เพล้ง!
ค่ายกลขนาดใหญ่ถูกตงฟางเจาะเข้าไปจนเป็นรูกว้าง 1 เมตรหลังจากใช้เวลา 1 วันในการทำความเข้าใจ ในหนึ่งวันที่เขาเงียบไปไม่ได้เดินออกไปไหนเลยหรือแม้แต่ติดต่อข้างนอกเขาก็ไม่ได้ทำ
“พี่ซิงเยียน”
“โล่งอกไปที ในที่สุดก็ติดต่อมา” ตงฟางติดต่อกลับไปหาพี่ซิงเยียน เขากำลังจะบอกว่าตัวเองจะเข้าไปในค่ายกลอาจจะทำให้การติดต่อเป็นเรื่องยาก แต่น้ำเสียงของพี่ซิงเยียนที่เอ่ยออกมานั้นทำให้ตงฟางขมวดคิ้วเพราะมันมีความรู้สึกวิตกกังวล
“มีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่ผมเงียบเหรอครับ”
การเงียบของตงฟางเขาไม่ได้ตรวจสอบด้านบนเมืองลั่วหยางเลยสักนิดเพราะต้องนำคลื่นสมองทั้งหมดมาใช้วิเคราะห์ค่ายกลเพื่อปลดมัน
“ตงฟางเมื่อวานมียาระดับ 5 ของเราหายไป 100 เม็ด”
“เป็นไปได้ยังไงกัน พนักงานเรายืนเฝ้าตู้ตลอดเวลา”
“นั่นแหละที่ทำให้พี่สงสัย แต่พี่ก็สรุปได้ในทันทีเลย”
“พี่สรุปว่ายังไงครับ”
“คนของเมืองหลวงขโมยมันไป เมื่อวานมีคนของเมืองหลวง 5 คนเดินเข้ามาในร้าน บนใบหน้าของพวกเขาไม่มีความรู้สึกใดหลังจากมองเม็ดยาของเรา แต่พี่สังเกตเห็นแววตาหนึ่งในคนที่มาเกิดความโลภ พี่คิดว่ามันน่าจะใช้พลังบางอย่างขโมยยาของเราไป”
“เราเก็บยาเอาไว้ในตู้กระจกมีค่ายกลปิดทับอีกชั้น พี่ซิงเยียนพอจะตรวจสอบความผิดปกติได้ไหมครับ”
“บนตู้เก็บเม็ดยาระดับ 5 ที่หายไป มีรอยค่ายกลถูกเจาะเข้าไป อาวุธชิ้นนี้น่าจะเป็นอาวุธใช้สำหรับลอดผ่านค่ายกล”
“งั้นผมจะตามหาคนทำให้ แต่อาจจะไม่ได้ยาคืนนะครับ”
“จ้ะ”
ตงฟางหลับตาส่งตาทิพย์และหูทิพย์ของเขาขึ้นไปบนเมืองเพื่อสำรวจกลุ่มทหารที่มาจากเมืองหลวง เขาอยากรู้ว่าใครกันที่กล้าขโมยของในร้านเขาไป ภายใต้การสอดส่องมองดูการเคลื่อนไหวของคนนับร้อยที่เป็นระดับราชาวิญญาณ แม้พวกมันจะรู้ว่ามีใครบางคนกำลังสอดส่องพวกมันก็ตาม กลับไม่สามารถสัมผัสถึงตงฟางที่เป็นเจ้าของเพราะเขาอยู่ไกลมาก
“ไอ้หมอนั่น”
ตงฟางล็อกเป้าหมายชายที่น่าสงสัย มันเป็นระดับราชาวิญญาณขั้น 5 การที่เขาสงสัยก็เพราะว่ามันแสดงท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าเหมือนได้ครอบครองของบางอย่าง
เม็ดยาระดับ 5 สำหรับเมืองหลวงแม้มันจะเป็นเม็ดยาระดับต่ำเพราะมีเพียงระดับจากรึกที่ใช้งานมัน แต่ด้วยคุณภาพที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าหลอมขึ้นมา เม็ดยาระดับ 5 กลับยังคงให้ราคาสูงหากขายในเมืองหลวง
“หึหึ ไอ้พวกโง่ ป่านนี้คงวิ่งวุ่น หลังจากนี้อีกหนึ่งอาทิตย์ค่อยไปอีกครั้งน่าจะได้อีกหลายร้อยเม็ด”
ท่าทางดีใจของชายสวมชุดเกราะสีเงินแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งมันเดินทางไปรวมกลุ่มกับเพื่อนที่กำลังนั่งล้อมวงดื่มเหล้าในช่วงเที่ยงมันก็อาสาจะเลี้ยงเหล้าทุกๆคน
“เฮ่ แกไปทำอะไรมาทำไมถึงดูอารมณ์ดีแบบนั้น”
“ฮ่าๆๆ พอดีข้าไปเจอโชคในเมืองเล็กๆนี่ หากนำกลับไปขายที่เมืองหลวงคงได้ราคาดี เอาล่ะเหล้านี้ข้าจะเลี้ยงพวกแกเอง”
“แกแน่ใจนะ”
“แน่สิ ตอนนี้ข้าเป็นหนึ่งในคนรวยของ…..”
