ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 การต่อสู้แบบทีมเริ่มต้นขึ้น พลังปีศาจสร้างความประทับใจให้ทั้งสนาม!

            “การแข่งขันจะเริ่มแล้วนะ ตื่นเถอะพี่ชาย!”

            ในที่สุดเสียงอันดังของมู่หรงหยางซั่วก็ดึงเซี่ยวซิงอวี่ที่เหม่อลอยกลับมาได้

            “พี่หยางซั่ว เมื่อกี้ฉันเผลอใจลอยไปหน่อย”

            “นายนี่ประหลาดจริงๆกล้าเหม่อบนเวทีประลองด้วย!”

            การแข่งขันครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ

            เซี่ยวรั่วเสวี่ยและเย่ซือเหมิงที่อยู่ไกลถึงเมืองหลงอิ่นกำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์เพื่อชมการแข่งขัน

            “พี่รั่วเสวี่ยพี่ชายต้องชนะการแข่งขันครั้งนี้แน่นอน!”

            “เหมิงเหมิง เธอดื่มโค้กให้น้อยลงหน่อยนะเดี๋ยวฟันผุหมด”

            แฟนบอลดูฟุตบอลก็ต้องมีเบียร์หลายขวดประกอบ

            เย่ซือเหมิงดูการแข่งขันซูเปอร์โนวาก็ต้องมีโค้กเย็นๆ แก้วใหญ่ประกอบเช่นกัน

            ทะเลสาบมังกรร่วงหล่น เวทีลอยน้ำ

            ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมกันแล้วดูท่าทางพร้อมสำหรับการต่อสู้

            ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนของสถาบันไป๋หู่ก็กระซิบปรึกษากัน

            หลินเทียนชื่อตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ

            “วางใจได้เลย การต่อสู้ครั้งนี้ฉันจะทำให้เซี่ยวซิงอวี่ต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน!”

            การพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยวซิงอวี่ในการแข่งขันเดี่ยวทำให้หลินเทียนชื่อเก็บความแค้นไว้ในใจดวงตาที่มองเซี่ยวซิงอวี่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสู้

            “เริ่มการแข่งขัน!”

            กรรมการออกคำสั่งตามด้วยเสียงนกหวีดอันบาดหู

            เสียงของพิธีกรยังคงดุดันเร้าใจเหมือนเดิม

            “ขอต้อนรับท่านผู้ชมทางบ้านทุกท่านเข้าสู่การแข่งขันซูเปอร์โนวาประเภททีมประจำปีนี้ครับ”

            “สถาบันชิงหลง VS สถาบันไป๋หู่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคนล้วนเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นและทุกคนได้เข้าสู่โหมดต่อสู้แล้ว!”

            “เฮยเฟิง!”

            เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเปลวเพลิงนรกสีดำลุกโชนราวกับลูกไฟขนาดใหญ่

            บนท้องฟ้ามีสัตว์อสูรประเภทบินสองตัวกำลังบินวนอยู่

            ตัวหนึ่งเป็นค้างคาวกระดูกปีกอสูรอีกตัวเป็นกริฟฟินที่ถูกห่อหุ้มด้วยอัสนี

            ค้างคาวกระดูกปีกอสูรคือสัตว์อสูรตัวที่สองของมู่หรงซินซิน

            กริฟฟินอัสนีคือสัตว์อสูรตัวที่สองของมู่หรงหยางซั่ว

            ตระกูลมู่หรงขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการควบคุมสัตว์อสูรประเภทบิน

            เมื่อค้างคาวกระดูกปีกอสูรปรากฏตัวพิธีกรก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจ

            “ท่านผู้ชมครับมู่หรงซินซินได้อัญเชิญสัตว์อสูรตัวที่สองของเธอ ค้างคาวกระดูกปีกอสูร!”

            “สัตว์อสูรตัวนี้มีคุณสมบัติวิญญาณและเป็นสัตว์อสูรวิญญาณ + บินได้ที่หาได้ยากในโลก!”

            ค้างคาวกระดูกปีกอสูรโบกปีกกระดูกสีขาวขนาดใหญ่บินวนอยู่เหนือศีรษะของมู่หรงซินซิน ปากพ่นเปลวไฟสีเขียวออกมา

            อีกด้านหนึ่งผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนของสถาบันไป๋หู่ก็อัญเชิญสัตว์อสูรของตนออกมาเช่นกัน

            โจวเย่อัญเชิญหมาป่าเนตรปีศาจครามส่วนหลินเทียนชื่ออัญเชิญอสรพิษแดงฝังทราย

            สัตว์อสูรสองตัวนี้เคยพ่ายแพ้ต่อนักล่าปีศาจปีกหิมะและหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกในการแข่งขันเมื่อวานนี้

            แม้จะแพ้ในการแข่งขันเดี่ยวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ในการแข่งขันทีม

            นี่คือการต่อสู้แบบ 3V3ที่สัตว์อสูรสามารถร่วมมือกันเพื่อชดเชยจุดด้อยและสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจได้

            เซี่ยวซิงอวี่มองผ่านโจวเย่และหลินเทียนชื่อสายตาของเขากลับไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง

            ชายคนนี้คือหยางเหิงผู้เข้าแข่งขันคนที่สามของสถาบันไป๋หู่

            ในการแข่งขันเดี่ยวเมื่อวานนี้หยางเหิงไม่ได้ลงสนาม เช่นเดียวกับมู่หรงหยางซั่ว

            บนเวทีมีผู้คนทั้งหมดหกคนห้าคนอัญเชิญสัตว์อสูรตัวแรกของตนออกมาแล้ว

            แต่ข้างกายหยางเหิงกลับว่างเปล่าเงียบเหงา

            มู่หรงหยางซั่วรู้สึกสงสัย

            “หมอนั่นทำไมไม่ยอมอัญเชิญสัตว์อสูรออกมา?”

            “ช่างเถอะ ฉันจะบุกก่อน!”

            มู่หรงหยางซั่วชิงลงมือก่อนโดยตั้งใจจะชิงความได้เปรียบ

            กริฟฟินอัสนีสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเจ้านายปากของมันสะสมกระแสไฟฟ้าสีฟ้า อากาศรอบตัวมันส่งเสียงเปรี๊ยะๆ

            เซี่ยวซิงอวี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

            “พี่หยางซั่ว ระวัง!”

            มู่หรงหยางซั่วยังไม่ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงกริฟฟินอัสนีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

            ภายใต้กล้องถ่ายทอดสดเงาสีดำวูบหนึ่งก็พุ่งผ่านอากาศ

            เลือดหยดลงมา

            ปีกซ้ายของกริฟฟินอัสนีถูกของมีคมบางอย่างบาดเป็นแผลและบาดแผลนั้นไม่ยอมสมาน

            ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียวทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ติด

            พิธีกรยกไมโครโฟนขึ้นแล้วกรีดร้อง

            “สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรพลังจิตควบตุมมิติ!”

            ข้างกายหยางเหิง จู่ๆ ก็ปรากฏลิงตัวหนึ่ง

            ลิงตัวนี้มีหมอกสีดำลอยอยู่ทั่วร่างยืนสองขาเหมือนมนุษย์ หน้าผากคาดผ้าคาดผมที่ทำจากวัสดุพิเศษและในมือก็มีหมอกสีดำที่รวมตัวกันเป็นรูปบูมเมอแรง

            นี่คือสัตว์อสูรของหยางเหิง นินจาวานรเงา

            ในฐานะสัตว์อสูรพลังจิตนินจาวานรเงาได้เรียนรู้การควบคุมมิติเบื้องต้นแล้ว

            มันสามารถ “วาร์ป”หนึ่งครั้งหรือหลายครั้งภายในขอบเขตที่กำหนด

            กริฟฟินอัสนีเพิ่งถูกนินจาวานรเงาลอบโจมตี

            “สัตว์อสูรของหมอนี่ดูเหมือนจะรับมือยากนะ”

            มู่หรงหยางซั่วรู้ว่าตัวเองประมาทไปแล้วสีหน้าของเขาจึงเคร่งขรึมขึ้นมา

            หยางเหิงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในหมู่สามคนและออกคำสั่งทันที

            “ลุย!”

            โจวเย่และหลินเทียนชื่อควบคุมสัตว์อสูรของตนพร้อมกันเพื่อเปิดการโจมตีอันดุเดือดใส่สามคนจากสถาบันชิงหลง

            ลมพัดกระหน่ำทำให้เกิดพายุทรายปกคลุมไปทั่วเวที

            อสรพิษแดงฝังทรายมีความสามารถในการควบคุมทรายพายุทรายบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ทำให้ทัศนวิสัยของเซี่ยวซิงอวี่ทั้งสามคนแย่ลงอย่างมาก

            ท่ามกลางพายุทรายมีเงาร่างของหมาป่ายักษ์ปรากฏขึ้นมาเป็นสาย

            หมาป่าเนตรปีศาจครามของโจวเย่สามารถปล่อยภาพมายาและสร้างร่างแยกได้ 12 ตัวพร้อมกัน

            จุดอ่อนของร่างแยกจะเปิดเผยออกมาเมื่อต่อสู้ยืดเยื้อเท่านั้น

            การต่อสู้ครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นหมาป่าเนตรปีศาจครามจึงมีพละกำลังเต็มเปี่ยมร่างจริงจึงไม่มีอาการหอบหายใจให้เห็นแม้แต่น้อย

            “เฮยเฟิง รักษาสมาธิไว้!”

