“แค่กๆๆ” ไม่นานเด็กหนุ่มที่ถูกทำร้ายก็ฟื้นคืนสติ ไม่รู้ว่าเป็เพราะน้ำยาขมเกินไปรึเปล่า ทันทีที่เห็นอ้ายเชียนอยู่ตรงหน้า เขาก็สะดุ้งสุดตัว
“เ้า...” เขายังไม่ทันพูด อ้ายเชียนก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปทางเด็กทั้งหลาย ใบหน้านิ่งเฉยเชิดขึ้นก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความยโส
“ข้าจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ติดตามข้าหรือตาย!”
เฮือก … เหล่าขอทานน้อยหลายคนรีบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกหลายคนมีสีหน้าเ็ปขณะที่ก้มหัวลงอย่างยอมแพ้ แต่ตอนนี้พวกเขาล้วนอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
หลังจากได้เห็นวิชาแพทย์ของนางแล้ว มีหรือพวกเขาจะอยากต่อต้าน
“ดี! ต่อไปนี้พวกเ้าจะเป็คนของข้า คนของข้ามีชีวิตเพื่อข้าเท่านั้น...หากพวกเ้าปกป้องข้า ข้าก็จะปกป้องพวกเ้า ข้าจะมอบความรุ่งเรืองและอำนาจวาสนาให้พวกเ้าทุกคน!”
“กฎของข้ามีไม่มาก ข้อแรก เชื่อฟังคำสั่งข้า คำสั่งของข้าถือเป็คำสั่งสูงสุด!” อ้ายเชียนพูดก่อนจะกวาดตามองไปรอบห้อง นางยังไม่ได้ถอนพลังกดดันเด็กพวกนี้
“เด็กผู้หญิงไปรวมกันอยู่ที่ด้านนั้นและหันหน้าเข้ากำแพงซะ!” อ้ายเชียนชี้มือไปที่มุมสว่างมุมหนึ่งของคุกใต้ดิน
เด็กผู้หญิงค่อยๆเคลื่อนออกจากขบวนเด็กทั้งหลาย โดยเริ่มจากเหล่าแม่นางน้อยทั้งหลาย จนถึงเด็กตัวเล็กๆ
“เ้าไม่ใช่ผู้หญิงงั้นรึ” สายตาแหลมคมจับไปที่เด็กคนหนึ่งซึ่งแอบอยู่หลังเด็กชาย นางตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อถูกชี้
เฮือก… เหล่าขอทานน้อยเห็นชัดๆว่าคนตรงหน้าใช้ผ้าปิดตาอยู่ พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมนางถึงมองเห็นทุกอย่าง กระทั่งสามารถใช้วิชาแพทย์ฝังเข็มช่วยชีวิตเด็กชายผู้นั้นได้
“พี่ใหญ่ ข้ากลัว” เด็กหญิงตัวน้อยยังคงไม่ปล่อยมือ เด็กหญิงที่โตกว่าหน่อยรีบเดินเข้ามาและอุ้มเด็กน้อยไปรวมกันทางนั้น
“ท่าน ...คุณหนูผู้ยิ่งใหญ่ อย่าทำร้ายพวกนางเลยขอรับ” เด็กผู้ชายเริ่มคุกเข่าขอร้อง ขณะที่เด็กหญิงกอดกันตัวสั่นเทาหันหน้าเข้ากำแพงตามที่นางสั่ง
“เด็กชายทั้งหลายถอดเสื้อพวกเ้าออก”
“ต่อไปนี้ข้าจะทำพิธีพันธสัญญาเื พวกเ้าจะต้องยินดีที่จะรับพิธีนี้ หากพิธีล้มเหลวแปลว่าพวกเ้าคิดทรยศข้า และข้าจะไม่ไว้ชีวิตคนทรยศ” อ้ายเชียนอธิบายพิธีกรรมของตัวเองโดยไม่สนใจเหล่าเด็กหนุ่ม
พวกเขานิ่งไป ก่อนจะเงียบเชียบลงในที่สุด ส่วนเด็กหญิงก็ชะงักและไม่ร้องไห้อีกแล้ว พวกนางคิดว่าตนเองจะถูกฆ่า กลับกลายเป็ว่านายหญิงของพวกนางเพียงไม่อยากให้พวกนางอุจาดตา
“ถอดเสื้อ” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เด็กหนุ่มก็เริ่มถอดเสื้อของพวกเขาออก
