ภายในห้องทำงานอันเงียบสงบของมทินา บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักและความคิดถึง ณิชาผละออกจากอ้อมกอดของมารดาบุญธรรม ดวงตาของนางยังคงแดงก่ำ
นิชา ที่อยู่ในห้วงจิตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความหมั่นไส้ ‘เหอะ! พวกผู้หญิงนี่มันเก่งเรื่องการใช้ความรู้สึกผูกมัดคนจริงๆ โดยเฉพาะนางจิ้งจอกนั่น...ดูสิ ใช้พ่อแม่เจ้าเป็นเครื่องมือได้อย่างแนบเนียน!’
‘ข้ารู้อยู่แล้วน่า’ ณิชาตอบในใจอย่างรำคาญ ‘การกระทำของนางชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี’
‘นั่นแหละคือสิ่งที่ "ผู้หญิง" เช่นพวกเจ้าถนัดนัก’ นิชา แซะ ‘ใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว น่ารังเกียจ!’
‘แล้วเจ้าล่ะ?’ ณิชาอดที่จะเยาะเย้ยกลับไม่ได้ ‘เจ้าก็เป็นหญิงเหมือนกันไม่ใช่รึ?’
‘อย่ามาเหมารวมข้ากับพวกเจ้า!’ นิชา ตวาดกลับด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ‘ตัวตนของข้าคือจ้าวตำหนักมาร! คือชายชาตรีผู้ใช้กำลังและความเด็ดขาด! ข้ามิใช่สตรีที่ต้องมาเล่นการเมืองสกปรกหรือใช้เล่ห์เหลี่ยมอันตื้นเขินเช่นนี้!’ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและไม่พอใจอย่างยิ่ง
ณิชาคร้านจะโต้เถียงนิชาในประเด็นนี้ นางมองใบหน้าของบิดาและมารดาบุญธรรมอย่างละเอียดอีกครั้ง พยายามเก็บซ่อนความขัดแย้งภายในใจไว้ "ท่านพ่อ ท่านแม่ สบายดีหรือไม่เจ้าคะ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา...ข้าเป็นห่วงพวกท่านเหลือเกิน แล้วเหตุใด...เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้?" นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง
บิดาบุญธรรมยิ้มอย่างอ่อนโยน เขายื่นมือมาจับมือนางเบาๆ "พวกเราสบายดีลูก ไม่ต้องเป็นห่วง" เขากล่าวพลางบีบมือนางเบาๆ "ต้องขอบคุณท่านมทินาที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้พวกเราได้มาพบเจ้าที่นี่ พวกเราเองก็ตามหาเจ้ามาตลอดตั้งแต่เจ้าจากไป จนกระทั่งท่านมทินาติดต่อมา บอกว่าเจ้าปลอดภัยและอยู่ที่นี่กับนาง นางบอกว่าเจ้ากำลังฝึกฝนอย่างหนักเพื่ออนาคตที่ดี หากไม่มีนาง พวกเราคงไม่ได้พบเจ้า"
มารดาบุญธรรมเสริม "พวกเราย้ายไปอยู่ที่เมืองในเขต 500 มาได้สักพักใหญ่แล้วลูก ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก" นางเล่าถึงความเป็นอยู่ในเมืองใหม่ด้วยรอยยิ้ม ทำให้ณิชารู้สึกยินดีไปด้วย แต่กระนั้น ความปรารถนาที่จะได้ไปอยู่เคียงข้างพวกท่านก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง
‘นิชา...ข้า...ข้าอยากจะไปหาท่านพ่อท่านแม่ที่เมืองเขต 500...เจ้าพอจะมีวิธีใดบ้างหรือไม่?’
