เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 32 ถ้าเปรียบเทียบกับการเดินหมาก นี่คงเป็นการล้มกระดาน?

    "อาหมวยน้อย ลื้อหมายความว่ายังไง?" คุณฟู่แอบได้ยินสิ่งที่ลูกสาวของตนคุยผ่านโทรศัพท์


    "เอ่อ...คือหนูกับพี่ส้ม และก็พวกพี่ๆ ในแก๊งคุยกันไว้ว่า จะวางแผนลักพาตัวพี่ส้มไปแล้วจะรอให้พี่วินไปช่วยค่ะ แต่...ดูเหมือนว่ามันจะผิดแผนไปหน่อย เพราะมีคนได้ลักพาตัวพี่ส้มไปจริงๆ เอเฮะ~!" ซัมเมอร์หลับตาขวาลงแล้วแลบลิ้นออกมา


    คุณฟู่ที่ได้ยินถึงกับต้องกุมขมับให้ลูกสาวจอมแก่นคนนี้เลย แต่หนูส้มนี่ก็เรียกได้ว่าซวยจริงๆ ไทม์มิ่งมันจะลงตัวเกินไปแล้ว!


    "คุณส้มถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มชายห้าคนที่สวมใส่หน้ากากตัวตลก นั่งรถตู้สีดำป้ายทะเบียน 'จก5238' คาดว่านี่อาจจะเป็นทะเบียนที่ใช้หลอกพวกเรา ส่วนนี้เป็นรูปถ่ายของพวกเขาครับ" เมฆารับรายงานมาจากลูกน้องพร้อมยื่นแท็บเล็ตให้วินเทอร์ดู "ตอนแรกคนในแก๊งพวกเราคิดว่าเป็นกลุ่มที่คุณหนูส่งมาตามแผน จึงปล่อยให้พวกมันสามารถลักพาตัวคุณส้มไปได้ครับ"


    พอวินเทอร์ได้มองไปที่รูปของกลุ่มคนทั้งห้าคน ทันใดนั้นเองเขาก็หัวเราะลั่นออกมาทันที เสียงหัวเราะของวินเทอร์ที่จู่ๆ ก็ได้ดังลั่นขึ้นมากลางห้องโถงที่จัดงานเลี้ยงท่ามกลางความเงียบสงบ ทำให้ทุกคนในงานต่างพากันมองมาที่วินเทอร์ด้วยงุนงง


    นั้นก็เพราะว่า เด็กหนุ่มคนที่กำลังหัวเราะลั่นดูเหมือนคนเสียสติ ก่อนหน้านี้เขากำลังโกรธมาก จนถึงขึ้นปล่อยแรงกดดันที่เต็มจิตสังหารออกมาอยู่เลย แล้วภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้คืออะไร? อย่าบอกนะว่าเขาโกรธจนเสียสติไปแล้ว...


    วินเทอร์ที่ได้เห็นภาพตัวตลกทั้งห้าคน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคิดถึงไม่น้อย "กลุ่มคนที่สวมหน้ากากตัวตลก พวกเขาถูกเรียกว่า The Clown ตัวตลกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างต่างกันไป เช่น คนที่สวมมงกุฎคือ Joker สวมหมวกยอดแหลมสองแฉกก็คือ Jester ส่วนคนที่สวมหมวกยอดแหลมห้าแฉกคือ Fool และคนที่สวมหมวกเหมือนนักมายากลคือ Trickster สุดท้ายเจ้าคนที่หัวโล้นๆ นั้นก็คือ Bozo"


    "ฉันพูดถูกไหม Pierrot?" วินเทอร์หันหน้ามองไปทางเมฆาที่กำลังเก็บซ่อนความประหลาดใจที่แสดงออกให้เห็นบนใบหน้า


    เมื่อสิ้นเสียงของวินเทอร์ ทุกคนก็ได้จับจ้องไปที่เมฆาด้วยความตกตะลึง จากนั้นบรรดาลูกน้องก็พาซัมเมอร์กับคุณฟู่ เว้นระยะออกห่างจากจุดที่วินเทอร์และเมฆายืนอยู่ทันที พวกเขาไม่จำเป็นต้องห่วงวินเทอร์สักเท่าไหร่ เพราะในช่วงเวลาที่ได้ฝึกซ้อมกับวินเทอร์ พวกเขาได้สัมผัสถึงสมญานามของคำว่า 'Ashura' มาแล้ว


    "คุณรู้ได้ยังไง?" เวลานี้เมฆาทั้งรู้สึกสับสน งุนงง และตกตะลึงเป็นอย่างมาก


    "ส่วนส้มไม่ได้ถูกลักพาตัวไปจริงๆ หรอก" วินเทอร์ยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดไปที่เบอร์หนึ่ง


    หลังจากที่วินเทอร์โทรไปได้ไม่นาน ปลายสายก็ได้กดรับโทรศัพท์ พร้อมพูดขึ้นด้วยความสุภาพ "กลุ่มดาบเจ็ดเขี้ยว ยินดีให้บริการครับคุณลูกค้า"


    "ฉันจะให้เวลาพวกแกหนึ่งนาทีเพื่อพาตัวพี่ส้มมาหาฉัน" วินเทอร์ยิ้มขึ้นมาจางๆ


    "..."


    "แค่พาพี่ส้มกลับมาเอง เดี๋ยวฉันแถมทิปให้เลยเอ้า! โอเคไหม?" วินเทอร์ยิ้ม พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สบายๆ ที่แฝงไปด้วยความขี้เล่น


    "เอ่อ...คุณลูกค้า คือว่า..."


    "ฉันแค่ให้แกพา Harlequin กลับมาหาฉัน มันจะไปยากอะไร ตอนนี้เธอก็คงนั่งฟังอยู่ข้างๆ แกนั่นแหละ Joker? ไม่สิ ถ้าจะให้ถูก ฉันต้องเรียกแกว่า คาซิม?"


    "ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก Sorry There is no acknowledgement from your requested number ตรู้ดๆ ตรู้ดๆ" คนที่อยู่ปลายสายได้กดตัดสายไปอย่างรวดเร็ว


    วินเทอร์ยิ้มพร้อมส่ายหัวเบาๆ เขาไม่รู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดเลยที่ถูกตัดสายไป แต่กลับรู้สึกสนุกที่ได้หยอกล้อคนปลายสายมากกว่า


    "สรุปแล้วนี่มันเรื่องอะไร? แล้วกลุ่ม The Clown นี่มันคือ" คุณฟู่ได้แต่ยืนเกาหัวแกร่กๆ เวลานี้พวกเขารู้สึกสับสนสุดๆ แล้วว่า ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


    "ในเมื่อกลุ่ม The Clown อยู่ที่นี่แล้ว พวกเราก็เปลี่ยนแผนเลยละกัน ส่วนงานเลี้ยงวันนี้พวกเราก็กลับกันเถอะ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ต่อแล้ว" วินเทอร์บิดขี้เกียจเล็กน้อย พร้อมเดินออกจากห้องโถงไปอย่างไม่แยแส


    นาทีนี้เขาไม่สนใจที่จะอยู่งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของผู้เฒ่าตระกูลพัฒนโยธินแม้แต่น้อย ที่เขามาเข้าร่วมงานนี้ก็เพราะมีแผนอย่างอื่นอยู่แล้ว แต่ในเมื่อกลุ่ม The Clown ได้ปรากฏตัว วินเทอร์จึงล้มเลิกแผนการก่อนหน้านี้ทันที พร้อมเดินออกจากงานไปสบายๆ ปล่อยให้คนในงานได้แต่ยืนสับสนงงงวย