ยังไม่แม้จะพูดจบพื้นดินใต้เท้านายทหารสวมชุดเกราะสีเงินก็เกิดหลุมขนาดใหญ่กว่า 2 เมตร ระหว่างที่มันกำลังยกแก้วเหล้าเพื่อขอชนกับคนของมันนี้เอง ร่างของมันก็ร่วงลงไปในหลุมจนต้องนำอาวุธบินออกมาใช้งาน แต่แล้วมันกลับไม่สามารถใช้การบินต้านทานพลังงานบางอย่างที่กำลังดึงมันลงไปในหลุมได้
ตึง~!
พื้นดินที่ถูกแยกปิดตัวลงต่อหน้าต่อตาทหารนับร้อย พวกมันทำได้เพียงมองจ้องเพื่อนตัวเองถูกพื้นดินดูดหายไป ขณะที่ทุกคนกำลังอึ้งอยู่กับการที่เพื่อนถูกพื้นดินดูดหาย เหล่าทหารก็เริ่มรู้ตัวว่าต้องระเบิดหน้าดินช่วยเพื่อนกลับมาให้ได้ จึงให้ผู้ที่มีธาตุดินระดับพื้นทันที
ตู้ม~!
“ไม่ มันลงไปลึกกว่านี้”
ตู้ม ตู้ม บรึ้ม~!
การระเบิดดินครั้งแล้วครั้งเล่าเริ่มขึ้น ทว่าพวกมันกลับยังไม่พบร่างของเพื่อนที่ถูกดูดลงไป แต่แล้วการระเบิดหน้าดินของพวกมันกลับพลาดไปโดนตาน้ำจนทำให้เกิดน้ำใต้ดินพุ่งอัดกระแทกร่างของพวกมันกลับขึ้นไปบนพื้น ไม่สามารถตามต่อได้
“บ้าเอ๊ย ใครกัน มันเป็นใครกัน~!”
เหล่าทหารรีบรายงานเรื่องที่เกิดให้หัวหน้าของพวกมันทราบ เกี่ยวกับการถูกพื้นดินดูดหายไป มันอาจจะเกี่ยวข้องกับปีศาจก็ได้
ตงฟางที่ใช้พลังจิตแหวกพื้นดินตรงไปยังจุดที่ทหารหัวขโมยนั่งอยู่ เขาที่รับรู้ว่ามันใกล้มาถึงตำแหน่งที่เขายืนแล้วจึงยกมือขึ้นก่อนที่พื้นดินด้านข้างของเขาจะเปิดกว้างพร้อมกับมีร่างทหารพุ่งเข้ามาอยู่ในมือของเขา
หมับ~!
“แก แกทำบ้าอะไร แกรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ปล่อย ปล่อยข้า~!”
เสียงร้องเต็มไปด้วยความเจ็บปวดหลังจากมันถูกมือเล็กๆคว้าจับคอ ทว่ามันกลับไม่สามารถดิ้นหลุดจากมือได้จึงใช้ฐานะของมันข่มขู่อีกฝ่ายให้ปล่อยตัว
วิ๊ง~!