นิชา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้ทางเลือกสามประการ "หนึ่งคือเจ้าต้องพยายามเลื่อนระดับเมือง 896 นี้ให้สูงกว่าระดับ 500 สองคือการได้รับบัตรอาคันตุกะพิเศษจากเจ้าเมืองเขต 500 และวิธีสุดท้าย...คือสงคราม ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้เลยหากเจ้าไม่มีกองกำลังเป็นของตนเอง"
คำพูดของ นิชา ทำให้ณิชาขมวดคิ้วมุ่น แต่ละหนทางดูจะยากเย็นและยาวนานเหลือเกิน นางเหลือบมองมทินา ‘การที่นางเชิญท่านพ่อท่านแม่มาได้...ย่อมหมายความว่านางต้องมีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าเมืองเขต 500 อยู่ไม่น้อย’
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกณิชา" มทินาเอ่ยขึ้นราวกับอ่านความคิดของนางออก "ข้าจะหาโอกาสพาพวกท่านมาเยี่ยมเจ้าบ่อยๆ หรือหากมีโอกาสอันเหมาะสม ข้าอาจจะสามารถช่วยให้เจ้าได้ไปเยี่ยมเยียนพวกท่านที่เมืองเขต 500 ได้เช่นกัน" รอยยิ้มของนางดูอ่อนโยน แต่ณิชากลับรู้สึกถึงความนัยที่ซ่อนอยู่
หลังจากอยู่พูดคุยกันอีกสักพักใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา และรับฟังคำอวยพรและกำลังใจจากพ่อแม่บุญธรรมแล้ว มทินาก็พาทั้งสองท่านจากไป โดยอ้างว่ามีธุระต้องไปจัดการต่อ และจะพาพวกท่านกลับไปยังที่พักที่นางได้จัดเตรียมไว้ให้ ทิ้งให้ณิชามองตามด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งดีใจ เสียใจ และสับสนปนเปกันไปหมด
นางเดินลงมาชั้นล่าง เห็นเพื่อนๆ ทั้งสามคนหลับใหลอยู่บนโซฟาและเก้าอี้ ณิชาเดินไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้เพื่อนๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องฝึกเวทย์
นางกดเปิดหน้าจอควบคุม แลกคะแนนสะสมเป็นทรัพยากรในการฝึกฝน 'ตอนนี้...ข้ามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว' นางคิดในใจ 'ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งขึ้นไปอีก! เพื่อที่จะได้ปกป้องคนที่ข้ารัก และเพื่อที่จะได้มีอิสระในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง! ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาควบคุมข้าได้อีกต่อไป! แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นอาจารย์ของข้าก็ตาม!'
นางนั่งลงขัดสมาธิ หลับตาลงอย่างช้าๆ เริ่มโคจรพลังเวทย์ในร่าง พยายามทำสมาธิเพื่อรวบรวมพลังและทะลุขีดจำกัดของตนเองอีกครั้ง ความสำเร็จจากการประลองและความรู้สึกที่พลุ่งพล่านจากการได้พบพ่อแม่บุญธรรม กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล
ทว่า...การทะลวงระดับพลังในครั้งนี้กลับมิได้ง่ายดายอย่างที่นางคาดคิด พลังเวทย์ในร่างของนางหมุนวนปั่นป่วนราวกับพายุคลั่ง มันพยายามจะทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญต่างๆ แต่ก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นคอยขัดขวางเอาไว้
'บัดซบ! ทำไมมันถึงได้ยากเย็นเช่นนี้!' ณิชาสบถในใจ ความเจ็บปวดเริ่มแล่นปราดไปทั่วร่าง เส้นเลือดในกายเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิดออกมา นางพยายามรวบรวมสมาธิ โคจรพลังเวทย์ให้เป็นระเบียบมากขึ้น แต่กำแพงพลังนั้นก็ยังคงแข็งแกร่งเกินไป
‘ณิชา! อย่าฝืน!’ นิชา ที่อยู่ในห้วงจิตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ‘การทะลวงระดับพลังในขณะที่รากฐานของเจ้ายังไม่มั่นคงพอ ประกอบกับสภาพจิตใจที่ยังคงสับสนว้าวุ่นเช่นนี้ มันอันตรายเกินไป! หากพลาดพลั้ง เจ้าอาจจะบาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งพลังตีกลับจนพิการได้!’
"ข้า...ข้าต้องทำได้!" ณิชาตะโกนในใจ นางไม่ยอมแพ้!
นางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอีกครั้ง! กัดฟันแน่นจนกรามแทบค้าง! ส่งพลังเวทย์ทั้งหมดเข้าปะทะกับกำแพงที่ขวางกั้นอย่างสุดแรง!
ตูม!!!
เสียงระเบิดพลังดังขึ้นในร่างของนาง! ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นเข้าโจมตีจนนางแทบจะหมดสติ! เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก! ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! แต่แล้ว...ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น...นางก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่างออกไป! กำแพงที่เคยขวางกั้น...มันเริ่มมีรอยร้าว!
'อีกนิดเดียว! อีกนิดเดียวเท่านั้น!' ณิชาเค้นพลังเฮือกสุดท้ายออกมา! ส่งมันเข้ากระแทกกำแพงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ในที่สุด! กำแพงพลังนั้นก็พังทลายลง! ไอพลังเวทย์รอบตัวณิชาก็พลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ! แสงสีทองสว่างวาบออกมาจากร่างของนางเจิดจ้าจนแสบตา ก่อนจะค่อยๆ สงบลง เผยให้เห็นระดับพลังที่เพิ่มสูงขึ้น!