    บรรดาแขกเหรื่อก็ตามเรื่องราวไม่ทันแล้ว พวกเขารู้แค่ว่ามีคนในกลุ่มของวินเทอร์ถูกลักพาตัวไป พอวินเทอร์ได้รับรู้ก็โกรธจนเผลอปล่อยแรงกดดันใส่พวกเขาทุกคนที่อยู่ในงาน จนทำให้งานเลี้ยงเกิดความสับสนวุ่นวายอลหม่านไปยกใหญ่ หลังจากนั้นวินเทอร์ก็หัวเราะลั่นออกมา พร้อมเดินออกไปจากงานเฉยเลย พวกเขาได้แต่รู้สึก อิหยังวะ?


    ขณะที่กลุ่มของวินเทอร์กำลังเดินออกจากห้องโถง ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมใส่ชุดสูทสีดำเดินมาดักรออยู่ข้างหน้าประตูทางออก ในกลุ่มของชายฉกรรจ์ มีเด็กสาวผิวขาวซีด ผมสีขาวผ่องราวกับไข่มุก และนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างใสดั่งน้ำทะเล รูปร่างของหญิงสาวดูเลอโฉมราวกับเจ้าหญิงที่หลุดมาจากเทพนิยาย


    ทันใดนั้นเอง หนึ่งในชายฉกรรจ์ก็ได้เดินเข้ามาเผชิญหน้ากลุ่มของวินเทอร์ พร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูคุกคามว่า "องค์หญิงของพวกเราได้ยินมาว่า มีคนในกลุ่มของพวกท่านได้ถูกลักพาตัวไป ซึ่งพระนางทรงมีเมตตา และมีความประสงค์ที่จะให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พวกท่าน!"


    "แล้ว?" วินเทอร์ยิ้มขึ้นอย่างสบายๆ พร้อมเดินผ่านชายฉกรรจ์ไปอย่างไม่แยแส


    "เจ้าคนชั้นต่ำ! รู้หรือไม่ว่าพระนางคือใคร! พระนางคือเจ้าหญิงอนาสตาเซีย นิ-!"


    วินเทอร์ไม่รอให้ชายฉกรรจ์ได้พูดจบ เขาก็ชักปืนออกมายิงดัง ปัง! เสียงปืนได้ดังขึ้นมาตัดบทคำพูดของชายฉกรรจ์ทันที ร่างของชายฉกรรจ์ก็ได้หงายหลังล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นห้องโถง บนหน้าผากปรากฏรูกลวงโบ๋ทะลุไปออกไปด้านหลัง เลือดสีแดงข้นค่อยๆ ไหลออกมาจากรูนั้นช้าๆ จนเจิ่งนองไปทั่วพื้น


    "ที่นี่คือประเทศช้าง และฉันชื่อ วินเทอร์ ดี. แฟร์เวล จำใส่สมองที่มีจำนวนเซลล์อันน้อยนิดของพวกแกไว้ให้ดีๆ!" วินเทอร์ไม่ได้ต้องการพูดบอกแค่กลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้า แต่เป็นห้องโถงนี้ทั้งหมดต่างหาก


    "ไอหนู! บ้านเมืองมีขื่อมีแป แกกล้-"


    ปัง! เสียงปืนได้ดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมปลิดชีพชายชราคนหนึ่ง ที่ดูมีอำนาจภูมิฐานลงไปในทันที ยังไม่ทันที่ชายชราคนนี้จะได้กล่าวตักเตือนอะไร เขาก็ถูกลูกปืนของวินเทอร์ฝังที่หัว และได้ตกตายคาห้องโถงไปแล้ว


    "จะแน่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลง ทั้งๆ ที่ก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักสี่ห้าปี ไม่น่ารีบแส่มาหาความตายเลย..." วินเทอร์แสยะยิ้มอย่างเย็นชา


    "ท่านผู้เฒ่า!"


