แดดสายแผดเผาลงบนลานประลองดินอัดแน่นท้ายสำนักธาราเมฆจนดินแห้งแตกระแหงเป็ริ้ว กลิ่นอายความร้อนระอุระเหยปนกับกลิ่นฝุ่นดินชื้นที่ถูกเหยียบย่ำจนฟุ้งกระจาย รอบขอบลานหินเตี้ยๆ คลาคล่ำไปด้วยกลุ่มศิษย์รับใช้ในชุดป่านสีเทาและศิษย์ฝึกหัดที่พากันยืนออกันหนาแน่น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงแข่งกับเสียงลมพัดวูบวาบ หลงเทียนยืนหยัดอยู่ใจกลางลาน สองเท้าแยกกว้างในท่าเตรียมพร้อม มือซ้ายปล่อยข้างลำตัวอย่างผ่อนคลายทว่าปลายนิ้วยังสั่นสะท้านเล็กน้อยจากชีพจรพลังนาคาอุ่นๆ ที่แผ่ซ่านอยู่ใต้แนวเกล็ดแดงทองกึ่งโปร่งแสงซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้แขนเสื้อ
“ประลองเลื่อนระดับศิษย์ฝึกหัด... หลงเทียนปะทะกวนผิง!”
เสียงผู้ควบคุมลานประกาศชื่อดังก้อง ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงกลองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่สี่มุมนอกขอบลานก็เริ่มขยับตีเคาะส่งเสียงดัง *ตึง! ตึง! ตึง!* จังหวะกลองไม่ได้รัวเร็วเป็ดนตรี แต่กลับทุ้มหนักและส่งกระแสพลังปราณดินระดับต่ำกระแทกลงสู่ผิวดินเป็ระลอก คลื่นสั่นะเืมั่วซั่วแผ่กระจายเป็วงกว้างพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางลานประลองทันที
ััะเืจากดินรอบตัวทำให้วงแสงอัญเชิญสีแดงทองที่ปลายเท้าของหลงเทียนสั่นไหววูบวาบ เหราค่อยๆ คลานออกมาอย่างเงียบเชียบ ลำตัวเกล็ดมรกตหนาของมันหมอบต่ำ กรงเล็บทั้งสี่พยายามกดจมลงในดินเพื่อยึดเกาะ ทว่าดวงตาสีแดงหม่นของมันกลับกะพริบถี่ ร่างกายขยับสะบัดไปมาด้วยความอึดอัด คลื่นปราณสั่นะเืจากกลองรอบสนามกำลังปั่นป่วนประสาทรับรู้แรงสะท้อนปฐีอันเป็หัวใจหลักในการกะระยะและหลบหลีกของมันจนสับสน
จ้าวเฟิงยืนกอดอกอยู่ใต้ร่มไม้ขอบสนาม ใบหน้าหล่อเหลาพกพาความลำพองใจและรอยยิ้มหยันอย่างผู้ชนะมาเต็มเปี่ยม ขณะที่เยื้องไปไม่ไกล ศิษย์พี่เป่ากำขอบรั้วไม้ไผ่แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาเต็มไปด้วยความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด หลินเยว่ยืนประคองถุงยาสมุนไพรอยู่ข้างกัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นยามมองสภาพเหราที่ส่ายหัวไปมาคล้ายคนเมารถ
คู่ต่อสู้ของเขาคือ กวนผิง ศิษย์ฝึกหัดที่เป็ญาติห่างๆ ของกวนเซิง มันสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มขลิบเทาแววตาหยิ่งผยอง เบื้องหน้าของมันคือ หมาป่าเกราะเหล็กระดับสอง ลำตัวของมันปกคลุมด้วยขนสีเทาหนาโดยมีแผ่นเหล็กอัคคีแวววาวประกบแน่นตามแนวสันหลังและหน้าอก ส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอ แววตาสีเหลืองอำพันจับจ้องมาที่หลงเทียนดั่งมองเหยื่อชิ้นเนื้อธรรมดา
“ฆ่ามันซะ!” กวนผิงตวาดสั่งการ
หมาป่าเกราะเหล็กทะยานร่างออกไปทันทีด้วยความเร็วสูง ฝ่าเท้าปะทะพื้นดินเสียงดัง *ปึก ปึก ปึก* มันไม่ได้พุ่งเข้าหาเหราตรงๆ แต่ใช้ความเร็วขีดสุดอ้อมฉีกออกทางขวา วิ่งเป็เส้นโค้งเป็รูปครึ่งวงกลมเพื่อเลี่ยงมุมปะทะของสัตว์อัญเชิญเกล็ดมรกต วิ่งเล็งตรงเข้าหาช่องโหว่ด้านข้างเพื่อหมายปลิดชีพตัวควบคุมที่ไม่มีแรงลมปราณอย่างหลงเทียนโดยตรง!