อ้ายเชียนจำเป็ต้องทำพิธีตัวต่อตัว เด็กหนุ่มตัวสั่นเมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ พวกเขานิ่งไม่ขยับตัวเกรงว่าจะไปขัดพิธีของนาง จนทำให้พิธีไม่สำเร็จและชีวิตของตนก็คงไม่เหลือ
อ้ายเชียนลองกับเด็กหนุ่มที่ออกมาปกป้องพี่ชายของเขาเป็คนแรก เขามองนางอย่างใก่อนจะเม้มปากกลั้นหายใจ
มือของเด็กหญิงหยิบกริชขนาดเล็กออกมา ปลายกริชจ่อเข้าที่หัวใจของเด็กหนุ่ม ทำให้คนอื่นที่จ้องมองอยู่ตาโต แต่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่ขยับตัวในตอนนี้
“เ้าต้องยินยอม อย่าขัดขืน ทำใจให้สงบ ข้อห้ามเดียวของการทำพันธสัญญาคือห้ามทรยศข้า” อ้ายเชียนกล่าวเสียงอ่อน ทำให้คนฟังสบายใจขึ้น
เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนจะพูดขึ้น ทำให้อ้ายเชียนชะงักมือที่กำลังจะกรีดหัวใจของเขา
“มันเจ็บมั้ย” เสียงคำถามทำให้หลายคนสูดหายใจเข้า
“เจ็บอยู่บ้าง แต่เ้าจะยังมีชีวิตอยู่แน่นอนหากเ้ายินยอม เ้าต้องยินยอมเท่านั้นพิธีจึงจะไม่ล้มเหลว” อ้ายเชียนพูดยิ้มๆ
เมื่อเห็นรอยยิ้มแต่งแต้มมุมปาก เหล่าชายหนุ่มก็สบายใจมากขึ้น พวกเขามองไปทางเด็กผู้หญิงด้วยสายตาอาลัย หากพวกเขาจากไปก็ไม่เสียดาย เพราะเด็กหญิงเ่าั้จะได้เห็นตัวอย่างเสียก่อนและไม่ทำให้พิธีผิดพลาด เมื่อพิธีไม่ผิดพลาดคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่คงไม่ทำร้ายพวกเขา
“ข้ายินยอมติดตามท่าน” เสียงของเด็กหนุ่มแ่เบา เขาหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจ
ปลายมีดทุ่มเข้าไป ผ่านซีโครงทะลุถึงหัวใจของเด็กหนุ่ม เมื่อเืไหลออกมาอ้ายเชียนก็ใช้มือรองรับ เืหยดหนึ่งพุ่งเข้าสู่หว่างคิ้วของนาง เมื่อปลายกริชถอนออก แผลก็สมานราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกฉีกหัวใจครั้งหนึ่ง หัวใจเขากระตุกครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย มันจบลงรวดเร็วจนแทบไม่รู้สึกอะไร
เมื่ออ้ายเชียนย้ายไปอยู่ด้านหน้าเด็กหนุ่มคนต่อไป เด็กชายผู้นั้นถึงรู้สึกตัวขึ้น เขาควานไปทั่วบริเวณอกซ้ายด้วยความแปลกใจ
ขณะเดียวกันเด็กหนุ่มคนอื่นๆก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังไม่กล้าพูดเพื่อขัดพิธี ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจเป็ต้นเหตุให้คนอื่นตายได้
พิธีดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ และความกดดันก็ค่อยๆคลายออกไป พวกเขาคอยลุ้นแต่ว่าพิธีจะพลาดหรือไม่ โชคดีที่พิธีไม่พลาดแม้แต่น้อย
“เอาล่ะ เรียบร้อย พวกเ้าออกไปรอด้านนอก” อ้ายเชียนพูดพร้อมกับโยนกุญแจห้องขังไปที่พื้น
เด็กหนุ่มผู้เป็พี่ชายที่ได้รับาเ็คนนั้นหยิบกุญแจขึ้นมา และพาเด็กหนุ่มคนอื่นๆออกจากห้องขัง เขาชะงักแล้วหันไปถามอ้ายเชียน
