าผมเลิกไว้หน้าเมื่อไหร่ แกก็เตรียมม้วนเสื่อไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย อย่ารนหาที่ให้ฉันต้องฉีกหน้าแกกลางสี่แยก"

    ใบหน้าของหวังซุ่นลี่พลันแดงก่ำกลายเป็นสีตับหมู อายุอานามก็ปูนนี้ พ่วงดีกรีระดับศาสตราจารย์ เคยโดนใครด่าสาดเสียเทเสียประจานต่อหน้าลูกน้องนับสิบแบบนี้ที่ไหนกัน

    นัยน์ตาของซ่งตงหมิงวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ว่าไง หรือว่าไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว"

    "ม...ไม่ครับ ผมยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ" หวังซุ่นลี่เหี่ยวลงราวกับลูกโป่งโดนเข็มเจาะ ท่าทางโอหังเมื่อครู่อันตรธานหายวับ

    ซ่งตงหมิงหันขวับกลับมาหาลั่วหยาง รังสีอำมหิตเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบประแจงในเสี้ยววินาที "หมอเทวะลั่ว เชิญทางนี้เลยครับ"

    "รอเดี๋ยว ผมขอคุยกับเพื่อนก่อน" ลั่วหยางตอบเสียงเรียบเฉย

    "ด...ได้ครับ ตามสบายเลยครับ" ท่าทีของซ่งตงหมิงนอบน้อมจนผิดมนุษย์มนา

    หวังซุ่นลี่ลอบถลึงตามองชายหนุ่ม ความเคียดแค้นสุมอกจนแทบคลั่ง อยากจะพุ่งเข้าไปขย้ำคอไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ให้แหลกคามือ

    ลั่วหยางเลื่อนสายตาเย็นเยียบไปปะทะกับใบหน้าของอดีตอาจารย์ทรยศ

    หวังซุ่นลี่หน้าสลับสีฉับไว ฉีกยิ้มจอมปลอมกว้างขวาง "ลั่วหยาง มาแล้วเหรอ ฉันน่ะอวยเธอให้ใครต่อใครฟังตลอดเลยนะ บอกว่าเธอคือลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยปั้นมาเลยทีเดียว"

    ความขยะแขยงตีตื้นขึ้นมาในอกลั่วหยาง เขาพ่นคำพูดไร้เยื่อใย "ไสหัวไปไกลๆ ซะ สวะอย่างแก... ไม่คู่ควรจะเรียกตัวเองว่าอาจารย์ฉันด้วยซ้ำ"

    รอยยิ้มบนหน้าหวังซุ่นลี่แข็งค้าง ร้าวรานไปถึงกระดูก

    ซ่งตงหมิงเห็นช่องทำคะแนน รีบตวาดซ้ำ "หูหนวกหรือไงวะ แกแก่จนสมองฝ่อไปแล้วใช่ไหม ไสหัวไป"

    หวังซุ่นลี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ริ้วรอยบนใบหน้ากระตุกยิกๆ แต่ก็ไร้ปัญญาต่อกร ทำได้เพียงก้มหน้ามุดหัวหลบฉากไปอย่างน่าสมเพช

    ลั่วหยางอ่านเกมออกทะลุปรุโปร่ง ที่ซ่งตงหมิงออกโรงแผลงฤทธิ์ใส่หวังซุ่นลี่ก็แค่เล่นละครเอาใจเขา หมอนั่นรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องความแค้นเก่าเป็นอย่างดี การออกตัวแรงแบบนี้ก็แค่หวังซื้อใจให้เขายอมรักษาซ่งไห่ชางง่ายขึ้น แล้วเผื่อฟลุกจะได้จ่ายค่าตอบแทนน้อยลงนั่นเอง

    "คุณซุน จะรออยู่ข้างนอก หรือว่า..."