ไม่มีการพูดจามีเพียงพลังจิตยิงเข้าใส่ดวงตาจนมันหยุดดิ้นแล้วทำตาเหม่อลอย
“เอาเม็ดยาที่ขโมยไปออกมา”
แหวนเก็บของเทเม็ดยาออกมาอย่างง่ายดาย ตงฟางจึงใช้พลังจิตจับพวกมันเอาไว้
“มีอะไรอีกไหมที่แกขโมยจากตึกสวรรค์”
“ไม่มี”
“แกใช้อะไรเจาะทะลวงตู้ของพวกฉัน”
“สิ่งนี้”
ตงฟางมองไปยังยันต์แผ่นหนึ่ง ลวดลายบนยันต์เขาไม่เคยเห็นมาก่อน จึงยึดมาเป็นของตัวเองเพื่อศึกษา หลังจากเขาได้ทุกอย่างที่ถูกขโมยตงฟางจึงสร้างอุโมงส่งมันออกจากจากตำแหน่งที่เขายืนจากนั้นก็ปล่อยให้พื้นดินบดขยี้มัน หากเขาลงมือทหารอาจจะมีเครื่องมือบางอย่างส่งภาพคนที่ฆ่ากลับไป ตงฟางจึงให้พื้นดินเป็นตัวฆ่ามัน ส่วนตัวของเขาทำเพียงแค่ดูดเลือดมาปรับแต่งร่างกายให้แข็งแกร่งกว่าเดิม
“พี่ซิงเยียน เม็ดยาผมใส่เอาไว้ในแหวนนะ หากติดต่อผมไม่ได้ผมทำป้ายผ่านเข้าในค่ายกลที่ผมสำรวจ”
“หืม” ซิงเยียนตกใจ เธอติดต่อกับตงฟางไปเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ตงฟางกลับติดต่อเธอกลับคืนมาพร้อมกับบอกว่าได้ยาคืนมาแล้ว
“จ้ะ ถ้าอย่างนั้นดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ หากไม่ไหวให้รีบหนี”
“ครับ ไว้เจอกัน”
วิ๊ง~!
ตงฟางก้าวเท้าทะลวงผ่านค่ายกลสีฟ้าตรงหน้า หลังจากเขาเข้าใจกลไกของมัน การที่เขาไม่ทำลายค่ายกลนี้ทิ้งไปเป็นเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้ค้ำจุนดินไม่ให้ถล่มทับเมืองโบราณที่อยู่ด้านใต้ เขายังคงต้องการสำรวจด้านใต้จึงทำเพียงแค่สร้างรูปแบบแทรกแซงเพื่อเข้ามาข้างในเท่านั้น
“เมืองจริงๆสินะ”
ตงฟางกวาดตามองออกไปรอบๆเมืองใต้ดินลึกมีคริสตัลบางอย่างใจกลางเมืองส่องแสงสว่างให้เขาเห็นด้านใต้ ถึงอย่างนั้นเมืองที่อยู่ใต้ดินก็ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็นเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้บ้านทุกหลังที่เขาเห็นว่ามันสร้างจากดินกลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งอุณหภูมิที่เขาสัมผัสได้ข้างใต้ นับว่าหนาวเย็นมากจนยากจะอยู่อาศัยแม้ระดับผันแปรวิญญาณยังไม่ง่ายที่จะอยู่ภายในเมืองนี้ได้เกิน 1 ชั่วโมง
“คริสตัลนั่นมันเป็นอะไรกันแน่นะ”
ตงฟางใช้ตาทิตย์สำรวจบ้านเรือนหลายพันหลังปรากฎว่าทุกอย่างเป็นการก่อสร้างธรรมดาเท่านั้น ไม่มีความพิเศษใดๆเลยสักนิด แม้จะเป็นตึกหลังใหญ่ที่สุดราว 10 ตึกที่น่าจะเป็นบ้านของผู้มีอำนาจในเมืองแห่งนี้ เขากลับไม่เจอห้องลับหรือค่ายกลใดๆ ทุกอย่างถูกทิ้งร้างเอาไว้ไม่หลงเหลือของมีค่าเลยสักชิ้นเดียว
แต่ตงฟางกลับสงสัยคริสตัลขนาดใหญ่โผ่ลออกมาจากพื้นดินตั้งอยู่ใจกลางเมือง เขาอยากรู้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่เพราะตำแหน่งนั้นเต็มไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาลแล้วยังเป็นพื้นที่ที่หนาวเย็นเป็นอย่างมาก จนเขาที่มีร่างกายเป็นถึงราชาขั้น 8 เริ่มหนาวสั่นจนเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นธาตุน้ำ จากนั้นก็ใช้ความสามารถพลังจิตลดอุณหภูมิลงไปจนติดลบหลายองศา ร่างที่เคยเหมือนจุ่มอยู่ในน้ำก็มีไอเย็นลอยออกมาจางๆจนตงฟางไม่ได้รับความหนาวเย็นอีกต่อไป
“พี่ซิงเยียน ได้ยินไหม”
“จ้ะ”
“ยังได้ยินสินะ ผมเตือนก่อนนะว่าอย่าเข้ามาในค่ายกล ข้างในนี้พร้อมจะแช่แข็งทุกอย่าง”
“แล้วตงฟางเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ สบายดีไหม”
“ผมยังคงสบายดี หากมันไม่เย็นไปกว่านี้ผมอยู่ได้”
“งั้นก็ระมัดระวังตัวด้วยนะ มีอะไรบอกพี่สาวได้ตลอดเดี๋ยวจะนำไปส่งให้”
“ครับ”
ตงฟางบินช้าๆเข้าไปใกล้ๆคริสตัล หากบินเร็วเกินไปเขากลัวจะพุ่งเข้าไปชนเข้ากับความผันผวนทางพลังวิญญาณจนถูกแช่แข็งกระทันหัน ทันทีที่เขาค่อยๆบินเข้าใกล้คริสตัลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใต้ดินนี้เองนั้น ดวงตาของตงฟางต่างเบิกกว้าง เมื่อเขาพบเข้ากับเสาสีดำทั้ง 13 ต้นตั้งล้อมวงคริสตัลเอาไว้ มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ระบุว่ามารหนึ่งใน 9 ตนถูกขังเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้
“หมายความว่ายังไง หรือว่าเจ้าเมืองรุ่นที่ 2 กับชายผู้มีสายเมืองมังกรมารบรรพกาลจะช่วยกันผนึกมารตัวนี้เอาไว้”
ตงฟางใช้จิตของเขาส่องเข้าไปในค่ายกลที่สร้างมาจากต้นเสาทั้ง 13 ต้น เขาอยากรู้ว่ามารตนไหนอยู่ข้างในนี้ แต่เขากลับไม่สามารถสัมผัสวิญญาณของมารได้เลยสักตน ดูเหมือนว่าค่ายกลที่เจ้าเมืองรุ่นที่ 2 ใช้ชีวิตสร้างขึ้น มันจะเผาทำลายมารจนตกตายไปจริง
“งี้นี่เอง เจ้าเมืองรุ่นที่ 2 สร้างค่ายกลขึ้นมาก่อน ส่วนค่ายกลจากเสาทั้ง 13 ต้นมาทีหลัง เขาน่าจะผนึกไว้อีกชั้นเพื่อไม่ให้มารหลบหนี”
ภายใต้หน้าผาที่ตงฟางร่วงหล่นลงไปเต็มไปด้วยไอพลังมาร แต่รอบๆค่ายกลผนึกตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยความหนาวเย็นเสียดแทงกระดูก ดูเหมือนว่ามารตนนี้จะมีพลังในการควบคุมน้ำแข็ง ทันใดนั้นเองตงฟางก็พบเข้ากับสิ่งที่ทำให้เขาได้ประโยชน์จากการสำรวจค่ายกลนี้
“ฮ่าๆๆ แม้ว่าวิญญาณจะหายไป แต่มันกลั่นเลือดตัวเองเอาไว้”
หยดเลือดขนาดเท่ากำปั้นถูกแช่แข็งเอาไว้ในคริสตัลตรงหน้า แต่ตงฟางไม่สามารถใช้พลังจิตดึงออกมาได้เพราะถูกค่ายกลจากเสาทั้ง 13 ต้นป้องกันเอาไว้ ทางเดียวที่เขาจะเข้าไปคือต้องปลดค่ายกลทั้ง 13 ต้นออก
วิ๊ง~!
คลื่นพลังจิตมหาศาลถาโถมเข้าใส่ค่ายกลของเสาทั้ง 13 ต้นเพื่อปลดผนึก ตงฟางเคยปลดมันมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาจึงคิดว่าการปลดอีกครั้งเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา แต่เมื่อพลังจิตของเขาสัมผัสเข้ากับค่ายกล 13 เสา ใบหน้าของเขาถึงกับซีดเพราะค่ายกลตรงหน้ามีรูปแบบที่ต่างจากค่ายกลที่ใช้กักขังมารกลืนวิญญาณ
“ อย่างน้อยก็พัฒนาพลังจิตได้ล่ะนะ”
จากการสำรวจตงฟางต้องกัดฟันทน รูปแบบค่ายกลตรงหน้าเป็นระดับเดียวกันกับที่เขาเคยปลดก่อนหน้า แต่มันกลับมีวิธีการเขียนที่ซับซ้อนและแตกต่าง เขาจึงต้องทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าจะเสียเวลาไปอีกนานเท่าไหร่ แต่เวลาที่เสียไปเขาว่ามันคุ้มมาก เนื่องจากการทำความเข้าใจค่ายกล 13 เสาทำให้พลังจิตของเขาพัฒนาขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังกระตุ้นให้จิตยุทธ์ของเขาพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน
แม้จิตยุทธ์ระดับสีขาวของเขาจะอ่อนแอมากจนเขาไม่คิดจะใช้งาน หากมันกลายเป็นจิตยุทธ์สีเทา จะทำให้เขาเพิ่มพลังวิญญาณได้ถึง 2 ขั้น ดังนั้นเวลาที่เขาเสียไปจึงคิดว่าเหมาะสมกับสิ่งที่ได้มา