“การแข่งขันจะเริ่มแล้วนะ ตื่นเถอะพี่ชาย!”
ในที่สุดเสียงอันดังของมู่หรงหยางซั่วก็ดึงเซี่ยวซิงอวี่ที่เหม่อลอยกลับมาได้
“พี่หยางซั่ว เมื่อกี้ฉันเผลอใจลอยไปหน่อย”
“นายนี่ประหลาดจริงๆกล้าเหม่อบนเวทีประลองด้วย!”
การแข่งขันครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ
เซี่ยวรั่วเสวี่ยและเย่ซือเหมิงที่อยู่ไกลถึงเมืองหลงอิ่นกำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์เพื่อชมการแข่งขัน
“พี่รั่วเสวี่ยพี่ชายต้องชนะการแข่งขันครั้งนี้แน่นอน!”
“เหมิงเหมิง เธอดื่มโค้กให้น้อยลงหน่อยนะเดี๋ยวฟันผุหมด”
แฟนบอลดูฟุตบอลก็ต้องมีเบียร์หลายขวดประกอบ
เย่ซือเหมิงดูการแข่งขันซูเปอร์โนวาก็ต้องมีโค้กเย็นๆ แก้วใหญ่ประกอบเช่นกัน
ทะเลสาบมังกรร่วงหล่น เวทีลอยน้ำ
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมกันแล้วดูท่าทางพร้อมสำหรับการต่อสู้
ก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนของสถาบันไป๋หู่ก็กระซิบปรึกษากัน
หลินเทียนชื่อตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ
“วางใจได้เลย การต่อสู้ครั้งนี้ฉันจะทำให้เซี่ยวซิงอวี่ต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน!”
การพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยวซิงอวี่ในการแข่งขันเดี่ยวทำให้หลินเทียนชื่อเก็บความแค้นไว้ในใจดวงตาที่มองเซี่ยวซิงอวี่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสู้
“เริ่มการแข่งขัน!”
กรรมการออกคำสั่งตามด้วยเสียงนกหวีดอันบาดหู
เสียงของพิธีกรยังคงดุดันเร้าใจเหมือนเดิม
“ขอต้อนรับท่านผู้ชมทางบ้านทุกท่านเข้าสู่การแข่งขันซูเปอร์โนวาประเภททีมประจำปีนี้ครับ”
“สถาบันชิงหลง VS สถาบันไป๋หู่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหกคนล้วนเป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่นและทุกคนได้เข้าสู่โหมดต่อสู้แล้ว!”
“เฮยเฟิง!”
เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเปลวเพลิงนรกสีดำลุกโชนราวกับลูกไฟขนาดใหญ่
บนท้องฟ้ามีสัตว์อสูรประเภทบินสองตัวกำลังบินวนอยู่
ตัวหนึ่งเป็นค้างคาวกระดูกปีกอสูรอีกตัวเป็นกริฟฟินที่ถูกห่อหุ้มด้วยอัสนี
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรคือสัตว์อสูรตัวที่สองของมู่หรงซินซิน
กริฟฟินอัสนีคือสัตว์อสูรตัวที่สองของมู่หรงหยางซั่ว
ตระกูลมู่หรงขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการควบคุมสัตว์อสูรประเภทบิน
เมื่อค้างคาวกระดูกปีกอสูรปรากฏตัวพิธีกรก็อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจ
“ท่านผู้ชมครับมู่หรงซินซินได้อัญเชิญสัตว์อสูรตัวที่สองของเธอ ค้างคาวกระดูกปีกอสูร!”
“สัตว์อสูรตัวนี้มีคุณสมบัติวิญญาณและเป็นสัตว์อสูรวิญญาณ + บินได้ที่หาได้ยากในโลก!”