    ลั่วหยางหันไปถาม ยังไม่ทันสิ้นประโยค ซุนซ่างเซียงก็เอ่ยแทรกแววตาเป็นประกาย "ฉันอยากเห็นวิชาแพทย์ระดับเทพของคุณอีกสักครั้งค่ะ ขอเข้าไปด้วยนะคะ"

    "เอาแบบนั้นก็ได้ครับ เข้าไปกันเถอะ" ลั่วหยางพยักหน้ารับ

    ซ่งตงหมิงรีบสาวเท้าเดินนำทาง ขณะที่ลั่วหยางพาสองสาวชาวฝูซังเดินตามเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย

    ระหว่างเดินแหวกฝูงชน เหลียงหงกัดฟันร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกครั้ง

    "ลั่วหยาง"

    ชายหนุ่มเพียงแค่เหลียวมองชั่วเสี้ยววินาที

    เหลียงหงรีดเค้นความกล้าทั้งหมดที่มี "เรา... ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม"

    ลั่วหยางก้าวเดินสวนผ่านร่างเธอไปอย่างไร้เยื่อใย ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาปริปากพูดกับผู้หญิงคนนี้สักครึ่งคำ

    ย้อนกลับไปตอนที่จับได้คาหนังคาเขาว่าเธอแอบไปสวมเขาให้เขากับไอ้แก่หวังซุ่นลี่ ตอนนั้นเขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ยิ่งตอนที่หล่อนพาเหลียงจวินกับพวกนักเลงมากรรโชกทรัพย์ ความแค้นยิ่งสุมทะลัก แต่มาถึงจุดนี้... เขาไม่หลงเหลือแม้แต่ความเกลียดชัง ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกขอบคุณสวรรค์ด้วยซ้ำที่ทำให้ตาสว่างเห็นสันดานของหล่อนเร็วขนาดนี้ ขืนต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงพรรค์นี้ต่อไป สภาพเขาคงน่าสมเพชไม่ต่างจากสุนัขจรจัด

    เหลียงหงจ้องมองแผ่นหลังแกร่งที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป น้ำตาแห่งความริษยาและโหยหาร่วงเผาะ นั่นมันคือตู้เอทีเอ็มเดินได้ชัดๆ ความหวังที่จะได้เสวยสุขเป็นคุณนายเศรษฐีแตกสลายกลายเป็นผุยผงไปต่อหน้าต่อตา

    ภายในห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพี

    ซ่งไห่ชางนอนอัมพาตจมอยู่บนเตียง ร่างกายขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว มีเพียงลูกตาสองข้างที่ยังพอกลอกไปมาได้

    ลั่วหยางเดินตรงดิ่งเข้าไปชิดขอบเตียง ยื่นดัชนีแพทย์ไท่ชูทาบลงบนข้อมือขวาของชายชรา

    พลังวิญญาณสีเขียวเข้มทะลวงฝ่าผิวหนัง การรับรู้ขยายขอบเขต ดำดิ่งเข้าสู่สภาวะเหนือสัมผัสในชั่วอึดใจ

    ซ่งตงหมิงลอบใช้หางตาชำเลืองมองทรวดทรงองค์เอวของซุนซ่างเซียง โคตรจะเบิ้ม ใบหน้าสวยหวานบริสุทธิ์ผุดผ่อง ออร่าคุณหนูใสซื่อขัดกับเรือนร่างอวบอัดเซ็กซี่ยั่วยวนใจ สเปกในฝันที่กระชากวิญญาณผู้ชายได้ทั้งโลก

    ถ้าเป็นผู้หญิงเกรดทั่วไป เขาคงพุ่งเข้าไปตะครุบเหยื่อตามสันดานแล้ว แต่นี่คือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของซุนเหมินซู่สือ มหาเศรษฐีที่รวยล้นฟ้ากว่าตระกูลซ่งไม่รู้กี่ร้อยเท่า เขาเจียมกะลาหัวดีว่าของพรีเมียมระดับนี้ ทำได้แค่เก็บไปนอนฝันเปียกเท่านั้น ขืนยื่นมือไปแตะต้อง มีหวังโดนสับมือขาด

    เฉ่าเจียนซื่อจีที่ยืนถือกล่องยาให้ลั่วหยางตวัดสายตาดุดันอำมหิตจ้องเขม็ง

    ซ่งตงหมิงสะดุ้งเฮือก รีบชักสายตากลับแทบไม่ทัน

    ลั่วหยางถอนนิ้วกลับมา "ยังถือว่าดวงแข็ง อาการนี้ผมรักษาได้"

    ซ่งตงหมิงพรูลมหายใจโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก "เยี่ยมไปเลยครับ หมอเทวะลั่ว จะเริ่มลงมือได้เมื่อไหร่ครับ"

