ทางเข้าป่าม่านหมอกของแคว้นต้าเฉียงในตอนนี้ เต็มไปด้วยเหล่าชาวยุทธ์และผู้ฝึกตนมากมายที่กำลังเผชิญหน้ากัน เพื่อรอเวลาเข้าไปยังด้านในของป่าเป็นระยะๆ ทั้งยังมีกลุ่มจ้างวานนำขบวณอีกหลายกลุ่ม ที่รวบรวมสมาชิกเพื่อเข้าไปสืบเสาะแสวงหาข่าวจากเหตุการณ์นี้
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ค้นพบว่าแคว้นต้าเฉียงยังมีเหล่าชาวยุทธ์มากฝีมือที่เร้นกายมากมายนัก กลุ่มของเป่ยจินเองก็เช่นกัน ที่กำลังสังเกตการณ์คนรอบๆ กาย
กลุ่มของเป่ยจินประกอบไปด้วย ตัวนางที่ซ้อนเร้นพลังไว้ จวินเทียนหลงนายใหญ่จากหอประมูลทั้งสี่แค้วน จินหลง หยางคงที่มิได้ซ่อนพลังปราณเช่นาง รวมไปถึงต้าเฟยเฉิง ฉีกงกงและฮวาเออร์ ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร จึงได้รับสายตาจ้องมองมาด้วยความหลากหลายจากคนอื่นๆ
ในขณะที่พวกนางกำลังยืนรอเวลาอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงตะโกนดังออกมาออกมาจากคนกลุ่มๆ หนึ่ง
“คุณชาย มิใช่ว่ากลุ่มของท่านจะเข้าไปตายเปล่าหรอกกระมัง เหตุใดจึงนำสตรีไร้วรยุทธ์เช่นนี้เข้าไปด้วยเล่า” หนึ่งในกลุ่มชาวยุทธ์เอ่ยออกมา พลางมองไปทางด้านของเป่ยจินและฮวาเออร์อย่างหยาบคาย
“ตายหรือไม่ คงต้องรอให้กลุ่มของพวกข้าและท่านกลับออกมาพบเจอกันดีกว่าขอรับ เช่นนั้นจึงจะตัดสินได้” หยางคงเอ่ยออกมา อย่าดูถูกริมฝีปากของคนผู้นี้ไป หากนับนางเป็นอับดับหนึ่งเรื่องการจิดกัดแล้วละก็ อันดับสองต้องเป็นเขาเท่านั้น
“ปากดีเสียจริง แม่นางทั้งสองอยากมาอยู่กลุ่มของพวกข้าหรือไม่” สายตาและคำพูดที่โลมเลียยังคงส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ปากของพวกท่านก็ดีนะขอรับ เช่นนั้นรับน้ำไปล้างสักหน่อยดีหรือไม่”
“เช่นนั้นจะมิรบกวนเจ้าหรือ”
“น้ำสีโลหิต ข้ามีมากมายนักจะลองหรือไม่เล่า”
“แกอยากตายหรือไงกัน กล้าพูดกับหัวหน้าของพวกข้าเช่นนี้”
“หากเจ้ายังมิหยุดการกระทำเช่นนี้ เกรงว่าจะมิมีโอกาสได้เข้าไปด้านในกระมัง”
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น หัวกลุ่มของอันธพาลที่ปากดีเมื่อครู่ ก็เงียบลงทำไ้เพียงขยับลูกตาไปมา การเคลื่อนไหวราวกับถูกสะกดไว้ มันพยายามหันไปหาตนเสียงจนในที่สุดก็พบกับบุรุษที่กำลังยืนมาทางเขาด้วยสายตานิ่งๆ และเอ่ยออกมา
มันเริ่มกลัวและลนลานเป็นอย่างมาก ราวกับฉี่จะราดออกมา ทำได้เพียงกลอกตาไปมาอย่งาน่าสงสาร โดยที่ลูกน้องของมันไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำไป
“เจ้า กล้าดีนี่น้องชาย พวกเราไป” เมื่อหลุดจากการโดนสะกดพลังหัวหน้าอันธพาลจึงเอ่ยออกมา
“ลูกพี่” เหล่าลูกน้องที่ทำได้เพียงเอ่ยค้าน เอ่ยออกมาอย่างมิยินยอม
“ข้ามิอยากเสียเวลา” หัวหน้าอันธพาลในคราบผู้ฝึกตนเร่งเดินออกไป ด้วยความสงสัยของลูกน้องภายในกลุ่ม โดยหารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วหัวหน้าตนเองนั้นหาได้เร่งรีบไม่ แต่มันได้รับคำสั่งให้ถอยออกไปจากบุรุษข้างกายของสตรีเหล่านี้ต่างหาก
ยังดีที่หัวหน้าอันธพาลคนนี้ คือคุณชายท่านหนึ่งที่แม้จะเสียนิสัย ย่อมเคยได้ศึกษาตำราในสำนักฝึกตนมาบ้าง ในคราแรกยังคงสงสัยว่าผู้ใดเป็นคนเอ่ยออกมา
