ขณะที่ผมกระตุกบังเหียนให้ลาป่าพุ่งตัวออกจากป่าโบราณนั้น ก็พบผู้เล่นสามคนจากหวังเฉาป้าเยว่กำลังเก็บเลเวลอยู่นอกป่า ฆ่าหมูป่าเลเวล 32 โดยมีนางฟ้าพเนจรหนึ่งคน นักดาบหนึ่งคน และนักจิตวิญญาณอีกหนึ่ง เป็นการรวมทีมสำหรับฝึกฝนเก็บเลเวลที่สมบูรณ์แบบมาก เลเวลเฉลี่ยของทั้งสามคนอยู่ที่ 29 ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป
ฆ่า!
ทหารม้าเหล็กพุ่งชนถูกปล่อยออกมาทันที พร้อมกับเสียง “ฟิ้ววว” ร่างลาป่าจึงพุ่งแหวกคลื่นอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกเข้าใส่ร่างของนักจิตวิญญาณอย่างแรงเต็มๆ สร้างความเสียหายไป 942 แต้ม จากนั้นผมจึงรีบอาศัยจังหวะนี้ยกดาบขึ้นฟันไปข้างหน้าอย่างอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายอีก 1,300+ แต้ม พร้อมกับชีวิตของนักจิตวิญญาณก็ดับสูญลงทันที เพียงแค่ชั่วพริบตา ด้วยค่าพลังโจมตีของผมก็สามารถฆ่านักจิตวิญญาณได้ราวกับหั่นผัก
“จินซีเหอซี!”
นักดาบหันหลังกลับมาอย่างกะทันหัน พลางมองมาที่ผมด้วยความโกรธและความกลัว
ผมทำการหมุนตัวกลับทันทีและใช้เฮฟวี่แสลช ประกายแสงอันดุดันฟาดลงบนไหล่ของนางฟ้าพเนจร เสียง “ฉัวะ” ดังขึ้น แสงเย็นก็สว่างวาบขึ้นพร้อมด้วยเอฟเฟกต์ร่างกายฉีกขาดออกจากกัน ทำเอานางฟ้าพเนจรคนนั้นตกใจ ทว่าก่อนที่จะตอบสนองได้ทันนั้น ร่างของเธอก็ล้มพับลงกองกับพื้นไปพร้อมกับนักจิตวิญญาณก่อนหน้านี้ และเมื่อผมหันหลังกลับมาอีกครั้ง นักดาบคนนั้นก็พุ่งชาร์จเข้าใส่ด้วยสกิลฉับไวและใช้ชุดสกิลคำราม
ในเวลานี้ ร่างของผมจึงย่อลง กดจุดศูนย์ถ่วงลง พลางยกโล่ขึ้นพร้อมใช้การป้องกัน และจากนั้น ผมก็ได้ยกมือขึ้นฟาดฟันคอมโบออกไป โจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม+โบลวสไตรค์ ออกไปอย่างดุดัน!
“990!”
“1,787!”
“1,302!”
แสงสีขาวก็บินออกไปในทันที แม้แต่อาชีพเกราะหนักก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีชุดนี้ได้ นักดาบทรุดตัวคุกเข่าลงพื้นทันทีด้วยใบหน้าที่ว่างเปล่า เขาคงจะคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะถูกฆ่าตายภายในชั่วพริบตาเช่นนี้ อย่างที่รู้ว่าค่าพลังเลือดพื้นฐานของนักดาบเลเวล 29 ใกล้จะแตะ 3,000 แต้มและเมื่อบวกโบนัสอุปกรณ์เข้าไปอีกค่าพลังเลือดก็คงจะเฉียด 4,000 แต้มได้ แต่ถึงแม้จะเป็นโล่เนื้อขนาดใหญ่ เขาก็ยังถูกฆ่าตายราวกับหั่นผักไม่มีผิด
สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือสกิลดาบสองคมนั้นแข็งแกร่งเกินไป แถมทั้งยังมีเอฟเฟกต์มองข้ามการป้องกันอีก ซึ่งถือว่าเป็นฝันร้ายสำหรับผู้เล่นเกราะหนักเลยทีเดียว
……
หลังจากเก็บกวาดสนามรบเสร็จ จึงหยิบผงยาฟื้นเลือดจำนวนหนึ่งขึ้นกิน ตอนนี้ชื่อของผมก็เป็นสีแดงเรียบร้อย แต่ก็ไม่สำคัญ อันที่จริงวันนี้ไม่มีแผนที่จะเก็บเลเวลต่ออยู่แล้ว ก็เพราะกำลังตั้งใจจะเป็น” คู่ซ้อม” ที่ดีอยู่นี่แหละ และในเมื่อหวังเฉาป้าเยว่ไม่ต้องการให้ทีมเทียนเสวี่ยนอยู่รอดในเมืองจิ่นโจว ถ้าอย่างนั้นก็พร้อมที่จะตอบโต้กลับ หวังเฉาป้าเยว่ก็อย่าคิดจะได้เก็บเลเวลเช่นกัน
ยังไงก็ตาม ถึงแม้ว่าหลิวเฉียงจะมีคนจำนวนมาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่หลายสิบคนจะรวมกลุ่มเก็บเลเวลด้วยกัน มอนสเตอร์ในแต่ละพื้นที่นั้นกระจายตัวไปทั่ว ฉะนั้น จึงต้องมีแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆจนเหลือไม่กี่คนเพื่อออกไปเก็บเลเวลเท่านั้น แบบนี้ถึงจะมีประสิทธิภาพ ไม่อย่างนั้นประสิทธิภาพก็จะต่ำเกินไป จนทำให้ผู้คนไม่พอใจเอาได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงมีโอกาสทำลายกลุ่มพวกนั้นทั้งหมด
“ติ๊งง!”
