เสียงชาวบ้านหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ปู้จิงดังไปทั่วบริเวณดีที่ปู้จิงไม่คิดจะสนใจเสียงน่ารำคาญเ่าั้นางรีบตรงดิ่งกลับบ้านที่ท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
“ท่านปู่!ท่านย่า!ข้ากลับมาแล้ว”ปู้จิงลากวัวตัวเขื่องเข้าไปทิ้งไว้ในลานบ้านใหญ่พร้อมรอยยิ้มกว้างนางอยากได้คำชมจากคนในครอบครัวเร็วๆ
“อั้ยหยา!หลานรักของย่าเ้าเอาของดีมาให้พวกเราอีกแล้วเก่งมากหลานรัก”จางซื่อรีบออกจากเรือนมาดูปู้จิงพอเห็นวัวกระทิงตัวใหญ่เข้าก็อดแย้มรอยยิ้มชราออกมาไม่ได้
“ท่านปู่ไม่ออกมาด้วยเหรอเ้าคะท่านย่า”ปู้จิงถามถึงปู้ถิงที่ระยะหลังมานี่มักหลงลืมบ่อยๆ ขนาดเขาเห็นปู้จิงแท้ ๆแต่กลับคิดว่านางเป็สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งเสียอย่างนั้นหลายครั้งทำเอาคนในครอบครัวต่างปวดหัวไม่น้อยกับความหลงลืมของปู้ถิง
“ปล่อยให้เขานอนไปเถอะหากให้ออกมาข้างนอกย่ากลัวว่าปู่เ้าจะเดินออกนอกบ้านอีกจนต้องวุ่นวายตามหากันเปล่าๆ” จางซื่อบอกอย่างระอานางเหนื่อยไม่น้อยกับการดูแลสามี
“ท่านย่าเ้าคะวัวตัวนี้หากขายจะได้สักกี่ตำลึงหรือ?ข้าอยากได้เงินมาให้ท่านพ่อไปสั่งทำธนูเหล็กให้ข้าสักอันน่ะเ้าค่ะ”ปู้จิงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมานางอยากหัดยิงธนูจริง ๆ
“วัวตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะได้สักห้าสิบตำลึงกระมังเ้าอยากได้ธนูเหล็กทำไมไม่บอกย่าแต่แรกเล่าหลานรักย่าจะเอาเงินให้พ่อเ้าไปสั่งทำให้เองเ้าจะได้ไม่ต้องลำบากออกไปล่าสัตว์”จางซื่อเห็นร่างเล็ก ๆของหลานสาวก็อดสงสารไม่ได้หลานสาวนางตัวแค่นี้เองแต่กลับต้องหาเงินจำนวนมากเพื่อธนูเหล็กแค่คันเดียว
“ข้าอยากหาเงินเองเ้าค่ะท่านย่าข้าโตแล้วนะเ้าคะ”ปู้จิงพยายามยืดอกให้รู้สึกว่าตัวเองเป็ผู้ใหญ่จริงๆท่าทางของนางทำเอาจางซื่ออดเดินเข้าไปรวบร่างเล็กมากอดอย่างเอ็นดูไม่ได้
“ในเมื่อเ้าอยากขายวัวตัวนี้ย่าก็จะให้พี่ชายเ้าเอาไปขายในเมืองให้นะเ้าเข้าไปกินขนมรอกับแม่เ้าก่อนก็ได้น่าจะอีกพักใหญ่กว่าที่พวกเขาจะจัดการให้เ้าเสร็จ”จางซื่อเดาเวลาที่ต้องไปกลับในเมืองนางรู้ดีว่าหากใช้เกวียนวัวเดินทางก็คงต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วยาม
“ได้เ้าค่ะข้าจะไปรอพวกพี่ชายที่เรือนนะเ้าคะขอบคุณท่านย่า”ปู้จิงย่อกายคารวะอย่างน่ารักถึงนางจะมีพลังช้างสารแต่เื่มารยาทพวกนี้ปู้จิงก็ได้รับการสั่งสอนจากคนในครอบครัวมาเป็อย่างดีอีกทั้งมีป้าสะใภ้ใหญ่เ้าระเบียบคอยจ้ำจี้จ้ำไชด้วยปู้จิงจึงไม่ละเลย
“ท่านแม่!ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”ปู้จิงเดินเข้าเรือนไปก็ร้องเรียกแม่ของนางทันที
“ได้สิ่งใดมาให้ท่านย่าอีกเล่าแม่ได้ยินเสียงอยู่แต่ไม่่ว่างออกไปดู”หลิวซื่อกำลังเย็บเสื้อผ้าให้ลูกสาวนางซึ่งกำลังอยู่ในวัยเติบโต