    บรรดาลูกหลานของชายชราได้ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจ พวกเขารีบพากันวิ่งกรูเข้าไปหาร่างที่ไร้วิญญาณของชายชรา และได้ประคองขึ้นมาช้าๆ


    "คนนั้นคือท่านผู้เฒ่าของตระกูลชัชวาลไพศาล! แก๊งหงเหมินต้องการเปิดสงครามกับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของภาคกลางอย่างงั้นหรือ?" บรรดาแขกเหรื่อพากันซุบซิบ


    เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวของเด็กหนุ่มที่เดินนำหน้าผู้นำของภาคตะวันออกอย่างคุณฟู่ จู่ๆ เด็กหนุ่มก็ได้แผ่แรงกดดันมาครอบงำคนทั้งงาน จากนั้นเขาก็หัวเราะลั่นเหมือนคนเสียสติขึ้นกลางงาน และเด็กหนุ่มคนเดิมก็ได้ยิงปืนฆ่าคนตายกลางงานเลี้ยงต่อหน้าคนนับร้อย ผ่านไปไม่ทันไรก็ยิงผู้เฒ่าของหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ตายอนาถกลางงานเลี้ยงคล้ายวันเกิดของเพื่อนสนิท


    วันนี้มันจะมีเรื่องที่น่าตกใจมากเกินไป! บรรดาแขกที่มาเข้าร่วมงานนึกว่ามาผิดงาน พวกเขาต่างรู้สึกตกใจจนแทบเกือบจะลืมหายใจกันแล้ว!!!


    ชายวัยกลางที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำของตระกูลชัชวาลไพศาล กำลังประคองร่างไร้วิญญาณของชายชราไว้ในอ้อมแขน พร้อมตะคอกขึ้นมาว่า "นี่มันหมายความว่ายังไงแก๊งหง-"


    ปัง! ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบ ก็ได้ตายจากไปอีกคน


    "ฉันคือกฏ!" วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ


    แต่ทว่ารอบนี้ทุกคนไม่ได้ยืนสติหลุด ตกตะลึงเหมือนตอนแรกแล้ว พวกเขายกปืนที่ซ่อนกันไว้ขึ้นมายิงสวนตอบโต้ทันที นี่จึงเป็นการเปิดฉากยิงถล่มกันในงานเลี้ยง ส่วนผู้ไม่เกี่ยวข้องก็เรียกว่าซวยฉิบหาย อาจได้ตกตายอนาถท่ามกลางกระสุนที่สาดยิงไม่รู้ว่ามาจากฝ่ายไหนบ้าง ส่วนคนที่โชคดีก็อาจจะรอดไปจนกว่าโหมโรงนี้จะจบลง


    นับว่าดีกลุ่มของวินเทอร์อยู่ใกล้ประตูทางออก พวกเขาเลยหลบห่ากระสุนออกไปได้อย่างท่วงที พร้อมใช้กลุ่มชายฉกรรจ์ก่อนหน้านี้เป็นโล่เนื้อบังกระสุนให้แทน


    พั่บๆ พั่บๆ เมื่อกลุ่มของวินเทอร์ได้ออกมาข้างนอก ก็ได้ยินเสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์มาตั้งแต่ไกล พอพวกของวินเทอร์มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็ได้เห็นขบวนเฮลิคอปเตอร์จู่โจม AH-64 Apache ที่กำลังบินตรงมาทางคฤหาสน์ที่จัดงานเลี้ยง


    วินเทอร์หยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา พร้อมฉีกยิ้มขึ้นและตะโกนออกไปว่า "ยิง!"


    เมื่อสิ้นเสียงของวินเทอร์ เฮลิคอปเตอร์ก็ยิงห่าจรวดดัง ฟิ้ว! ฟิ้ว! พุ่งตรงเข้าถล่มไปที่คฤหาสน์ จรวดขีปนาวุธนี่เป็นเพียงแค่ชุดแรกเท่านั้น!