"แค่ก...แค่ก..." ณิชาไอออกมาเป็นเลือดเล็กน้อย นางทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง แต่ใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ "ระดับสองดาว ขั้นกลาง...ขั้นที่ห้า...ในที่สุด...ข้าก็ทำได้..." นางพึมพำ รู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานก็ตาม
นิชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือความกังวลแต่ก็มีความทึ่งอยู่เล็กน้อย "เจ้ามัน...บ้าบิ่นเกินไปแล้วจริงๆ ณิชา การทะลวงระดับด้วยวิธีนี้มันเสี่ยงเกินไป" นางหยุดเล็กน้อยก่อนเสริม "นี่ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว….อย่าลืมว่าอาทิตย์หน้าโรงเรียนสหเวทย์ก็เปิดแล้ว ที่นั่นอาจจะมีที่เหมาะสมให้เจ้าพัฒนาและวางรากฐานพลังให้มั่นคงกว่านี้ อย่าได้ใจร้อนจนทำลายอนาคตของตัวเองเสียล่ะ"
"ข้ารู้" ณิชาตอบในใจ แม้จะเหนื่อยล้าแต่แววตากลับมุ่งมั่น "แต่ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะค่อยๆ สร้างรากฐานอย่างเชื่องช้าอีกต่อไปแล้ว ข้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น"
นิชา ถอนหายใจ "เอาเถอะ...แต่ในเมื่อเจ้ามีพลังที่สูงขึ้นแล้ว และจิตใจก็ดูจะมุ่งมั่นกว่าเดิม ก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเริ่มฝึกฝนวิชาดาบที่แท้จริงเสียที วิชาดาบสายอัศนีย์ที่ข้าเคยบอกเจ้าไว้นั่นแหละ"
"วิชาดาบสายอัศนีย์รึ?" ณิชาทวนคำ ความสนใจของนางถูกปลุกขึ้นมาทันที นางจำได้ว่า นิชา เคยเกริ่นถึงวิชานี้ไว้บ้างแล้ว
‘ใช่’ นิชา ตอบ ‘มันเป็นวิชาดาบที่เน้นความเร็ว ความเฉียบคม และพลังทำลายล้างที่รุนแรงดุจสายฟ้าฟาด แต่การจะฝึกฝนมันได้อย่างรวดเร็วนั้น เจ้าจำเป็นต้องมีสถานที่ที่เอื้ออำนวย ซึ่งข้ารู้ว่ามันอยู่ที่ไหน’
"อยู่ที่ไหนงั้นรึ?"
‘หอฝึกยุทธ์ของวิหารฯ แห่งนี้อย่างไรเล่า’ นิชา ตอบ ‘ที่นั่นมีห้องฝึกยุทธ์ที่ช่วยให้เจ้าทำความเข้าใจต่อวิชาได้อย่างรวดเร็ว มีมิติเวลาที่ช้ากว่าภายนอก เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา และเติบโตให้เร็วที่สุดควรไปที่นั่น’
ณิชาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ 'เช่นนั้น...ข้าจะไปที่หอฝึกยุทธ์!'
วันรุ่งขึ้น ณิชาในชุดฝึกทะมัดทะแมงพร้อมผ้าปิดปากผืนเดิม ก็มุ่งหน้าไปยังหอฝึกยุทธ์ของโรงเรียนวิหารฯ ทันทีที่นางก้าวเข้าไป บรรยากาศที่เคยคึกคักด้วยเสียงฝึกซ้อมก็พลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว!
แววตาของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความชื่นชมในความงามและความสามารถ ความอยากรู้อยากเห็นในตัวตนของนาง และที่สำคัญที่สุด...คือความหวาดเกรง! ข่าวลือเรื่องความเหี้ยมโหดของนางแพร่สะพัดไปทั่ว
"นั่น...นั่นมันณิชาไม่ใช่รึ?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้น "นางมาทำอะไรที่นี่กัน?"
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องพักส่วนตัวของเหล่าศิษย์ระดับสูง ลูกศิษย์คนหนึ่งก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปรายงานสินีและโชติกา
"คุณหนูสินี! คุณหนูโชติกา! แย่แล้วเจ้าค่ะ! ณิชา...ณิชามาที่หอฝึกยุทธ์เจ้าค่ะ!"
สินีสะดุ้งเฮือก ความทรงจำอันแสนอัปยศและความหวาดกลัวในพลังของนางยังคงฝังลึก 'นังปีศาจนั่น...มันมาทำอะไรที่นี่อีก!'
โชติกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "นางมาทำอะไรที่นี่กันแน่?" นางสั่งลูกศิษย์ "เจ้าจงไปจับตาดูนางไว้ให้ดี อย่าให้คลาดสายตา!"
ฝ่ายณิชานั้นมิได้สนใจสายตาของผู้ใด นางเดินตรงไปยังโต๊ะต้อนรับ ซึ่งมีนักบุญหญิงนั่งทำหน้าที่อยู่ "ข้าต้องการใช้ห้องฝึกยุทธ์ส่วนตัว"
นักบุญหญิงเงยหน้าขึ้นมองณิชาด้วยรอยยิ้ม "ยินดีเจ้าค่ะ ท่านณิชา ไม่ทราบว่าท่านต้องการจะซื้อวิชาหรือตำราการต่อสู้ใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่เจ้าคะ?"
"ข้ามีตำราที่ต้องการแล้ว" ณิชาตอบ "ข้าเพียงต้องการห้องฝึกที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวเท่านั้น"
"เช่นนั้น ท่านต้องการห้องฝึกแบบใดเจ้าคะ? เรามีห้องฝึกหลายระดับ ทั้งแบบธรรมดา แบบพิเศษที่ช่วยเสริมการโคจรพลัง หรือห้องฝึกที่มีมิติเวลาแตกต่างจากภายนอก" นักบุญหญิงอธิบายอย่างคล่องแคล่ว
"ข้าต้องการห้องที่ดีที่สุด เป็นเวลาเจ็ดวัน" ณิชากล่าวอย่างไม่ลังเล
นักบุญหญิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เอ่อ...ห้องฝึกที่ดีที่สุดนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมากนะเจ้าคะ...เจ็ดวันนั้น...จะเป็นคะแนนสะสมจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล พลางมองสำรวจณิชาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ
ณิชามิได้เอ่ยคำใด เพียงแค่ยื่นกำไลของตนเองให้นักบุญหญิงผู้นั้น "ตรวจสอบดู"
นักบุญหญิงตรวจสอบด้วยมือสั่นเล็กน้อย ทันทีที่ตัวเลขคะแนนสะสมของณิชาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ดวงตาของนางก็เบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า! นางอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ!
'คะ...คะแนนมากมายขนาดนี้! เป็นไปได้อย่างไร! ข้าไม่เคยเห็นใครมีคะแนนสะสมมากเท่านี้มาก่อนในชีวิต!' นางนึกขึ้นได้ว่าณิชาเพิ่งจะได้รับรางวัลจากการเป็นผู้ชนะเลิศการประลอง ซึ่งเป็นคะแนนสะสมของโรงเรียนสหเวทย์ ตามกฎแล้วคะแนนจากโรงเรียนสหเวทย์สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนสำหรับใช้ในส่วนของวิหารได้ในอัตราที่กำหนดไว้
"พอหรือไม่?" ณิชาถามย้ำอย่างแสยะยิ้ม
นักบุญหญิงสะดุ้ง รีบก้มหน้าก้มตาตอบอย่างตะกุกตะกัก "พะ...พอเจ้าค่ะ! พออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ! ท่านณิชารอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะดำเนินการให้เดี๋ยวนี้!" นางรีบจัดการเรื่องห้องฝึกให้ณิชาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่าทางยังคงตื่นตระหนกไม่หาย ก่อนจะนำทางณิชาไปยังห้องฝึกพิเศษที่อยู่ส่วนในสุดของหอฝึกยุทธ์ด้วยตนเอง
ไม่นานนัก ลูกน้องที่โชติกาสั่งให้ไปจับตาดูณิชาก็กลับมารายงานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้นางฟังอย่างละเอียด
"นางใช้คะแนนจำนวนมหาศาลแลกห้องฝึกที่ดีที่สุดเป็นเวลาเจ็ดวันเลยรึ!?" โชติกาอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนไม่อยากจะเชื่อ สินีที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือดลงไปอีก 'นาง...นางแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วงั้นรึ! ข้า...ข้าจะตามนางทันได้อย่างไร!'
โชติกามองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและมุ่งมั่น 'เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีกับข้าเลยแม้แต่น้อย หากนางแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ช่องว่างระหว่างข้ากับนางก็จะยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ ข้าจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้!' นางกำหมัดแน่น 'ข้าจะต้องทะลวงขึ้นสู่ระดับสามดาวให้เร็วที่สุด! ข้าจะต้องไม่ยอมแพ้นางเด็ดขาด!'
โชติกาตัดสินใจในทันที "ข้าจะไปที่หอฝึกเวทย์เดี๋ยวนี้! ข้าจะขอใช้ห้องฝึกพิเศษเช่นกัน! ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้! ข้าจะไม่ยอมให้นังเด็กนั่นมันนำหน้าข้าไปมากกว่านี้!"