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรโบกปีกกระดูกสีขาวขนาดใหญ่บินวนอยู่เหนือศีรษะของมู่หรงซินซิน ปากพ่นเปลวไฟสีเขียวออกมา
อีกด้านหนึ่งผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนของสถาบันไป๋หู่ก็อัญเชิญสัตว์อสูรของตนออกมาเช่นกัน
โจวเย่อัญเชิญหมาป่าเนตรปีศาจครามส่วนหลินเทียนชื่ออัญเชิญอสรพิษแดงฝังทราย
สัตว์อสูรสองตัวนี้เคยพ่ายแพ้ต่อนักล่าปีศาจปีกหิมะและหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกในการแข่งขันเมื่อวานนี้
แม้จะแพ้ในการแข่งขันเดี่ยวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ในการแข่งขันทีม
นี่คือการต่อสู้แบบ 3V3ที่สัตว์อสูรสามารถร่วมมือกันเพื่อชดเชยจุดด้อยและสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจได้
เซี่ยวซิงอวี่มองผ่านโจวเย่และหลินเทียนชื่อสายตาของเขากลับไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง
ชายคนนี้คือหยางเหิงผู้เข้าแข่งขันคนที่สามของสถาบันไป๋หู่
ในการแข่งขันเดี่ยวเมื่อวานนี้หยางเหิงไม่ได้ลงสนาม เช่นเดียวกับมู่หรงหยางซั่ว
บนเวทีมีผู้คนทั้งหมดหกคนห้าคนอัญเชิญสัตว์อสูรตัวแรกของตนออกมาแล้ว
แต่ข้างกายหยางเหิงกลับว่างเปล่าเงียบเหงา
มู่หรงหยางซั่วรู้สึกสงสัย
“หมอนั่นทำไมไม่ยอมอัญเชิญสัตว์อสูรออกมา?”
“ช่างเถอะ ฉันจะบุกก่อน!”
มู่หรงหยางซั่วชิงลงมือก่อนโดยตั้งใจจะชิงความได้เปรียบ
กริฟฟินอัสนีสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเจ้านายปากของมันสะสมกระแสไฟฟ้าสีฟ้า อากาศรอบตัวมันส่งเสียงเปรี๊ยะๆ
เซี่ยวซิงอวี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว
“พี่หยางซั่ว ระวัง!”
มู่หรงหยางซั่วยังไม่ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงกริฟฟินอัสนีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ภายใต้กล้องถ่ายทอดสดเงาสีดำวูบหนึ่งก็พุ่งผ่านอากาศ
เลือดหยดลงมา
ปีกซ้ายของกริฟฟินอัสนีถูกของมีคมบางอย่างบาดเป็นแผลและบาดแผลนั้นไม่ยอมสมาน
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียวทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ติด
พิธีกรยกไมโครโฟนขึ้นแล้วกรีดร้อง
“สมแล้วที่เป็นสัตว์อสูรพลังจิตควบตุมมิติ!”
ข้างกายหยางเหิง จู่ๆ ก็ปรากฏลิงตัวหนึ่ง
ลิงตัวนี้มีหมอกสีดำลอยอยู่ทั่วร่างยืนสองขาเหมือนมนุษย์ หน้าผากคาดผ้าคาดผมที่ทำจากวัสดุพิเศษและในมือก็มีหมอกสีดำที่รวมตัวกันเป็นรูปบูมเมอแรง
นี่คือสัตว์อสูรของหยางเหิง นินจาวานรเงา
ในฐานะสัตว์อสูรพลังจิตนินจาวานรเงาได้เรียนรู้การควบคุมมิติเบื้องต้นแล้ว
มันสามารถ “วาร์ป”หนึ่งครั้งหรือหลายครั้งภายในขอบเขตที่กำหนด
กริฟฟินอัสนีเพิ่งถูกนินจาวานรเงาลอบโจมตี
“สัตว์อสูรของหมอนี่ดูเหมือนจะรับมือยากนะ”
มู่หรงหยางซั่วรู้ว่าตัวเองประมาทไปแล้วสีหน้าของเขาจึงเคร่งขรึมขึ้นมา
หยางเหิงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในหมู่สามคนและออกคำสั่งทันที
“ลุย!”
โจวเย่และหลินเทียนชื่อควบคุมสัตว์อสูรของตนพร้อมกันเพื่อเปิดการโจมตีอันดุเดือดใส่สามคนจากสถาบันชิงหลง
ลมพัดกระหน่ำทำให้เกิดพายุทรายปกคลุมไปทั่วเวที
อสรพิษแดงฝังทรายมีความสามารถในการควบคุมทรายพายุทรายบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ทำให้ทัศนวิสัยของเซี่ยวซิงอวี่ทั้งสามคนแย่ลงอย่างมาก
ท่ามกลางพายุทรายมีเงาร่างของหมาป่ายักษ์ปรากฏขึ้นมาเป็นสาย
หมาป่าเนตรปีศาจครามของโจวเย่สามารถปล่อยภาพมายาและสร้างร่างแยกได้ 12 ตัวพร้อมกัน
จุดอ่อนของร่างแยกจะเปิดเผยออกมาเมื่อต่อสู้ยืดเยื้อเท่านั้น
การต่อสู้ครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้นหมาป่าเนตรปีศาจครามจึงมีพละกำลังเต็มเปี่ยมร่างจริงจึงไม่มีอาการหอบหายใจให้เห็นแม้แต่น้อย
“เฮยเฟิง รักษาสมาธิไว้!”
