“ ข้าไม่มีเวลาจะเล่นกับเจ้า ตายเสียเถอะ ”
นิ้วทั้ง 10 กางออกราวกับกรงเล็บที่พร้อมตะครุบเหยื่อ ซินอี๋กลับไม่ได้เข้าประชิดนกยักษ์ เธอทำเพียงงอแขนกลับไปด้านหลังเล็กน้อยแล้วสะบัดแขนด้วยความเร็วพลัน ปลดปล่อยเข็มสีเงินมันวาวหลายสิบเล่มผ่านนิ้วมือที่กำลังดีดจนเกิดเสียงราวกับว่าเธอกำลังเล่นกู่เจิง
เข็มแต่ละเล่มได้แหวกฝ่าอากาศมุ่งหน้าเข้าหานกยักษ์ มันสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงหุบปีกปกป้องใบหน้าของตนเอง
ปีกอันแข็งแกร่งที่ยกขึ้นมาปิดใบหน้าเริ่มเกิดเสียงกระทบกันกับเข็ม ราวกับมันเป็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ เข็มบางเล่มกลับสามารถทะลวงผ่านปีกของนกไปได้ ทำให้มันกรีดร้องหลังจากมีเข็มปักลงไปบนใบหน้า
กรี๊ด!
ซินอี๋ดึงกระบี่อ่อนออกมาจากข้างเอวที่สวมใส่ไว้ราวกับมันคือเข็มขัด เพียงสะบัดเล็กน้อยก็ทำให้เกิดเสียงตัดอากาศอันน่าหวาดหวั่นสะกดข่มศัตรู
นกยักษ์กลับไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด ภายในใจของมันเต็มไปด้วยความโกรธ หนึ่งในเข็มปักเข้าไปในดวงตาของมันจนทำให้มองเห็นเพียงแค่ข้างเดียว
ซินอี๋เหยียบยอดไม้พุ่งไปด้านหน้า ในมือแทงกระบี่ออกไปจนราวกับงูเลื้อยเข้าหาศัตรู นกยักษ์กลับไม่คิดปล่อยให้ศัตรูเข้าประชิด มันรีบกระพือปีกพาตนเองบินขึ้นฟ้าสูง
ปีกที่กำลังกระพือส่งเสียงดังกลับห้อยตกลงไปข้างลำตัว เมื่อบินไม่ได้มันจึงใช้จะงอยปากจิกลงไปยังปลายกระบี่ที่พุ่งเข้ามาหาแทน
เสียงฟาดฟันกระบี่ดังก้องออกไปไกล การต่อสู้ของระดับจิตยุทธ์ได้ทำลายต้นไม้ใบหญ้าจนราบ กระบี่ในมือของซินอี๋ที่กวาดไปรอบๆล้วนตัดผ่านทุกๆอย่าง จนนกต้องลงไปต่อสู้บนพื้นดินเพราะไม่มีสิ่งใดให้ยึดเกาะ
การห้อยตกของปีกที่คมดั่งใบมีด เกิดขึ้นเพราะเข็มที่ซินอี๋ซัดออกไปก่อนหน้าเต็มไปด้วยพิษ ต่อให้เธอจะไม่มีปราณมารแล้ว เธอยังคงสามารถใช้พิษได้อย่างเชี่ยวชาญ ถึงแม้พิษที่ใช้จะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับเมื่อก่อน มันมากพอจะทำให้นกตรงหน้าใช้ปีกของมันไม่ได้
เสวี่ยหรงได้ยินเสียงต่อสู้ทางฝั่งพี่สาวซินอี๋ เธอจึงเลิกสนใจทางฝั่งนั้นเพราะตอนนี้หมาป่ากำลังไล่ทำลายต้นไม้ที่มีกลิ่นของเธอติดอยู่
ต่อให้จะสามารถหายตัวไปจากสัมผัสของหมาป่าทั้ง 9 ได้ กลิ่นของเธอยังคงอยู่ พวกมันใช้กลิ่นรับรู้ตำแหน่งแล้วไล่ตาม เธอจึงเปลี่ยนต้นไม้ไปเรื่อยๆจนตอนนี้ต้นไม้เริ่มจะไม่เหลืออยู่อีกแล้ว
โครม!
ต้นไม้ต้นสุดท้ายหักโค่นลงไปบนพื้นดิน เสวี่ยหรงถูกบังคับให้เปิดเผยตัว ท่าทางของเธอกลับไม่ได้แสดงออกถึงความตื่นตระหนกแต่อย่างใด ทั้งที่หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก
สกิลชีพจรสงบได้เข้ามาควบคุมร่าง ต่อให้เธอจะหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอจะยังคงมีสติครบถ้วนเช่นเดิม
ไม้ตะบองปราบมารดึงออกมาจากช่องเก็บของถือเอาไว้ในมือซ้าย มือข้างขวาชักดาบออกมาถือ มันเป็นดาบทั่วไปที่หาได้จากโรงตีเหล็ก มันกลับมากพอจะสร้างบาดแผลบนร่างสัตว์ปีศาจทั้ง 9
ปีศาจที่มองเห็นเหยื่อได้อีกครั้งแล้วจึงค่อยๆกระจายตัวเข้าปิดล้อมเช่นเดิม แต่แล้วใต้เท้าของพวกมันก็เกิดแสงสีเขียวสว่าง แสงที่สาดส่องออกมาเกิดจากค่ายกลที่เสวี่ยหรงแอบติดตั้งในตอนที่หนีไปตามต้นไม้ต่างๆ
โบร๋ว!