    หลังจากที่จรวดได้ถูกปล่อยหมดแล้ว ปืนกลหนักและป้อมปืนที่ติดอยู่ใต้เฮลิคอปเตอร์ก็ทำงาน ระดมยิงถล่มซ้ำเข้าไปในคฤหาสน์ ถ้าคนที่อยู่ภายในนั้นรอดจากการถูกเฮลิคอปเตอร์สิบกว่าลำถล่มยิงคงเรียกได้ว่าปาฏิหาริย์แล้ว


    "อาวินเอ๊ย! ทางกองทัพและพวกรัฐบาลเคลื่อนไหวแล้ว พวกเรารีบกลับกันเถอะ" คุณฟู่หันไปมองวินเทอร์และยิ้มออกมาเจื่อนๆ


    คุณฟู่ได้รับการติดต่อมาจากเดชา เพราะว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เรียกว่าเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ จนคนทั่วทั้งเมืองหลวงประเทศช้างถึงกับแตกตื่นกันเลยทีเดียว อีกไม่นานคงได้ออกข่าวใหญ่ระดับประเทศแน่นอน พวกเขาเลยต้องการถอยกลับไปยังถิ่นของตนที่ภาคตะวันออกทันที


    เพราะว่าถิ่นของพวกเขาทางรัฐบาลจะไม่กล้าเข้ามายุ่งและทางกองทัพของภาคตะวันออกก็เป็นของแก๊งหงเหมิน ถ้าเกิดทางกองทัพภาคกลางเปิดการปะทะกับภาคตะวันออกขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์วิปโยค สงครามกลางเมืองขึ้นมาเลยก็ว่าได้ จำนวนผู้เสียชีวิตไม่จบที่หลักร้อยหลักพันแน่นอน


    เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ยุ่งยาก คุณฟู่จึงหันไปเตือนสติลูกชายสุดที่รัก ที่ดูเหมือนว่าเขากำลังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ ถ้าเกิดโดนทางการจับที่ภาคกลางย่อมเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ เพราะที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของพวกเขา


    กลุ่มคณะของวินเทอร์ได้เดินทางหลบหนีกลับไปภาคตะวันออกทันที แต่ขากลับได้มีเด็กสาวคนหนึ่งติดกลับมากับพวกเขาด้วย เธอก็คือเจ้าหญิงอนาสตาเซียคนนั้นนั่นเอง


    ส่วนเรื่องของพี่ส้ม คงต้องกลับไปเคลียร์กันที่บ้านแล้วละ เพราะถึงยังไงพี่ส้มก็ปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกจับตัวไปจริงๆ นับว่าเป็นวันที่อลหม่านวายป่วงจริงๆ เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมั่วไปหมด แผนการที่วางไว้จริงไม่มีเลยสักอัน ต้องพูดว่าสถานการณ์มันพาไป ไหลไปตามน้ำมากกว่า


    เมื่อวินเทอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็เห็นข่าวใหญ่ที่ทุกสำนักพิมพ์ได้เผยแพร่ออกมาเป็นเรื่องเดียวกันหมดเลย นั้นก็เป็นเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงนั้นเอง ซึ่งนั้นก็เป็นฝีมือของวินเทอร์นั่นเอง เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจ


    ยังดีที่ไม่มีรูปหลุดของพวกเขาเผยแพร่ออกไป ทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นตัวต้นเหตุ เพราะแขกที่มาเข้าร่วมงานยกเว้นคนของแก๊งหงเหมินได้ออกเดินทางไปปรภพกันหมดแล้ว...


    Writer : มาแบบทีเผลอให้หายคิดถึง อิอิ สัปดาห์นี้อาจไม่ได้ลงแบบถี่ๆ นะน้าบบบ ไรต์ติดงานและก็มีสอบ อาจจะมีโผล่มาบ้างเล็กน้อยตอนสองตอน เดี๋ยวรอพ้นสัปดาห์นรกนี้ไปได้ก่อน ไรต์จะกลับมาลงแบบปกติละน้าบ

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน