หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมงผมปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่าง รถเริ่มขับช้าลง เบื่องหน้าผม ปรากฏซุ่มขนาดใหญ่ หน่วยฝึกทหารม้า ให้ตายเถอะผมอยากร้องไห้ออกมา นี่ผมต้องฝึกอีกนานแค่ไหนกัน รถค่อยๆเบาเครื่องลง พวกเราทั้ง22คนะโลงจากรถ ปรากฏว่า มีทหารจากหน่วยอื่นมาอยู่เต็มสนามหมดแล้ว รวมทั้งหมดที่นั้น ประมาน200คนเกือบได้ แล้วก็มีทหารหน้าตาดูเหมือนฝรั่งมาจับพวกเราแยก ไปตามแถวต่างๆ ผมมารุ้ที่หลังว่า เขาจับพวกเราแยก เพื่อจะได้บัจจุเข้ากองพันต่างๆ เอาเป็ว่าช่างมันเถอะครับ ผมต้องอยู่ที่นี่2อาทิต เต็ม จะขอไม่ลงลายละเอียดมากนะครับขอแบบผ่านๆเลยละกัน พวกเราฝึกการ เข้า่ตีโดยมีรถถัง ฝึกการคุ้มกันรถถัง ฝึกการลาดตระเวนด้วยรถจี๊ป การยิงปืน ปรส.บนรถจี๊ป การลาดตระเวนด้วย รถมอเตอร์ไซค์ อ้อผมลืมบอกไปผมโดนแยกลงกองพันที่2 ถ้าฝึกครบ2อาทิตเขาจะส่งไปทันที แล้วการฝึกสุดทรหด ผมก็ได้เพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน โซโซ หนุ่มน้อยลูกครึ่งพม่ากะเหรี่ยง ผิวดำเข็มผมหยิกหยักโศก ราวกับไม่ได้สระมานาน อาผิ่ว ไอ่เอ๋อประจำกลุ่มที่จะเซอๆไม่ค่อยทันเพื่อน บาจ่อ ไอ้ผีพนันประจำกลุ่ม ไอ่หมอนี่มันโตมากับบ่อนพนันพ่อแม่มันเสียพนันจนต้องหนีข้ามไปทำงานฝั่งไทย มันเลยไม่มีทางไปต่อเลยมาสมัครเป็ทหาร จ่อวี หนุ่มขาวหน้าหล่ออย่างกับคนจีน ตาตี๋จมูกโด่งเป็สันสูงโปร่ง แต่เหมือนพระเ้าไม่เข้าข้าง จ่อวี ดันเป็แต๋วซะนี่ พ๊ะเด๊ะ ไอ่หมอนี่เก่งภาษาอังกฤษสุดๆพูดคล่องปลือเลย มันมาจากศูนย์อพยพฝั่งไทยมันเล่าให้ฟังว่า มันอยากหาอะไรตื่นเต้นเร้าใจเบื่อหน่ายกับชีวิตในศูนอพยพ นอกจากที่กล่าวมาก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม้ได้กล่าวมา ผ่านไป2อาทิตพวกเขาทั้ง 6คนก็ถูกส่งไปที่กองพันทหารม้าที่2 KNLA กองพลน้อยที่7
ผ้าพันคอสีแดงเืหมูถูกแจกให้ทุกคน อาร์ม รูปธงชาติกะเหรี่ยงถูกปักที่แขนเสื้ออย่างภาคภูมิ ตอนนี้พวกเราได้เป็ทหารของรัฐกะเหรี่ยงเต็มตัวเสียที ชีวิตที่ฝึกมาตลอดเกือบ2เดือน อย่างกะ2ปี ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน
ชุดลายพรางใหม่เอี่ยม พร้อมรองเท้าจังเกิ้ลที่ขัดเงาใหม่เอี่ยม หมวกเปเล่สีดำที่สวม ดูเด่นแปลกตาชาวบ้านแถวนั้น ผมเดินมาหยุดที่หน้าบ้าน มะขิ่นน้องสาวผมชะโงกหน้ามาดูแล้วะโเรียกแม่ สักพักแม่เดินเข้ามาสวมกอดผม ถามไถ่กันคุยกันต่างๆนาๆ ระหว่างทานข้าวกันอยู่ แม่ถามผมขึ้นว่า "ทีฟา ไปอยุ่ไทยกันไหม" ผมเคี้ยวข้าวทำหน้างงๆ แม่พูดออกมาอีก "ไปอยุ่ไทยกันแม่จะย้ายบ้าน" ผมถามแม่" บ้าหรอแม่นี่บ้านเรานะ "แม่บอกว่า "ดินแดนที่นี่ไม่มีทางที่จะสงบได้หรอกทีฟา" ผมยอมรับว่าฉุนแม่นิดหน่อยแต่ก้พุดออกไปต่อ "ผมยังไปไม่ได้แม่ แม่ไปเถอะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้แผ่นดินเลย "" แม่ผมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมเลยหยุดการสนทนานั้น ตลอด1อาทิตผมใช้เวลาอยุ่กับครอบครัวให้ได้มากที่สุดเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เวลาแห่งความสุขมันช่างผ่านไปไวจริงๆ ผมไปส่งแม่ที่ท่าเรือตรงแม่น้ำ แม่พร้อมกับญาติๆหิ้วกระเป๋าหอบเด็ก แม่ผมพาน้องๆอีก3คนไปอยุ่ไทย ผมเมื่อส่งเสร็จก็ต้องเดินทางกลับกองพัน มันเป็่เวลาที่บีบหัวใจผมมาก ผมเลือกที่จะเดินหนีออกมา ไปขึ้นรถ2แถวกลับกองพัน ผมได้แต่นึกคิดถึงคนที่บ้าน โดยไม่คิดเลยว่าภารกิจแรกของผมที่ผมกลับไปต้องเจออะไรบ้าง .