ความรู้สึกแสบร้อนแผดเผาไปทั่วผิวหนัง ขนทั่วร่างไม่ช่วยป้องกันพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากค่ายกลที่คลุมทับพื้นที่ได้เลย
ค่ายกลที่เสวี่ยหรงใช้ไม่ใช่ค่ายกลสังหาร เธอมีเวลาไม่เยอะพอจะติดตั้งค่ายกลเช่นนั้น สิ่งที่ทำได้จึงเป็นเพียงค่ายกลชำระล้างปราณปีศาจที่ช่วยป่วนกระแสลมปราณของพวกมันให้ทำงานได้ยากมากยิ่งขึ้น
“ เข้ามาเลย ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นว่าผู้ที่มาพร้อมพลังที่พวกแกแพ้ทางจะทำสิ่งใดได้บ้าง ”
เสวี่ยหรงกล่าวอย่างท้าทาย หากถูกลอบโจมตีกลางหน้าอกของเธอยังมียันต์ป้องกันพกติดตัวเอาไว้ เธอจึงคิดว่าตนเองไม่น่าจะตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
หมาป่าตัวที่ยืนอยู่ทางขวามือเริ่มเปิดฉากก่อน เสียงเห่าหอนของจ่าฝูงสั่งให้มันเริ่มโจมตี
เสวี่ยหรงไม่จำเป็นต้องหันมองก็รู้ว่าหมาป่ามาจากทิศทางใด สัมผัสที่ 6 คอยเตือนให้รู้ถึงอันตรายตลอดเวลา มันไม่ได้เหมารวมอันตรายทั้งหมด สามารถแยกแยะได้ว่าอันตรายใดจะมาก่อนและมาหลัง เธอจึงใช้ท่าเท้าหลบออกไปด้านข้างก่อนจะเห็นร่างสีขาวของหมาป่าพุ่งผ่านไป
ความรู้สึกตื่นเต้นเผยบนใบหน้า ก้าวย่างชมจันทร์ของตระกูลม่อที่ใช้ออกไปเมื่อครู่สามารถหลบการโจมตีของหมาป่าระดับปราณไหลเวียนพ้น ต่อให้มันจะมีความเร็วเป็นเลิศ การแจ้งเตือนของสัมผัสที่ 6 ทำให้เธอมีเวลาคิดว่าจะหลบเช่นไร
หมาป่าตัวใหม่เริ่มเคลื่อนไหว เสวี่ยหรงกลับย่อตัวเล็กน้อยแล้วกลิ้งหลบจากนั้นก็ลุกขึ้นใช้ก้าวย่างชมจันทร์เช่นเดิม จนหมาป่าเริ่มเคลื่อนไหวหลายตัวมากยิ่งขึ้น เธอรู้สึกตึงมือไม่น้อย ทุกครั้งที่ก้าวหลบหมาป่าจะเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นจนกรงเล็บเกือบจะข่วนโดนหน้า
“ ถ้าครบ 9 ข้าตายแน่ๆ ”
เสวี่ยหรงเริ่มมองหาทางโต้กลับ วรยุทธ์ก้าวย่างชมจันทร์ตระกูลม่อเป็นเพียงพื้นฐาน เธอปรับมันให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมแต่ก็ไม่มากพอจะรับมือกับหมาป่าระดับปราณไหลเวียนพร้อมกันถึง 9 ตัว
จ่าฝูงคำรามสั่งให้หมาป่าที่เหลือพุ่งเข้ามาพร้อมๆกัน เสวี่ยหรงจึงกัดฟันให้แน่น เมื่อพบว่าทุกทิศทางมีกรงเล็บและเขี้ยวแหลมคมพุ่งเข้ามาหาตนเองแล้ว
“ ตายเป็นตาย ”
ร่างหมาป่าทางฝั่งขวามือพุ่งเข้ามาใกล้ เธอใช้ท่าเท้าหลบไปด้านข้างเผยให้เห็นลำคอของหมาป่ากำลังพุ่งผ่านไป เสวี่ยหรงไม่รอช้าฟันดาบด้วยวรยุทธ์ที่ลุงหานสอนตัดไปยังคอของหมาป่า คอที่กำลังยืดออกไปเพราะต้องการกัดศัตรูที่หลบถูกตัดจนขาดออกจากร่าง
เสวี่ยหรงดีใจที่ฆ่าหมาป่าได้ ทว่าจ่าฝูงกลับลอบเข้าจู่โจม ต่อให้สัมผัสที่ 6 จะแจ้งเตือน เธอกลับไม่สามารถหลบพ้นถูกกระแทกร่างจนยันต์ป้องกันแตกออกแล้วพุ่งเข้าชนต้นไม้ที่หักโค่นอยู่ไม่ไกลจนทำให้เกิดเสียงโครมคราม
หมาป่าทั้ง 8 รีบวิ่งตามเข้าไปล้อมพลางใช้ดวงตามองดูสิ่งที่อยู่ใต้เศษซากต้นไม้ที่หักทับถมกัน
โครม!