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกอยู่ใจกลางพายุทรายผิวหนังถูกทรายเย็นกัดกร่อน
ร่างแยกทั้ง 12 ของหมาป่าเนตรปีศาจครามไม่ได้โจมตีค้างคาวกระดูกปีกอสูรและกริฟฟินอัสนีแต่กลับล้อมโจมตีหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกทั้งหมด!
เพียงไม่กี่วินาทีหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็มีรอยกัดหลายแห่งทั่วร่างกาย
เซี่ยวซิงอวี่กระตุ้นพลังวิญญาณหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกกระโดดสูงขึ้น ทะลุพายุทรายออกมา
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง~
หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเพิ่งจะพ้นจากศูนย์กลางการต่อสู้ด้านข้างก็ถูกบูมเมอแรงสองอันพุ่งชน เลือดไหลออกมาจากบาดแผล
ในมือของนินจาวานรเงามีหมอกสีดำรวมตัวกันเป็นรูปบูมเมอแรงอีกครั้ง
“ร่างเงา!”
เซี่ยวซิงอวี่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเปิดใช้งานร่างเงา กลายเป็นเงาดำแทรกซึมลงไปในพื้นเวทีหลบหลีกบูมเมอแรงที่นินจาวานรเงาขว้างมา
การต่อสู้ในยกแรกดำเนินไปไม่ถึงยี่สิบวินาที
พายุทรายสลายไป ฝุ่นควันจางหาย
บนเวทีที่ยุ่งเหยิงมีสัตว์อสูรเพียงตัวเดียวที่ได้รับบาดเจ็บนั่นก็คือหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกของเซี่ยวซิงอวี่
“เซี่ยวซิงอวี่ เป็นอะไรไหม!”
มู่หรงหยางซั่วปกติจะชอบแหย่เซี่ยวซิงอวี่แต่ในช่วงเวลาสำคัญ เขาก็ยังคงเป็นห่วงเซี่ยวซิงอวี่
“ไม่เป็นไร”
เซี่ยวซิงอวี่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแผนการรบของอีกฝ่ายอยู่ในความคาดหมายของเขา
พิธีกรเบิกตากว้าง อธิบายด้วยความตื่นเต้น
“ในรอบแรก สถาบันไป๋หู่ใช้กลยุทธ์รวมพลังโจมตีเซี่ยวซิงอวี่พร้อมกันสามคน!”
“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นกลยุทธ์ของสถาบันไป๋หู่นะครับพวกเขาตัดสินใจว่าเซี่ยวซิงอวี่คือแกนหลักของสถาบันชิงหลง ขอแค่เอาชนะเขาได้ก็จะได้รับความได้เปรียบ!”
ไม่ต้องพูดถึงผู้เชี่ยวชาญเลยแม้แต่พ่อค้าขายเจียนปิ่งริมถนนดูถ่ายทอดสดก็ยังเห็นว่ากลยุทธ์ของสถาบันไป๋หู่มุ่งเป้าไปที่เซี่ยวซิงอวี่
มู่หรงซินซินพูดเสียงขรึม“พี่ พวกเขาจะเล่นงานเซี่ยวซิงอวี่ อย่าให้พวกเขาทำสำเร็จ!”
“ได้!”
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรบินไปอยู่เหนือหัวหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกปากพ่นเปลวไฟวิญญาณสีเขียว สร้างกำแพงไฟหนาทึบขึ้นตรงหน้าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก
กริฟฟินอัสนีบินขึ้นฟ้าเรียกสายฟ้าหลายสายลงมา เพื่อไล่ร่างแยกของหมาป่าเนตรปีศาจคราม
“เฮยเฟิง ปล่อยพลังปีศาจ!”
โฮก~
พิธีกรกรีดร้องเสียงดัง
“พลังปีศาจ!”
“นี่คือคุณสมบัติที่สี่ของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก!”
ร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมีหมอกสีแดงดำลอยขึ้นมา
ไอพลังนี้คือพลังปีศาจที่มีเฉพาะสัตว์อสูรสายปีศาจเท่านั้น
ภายใต้การบำรุงของพลังปีศาจบาดแผลบนร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสมานตัวในพริบตา ฟื้นฟูสภาพเป็นปกติ
เซี่ยวซิงอวี่เอียงคอเล็กน้อยมุมปากปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย
“การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”