    "ยิ่งเร็วยิ่งดี ถ้าปล่อยให้เลือดคั่งจนจับตัวเป็นลิ่ม อาการทรุดหนักกว่านี้ ต่อให้เป็นผมก็คงต้องส่ายหน้าเหมือนกัน" ลั่วหยางตอบเนือยๆ

    "งั้นลุยตอนนี้เลยเถอะครับ ด...เดี๋ยวผมจะออกไปรอข้างนอก" ซ่งตงหมิงรู้ธรรมเนียมการรักษาของหมอเทวะดี

    ลั่วหยางยืนกอดอกจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว รังสีความกดดันแผ่ซ่านจนอึดอัด

    ซ่งตงหมิงชะงักกึก สมองแล่นฉิว "อ้อ เข้าใจแล้ว โฉนดบ้านผมพกติดตัวมาด้วย ขอแค่พ่อผมหายดี ผมจะสั่งคนจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณทันที หรือถ้ากลัวบิดพลิ้ว จะเซ็นสัญญาไว้เป็นหลักฐานตอนนี้เลยก็ได้"

    ลั่วหยางล้วงกระดาษยับๆ แผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋า วางแหมะลงบนโต๊ะหัวเตียง "นี่เลขบัญชีผม ส่วนบ้านนั่นผมไม่สน ตีมูลค่าบ้านเป็นเงินสดแล้วโอนเข้าบัญชีนี้มาก็พอ" เขาเว้นจังหวะ นัยน์ตาทอประกายเฉียบขาด "โอนเดี๋ยวนี้"

    "แต่คนไข้ยังไม่ได้รักษาสักนิด จะให้..." ซ่งตงหมิงอิดออด เสียดายเงินก้อนโต

    ลั่วหยางพ่นลมหายใจหยัน สวนกลับทันควัน "ซ่งตงหมิง จำใส่กะโหลกไว้ให้ดีนะ ถ้าเยี่ยจือไม่ออกปากขอร้องล่ะก็ ต่อให้แกขนเงินมากองท่วมหัว... ฉันก็ไม่ลดตัวลงมาเหยียบที่นี่หรอก"

    ขาดคำ เขาก็สะบัดหน้า หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องทันที

    "โอนครับ โอนเดี๋ยวนี้แหละ โอนตอนนี้เลย" ซ่งตงหมิงหน้าถอดสี ลนลานวิ่งเข้ามาคว้ากระดาษเลขบัญชีราวกับสุนัขตะครุบกระดูก ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตู

    "กลับมานี่ก่อน" ลั่วหยางเอ่ยรั้งเสียงเย็น

    ซ่งตงหมิงเบรกหัวทิ่ม วิ่งหางจุกตูดถอยกลับมาฉีกยิ้มประจบ "หมอเทวะลั่ว ยังมีคำสั่งอะไรอีกหรือเปล่าครับ"

    ลั่วหยางเลิกคิ้ว ถามหน้าตาย "เมื่อกี้ตอนอยู่หน้าประตู... ไอ้แก่หวังซุ่นลี่มันแอบด่าผมใช่ไหม"

    ซ่งตงหมิงหน้าเหวอ "ไม่นี่ครับ ผมไม่เห็นได้ยินเลย"

    "ไม่ได้ยินงั้นเหรอ" ลั่วหยางหรี่ตากดดัน ย้ำเสียงต่ำ

    ซ่งตงหมิงดวงตาเบิกโพลง บรรลุสัจธรรมในเสี้ยววินาที "อ้อ ได้ยินครับ ได้ยินเต็มสองหูเลย เดี๋ยวผมจะไปไล่ตะเพิดไอ้หมาแก่นั่นให้ไสหัวไปพ้นๆ หน้าเดี๋ยวนี้แหละ"

    ลั่วหยางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายอยู่ในอก เขาก็แค่แกล้งโยนหินถามทางขำๆ ว่าไอ้แก่หวังมันปากดีด่าไล่หลังหรือเปล่า แต่ไอ้ซ่งตงหมิงเสือกรับลูกซะโอเวอร์แอ็กติ้งเกินเบอร์ไปหน่อย

    ช่างหัวมันเถอะ... จะหน้าแหกหรือตกงาน ก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาอยู่แล้ว