ต้นไม้ที่ทับร่างถูกเตะกระเด็น หญิงสาวร่างบางค่อยๆพาตนเองลุกขึ้นยืน บริเวณด้านหลังของเธอปรากฎรอยกรงเล็บฝังลงไปจนเผยให้เห็นเลือดไหลออกมาจำนวนหนึ่ง จ่าฝูงหมาป่าเป็นระดับปราณไหลเวียนขั้นสูงพละกำลังของมันจึงมากกว่าตัวอื่นๆ
เสวี่ยหรงจำที่ลุงเจ๋อแนะนำก่อนจากกัน หากเธอได้รับบาดเจ็บปราณสามารถใช้ห้ามเลือดได้ เธอจึงโคจรลมปราณไปยังจุดที่มีเลือดไหล ทำให้เลือดค่อยๆหยุดลง
หมาป่าเห็นเหยื่อยังคงปกติดีจึงวิ่งเข้าไปฉีกกระชาก เสวี่ยหรงจึงยกดาบในมือขวาหวังจะตัดคอตัวที่เข้ามาใกล้ เพียงแต่ว่าดาบในมือขวาหายไป มันหล่นหายในช่วงที่เธอถูกกระแทกจากทางด้านหลัง ทว่าในมือซ้ายยังคงถือไม้ตะบองปราบมาร เสวี่ยหรงจึงหวดมันเข้าใส่หมาป่าตัวหน้าสุดจนมันร้องเสียงหลงก่อนจะหยิบยันออกมาจากหน้าอกปาเข้าใส่หมาป่าตัวที่เหลือจนทำให้มีเปลวไฟลุกโหมกระหน่ำ
ยันต์ลูกไฟที่เปิดใช้งานพยายามเผาร่างหมาป่าที่พุ่งเข้ามากระแทกจนพวกมันรีบทิ้งระยะห่างออกไปไกล
“ คิดว่าทิ้งแผลให้ข้าได้แล้วจะสามารถหนีข้าผู้นี้ได้หรือ พวกแกจงตายเสียเถอะเจ้าหมาขนปุย! ”
เสวี่ยหรงวิ่งตามหมาป่าตัวที่ถูกเคาะกลางศีรษะ แม้มันจะไม่ตายเสียงที่มันส่งออกมาจากการถูกทุบทำให้เธอรู้สึกพอใจไม่น้อย หลังจากเร่งความเร็วจนมายืนด้านหน้าหมาป่าได้นั้น เสวี่ยหรงไม่รอช้าพุ่งเข้าหามันแล้วหวดด้วยไม้ตะบองอีกครั้งหนึ่ง
หมาป่าพยายามใช้เท้าขวาตวัดกรงเล็บเข้าต้าน เมื่ออุ้งเท้าของมันกระแทกเข้ากับไม้ตะบองก็เกิดเสียงประหลาด เสียงที่ส่งออกมาจากการปะทะกันราวกับว่ามีใครใช้ค้อนทุบหม้อ มันมีเสียงกังวานและเล็กเสียดแทงแก้วหูในเวลาเดียวกัน ปราณภายในร่างกายของมันถึงขั้นปั่นป่วนชั่วขณะ
เสวี่ยหรงที่เห็นท่าทางเก้กังของหมาป่า เธอจึงมองไม้ตะบองในมือแล้วฉีกยิ้มเนื่องจากว่ามันใช้ได้ผลดี ต่อให้จะสร้างบาดแผลให้ไม่ได้ มันกลับทุบตีจนปราณภายในร่างปีศาจปั่นป่วน
“ มาให้พี่สาวผู้นี้ทุบหัวแต่โดยดี ฮี่ฮี่ ”
ใบหน้าของเสวี่ยหรงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอมองหมาป่าไม่ต่างจากลูกหมา ไม้ตะบองในมือของเธอสามารถขัดขวางการไหลเวียนของปราณปีศาจได้ นอกจากจะทำให้พวกมันบาดเจ็บแล้วยังลดความสามารถในการเคลื่อนไหวลงไปมาก ต่อให้มันจะเข้ามาพร้อมกัน 8 ตัวเธอกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย เธอรู้สึกอุ่นใจมากกว่าตอนถือดาบเพราะทุกครั้งที่โจมตี หมาป่าจะชะงักราวกับถูกฟ้าผ่า.