บทที่ 50
ฝึกฝนอย่างหนัก
อี้หลงเซียนรู้สึกว่าตนเองภาพเรื่องราวไปมากมายในขณะที่ตนเองกำลังฝึกฝน
หลังจากที่ตื่นมาจากการฝึกฝนในตอนนี้ก็มองเห็นว่ามีหลายอย่างที่มันเปลี่ยนแปลงออกไปอย่างชัดเจน
สัตว์อสูรที่นางเคยพบเห็นตอนนี้ก็พัฒนาระดับขึ้นไปจางหมิงบอกกับนางว่าในขณะที่หมาป่าโลหิตพัฒนาฝีมือของตนเองไปเรื่อยเรื่อยอยู่อยู่มันก็กลายร่างกลายเป็นเช่นนี้
นางแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองแต่สุดท้ายก็ยอมตัดสินใจเชื่อ
แน่นอนว่าจางหมิงไม่ได้บอกเกี่ยวกับเรื่องราวของระบบกับนางแล้วก็ไม่มีความจำเป็นอันใดต้องบอกนางด้วย
การได้มาของแมววิญญาณทมิฬเองก็บอกนางว่าพบเจอมันส่วนการพัฒนาสัตว์อสูรก็ไม่ได้บอกอะไรเป็นพิเศษ
มองดูแล้วในตอนนี้นางก็คงจะรู้สึกสงสัยอยู่ภายในใจแต่อย่างไรก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
จางหมิงในตอนนี้ยังมุ่งมั่นกับเป้าหมายของตนเองอยู่
โดยเป้าหมายของเขาก็คือการพัฒนาความสามารถของสัตว์อสูรภายในสถานที่แห่งนี้ให้ได้มากที่สุด
การฝึกฝนของสัตว์อสูรตอนนี้มันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยเรื่อยแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้ล่วงรู้อย่างชัดเจนยิงสัตว์อสูรตนนั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีระดับความแข็งแกร่งมาก
การที่จะสามารถพัฒนาระดับของมันก็ยิ่งมากตามไปด้วย
สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวยังหมาป่าโลหิตมันเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวตอนนั้นก็เลยพัฒนาความสามารถของมันขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
แต่ถ้ามาเทียบความสามารถของสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวและความสามารถของสัตว์อสูรระดับสามดาว
การพัฒนาของทั้งสองแตกต่างกันอย่างชัดเจน
โดยการพัฒนาที่แตกต่างกันมันเองก็มีผลเป็นอย่างมากในตอนนี้สัตว์อสูรภายในพันธสัญญาที่อยู่ในระดับสองดาวสามดาว
การพัฒนาเลยช้ากว่าอสูรระดับหนึ่งดาวแต่ในการพัฒนาระดับนี้แน่นอนว่ามันเองก็คงจะคุ้มกว่า
ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรระดับที่สูงกว่าจะสามารถพัฒนาได้เชื่องช้าแต่ถ้ามองถึงความแข็งแกร่งอย่างไรสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าย่อมแข็งแกร่งกว่า
…
สายธาราไหลเชี่ยวแสงอาทิตย์สรองทอประกายจากบริเวณด้านบนลงมาด้านล่าง
ยามที่แสงแดดสาดส่องลงมากระทบกับผิวน้ำทำให้เกิดประกายระยิบระยับ
โดยในตอนนี้สายธาราที่กำลังไหลผ่านภูเขาแห่งนี้บริเวณข้างข้างมีร่างของจางหมิงกำลังยืนอยู่
จางหมิงกำลังยืนอยู่บริเวณข้างลำธารและกำลังใช้ดวงตากวาดไปมองบริเวณรอบๆพลางคิดในใจ “ สำนักไป๋หลงไม่เคลื่อนไหวในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเลย”
“ เหตุใดจึงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดเช่นนั้น? ” เสียงอันไพเราะดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง
จางหมิงหันใบหน้าของตนเองไปมองบริเวณด้านหลังอย่างรวดเร็วพบเจอเข้ากับร่างของอี้หลงเซียนที่กำลังเดินเข้ามา
นางมองออกว่าใบหน้าของจางหมิงในยามนี้ราวกับว่ามีบางอย่างติดค้างอยู่ภายในใจ
“ ข้าเพียงแค่คิดเท่านั้นว่าเหตุใดในช่วงนี้สำนักไป๋หลงถึงไม่เคลื่อนไหวเลย”
“ ดูเหมือนว่าในตอนนี้สำหรับไป๋หลงเองก็กำลังเก็บตัวในการฝึกฝนเช่นเดียวกัน”
“ เก็บตัวในการฝึกฝนอย่างงั้นหรอ? ” จางหมิงแสดงใบหน้าสงสัย
“ ยังไม่เคยได้ยินอย่างนั้นหรอเกี่ยวกับพิธีการจำศีลภายในสำนักของสำนักไป๋หลง”
“ พิธีการจำศีลอย่างงั้นรึ? ”
“ นั่นสินะอย่างไรเองเจ้าก็ไม่ใช่ชาวยุทธ์เพราะแบบนั้นเลยไม่รู้เกี่ยวกับพวกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ข้าจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ”
“ ในช่วงตอนนี้เป็นเวลาประมาณกลางปีทางสำนักรู้สึกว่าจะมีการฝึกฝนแบบเก็บตัวปิดสำนักไม่ให้ผู้ใดเข้าออกแล้วก็ฝึกฝนหลายเดือนพอที่จะออกมา ”
“ ในช่วงเวลานี้ทางด้านสำนักจะฝึกฝนภายในสำนักจนถึงประมาณเดือนเก้าปีกว่าที่จะออกมา”
“ เพราะแบบนั้นภูเขาแห่งนี้จะไม่เห็นพวกลูกศิษย์ของสำนักไป๋หลงมาเดินไปมา” นางพูดออกมา
หลังจากได้ยินเช่นนั้นจางหมิงก็แสดงใบหน้าเข้าใจ
เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีพวกพิธีเช่นนี้อยู่ภายในสำนักด้วย “ การที่พวกมันแคบตัวละฝึกฝนอยู่ภายในนั้นแสดงว่าภายในนั้นจะต้องมีบางอย่างที่เป็นผลประโยชน์อย่างแน่นอน”
“ เขาไป๋หลงแห่งนี้เห็นผู้คนกล่าวว่ามันจะมีสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งที่เอาไว้ฝีกฝนพวกคนของสำนักแต่ข้าก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดสักเท่าไหร่ ”
จางหมิงหลังจากที่ได้ฟังจากปากของนางเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าการที่คบมันจะรวมตัวบุคคลเช่นนั้นคงจะเป็นอย่างที่น้องพูดออกมา
โดยตามคำที่นางพูดออกมาน่าจะเป็นเกี่ยวกับสถานที่ที่มีพลังหยินอย่างบริสุทธิ์พอที่จะสามารถฝึกฝนให้พลังฝีมือพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
นี่เองก็เป็นหนึ่งประโยชน์ที่พวกที่มีสำนักและมีสังกัดได้รับประโยชน์มากกว่าพวกชาวยุทธ์อิสระ
ตรงที่ส่วนใหญ่สำนักภายในยุทธภพจะถือครองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการฝึกฝนได้เป็นอย่างดี
ทำให้พวกศิษย์ของสำนักต่างๆสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองได้รวดเร็วมากขึ้น
“ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เทียบเท่าว่ามันจะเป็นการดีเลยไม่ใช่หรือเพราะว่าอย่างไรถ้าพวกมันยังคงเก็บตัวฝึกฝนการเข้าไปภายในป่าส่วนลึกมันคงจะสะดวกสบายสำหรับท่าน”
“ เป็นเช่นนั้นก็ดีน่ะสิ ” อี้หลงเซียนยกยิ้มที่มุมปาก
ในขณะที่กำลังยืนสนทนานั้นเองอี้หลงเซียนหันไปมองทางด้านข้างแล้วก็พูดขึ้นมา “ จริงสิข้าเองก็มีเรื่องที่อยากจะพูดเช่นเดียวกันเว้นวรรคจริงอยู่ที่ว่าในช่วงเวลานี้จะไม่มีคนของสำนักเดินอยู่บริเวณนี้”
“ แต่ว่ามันเองก็จะมีข้อเสียเช่นเดียวกันตรงที่ว่าเมื่อไม่มีผู้คนคอยเฝ้าภายในสถานที่แห่งนี้ก็จะมีผู้คนที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เข้ามา”
จางหมิงดวงตาเบิกกว้าง “ ผู้คนที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หรือว่า?”