มีหนึ่งข้อความถูกส่งจากซานโหย่วฝูซู “เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องกับหวังเฉาป้าเยว่งั้นหรือ?”
“อื้ม”
ผมขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะตอบว่า “เรื่องนี้ฉันจะจัดการด้วยตัวเอง ฝูซูนายไม่ต้องสนใจหรอก”
ซานโหย่วฝูซูยิ้ม “การต่อสู้ระหว่างกองกำลังทั้งสอง คนนอกอย่างฉันไม่คิดจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรอก แต่ฉันพอช่วยอะไรนายเล็กๆน้อยๆได้อยู่”
“เรื่องอะไร?”
“รายงานไงล่ะ”
“รายงาน?” ผมรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
ซานโหย่วฝูซูจึงพูดขึ้นต่อว่า “ฉันมีไอเทมชิ้นหนึ่ง ที่สามารถสืบเสาะพิกัดของผู้เล่นคนใดคนหนึ่งได้ภายในช่วงเวลาหนึ่ง และด้วยความสามารถในการพรางตัวของฉันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสะกดรอยใครซักคน ถ้าหากนายต้องการ ฉันจะช่วยนายสะกดรอย แจ้งพิกัดของ”เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” หัวหน้าทีมหวังเฉาป้าเยว่ให้กับนายโดยตรงตลอดเวลา”
ทันทีที่ได้ยิน หัวใจของผมสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น “จริงเหรอ?”
“แน่นอน”
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปยังถิ่นทุรกันดารที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลตรงหน้านั้น ก็รู้ได้ว่าแผนที่นี้มันใหญ่เกินไปจริงๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าคนของหวังเฉาป้าเยว่ไปที่ไหนแล้ว และผมก็ไม่สามารถใช้เงินจำนวนมากทุ่มไปกับการให้รางวัลแจ้งพิกัดเหมือนอย่างหลิวเฉียงได้เช่นกัน แต่ในเวลานี้มีซานโหย่วฝูซูเพื่อนพเนจรที่ชอบหายไปในกลีบเมฆคอยช่วยเหลือ แค่เขาเพียงคนเดียวผมก็สามารถดำเนินการตามแผนของผมได้
“ตกลง ทุกครั้งที่พบพิกัดของ “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” ฉันจะให้นาย 100 เหรียญทอง!” ผมพูดขึ้น
ซานโหย่วฝูซูเงียบไปครู่หนึ่งและพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ต้องการเงิน”
“นายเองก็เป็นอีกคนที่หาเงินจากเกม ฉันไม่สามารถให้นายมาเสียเวลาไปเปล่าๆได้”
เขาเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ถ้านายยืนกรานแบบนี้ งั้นฉันจะช่วยสะกดรอยให้นายเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แล้วขอเรียกเก็บเงินตามราคาของป้าแม่บ้านละกัน นายให้ฉันแค่ 200 เหรียญทองก็พอ”
“โอเค งั้นก็เริ่มการสะกดรอยเลย”
“รอหน่อยนะ เดี๋ยวฉันจะบอกนายหลังจากยืนยันพิกัดด้วยตาตัวเองแล้ว”
“อื้ม”
……
ขณะที่ผมลาดตระเวนอยู่ในถิ่นทุรกันดารไปเรื่อย ๆนั้น ไม่นานนัก “ติ๊ง” มีข้อความถูกส่งมาจากซานโหย่วฝูซู “พิกัดป่าหมอก (1204, 876) เป็นกลุ่มเล็กๆที่มีทั้งหมดห้าคน อัศวินหนึ่ง นักจิตวิญญาณสอง นางฟ้าพเนจรหนึ่ง และนักบวชอีกหนึ่ง เป็นสายควบคุมค่อนข้างเยอะ และยังมีทีมเก็บเลเวลของหวังเฉาป้าเยว่อีกอย่างน้อยห้าทีมอยู่ใกล้ ๆ นายแน่ใจนะว่าจะลุยเดี่ยวจริงๆ?”
“แน่ใจ ขอบใจมาก”
ผมทำการล็อคพิกัด จากนั้นก็ควบลาป่าพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีก็มาถึงป่าหมอกแล้ว ย่อตัวลงต่ำและกระตุ้นลาป่าหลีกเลี่ยงทีมเก็บเลเวลสองทีมไป กระทั่งเมื่อก้าวไปข้างหน้านั้น เปลวไฟวิญญาณลุกโชน ดาบที่ฟาดฟันออกไปอย่างรุนแรง แน่นอนว่าเป็นการโจมตีที่มาจากทีม หลิวเฉียง, ปู้เริ่นหลิวเล่ย, ป๋าหนี่ฉ่งไคว้และตีโถวเวิ๋นหนี่ผู้เล่นหลักของหวังเฉาป้าเยว่ที่ตอนนี้กำลังสู้อยู่กับลิงยักษ์พงไพรอยู่ ซึ่งดูเหมือนพวกเขาก็ตื่นตระหนกไม่น้อยเมื่อเจอเข้ากับฝ่ามือพิโรธของลิงยักษ์พงไพร
ห่างออกมาระยะหนึ่งร้อยหลา คิ้วของผมจึงขมวดเข้าหากันแน่นมองอยู่ห่างๆ แม้ว่าจะมองไม่เห็นซานโหย่วฝูซู แต่ผมเชื่อเขาต้องอยู่ใกล้ๆ นี้อย่างแน่นอน เขาคงเฝ้าดูว่าผมกับคนพวกนี้จะลงเอยกันแบบไหน ผู้ชายคนนี้นี่มัน......
“จ้าวหมิงซิน ใช้เถาวัลย์วิญญาณ เร็วเข้า!”
หลิวเฉียงถูกฝ่ามือลิงยักษ์พงไพรซัดเข้าให้จนเลือดเหลือเพียงครึ่งเดียว เขาก้าวถอยหลังและตะโกนสั่งการออกมาเสียงดังว่า “ใส่ใจการควบคุมส่งออกให้ต่อเนื่อง หลังจากเถาวัลย์วิญญาณของจ้าวหมิงซินกำลังจะหมดเวลา ก็ให้รีบใช้เคล็ดตรึงกายตามออกไปทันที ส่วนเสี่ยวเฉียนเติมให้เลือดฉัน!”
นักจิตวิญญาณชายโยนสกิลเถาวัลย์วิญญาณออกมาอย่างฉับไว ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “แค่นี้ก็เรียบร้อย ป่าหมอกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเราแล้ว ทีมเทียนเสวี่ยนมันน่าจะยังไม่เคยเข้ามาสำรวจแผนที่นี้”
“ใช่ แค่อยู่บนแผนที่นี้ พวกเราก็จะทิ้งห่างจากพวกมันได้” หลิวเฉียงยิ้มอย่างมีชัย “แล้วก็จะถึงคราวของพวกเราหวังเฉาป้าเยว่ที่จะได้เหยียบทีมเทียนเสวี่ยนให้จมดินสักครั้ง ต่อไปในเวลาหนึ่งเดือนนี้เราจะเหยียบพวกมันให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทำให้ทีมเทียนเสวี่ยนไม่มีโอกาสลุกขึ้นได้อีกต่อไป!”
“แต่ว่า……”
นางฟ้าพเนจรหวังเฉียนขมวดคิ้ว พร้อมทั้งพูดว่า “ทว่าเมื่อกี้ที่พวกเราฆ่าพวกมันตายยกทีม จินซีเหอซีที่แข็งแกร่งที่สุดไม่อยู่นะ หากเขาอยู่ เกรงว่าคงจะจัดการไม่ได้ง่ายขนาดนี้แน่”
หลิวเฉียงเลิกคิ้วขึ้น “จินซีเหอซีจะอยู่หรือไม่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ อีกอย่างมันยังถูกกันไม่ให้ออกจากเมืองจิ่นโจวเลยนี่ และก็แค่มีสัตว์พาหนะระดับต่ำตัวหนึ่ง? รอให้ระบบสัตว์พาหนะเปิดก่อนเถอะ ความได้เปรียบของมันก็ไม่มีอีกแล้ว แล้วมันจะเอาอะไรมาสู้กับเราได้อีก?”
……
ตอนนี้ผมยังคงกำลังแอบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ จนกระทั่งหลิวเฉียงและคนอื่น ๆ ไล่ตามลิงยักษ์พงไพรตัวหนึ่งไป หลังจากใช้สกิลควบคุมไปจนหมด เวลานี้แหละที่รอคอยโดยไม่รอช้าผมจึงรีบควบลาป่าพุ่งผ่านพุ่มไม้ออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงพุ่งเข้าชาร์จทันทีเมื่ออยู่ห่าง 40 หลา!
“ตึงง!”
ภายใต้แรงกระแทกที่รุนแรง นักบวชคนหนึ่งจึงติดสถานะมึนงงไปในทันที จากนั้นก็ฟาดฟันดาบใช้โจมตีพื้นฐานหนึ่งตามลงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้น ผมก็หันหลังกลับไป ใช้สกิลยั่วยุใส่นักจิตวิญญาณคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ดาบพิรุณดาราในมือระเบิดพลังปราณอันโชติช่วงออกมา โจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่สแลชก็พุ่งเข้าโจมตีนักจิตวิญญาณอีกคนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่ ในขณะเดียวกันก็กินยาบำรุงลมปราณเข้าไป ค่าพลังปราณกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง และแล้วจากนั้นโจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม ก็ตกลงบนร่างนักจิตวิญญาณที่ถูกยั่วยุเมื่อครู่ จนตายไปในพริบตาเดียว
“เอ๊ะ?!”
ใบหน้าของนางฟ้าพเนจรที่มีชื่อว่า “เสี่ยวเฉียน” คนนั้นดูตกใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีโอกาสได้รักษาเพื่อนร่วมทีมเลย ฉะนั้นเพื่อนร่วมทีมสามคนจึงตายอย่างอนาถภายในไม่กี่อึดใจ และเป้าหมายรายต่อไปก็คือเธอ เมื่อผมกระตุ้นลาป่าพุ่งเข้าไปหาพร้อมทั้งใช้ดาบเตรียมจะฟาดฟันเข้าใส่ ทันใดนั้นเอง หลิวเฉียงก็แทบคลั่ง กลอรี่ชิลด์ของเขาเปิดใช้งาน ก่อนจะแผดเสียงตะโกนดังว่า “จินซีเหอซี ไอ้สารเลว!”
เปิดสกิลยั่วยุ!
ผมกระตุ้นให้ลาป่าพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งระยะห่างออกจากหลิวเฉียง และในขณะเดียวกันก็กวัดแกว่งดาบปลดปล่อยการโจมตีพื้นฐาน+โบลวสไตรค์ โจมตีเข้าใส่นางฟ้าพเนจรจนสิ้นชีพในทันที และเมื่อเปิดใช้งานกลอรี่ชิลด์แล้ว ผมจึงหันหัวลาป่าแล้วพุ่งเข้าชาร์จเข้าใส่หลิวเฉียง!
“ตึงง!”
จากการโจมตีนี้ทำให้เขาติดสถานะมึนงงทันที หลิวเฉียงจึงไม่มีโอกาสได้ใช้สกิลยั่วยุ ในเวลานี้สกิลของผมแทบจะทั้งหมดก็กำลังคูลดาวน์และพลังปราณก็กำลังฟื้นฟูอย่างช้าๆ การฆ่าคนจำนวนมาก ทำให้พลังปราณหมดเกลี้ยงในพริบตาและสกิลทั้งหมดติดคูลดาวน์ จึงได้อาศัยข้อได้เปรียบจากพลังต่อสู้และอุปกรณ์ โจมตีธรรมดาใส่หลิวเฉียงเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอบดขยี้เขาได้
“กล้าบุกมาตัวคนเดียว แกมันบ้าไปแล้ว!”
สามสกิลใหญ่ถูกใช้งาน เฮฟวี่สแลช+โบลวสไตรค์+ดาบสองคม ทั้งหมดก็ตกลงใส่โล่ของผมอย่างรุนแรง ทว่าด้วยการป้องกันของผมจึงสามารถลดความเสียหายได้มากกว่า 70% ใบหน้าของหลิวเฉียงบิดเบี้ยวน่าเกลียดในทันที ความทะเยอทะยานกับความแข็งแกร่งที่ไม่ตรงกัน เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้คอมโบที่ทรงพลังนี้ฆ่าผมในคราวเดียว แต่มันไม่มีโอกาสนั้นแล้วและเขาที่ด้อยกว่าทั้งการควบคุมความคิดและการลงมือ จึงทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ และเมื่อดาบสองคมของผลรีคูลดาวน์เสร็จ เขาก็ถูกฆ่าตายในหนึ่งดาบ
“เคร้ง~~~”
ในช่วงเวลาที่หลิวเฉียงตาย ทั้งยา ของที่ปล้นมาและอื่น ๆมากมายก็ดรอปออกมา ในบรรดาสิ่งของเหล่านั้นก็มีคทาเล่มหนึ่งที่ดูคุ้นตา มันคือคทารักษาระดับเหล็กดำของซูซีหรานนั่นเอง ผมเอื้อมมือไปหยิบของทั้งหมดเก็บใส่ช่องเก็บของ จากนั้นครู่ต่อมาในระยะไกล ผมก็เห็นกลุ่มคนของหวังเฉาป้าเยว่ที่ถูกฆ่าตายกำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามา ทว่าตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้ จึงรีบหันหลังกลับและใช้ประโยชน์ความเร็วของลาป่าหลบหนีคนพวกนั้นทันที
……
“ไม่เลวเลยนี้ ฆ่าคนได้ดุจดังเมฆเหินน้ำไหล”
ซานโหย่วฝูซูส่งข้อความมาแสดงความคิดเห็น
ผมหัวเราะและเอ่ยถามว่า “ฝูซู แล้วไอเทมค้นหาพิกัดของนายมีคูลดาวน์ไหม?”
“มีสิ คูลดาวน์สิบนาที”
“งั้นตอนนี้เว่ยหนี่เปี้ยนไกวก็น่าจะออกจากเมืองจิ่นโจวแล้วล่ะ สะกดรอยต่อไป วันนี้ฉันอยากจะฆ่ามันสิบครั้งติดต่อกัน”
“นายใจร้ายไปหน่อยหรือเปล่า? ต้องการสิบครั้งจริงๆงั้นหรือ?”
“ใช่”
“ก็ได้ๆ ฉันจะไปเป็นเพื่อนนายฆ่ามันจนครบสิบครั้งเอง แต่เมื่อถูกฆ่ามากขนาดนี้ มันอาจจะรวบรวมพรรคพวกมาด้วยก็ได้ นายจำเป็นต้องมีวิธีรับมือสักหน่อย”
“ไม่เป็นไร เราจะไม่เปิดโอกาสให้มันได้เรียกระดมพล”
“โอเค ฉันจะรอดูการแสดงต่อไป”
หลังจากนั้นประมาณสามนาทีที่ผมกลับไปกลับมาจากป่าหมอกและด้วยการรุกโจมตีแบบ “รีบมารีบไป” สี่รอบติดต่อกันนั้น ผมจึงได้จัดการผู้คนของหวังเฉาป้าเยว่ได้หลายสิบคนและทิ้งร่างที่หมดลมหายใจแล้วไว้ในป่าหมอก จนชื่อของผมกลายเป็นสีแดงเข้มมากเกือบกลายเป็นสีดำ อีกทั้งยังติดอันดับหนึ่งในรายชื่อสีแดงของเมืองจิ่นโจว กลายเป็นวายร้ายอันดับหนึ่งไปแล้ว
“ติ๊ง!”
มีข้อความถูกส่งมาจากซานโหย่วฝูซูอีกครั้ง “เว่ยหนี่เปี้ยนไกวออกนอกเมืองไปแล้ว อยู่ที่แผนที่ทางเหนือของป่าผึ้งพิษ พิกัด (1341, 1432) ฉันเองก็กำลังตามอยู่ นายมาที่นี่ได้เลย รอบตัวเขามีเพียงแค่สี่คน และตอนนี้กำลังรอ ดูเหมือนว่าจะกำลังรวบรวมผู้คนให้มากขึ้น ก่อนจะไปที่ป่าหมอกเพื่อคิดบัญชีกับนาย”
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
……
ลาป่าก็ออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งทันที จนกระทั่งผมออกมาจากป่าลึก ก็พบหลิวเฉียง และคนอื่นๆอีกสี่คนกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ และก่อนหน้านี้หลิวเฉียงอยู่ที่เลเวล 31 ตอนนี้เลเวล 30 ทว่าอีกไม่นานหรอกเขาก็จะกลายเป็นเลเวล 29 แล้ว