แต่เมื่อหันไปมองตามเสียนั้นแล้ว จึงรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีพลังปราณที่สูงกว่าพวกตนหลายเท่านัก ยังไม่รวมพลังจิตที่อีกฝ่ายมี ตำราที่เขาเคยศึกษามา เพียงพอที่จะบอกได้ว่าอย่าริอาจหาเหาใส่หัว ตนเองจึงล่าถอยออกมา
และนับว่าอีกฝ่ายยังมีสวรรค์คุ้มครองอยู่บ้าง
“เหตุใดเจ้าพวกนั้นจึงล่าถอยไปเล่าเจ้าคะ” เป่ยจินถามออกมาด้วยความสงสัย
“ไม่มีอันใดหรอก เรารีบเข้าไปกันเถิด”
ใช้เวลาเพียงไม่นานกลุ่มของเป่ยก็พากันเดินมาถึงป่าชั้นนอก โดยป่าแห่งนี้จะมีการแบ่งออกเป็นสามชั้น นั้นคือป่าชั้นนอก ป่าชั้นกลาง และป่าชั้นในสุด ที่จะอยู่ใจกลางป่าทุกด้าน
เริ่มต้นที่ป่าชั้นนอกที่กินพื้นที่ราว ๆ สองในสิบส่วน จะเป็นพื้นที่ทั่วไปที่ชาวบ้านมักจะใช้เป็นเส้นทางในการเก็บเกี่ยวพืชจำพวกสมุนไพร และสัตว์ป่าที่ไร้ปราณหรือพลังปราณน้อยมาก
ถัดมาที่ป่าชั้นกลาง โดยส่วนมากมักจะเป็นพวกนายพรานที่มีฝีมือเก่งกาจในระดับหนึ่งเข้ามาได้ แต่ก็ไม่ลึกนัก ด้วยป่าชั้นนี้กินอาณาเขตมากถึง ห้าในสิบส่วนของป่าทุกชั้น ยิ่งลึกเข้าไปคล้ายกับป่าจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ความอันตรายยิ่งมีมากขึ้นไปเรื่อย ๆ
แม้กระทั่งผู้มีพลังปราณเองยังใช้โอกาสนี้ในการเข้ามาฝึกฝนพลัง แต่ก็ยังมิอาจเข้าไปในป่าชั้นกลางได้มากกว่า สามในห้าส่วนของอาณาเขต
ส่วนชั้นในสุด ยังมิมีใครสามารถเข้าไปได้ นอกเสียจากจวินเทียนหลง ที่เป็นคนสร้างม่านพลังขึ้นมาเพื่อป้องกันพื้นที่ไว้
เช่นนั้นจวินเทียนหลงผู้นี่ อยู่มากี่ร้อยปีแล้วกันแน่
“นี่มิใช่คนของราชวงศ์แคว้นจ้าวฉิน แค้วนต้าเฉียงและแคว้นโจวชิงหรอกหรือ ผู้น้อยตัวแทนจากแคว้นชิงโหรวคารวะขอรับ”
“ข้าคิดว่าท่านคงเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ พวกข้ามาที่นี่ด้วยตนเองมิใช่ราชวงศ์ใดๆ ส่งมาทั้งนั้น” เป่ยจินอธิบายออกไปทันที ที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาเช่นนี้
‘คนผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงทำราวกับรู้จักทุกคนดีเยี่ยงนี้ นางคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ยิ่งในตอนนี้ขบวณของนางมีหัวของฮ่องเต้แค้วนต้าเฉียงผู้นี้อยู่ด้วยแล้ว’
“อ่า เช่นนั้นหรอกหรือ ข้าน้อยคงเข้าใจผิดไปเอง มิทราบว่าคุณหนูจ้าว มีผู้ร่วมทางแล้วหรือยัง ข้าน้อยอยากร่วมเดินทางไปด้วยจริงเชียว”
“ข้ามิอาจให้องค์ชายจากแคว้นชิงโหรวลำบากได้หรอกขอรับ” ยังมิทันที่เป่ยจินจะเอ่ยออกไป จวินเทียนหลงก็เดินมายืนด้านหน้าของเป่ยจินและตอบออกไปทันที
เมื่อเทียนหลงตอบออกไปเช่นนี้ ย่อมเกรงว่าคนๆ นี้คงไม่ธรรมดาจริงๆ
“อีกทั้งข้าเองก็มีคู่หมายที่เดินทางไปด้วยเกรงว่าจะมิเหมาะสมเจ้าค่ะ”
เมื่ออีกฝ่ายเล่นงานคนของแคว้นจ้าวมิได้ จึงเปลี่ยนเป้าหมายมายังคุณข้างกายของชายที่ใส่ชุดดำคล้ายองครักษ์แทน
“แล้วคุณหนูไป๋ฮวาเล่าขอรับ อยากเดินทางไปกับข้าหรือไม่”
อีกฝ่ายไม่ได้สังเกตว่าชายชุดดำสองคนนั้นแล้ว แท้จริงหาใช่องครักษ์ไม่ แต่เป็นถึงฮ่องเต้แคว้นต้าเฉียงและฉีกงกง
“ไม่รบกวนคุณชายเจ้าคะ ข้าดูแลตัวเองได้” หากคนผู้นี้คิดว่านางจักหวาดกลัวคงคิดผิดไปแล้ว
เป่ยจินที่เห็นอีกฝ่ายกำลังจะรังแกคนของนางจึงรีบเอ่ยออกมา
“หากมิมีอันใดแล้วข้าเกรงว่าต้องขอตัวเดินทางก่อนที่จะถึงยามราตรี ขอตัว”
“คอยดูไปเถิด หึ หึ จวินเทียนหลง องค์หญิงจ้าวผู้นั้นข้าจะนำกลับแคว้น ทำให้เจ้าตายทั้งเป็น”