“ มันก็มีทั้งหมดนั่นแหละไม่ว่าจะเป็นโจรคนไม่ดีหรือว่าจะเป็นพวกฝ่ายอธรรม”
“ ในเมื่อสถานที่อย่างนี้ไม่มีผู้คนคอยดูแลพวกมันเองก็จะเข้ามาภายในนี้เพราะแบบนั้นก็เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ” นางกล่าวเตือน
ภายในยุทธภพแห่งนี้หรือภายในห้าอาณาจักรย่อมมีขาวและดำมีความมืดและแสงสว่างมีหยินและหยาง
การที่มีผู้คนอยู่ภายในยุทธภพไม่ใช่มีแต่คนดีย่อมมีคนที่มีความคิดที่ชั่วร้าย
หลังจากที่ได้ยินคำที่นางอธิบายออกมารู้ได้ในทันทีว่าภายในป่าแห่งนี้คงจะเปลี่ยนไปในช่วงหลายเดือนนี้
กำลังยืนคิดเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ตัวอักษรบริเวณด้านหน้าปรากฏขึ้น
[ ระบบ : เควส พัฒนาผู้ควบคุมอสูร ]
[ เงื่อนไข พัฒนาระดับปีศาจเถาวัลย์ ]
[ เข้าไปภายในภูเขาไป๋หลงส่วนลึก ]
[ ได้รับของรางวัล - เพิ่มขีดจำกัดในการเรียกใช้สัตว์อสูรเพิ่มหนึ่งหน่วย]
[- ความสามารถอาณาอสูร ]
จางหมิงมองรายละเอียดเจ้าตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้า
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยรู้สึกตกใจกับเงื่อนไขของภารกิจในครั้งนี้ “ การพัฒนาระดับของเราแสดงว่าถ้าพัฒนาเราไปอีกระดับหนึ่งก็จะสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าสามดาวได้แล้วสินะ ”
ในตอนนี้ภารกิจการพัฒนาระดับของเขาได้มาถึงอีกครั้ง
ถ้าสามารถพัฒนาระดับนี้ไปได้แล้วทำภารกิจนี้สำเร็จภายในใจคิดว่าน่าจะสามารถพันธสัญญากับสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้แล้ว
แต่ว่าเงื่อนไขที่ปรากฏในตอนนี้นั้นสิ
“ พัฒนาระดับที่ปีศาจเถาวัลย์จนวิวัฒนาการได้ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องทำการเข้าไปสู่เขตส่วนลึกของภูเขาไป๋หลง”
เห็นภารกิจที่ปรากฏขึ้นในตอนนี้ดวงตาเต็มไปด้วยความหนักใจ
ความยากลำบากของภารกิจที่มันปรากฏขึ้นเกรงว่าคงจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือนอย่างแน่นอนกว่าที่จะสามารถทำสำเร็จ
แม้ว่าจะรู้สึกหนักใจกับภารกิจที่มันปรากฏขึ้นแต่ว่าก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยอมรับก็ทำมันไป
...
ผ่านไปหลายวันหลังจากที่ได้รับภารกิจในการพัฒนาระดับขึ้นมา
ในตอนนี้สัตว์อสูรทั้งหมดภายในพันธสัญญาได้ออกไปเก็บเลเวลของตัวเองให้มันเพื่อขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่พัฒนาระดับได้สูงขึ้นเรื่อยเรื่อยตอนนี้มันเองก็ยังไม่เข้าใกล้ความเป็นจริงเลย
จางหมิงนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าปากถ้ำพร้อมกับจ้องมองพวกสัตว์อสูรของตนเองที่อยู่ภายในพันธสัญญาในตอนนี้
ช่วงเวลานับ10 วันที่ผ่านมาความสามารถของพวกมันเพิ่มขึ้นมาถึงแม้ว่าความสามารถเพิ่มขึ้นแต่มันเองก็ไม่ได้รวดเร็วขนาดนั้น
[ชื่ออสูร ราชาหมาป่าโลหิต LV.12 ]
[ระดับ 3 ดาว หายาก ]
[พลังชีวิต 2200/2200 ปราณ 600/600]
[ความสามารถ - คมเขี้ยวแข็งแกร่ง lv.3 - เคลื่อนไหวรวดเร็ว lv.3 - กระหายโลหิต lv.3 - เสียงขู่คำรามของราชาหมาป่าlv.1 ]
[ชื่ออสูร แมงมุมเหล็ก LV 57]
[ระดับ 3 ดาว ]
[พลังชีวิต 1800/1800 ปราณ 800/800]
[ความสามารถ - พ่นใยเหล็ lv.1 - พิษ lv.1]
[ชื่ออสูร ราชินีแมงมุมเหล็ก LV 77 ]
[ระดับ 3 ดาว หายาก ]
[พลังชีวิต 2900/2900 ปราณ 1100/1100]
[ความสามารถ - พ่นใยเหล็กระดับสูง lv.1 - พิษ lv.1- เคลื่อนไหวรวดเร็ว lv.1 ]
[ชื่ออสูร แมลงล่องหน LV.23]
[ระดับ 1 ดาว หายาก ]
[พลังชีวิต 350/350 ปราณ 550/550]
[ความสามารถ - ประสาทสัมผัสตรวจจับ lv.3 - พรางตัวระดับสูงlv.3 เคลื่อนที่ความเร็วสูง lv.2]
[ชื่ออสูร ปีศาจเถาวัลย์ LV.88]
[ระดับ 2 ดาว ]
[พลังชีวิต 1000/1000 ปราณ 1000/1000]
[ความสามารถ - สร้างเถาวัลย์ lv.4 -พิษ lv.4 -หนาม lv3]
จางหมิงจ้องมองสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าแล้วก็ขบคิดอย่างจริงจังนิ้วมือยกขึ้นมาลูบไปข้างของตนเองไปด้วยในขณะที่คิดบางอย่างอยู่ “ ตอนนี้ระดับของพวกมันเพิ่มเสียงขึ้นมามากกว่าสมควรแต่ถ้าอยากจะให้หนึ่งร้อยคงขะใช้เวลาอีกสักพัก”
“ หลังจากที่เริ่มทำการฝึกฝนอย่างหนักแล้วก็เริ่มเพิ่มระดับของสัตว์อสูรตอนนี้ระดับของพวกมันยิ่งสูงก็ยิ่งสามารถพัฒนาได้เชื่องช้ามากขึ้น”
ลองคำนวณจากเวลาหลายอย่างเกรงว่าของจะทำภารกิจที่ได้รับสำเร็จคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ใหญ่เลยทีเดียว
ในขณะที่กำลังนั่งคิดอยู่บริเวณด้านหน้าปากถ้ำ
เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างเสียงฝีเท้าที่ยอดขายเข้ามาจางหมิงเงยหน้าของตนเองจึงไปพบเห็นกลุ่มคนปริศนาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้า
“ อันใดกันสถานที่แห่งนี้มีผู้คนอยู่ด้วยงั้นรึ? แล้วสัตว์อสูรพวกนั้นอีก?” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหน้า
จบบท