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกอยู่ใจกลางพายุทรายผิวหนังถูกทรายเย็นกัดกร่อน

            ร่างแยกทั้ง 12 ของหมาป่าเนตรปีศาจครามไม่ได้โจมตีค้างคาวกระดูกปีกอสูรและกริฟฟินอัสนีแต่กลับล้อมโจมตีหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกทั้งหมด!

            เพียงไม่กี่วินาทีหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็มีรอยกัดหลายแห่งทั่วร่างกาย

            เซี่ยวซิงอวี่กระตุ้นพลังวิญญาณหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกกระโดดสูงขึ้น ทะลุพายุทรายออกมา

            ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง~

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเพิ่งจะพ้นจากศูนย์กลางการต่อสู้ด้านข้างก็ถูกบูมเมอแรงสองอันพุ่งชน เลือดไหลออกมาจากบาดแผล

            ในมือของนินจาวานรเงามีหมอกสีดำรวมตัวกันเป็นรูปบูมเมอแรงอีกครั้ง

            “ร่างเงา!”

            เซี่ยวซิงอวี่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเปิดใช้งานร่างเงา กลายเป็นเงาดำแทรกซึมลงไปในพื้นเวทีหลบหลีกบูมเมอแรงที่นินจาวานรเงาขว้างมา

            การต่อสู้ในยกแรกดำเนินไปไม่ถึงยี่สิบวินาที

            พายุทรายสลายไป ฝุ่นควันจางหาย

            บนเวทีที่ยุ่งเหยิงมีสัตว์อสูรเพียงตัวเดียวที่ได้รับบาดเจ็บนั่นก็คือหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกของเซี่ยวซิงอวี่

            “เซี่ยวซิงอวี่ เป็นอะไรไหม!”

            มู่หรงหยางซั่วปกติจะชอบแหย่เซี่ยวซิงอวี่แต่ในช่วงเวลาสำคัญ เขาก็ยังคงเป็นห่วงเซี่ยวซิงอวี่

            “ไม่เป็นไร”

            เซี่ยวซิงอวี่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแผนการรบของอีกฝ่ายอยู่ในความคาดหมายของเขา

            พิธีกรเบิกตากว้าง อธิบายด้วยความตื่นเต้น

            “ในรอบแรก สถาบันไป๋หู่ใช้กลยุทธ์รวมพลังโจมตีเซี่ยวซิงอวี่พร้อมกันสามคน!”

            “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นกลยุทธ์ของสถาบันไป๋หู่นะครับพวกเขาตัดสินใจว่าเซี่ยวซิงอวี่คือแกนหลักของสถาบันชิงหลง ขอแค่เอาชนะเขาได้ก็จะได้รับความได้เปรียบ!”

            ไม่ต้องพูดถึงผู้เชี่ยวชาญเลยแม้แต่พ่อค้าขายเจียนปิ่งริมถนนดูถ่ายทอดสดก็ยังเห็นว่ากลยุทธ์ของสถาบันไป๋หู่มุ่งเป้าไปที่เซี่ยวซิงอวี่

            มู่หรงซินซินพูดเสียงขรึม“พี่ พวกเขาจะเล่นงานเซี่ยวซิงอวี่ อย่าให้พวกเขาทำสำเร็จ!”

            “ได้!”

            ค้างคาวกระดูกปีกอสูรบินไปอยู่เหนือหัวหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกปากพ่นเปลวไฟวิญญาณสีเขียว สร้างกำแพงไฟหนาทึบขึ้นตรงหน้าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            กริฟฟินอัสนีบินขึ้นฟ้าเรียกสายฟ้าหลายสายลงมา เพื่อไล่ร่างแยกของหมาป่าเนตรปีศาจคราม

            “เฮยเฟิง ปล่อยพลังปีศาจ!”

            โฮก~

            พิธีกรกรีดร้องเสียงดัง

            “พลังปีศาจ!”

            “นี่คือคุณสมบัติที่สี่ของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก!”

            ร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมีหมอกสีแดงดำลอยขึ้นมา

            ไอพลังนี้คือพลังปีศาจที่มีเฉพาะสัตว์อสูรสายปีศาจเท่านั้น

            ภายใต้การบำรุงของพลังปีศาจบาดแผลบนร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสมานตัวในพริบตา ฟื้นฟูสภาพเป็นปกติ

            เซี่ยวซิงอวี่เอียงคอเล็กน้อยมุมปากปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย

            “การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน