ราฟจ้องมองยูนิที่พึ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ใบหน้าของยูนิตอนนี้ดูเหมือนจะแลดูตื่นๆเล็กน้อย นั่นทำให้ราฟคิดว่าเขาอาจจะมารบกวนยูนิหรือเปล่า บางทีเธออาจจะมีกลุ่มอื่นที่อยากเข้าอยู่ก่อนแล้วการปุบปับเข้ามาชวนดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ เมื่อคิดได้ดังนั้นราฟก็รู้สึกผิดเล็กๆ ขึ้นมาทันทีจึงพูดต่อไปว่า “หรือว่ามีกลุ่มอื่นอยากเข้าอยู่แล้วหรือเปล่า ถ้างั้น…” ยังไม่ทันที่ราฟจะพูดจบ ยูนิก็พูดขึ้นมาว่า “ได้สิ ได้” เป็การตอบตกลงที่ดูจะรีบร้อนทีเดียว แต่นั่นก็ทำให้ราฟรู้ว่าที่เขากังวลเมื่อสักครู่ล้วนแต่เป็การคิดไปเองทั้งนั้น แทบจะในทันทีที่ยูนิตอบตกลง นีน่าและเเซ็คก็เดินเข้ามาหาทั้งคู่พอดี และเหมือนว่าจะได้ยินที่ยูนิตอบรับคำเชิญเข้ากลุ่มเรียบร้อยแล้ว แซ็คจึงบอกให้ราฟไปหยิบแบบฟอร์มที่อาจารย์โยฮันเตรียมไว้สำหรับเขียนรายชื่อสมาชิกของกลุ่ม พลางคิดในใจว่า กำแพงเวทย์มนต์รอบตัวองค์หญิงที่แม้แต่ตัวแซ็คเองยังไม่สามารถที่จะฝ่าเข้าไปได้ ดูเหมือนตอนนี้จะถูกนักเรียนใหม่ชื่อว่าราฟทำลายลงเสียแล้ว
“เอาหละดูเหมือนจะจัดกลุ่มกันครบหมดเเล้วนะ” อาจารย์โยฮันพูดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไป 10นาที “ถ้าอย่างนั้นก่อนจะเข้าเนื้อหาในวันนี้ ครูขอสั่งงานสำหรับงานกลุ่มก่อนเลยก็แล้วกัน คงเคยได้ยินกันมาก่อนแล้วใช่ไหมว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะอย่างนั้นครูเลยอยากจะให้ทุกกลุ่มลองใช้จินตนาการ ถึงเทคโนโลยีสำหรับอนาคตที่อยากให้มีโดยต้องมีแหล่งอ้างอิงทฤษฎีที่สอดคล้องเพื่อที่จะทำให้เป็ไปได้ ทำเป็รายงานมา แล้วออกมาพรีเซ็นต์ในสัปดาห์หน้า” อาจารย์โยฮันกล่าวอธิบายการบ้านชิ้นแรกให้นักเรียนได้ฟัง ก่อนที่การสอนจะเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆ จนหมดคาบเรียน
“นี่ยูนิ คือว่าวันนี้สนใจไปกินข้าว่พักเที่ยงกับพวกเราไหม” นีน่าเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่อยู่ระหว่างทางที่จะไปยังชั้นเรียนในคาบวิชาถัดไป ยูนิหันไปมองนีน่าด้วยความที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสิ่งที่พึ่งจะได้ยิน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีคนชวนเธอไปพักกลางวันด้วยกัน จริงๆ แล้วยูนิรู้สึกดีใจมากแต่ด้วยความประหม่าจึงตอบกลับไปว่า “เอ่อ จะดีหรอ” นีน่าได้ยินดังนั้นก็เกิดอาการหงุดหงิดเล็กน้อยกับท่าที พะว้าพะวังและคำตอบของยูนิ “หาาาา แล้วทำไมมันจะต้องไม่ดีด้วยล่ะ ก็พวกเราอยู่กลุ่มเดียวกัน เราจะได้คุยเื่การบ้านรายงานของอาจารย์โยฮันระหว่าง่พักกลางวันยังไงล่ะ หรือว่ามันเป็การรบกวน่พักของเธอหรือเปล่า” นีน่าพูดกับยูนิด้วยสไตล์ขวานผ่าซากตามแบบฉบับของเธอ จนทำให้ทั้งราฟและแซ็คที่เดินคุยกันอยู่ด้านหน้าของทั้งสองเล็กน้อยต้องหันกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น “เอ่อไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ขอบคุณที่ชวนนะ งั้นวันนี้ชั้นขอไปกินข้าวด้วยอีกคนนะ” ยูนิพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ั้แ่เริ่มเปิดเรียนมานี่เป็ครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของยูนิ ถึงแม้จะดูขัดเขินอยู่บ้างแต่ก็ช่างเป็รอยยิ้มที่อ่อนโยน “นี่ยูนิทีหลังไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้ก็พวกเราอยู่ก๊วนเดียวกันแล้วนี่เนอะ ราฟเน้ออออออ” แซ็คผู้ซึ่งหันมาพูดกับยูนิในตอนแรก แต่ตอนหลังกลับส่งสายตาเ้าเล่ห์ไปยังราฟ เขาจึงได้ถูกราฟที่เดินอยู่ข้างๆ กระทุ้งศอกเข้าที่ลำตัวจนต้องเอามือกุมท้องพร้อมกับเดินตัวงอ นีน่าเห็นดังนั้นถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ “555 สมน้ำหน้า” ยูนิที่เงียบขรึมมาตลอดก็อดที่จะยิ้มตามไปกับบรรยากาศของทั้งสามคนไม่ได้ ถึงแม้จะเป็กลุ่มที่จัดขึ้นเพื่อการเรียนแต่ยูนิก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ พลางคิดในใจว่าถ้าได้อยู่กับพวกเขาแบบนี้ต่อไปก็คงจะดี
เวลาผ่านไปจนเสียงสัญญาณหมดคาบเรียนดังขึ้น และได้เข้าสู่่พักกลางวัน ยูนิค่อยๆ บรรจงเก็บอุปกรณ์การเรียนของคาบที่แล้วลงในกระเป๋า พร้อมกับมองดูกล่องของขวัญใบเล็กที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินลวดลายสวยงามและพันประดับด้วยริบบิ้นสีเงิน ที่เธอตั้งใจเลือกทั้งสีและลวดลายอยู่เกือบชั่วโมงก่อนที่จะตัดสินใจได้ ในตอนแรกยูนิคิดว่าจะมอบมันให้กับราฟในตอนเลิกเรียนแล้วจากนั้นก็จะรีบกลับบ้าน แผนของเธอเป็เช่นนั้น แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ราฟเข้ามาชวนเข้ากลุ่มในคาบวิทยาศาสตร์ ไม่รู้ทำไมในตอนนี้ที่ยูนิมองกล่องของขวัญนี้อีกครั้งกลับพบว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นแรง และเริ่มคิดหนัก “เขาจะอยากได้ไหมนะ แล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่ชอบล่ะ เราไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ถ้าเกิดว่าไม่ถูกใจเขาจะรังเกียจไหมนะ แล้ว…” “ยูนิ” เสียงเรียกของแซ็คทำให้ยูนิที่กำลังคิดฟุ้งซ่านถึงกับสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับรีบลนลานปิดกระเป๋าเรียนและเก็บอย่างรวดเร็ว ความในั้นทำให้ความคิดฟุ้งซ่านของยูนิแตกกระเจิงจนแว่บหนึ่งยูนิคิดว่าหัวใจของเธอเกือบจะเด้งหลุดออกมาทางปากเสียแล้ว ท่าทีลุกลนของเธอสร้างความงุนงงให้กับ แซ็ค นีน่า และราฟที่ตอนนี้ทั้งสามคนมารวมตัวกันข้างๆ โต๊ะเรียนของยูนิเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถามอะไร เพราะปกติเธอก็ทำตัวแปลกๆ อยู่แล้ว “ถ้าเก็บของเสร็จแล้วรีบไปกันเถอะ วันนี้วันศุกร์มีเค้กส้มของขึ้นชื่อของแผนกคหกรรมที่มีขายแค่สัปดาห์ละครั้งมาขายด้วย เรารีบไปก่อนแถวจะยาวเถอะ ชั้นแทบรอกินไม่ไหวแล้ว” แซ็คเร่งเร้าพร้อมกับพรรณนาถึงเค้กส้มของโปรดด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้ม “เสร็จแล้วหละ ขอโทษที่ให้รอนะไปกันเถอะ” ยูนิพูดพร้อมกับหยิบถุงผ้าใบหนึ่งแล้วลุกเดินจากที่นั่งไปหาทุกคน จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินไปยังโรงอาหารพร้อมกัน
บรรยากาศโรงอาหารใน่เวลาพักกลางวันยังคงคราคร่ำไปด้วยบรรดาเด็กนักเรียนเหมือนเช่นทุกวันแต่ในวันนี้มีบางสิ่งที่ต่างออกไป นักเรียนหลายคนเริ่มวิ่งไปมาแล้วคุยบางอย่างกัน จากโต๊ะหนึ่งไปยังโต๊ะหนึ่ง เกิดเสียงจอแจเซ็งแซ่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน โรงอาหารที่ปกติจะมีเสียงพูดคุยกันนั้นเป็เื่ธรรมดา แต่วันนี้มันมากมายกว่าทุกวัน จากโต๊ะสู่โต๊ะไม่นานนักตอนนี้ก็เริ่มลามมาถึงบริเวณที่มีนักเรียนต่อแถวซื้ออาหารกลางวัน หลังจากคุยบางอย่างกันนักเรียนบางคนถึงกับละทิ้งและวิ่งออกจากแถวที่กำลังต่อเพื่อเข้าคิวซื้ออาหารไปยังบริเวณประตูทางเข้าโรงอาหาร ซึ่งตอนนี้บริเวณหน้าประตูเริ่มเนืองแน่นไปด้วยนักเรียน ที่ในมือหลายๆคนถือโทรศัพท์ขึ้นมา บ้างก็กำลังวุ่นกับการกดพิมพ์ข้อความแชท บางคนกำลังทำท่าเหมือนพยายามบันทึกภาพอะไรสักอย่าง และแล้วสาเหตุของสิ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก็ปรากฏขึ้น นั่นคือการมาโรงอาหารของยูนิและเพื่อนทั้งสาม ทำให้เกือบทั้งโรงอาหารในตอนนี้เกิดความโกลาหลจนเหมือนกับเกิดการจารจลขนาดย่อมๆขึ้นมาทีเดียว นักเรียนกลุ่มใหญ่พากันกรูเข้าไปห้อมล้อมทั้งสี่คนเอาไว้ ตอนนี้รอบตัวของราฟ นีน่า แซ็คและยูนิ ถูกตีวงล้อมไปด้วยนักเรียนที่เริ่ม ถ่ายรูปะโโห่ร้องส่งเสียงเซ็งแซ่ด้วยอารมณ์และถ้อยคำต่างๆ มากมายจนฟังไม่ได้ศัพท์ ราฟถึงกับตกตะลึงไม่นึกเลยว่าเมื่อยูนิปรากฏตัวใน่นอกเวลาเรียนจะทำให้เกิดเหตุการณ์ได้ขนาดนี้ แซ็คในตอนนี้หน้าตาตื่นอย่างชัดเจน แซ็คคนทะเล้นลื่นไหลคนนั้นถึงกับตาเบิกกว้างอ้าปากค้างและยืนตัวเเข็ง แม้แต่นีน่าปกติที่ดูเป็คนที่มั่นใจและเข้มแข็ง ตอนนี้ยังถึงกับมีสีหน้าตื่นกลัว สังเกตได้จากที่มือข้างหนึ่งของเธอในตอนนี้กำแน่นและสั่นเทาอยู่บนเสื้อด้านหลังของแซ็ค พลางหันมองไปมาที่ผู้คนรอบๆ อย่างเลิ่กลั่ก ส่วนยูนิ… ราฟถึงกับใเมื่อเห็นสีหน้าของยูนิ เหมือนยูนิกำลังตกอยู่ในอาการช็อคสีหน้าของเธอซีดเผือดดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับมีน้ำตาคลอ ยืนตัวสั่นอย่างน่าเวทนา ราฟเห็นเเบบนั้นจึงตัดสินใจเอาตัวเข้าบังเพื่อนๆ ของเขาทันทีโดยเน้นไปที่ยูนิ เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้ที่มาก็เพราะสนใจยูนิ แซ็คเมื่อเห็นราฟทำเช่นนั้นเหมือนเ้าตัวตอนนี้ก็เริ่มดึงสติกลับมาได้เเล้ว จึงช่วยราฟเอาตัวช่วยบังทั้งนีน่าและยูนิในอีกทิศทางหนึ่งที่ราฟบังได้ไม่หมด นีน่าตอนนี้ถึงแม้จะยังเอามือกำแน่นอยู่ด้านหลังเสื้อของแซ็ค แต่ก็ได้สติกลับมาแล้วเช่นกัน “เอายังไงกันดี ถ้าเป็แบบนี้เรากลับห้องเรียนกันดีกว่าไหม” นีน่าเริ่มพูดปรึกษากับทุกคน “ยัยโง่ ทำอย่างกับจะกลับไปได้อย่างนั้นแหละตอนนี้โดนล้อมหมดเลยไม่เห็นหรือไง” แซ็คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนลน “ใจเย็นๆก่อน ยังไงพวกนี้คงไม่ทำอะไรเกินเลยนอกจากมุงหรอก ค่อยๆ แทรกตัวผ่านออกจากตรงนี้ไปให้ได้ก่อนดีกว่า” ราฟพูดปลอบใจเพื่อนๆ ในขณะที่ตัวเขาเองก็ยังหวาดๆ อยู่ เพราะเขาเองก็รู้ว่ามันก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้น แต่ทันใดนั้น...