หลงเทียนยืนนิ่งไม่ขยับ สมองของเขาในเวลานี้ไม่ได้ตื่นตระหนกทว่ากลับเต้นเร่าด้วยกระบวนการคิดคำนวณเหมือน CPU ที่กำลังโหลดงานหนัก ภาพการวิ่งของหมาป่าเกราะเหล็กถูกย่อยออกเป็ทิศทางและแรงทางฟิสิกส์ ข้อต่อขาหลังของมันดีดตัวส่งแรงผลัก ลมหายใจร้อนระอุของมันใกล้เข้ามาทุกที
“หลงเทียน! หลบเร็ว!” เสียงศิษย์พี่เป่าร้องเตือนสุดเสียง
ในเสี้ยววินาทีที่หมาป่าเกราะเหล็กกระโจนเข้าหาจากมุมอับด้านซ้าย กรงเล็บหน้าอันแหลมคมหุ้มด้วยปราณโลหะแหลมคมข่วนตัดอากาศจนเกิดเสียงฟึ่ด หลงเทียนไม่หลบเลี่ยง เขาย่อตัวต่ำ ถ่ายน้ำหนักลงสู่ส้นเท้าทั้งสองข้างอย่างมั่นคง เลียนแบบโครงสร้างศูนย์ถ่วงต่ำของเหราที่เคยเฝ้าสังเกต แล้วยกท่อนแขนซ้ายขึ้นขวางปะทะกรงเล็บเหล็กตรงๆ!
..เคร้ง!..
เสียงของแข็งกระแทกกันดังสนั่นราวกับโลหะปะทะหินผา คมเล็บของหมาป่าขูดกรีดลงบนแนวเกล็ดสีแดงประกายทองกึ่งโปร่งแสงที่ผุดขึ้นมาใต้ผิวเนื้อแขนซ้ายของหลงเทียนจนเกิดประกายไฟกระเซ็น แรงะเืมหาศาลจากสัตว์อสูรระดับสองส่งผ่านข้อมือ ข้อศอก และกระดูกไหล่ซ้ายลงสู่ลำตัว หลงเทียนรู้สึกจุกเสียดในอก ร่างของเขาถูกแรงชนกระแทกจนไถลครูดไปกับดินฝุ่นตลบ รองเท้าฟางฉีกขาดขอบลานหินเตี้ยห่างจากข้อเท้าด้านหลังเพียงสองนิ้วเท่านั้น
ท่อนแขนซ้ายชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก ไอความร้อนจากเมล็ดพลังนาคาอกซ้ายปะทุวาบแผ่ความอบอุ่นเข้ามาเยียวยาเส้นเอ็นที่ตึงเขม็งทันที หลงเทียนก้มลงมองแขนตนเอง เกล็ดแดงทองยังคงเรียงตัวแน่นไม่มีแม้แต่รอยแตกหักหรือแผลลึก มีเพียงคราบเขม่าสีเทาและอาการปวดบวมจากแรงกระแทกทางกายภาพเท่านั้น
---
หลงเทียนเหยียดกายขึ้นตรงช้าๆ ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความใของฝูงชนรอบข้างที่จ้องมองมายังแขนซ้ายของเขา ชายหนุ่มสูดหายใจลึกรวบรวมลมปราณอุ่น พลางกวาดสายตามองไปรอบลานดินเพื่อเก็บข้อมูลวิเคราะห์
สัญญาณขยะจากเสียงกลองสั่นปราณดัง ..ตึง... ตึง... ในอัตราความถี่คงที่ประมาณหนึ่งครั้งต่อทุกๆ หนึ่งวินาทีครึ่ง มันคือคลื่นอนาล็อกที่มี่เงียบสั้นๆ ระหว่างรอยต่อของการเคาะไม้กลอง ขณะเดียวกัน ทางวิ่งของหมาป่าเกราะเหล็กที่ขยับตัวตั้งหลักรอบใหม่ก็เผยรอยเท้าลึกบนพื้นดิน หมาป่าตัวนี้มีแผ่นเหล็กหนักที่หน้าอก ทุกครั้งที่มัน้าเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วสูง มันจำเป็ต้องถ่ายน้ำหนักไปที่ขาหน้าขวาเป็จุดหมุนหลักจนทำให้หินผุดรอบรอยเท้านั้นยุบตัวลงมากกว่าปกติ