“คุณหนู...นายหญิง แล้วพวกโจร...” เขายังจำได้ว่าอ้ายเชียนบอกให้พวกเขาเรียกนางว่านายหญิง
“ตายหมดแล้ว” อ้ายเชียนพูดคำเดียว ทำให้เหล่าเด็กๆสูดหายใจเย็นเยือกเข้าเต็มอก พวกเขายังไม่เชื่อกระทั่งขึ้นไปสู่พื้นโลก และเห็นร่างของโจรสองคนที่นอนตาย
ตอนนี้ผ่านไปกว่าชั่วยามแล้ว ดังนั้นแสงอาทิตย์จึงทะลุม่านหมกและเผยให้เห็นสภาพอันน่าหวาดกลัว โจรมากมายนอนตายอยู่ตามพื้นทางเดิน และยังมีพวกที่ตายอยู่ในบ้านอีกมาก
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็คนฉลาด เขาจึงหันไปบอกให้ทุกคนช่วยกันลากศพไปกองอยู่กลางลานเพื่อเตรียมกำจัด
ส่วนอ้ายเชียนก็ค่อยๆทำพันธสัญญากับเด็กผู้หญิงที่เหลือ พวกนางมีดวงหน้าที่ค่อนข้างธรรมดาเพราะส่วนมากล้วนเป็ขอทานน้อย หรือเป็คนยากจน
ส่วนคนที่หน้าตาดีหน่อย ส่วนใหญ่ก็ถูกหัวหน้าโจรจับไปบำเรอมันหมดแล้ว
ขณะที่ทำพิธี อยู่ๆอ้ายเชียนก็ขมวดคิ้วขึ้น ทำให้เด็กสาวรอบด้านใแล้วรีบคุกเข่าลง การทำพิธีของหญิงสาวแตกต่างจากชายหนุ่มเพราะอ้ายเชียนทำจากแผ่นหลัง พวกนางจึงต้องทำเพียงปลดเสื้อลงให้เห็นแผ่นหลังเท่านั้น
“เ้ามีชื่อว่าอะไร” เสียงเ็าของอ้ายเชียนดังขึ้น ทำให้เด็กหญิงสะดุ้งสุดตัว
“ข้ามีนามว่าเซวียเอ๋อร์เ้าค่ะนายหญิง” เด็กหญิงเอ่ยอย่างหวาดกลัว อ้ายเชียนได้ยินก็ขมวดคิ้ว
“เ้ามีอะไรอยู่ในใจ… คิดว่าเ้าจะสามารถกลายเป็คนสนิทข้า หรือได้รับความโปรดปรานกว่าคนอื่น แล้วสามารถข่มคนอื่นได้งั้นหรือ?”
“ไม่ใช่นะเ้าคะ” เซวียเอ๋อร์หันตัวกลับไปตรงหน้าอ้ายเชียน แล้วคุกเข่าลงกับพื้น “ข้าน้อยยินดีติดตามนายหญิงอย่างบริสุทธิ์ใจ”
อ้ายเชียนไม่พูดอะไร นางเพียงขมวดคิ้วแล้วเดินไปด้านหลังเด็กสาวคนถัดไป ทำให้เซวียเอ๋อร์สับสน นางตั้งใจจะลุกขึ้นแต่กลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกดดันให้นางคุกเข่าอยู่อย่างนั้น จนใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือด กระทั่งทำพิธีสำเร็จทุกคน อ้ายเชียนจึงเอ่ยขึ้น
“เอาล่ะ ขึ้นไปรวมกัน้า พวกเ้าคงไม่ได้กินอาหารมานาน อีกไม่นานข้ารับใช้ของข้าจะกลับมาพร้อมกับเนื้อสัตว์จำนวนมาก ให้พวกเ้ารวบรวมเครื่องครัวและต้มน้ำ ก่อกองไฟรอ” อ้ายเชียนพูดแค่นั้นก่อนจะหายไปจากคุกใต้ดินอย่างรวดเร็ว ไม่เห็นกระทั่งเงา
เด็กหญิงรอบด้านถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อความกดดันของตัวตนนายหญิงของพวกเขาหายไป แต่ไม่ถึงชั่วยามพวกเขาก็ต้องแปลกใจ เมื่อนายหญิงกลับมาพร้อมกับกลุ่มขอทานกลุ่มใหญ่
อ้ายเชียนกวาดตามองขอทานน้อยกลุ่มนี้ พวกเขาเก็บกวาดศพพร้อมเผาทำลายแล้ว กลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ยังคงอยู่