“วันนี้ข้าได้วัวกระทิงตัวใหญ่มาเ้าค่ะท่านย่าบอกว่าจะให้พวกพี่ชายเอาไปขายให้ข้า”ปู้จิงจิบชาบนโต๊ะแล้วแกว่งขาเล็กๆ ตอบอย่างร่าเริง
“ลูกจะเอาเงินไปทำสิ่งใดกันเหตุใดจึงได้ขายวัวไปหมดเล่า”หลิวซื่อถามอย่างสงสัยบ้านนางเป็นายพรานมาหลายปีเงินกองกลางจึงมีอยู่ไม่น้อยหากคนในบ้าน้าใช้เงินก็แค่ไปขอจากแม่สามีนางก็ได้แล้ว
“ข้าจะให้ท่านพ่อสั่งทำธนูเหล็กให้เ้าค่ะ”ปู้จิงบอกไปตามตรงนางรู้ดีว่าแม่ของนางเองก็เก่งมากในการยิงธนูเพียงแต่หลังแต่งงานเข้าบ้านปู้หลิวซื่อก็ไม่ค่อยได้ออกไปล่าสัตว์นานแล้ว
“อืม…หากเ้าอยากได้แค่บอกแม่ก็ได้แล้วจะต้องยุ่งยากขึ้นเขาไปล่าสัตว์ทำไมกัน”หลิวซื่ออยากให้ลูกสาวอยู่บ้านเรียนมารยาทกับพี่สะใภ้ใหญ่มากกว่า
“ข้าอยากหาเงินเองนี่เ้าคะท่านแม่ข้าโตแล้วนะ จะให้เอาแต่ขอเงินพวกท่านได้ยังไง”ปู้จิงตัวน้อยส่ายหัวอย่างน่ารักทำเอาหลิวซื่ออดยิ้มออกมาไม่ได้
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้ารอธนูเ้าได้มาก่อนแม่จะให้พ่อเ้าสอนยิงธนูให้นะ”หลิวซื่อบอกพร้อมรอยยิ้มกว้างนางไม่ได้กังวลเื่ความปลอดภัยของปู้จิงนานแล้วั้แ่ที่ปู้จิงตบหมูป่าตายด้วยฝ่ามือเดียวทุกคนในบ้านปู้จึงรู้ว่าปู้จิงแข็งแกร่งมากแค่ไหนทั้งที่อายุยังน้อย
ปู้ต้านกับปู้ตี้พอได้รับคำสั่งจากจางซื่อทั้งสองก็พากันลากเกวียนวัวของบ้านออกมาก่อนจะช่วยกันยกวัวขึ้นเกวียนไปอย่างทุลักทุเลพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันก็จริงอยู่แต่ยังไงทั้งสองก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับปู้จิงจอมพลังอยู่ดี
“พวกเ้ารีบไปรีบกลับเล่าอย่ามัวแต่เถลไถลอยู่ในเมือง”เหวินซื่อกำชับลูกชายทั้งสอง
“ทราบแล้วขอรับท่านแม่”ทั้งสองรีบรับคำพร้อมกันพวกเขาเคยเอาเหยื่อเข้าไปขายให้พ่อกับท่านอาทั้งสองอยู่บ่อยครั้งหากไม่ติดว่าแม่พวกเขาอยากให้เรียนหนังสือแล้วล่ะก็พวกเขาก็คงแย่งกันขึ้นเขาไปล่าสัตว์นานแล้ว
“ไปไป รีบไปได้แล้วน้องสาวเ้ายังรอเงินของนางอยู่”เหวินซื่อโบกมือไล่ลูกชายตัวเหม็นทั้งสองของนางเหวินซื่อชอบปู้จิงผู้น่ารักมากกว่าลูกชายจอมเปิ่นของนางเสียอีก
ค่ำวันนั้นบ้านปู้ต่างรวมตัวกินข้าวอย่างชื่นมื่นเมื่อวัวของปู้จิงขายได้ราคาสูงถึงแปดสิบตำลึงอย่างไม่น่าเชื่อคงเพราะวัวกระทิงหายากมากกระมังทำให้ราคาตลาดสูงขนาดนี้
“อาซานพรุ่งนี้เ้าก็เข้าเมืองไปสั่งทำคันธนูกับลูกธนูให้ปู้จิงด้วยเล่า”จางซื่อบอกลูกชายที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่โต๊ะข้างๆ กัน บ้านปู้แยกโต๊ะชายหญิงเวลากินอาหารมานานแล้ว
“ขอรับท่านแม่ข้าจะจัดการให้ลูกเอง”ปู้ซานผู้เชื่อฟังพยักหน้าทันที
“ท่านแม่พรุ่งนี้ข้าขึ้นเขาอีกได้ไหมเ้าคะ”ปู้จิงไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ นางไม่สามารถเรียนรู้เื่เย็บปักถักร้อยจากแม่ได้รวมถึงการทำงานบ้านต่าง ๆปู้จิงก็ไม่อาจทำได้เพราะพลังอันมหาศาลของนางทำให้การทำเื่เบาแรงเหล่านี้เป็เื่ยากสำหรับนางมาก
“เฮ้อเหตุใดไม่พักผ่อนอยู่บ้านดีๆ เล่า ป้าสอนเ้าเื่มารยาทได้นะลูก”เหวินซื่ออยากให้หลานสาวมาเรียนกับนางบ้างเพราะเหวินซื่อเริ่มเบื่อการสอนลูกชายทั้งสองแล้ว
“ข้าคงเรียนไม่ไหวหรอกเ้าค่ะท่านป้า”ปู้จิงเคยลองไปเรียนกับป้าสะใภ้นางครั้งหนึ่งจึงรู้สึกเข็ดขยาดและไม่อยากเรียนอีกก็ใครใช้ให้ท่านป้านางสอนเดินนวยนาถอย่างช้าๆ ราวหอยทากกันเล่าอีกทั้งยังต้องส่ายสะโพกไปมาราวกับหนอนบุ้งอีกปู้จิงคิดแล้วก็อดขนลุกไม่ได้
“เอาล่ะๆ ในเมื่อปู้จิงไม่อยากเรียนก็อย่าบังคับนางเลยน่าปล่อยหลานทำตามที่นาง้าเถอะยังไงบนเขาก็ไม่ได้อันตรายอะไรสำหรับนางอยู่แล้ว”จางซื่อกล่าวช่วยหลานสาวนาง
เช้าวันต่อมาแต่ละคนในบ้านปู้ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองปู้ซานเข้าเมืองโดยใช้วิชาตัวเบาแทนการนั่งเกวียนวัวเขาต้องรีบไปสั่งทำธนูให้ลูกสาวสุดที่รักก่อน
ปู้จิงวันนี้ก็สะพายตะกร้าและถือมีดพร้าประจำตัวเดินออกจากบ้านไปอย่างร่าเริงไม่ต่างจากเมื่อวานนี้นางยังคงเลือกไปูเาลูกเมื่อวานอีกครั้งหนึ่งปู้จิงคิดว่าเขาลูกนั้นน่าจะมีสัตว์ป่าให้นางล่ามากกว่าูเาหลังบ้านนาง
สัปดาห์ต่อมา
ธนูของปู้จิงมีขนาดใหญ่เท่าความสูงของนางเพราะปู้ซานคิดว่าหากลูกสาวโตขึ้นจะได้ไม่ต้องสั่งทำคันธนูใหม่ให้ยุ่งยากอีกทั้งพลังของลูกสาวเขาก็มากมายมหาศาลด้วยหากเขาเลือกสั่งทำคันธนูเล็กๆ มีหวังมันคงพังั้แ่นางเริ่มง้างเป็แน่
“เ้าทำตามที่พ่อสอนลองดูเล็งดี ๆ เล่า”ปู้ซานที่สอนพื้นฐานให้ลูกสาวอยู่นานเอ่ยขึ้นเขาอยากรู้ว่าลูกสาวยิงแม่นหรือไม่ในการลองยิงครั้งแรก
“เ้าค่ะท่านพ่อ”ปู้จิงตั้งท่าแล้วเล็งยิงออกไปเสียงลูกธนูแหวกฝ่าอากาศดังขึ้นไม่นานลูกธนูของปู้จิงก็ทะลุต้นไม้ซึ่งเป็เป้าของนางไปยังต้นไม้ต้นอื่นอีกหลานต้นปู้จิงที่เป็คนยิงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างยุ่งยากใจนางคิดว่าใช้แรงน้อยแล้วนะแต่ไม่คิดว่าลูกธนูของนางจะสามารถยิงทะลุต้นไม้ได้หลายต้นขนาดนี้ยังดีที่ต้นไม้เ่าั้ไม่ขาดครึ่งลงมาเสียก่อน
“ปู้จิงลูกเบาแรงลงหน่อยนะไม่อย่างนั้นเ้าคงต้องวิ่งไปเก็บลูกธนูไกลแน่”ปู้ซานบอกลูกสาวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับพลังของนาง
“ได้เ้าค่ะท่านพ่อเช่นนั้นข้าของลองยิงดูอีกดอกนะเ้าคะ”ปู้จิงทำได้แค่ทดลองอีกครั้งและครั้งนี้นางกดพลังของตนเอาไว้มากกว่าครึ่ง
ฟิ้ว!ฉึก!ผลั๊วะ!ฉึก!ผลั๊วะ!ฉึก!ผลั๊วะ!
“อืม… ไม่เลวไม่เลว ทะลุไปแค่สามต้นก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะ”ปู้ซานเอ่ยให้กำลังใจลูกสาวที่เพิ่งหัดยิงเป็ครั้งแรกเขาไม่ได้คาดหวังเื่ความแม่นยำอะไรแต่แรก