‘ตัวกลางการส่งผ่านพลังงานในดิน้าวัตถุเนื้อแน่นต่อกัน... ถ้าเราตัดตัวกลางเชื่อมต่อออก สัญญาณรบกวนมันก็จะส่งมาไม่ถึง’ หลงเทียนคิดอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มก้าวเดินออกไปด้านข้างสองก้าว ท่ามกลางความงุนงงของคู่ต่อสู้ที่ยังใว่าทำไมคนไม่มีระดับปราณธรรมดาถึงรับแรงตะปบของหมาป่าระดับสองได้โดยแขนไม่หัก หลงเทียนเลือกจุดที่มีรอยแตกแยกของหินดินเดิมอยู่แล้ว จากนั้นรวบรวมกำลังกายและพลังจากเกล็ดนาคาที่แขนซ้าย ฟาดส้นเท้าซ้ายกระทืบลงบนรอยแยกหินอย่างแรง!
..ตูม!..
แผ่นดินบริเวณรอบข้างหลงเทียนแตกร้าวพังครืนลงมาเป็แนวยาว เศษหินเศษดินร่วงหล่นลงในร่องยุบที่สร้างขึ้น รอยแตกนี้กลายเป็ ‘ช่องว่างลม’ หรือ Noise Filter ทางกายภาพที่ขัดขวางไม่ให้ชีพจรสั่นะเืจากกลองภายนอกเดินทางข้ามผ่านเข้ามาได้ พื้นดินฝั่งที่หลงเทียนและเหรายืนอยู่พลันสงบนิ่งปราศจากแรงปั่นป่วนในบัดดล
หลงเทียนเหลือทางเดินของแผ่นดินที่เป็เส้นตรงเชื่อมต่อไปยังจุดที่เหราขดตัวอยู่เพียงสายเดียว ชายหนุ่มยกเท้าขวาขึ้น เริ่มขยับปลายเท้าเคาะจังหวะส้นเท้าลงบนผิวดินเป็รหัสสัญญาณปิดระบบที่ผ่านการกรองจนใสสะอาด
..แปะ... แปะ... แปะ...
เหราที่เคยส่ายหัวทุรนทุรายััได้ถึงแรงสั่นเป็จังหวะชัดเจนผ่านผิวด้านล่างท้องของมัน ดวงตาสีแดงหม่นของมันสว่างวาบขึ้นมาทันที ลำตัวยาวขยับเลื้อยตั้งหลัก ขาหน้าทั้งสี่กดยึดหินอย่างมั่นคง การประสานงานของระบบสองขั้วระหว่างหลงเทียนกับสัตว์อัญเชิญกลับมาเชื่อมต่อเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์โดยปราศจากคลื่นรบกวนใดๆ
---
“เพ้อเจ้ออะไรของแก! กวนผิง ตบมันให้ร่วง!” จ้าวเฟิงะโสั่งการด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มเห็นสิ่งผิดปกติ
หมาป่าเกราะเหล็กกระโจนร่างพุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วสูง มันเป้าหมายเดิมคือคอหอยของหลงเทียน ทว่าครั้งนี้หลงเทียนเคาะส้นเท้าสองครั้งติดต่อกันดังก้องรัว *แปะ-แปะ!*
เหราตอบรับสัญญาณล่อหลอกทันที มันทะยานร่างสีเขียวมรกตออกไปด้านหน้า แสร้งทำเป็พุ่งเข้าชนหมาป่าตรงๆ กวนผิงเห็นดังนั้นจึงแสยะยิ้มสั่งสัตว์อสูรของตนเลี้ยวฉีกตัวหลบไปทางขวาเพื่อเข้าข้างหลังตามแผนเดิม
หมาป่ากดน้ำหนักลงที่ขาหน้าขวาสุดแรงเพื่อใช้เป็จุดหมุนเลี้ยวโค้ง ทว่าจังหวะนั้นหลงเทียนกระทืบส้นเท้าซ้ายหนักหน่วงหนึ่งครั้ง ปัง! ส่งรหัสเบี่ยงวิถี
เหราขยับตัวด้วยความเร็วและเชื่อใจอย่างที่สุด ลำตัวของมันไม่ได้พุ่งชนปะทะแรง แต่กลับตวัดหางหนากวาดเอาแผ่นหินที่แตกร้าวรอบตัวที่หลงเทียนเตรียมไว้ล่วงหน้าให้ลอยเอียงขึ้นมาขัดช่องว่างทางวิ่งขวาของหมาป่าตรงจุดเลี้ยวพอดี!
..ครืด!..
ฝ่าเท้าหน้าขวาของหมาป่าเกราะเหล็กกดลงบนแผ่นหินที่เอียงลาดและเต็มไปด้วยกรวดร่วน แรงกดยึดเกาะสลายตัวหายไปในพริบตา ร่างของหมาป่าเสียหลักลื่นไถลหัวทิ่มลงกับพื้นดินฝุ่นตลบ ในเสี้ยววินาทีที่ศัตรูเสียการทรงตัว เหราไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอย มันสปริงตัวเลื้อยปราดเข้าประชิด วงแสงอัญเชิญสีแดงทองใต้เท้ามันปะทุวูบ ร่างมรกตชูคอคำรามเสียงทึมต่ำ กรงเล็บหน้าทั้งสองที่เคยใช้ขุดขยายคอกสัตว์ บัดนี้กางแผ่ออกและหวดตะปบเข้าที่สะโพกและสีข้างของหมาป่าเกราะเหล็กอย่างรุนแรง!
..ฉัวะ!..
กรงเล็บคมกริบผสานแรงหวดกดลึกลงบนรอยต่อของแผ่นเกราะเหล็กอัคคีที่แผ่ไอปราณ โลหะร้อนะเิประกายไฟส้มแดงพร้อมกับหนังหนาของหมาป่าอสูรที่ฉีกขาดเป็รอยแผลลึกห้าแถว เือสูรสีเข้มกระเซ็นเปรอะฝุ่นดิน หมาป่าเกราะเหล็กร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ร่างมันทรุดยวบฮวบลงกับพื้น ไม่อาจพยุงกายขึ้นมาขัดขวางได้อีก
การจู่โจมด้วยกรงเล็บที่รวดเร็วและทรงพลังของเหราเรียกเสียงฮือฮาและเสียงอุทานด้วยความทึ่งจากพวกศิษย์สายนอกที่ยืนเฝ้าดูอยู่ขอบลาน ทักษะการตะปบที่รุนแรงและฉับพลันนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างไม่มีข้อกังขาว่าสัตว์เกล็ดประหลาดตัวนี้ไม่ใช่สัตว์พิการไร้ค่า แต่มีสัญชาตญาณและการจู่โจมที่เทียบเท่าสัตว์ต่อสู้สายพันธุ์แกร่ง
หลงเทียนไม่ปล่อยให้โอกาสที่คำนวณไว้หลุดลอย ชายหนุ่มวิ่งก้าวพุ่งตรงเข้าหากวนผิงที่ยืนเหวออยู่กลางลานโดยไร้หมาป่าคุ้มกัน ร่างกายของหลงเทียนไม่มีพลังปราณแท้จริงไปดีดส่งร่าง ทว่ากล้ามเนื้อที่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจากเมล็ดนาคาและการวิ่งทำงานเลี้ยงสัตว์มาตลอดยังคงแน่นแกร่ง ชายหนุ่มก้มตัวต่ำพุ่งชนกระแทกไหล่ขวาเข้าใส่สะโพกของกวนผิงอย่างแรงตามหลักการเข้าทำลายศูนย์ถ่วงของนักกีฬาโลกเก่า!
..อั่ก!..
กวนผิงจุกจนตาตั้ง ร่างของมันลอยคว้างกลางอากาศก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นฝุ่นตลบและไถลหลุดข้ามเส้นขอบลานหินประลองเตี้ยลงไปกองกับพื้นดินด้านนอกอย่างหมดสภาพ หมาป่าเกราะเหล็กที่สูญเสียพลังปราณหนุนนำจากผู้ควบคุมสลายตัวกลับเข้าสู่ตราอัญเชิญทันที
ลานประลองตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงเชียร์และเสียงฮือฮาจากกลุ่มศิษย์รับใช้จะะเิดังก้องไปทั่วบริเวณ จ้าวเฟิงขบฟันแน่นจนแก้มปูด สีหน้าเขียวคล้ำด้วยความเดือดดาลยามจ้องมองหลงเทียนที่ยืนปัดฝุ่นดินออกจากแขนเสื้อซ้ายของตนอย่างสงบ
“หลงเทียนเป็ฝ่ายชนะการประลอง! ได้รับการรับรองฐานะศิษย์ฝึกหัด และเหราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็สัตว์ต่อสู้ระดับหนึ่ง!” ผู้ควบคุมลานประกาศผลอย่างเป็ทางการ
ศิษย์พี่เป่าะโตัวลอย วิ่งเข้ามาตบไหล่หลงเทียนด้วยความตื่นเต้นยินดีสุดขีด “หลงเทียน! เ้าทำได้จริงด้วย! เ้าบ้าเอ๊ย ข้าหัวใจแทบวาย!” หลินเยว่เดินตามมาข้างหลัง แววตาสั่นไหวด้วยความทึ่งประหลาดใจ นางปลายตามองท่อนแขนซ้ายของหลงเทียนที่ซ่อนเกล็ดแดงทองไว้ภายใต้แขนเสื้ออย่างพิจารณา ทว่าก็นิ่งเงียบไม่ซักไซ้เพราะรู้ดีว่าทุกคนมีวิถีการฝึกฝนและความลับเฉพาะตน
ขณะที่หลงเทียนกำลังจะประสานมือคารวะรับป้ายศิษย์ฝึกหัดสีทองแดงใบใหม่ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นพร้อมร่างของผู้ดูแลกวนเซิงที่เดินเข้ามาในลานประลอง ใบหน้ากลมอูมของมันฉาบด้วยรอยยิ้มเ็าและแววตาเ้าเล่ห์ลึก
“ยินดีด้วย ศิษย์ฝึกหัดหลงเทียน” กวนเซิงเอ่ยเสียงราบเรียบพลางยื่นม้วนกระดาษหนังสีน้ำตาลเข้มฉับหนึ่งให้ตรงหน้า “ในฐานะผู้จัดการดูแลหอภารกิจและจัดสรรตารางงานของศิษย์ระดับต้น ข้ามีภารกิจด่วนที่เหมาะสมกับฝีมืออันโดดเด่นและเกราะวิเศษของเ้ามามอบให้ทันที”
หลงเทียนรับม้วนภารกิจมาเปิดดู ตัวอักษรสีดำเด่นชัดระบุรายละเอียดงานอย่างเป็ทางการ: *‘เก็บกวาดคอกสัตว์อสูรดุร้ายและถากถางแปลงสมุนไพรในป่าชั้นนอก ขอบเขตชายแดนเทือกเขาอัคคีพิฆาต’*
“ป่าชั้นนอกรึ? ผู้ดูแลกวน! นั่นมันเป็เขตของสัตว์อสูรระดับสามขึ้นไปนะขอรับ! ศิษย์ฝึกหัดเพิ่งเลื่อนขั้นจะรับงานระดับนั้นได้อย่างไร!” ศิษย์พี่เป่าร้องประท้วงทันควัน ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
กวนเซิงแค่นยิ้มเย็นสบตากับหลงเทียน “นี่คือคำสั่งมอบหมายตามระเบียบระบบงานเมื่อมีศิษย์ฝีมือดีที่ทนต่อแรงชนหมาป่าระดับสองได้ โควต้างานต้องสอดคล้องกับผลการประเมินความสามารถ หรือเ้าคิดจะขัดแย้งระเบียบหน้าที่ของสำนักธาราเมฆอีกล่ะ หลงเทียน? เดินทางพรุ่งนี้เช้า หวังว่าเกราะแขนของเ้าจะช่วยให้รอดชีวิตกลับมาส่งงานนะ”
กวนเซิงหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้บรรยากาศชัยชนะแปรเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดในทันที หลงเทียนมองม้วนภารกิจในมือ สองตาหรี่ลงเล็กน้อย พลางลูบท่อนแขนซ้ายที่มีเกล็ดนาคาอุ่นๆ เต้นระริกอยู่ภายใต้ร่มผ้า ความท้าทายใหม่ในโลกใบนี้พุ่งเข้ามาหาเขาเร็วกว่าที่คิด และเส้นทางการประยุกต์ใช้ระบบของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น