บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่52 เป็นบ้า

     

    "คิดจะครอบครองแผ่นดิน? ความคิดปัญญาอ่อนไร้สาระเสียจริง เพียงแค่เก่งกว่าคนอื่นนิดหน่อย ก็คิดว่าสามารถทำอะไรก็ได้แล้ว? ในแผ่นดินนี้ยังมีคนที่เก่งกาจกว่าเจ้ามากนัก…ในสายตาของคนพวกนั้น เจ้ามันก็ไม่ต่างจากตัวตลก"

     

    ตู้ม!!!

     

    หยางเจี้ยนบีบเซียวเย่ในมือแน่นก่อนที่จะ เขวี้ยงลงไปที่พื้นดินอย่างแรงอีกครั้ง..

     

    อั๊ก!

    อ๊อค!

    พร๊วด!

     

    เซียวเย่นอนจมกองอยู่ในหลุมอีกครั้ง ร่างกายได้รับความเสียหาย เซียวเย่ฝืนอดทนความเจ็บปวดต่อไปไม่ไหวจนต้องสำลักเลือดออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

     

    หยางเจี้ยนยืนก้มหน้ามองเซียวเย่ด้วยสายตาที่สมเพชถึงขีดสุด ก่อนทีจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย กล่าวออกมา

     

    "เห้อออ…เจ้าคงจะยอมแพ้แล้วสินะ เอาเถอะ เรื่องที่ผ่านมาแล้ว…ก็ให้มันผ่านไป เสี่ยวหลินถ้าให้ท่านอาจารย์รักษาให้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวล เมื่อเจ้าจัดการยุบสมาคมงี่เง่านั่นแล้ว ก็อย่าลืมที่จะไปกล่าวขอโทษศิษย์พี่เสี่ยวหลินของเจ้าด้วย นางไม่โกรธเจ้าหร-.." 

     

    "เจ้าเห่าอะไรของเจ้ากัน…..ข้าแพ้เจ้าตั้งแต่เมื่อใด"

     

    หยางเจี้ยนยังไม่ทันที่จะได้กล่าวจนจบ เซียวเย่ที่พยายามจะลุกขึ้น จากที่นิ่งเงียบไปไม่กล่าวสิ่งใดออกมาเนิ่นนานก็กล่าวออกมาในที่สุด

     

    "….เจ้ายังจะสู้ต่ออีก? เจ้ายังไม่รู้สึกถึงความห่างชั้นระหว่างเราอีกงั้นหรือ…ทำไมถึงยังได้ดื้อด้านไร้ประโยชน์อยู่อีก?"

     

    หยางเจี้ยนยืนมองเซียวเย่ที่ลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก ยืนก้มหน้ามองพื้นด้วยร่ายกายที่โงนเงนไปมาไม่ยอมหยุด หยางเจี้ยนกล่าวถามออกไปอีกครั้ง

     

    "หึ หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆๆๆๆ"

     

    เซียวเย่เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใด ทำเพียงแค่หัวเราะ ใช่! หัวเราะบ้าคลั่งอย่างกับคนบ้า!

     

    "…….รู้สึกถึงความอ่อนแอของตนเอง จนกลายเป็นบ้าไปแล้วหรือ?"

     

    หยางเจี้ยนมองดูการกระทำของเซียวเย่ด้วยความแปลกใจ กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังคล้ายว่ากำลังสงสาร

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆๆ

     

    เซียวเย่เงยหน้ามองขึ้นฟ้า พร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่อย่างนั้น โดยไม่มีใครคิดที่จะกล่าวห้ามการกระทำของเซียวเย่เลยสักคนเดียว ทำได้เพียงแค่สงสัยกับการกระทำของเซียวเย่เพียงเท่านั้น

     

    เซียวเย่หัวเราะอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนที่ตนเองจะเงียบลงไปในที่สุด หันหน้าไปมองหยางเจี้ยนด้วยสายตาที่เฉยชา ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยรอบยิ้มมุมปาก

     

    "โทษทีๆ…ข้าหัวเราะมากเกินไปหน่อย พอดีได้ยินไอ่โง่ที่ไหนก็ไม่รู้เอาแต่กล่าวความข้างเดียวอยู่ได้ตั้งนาน มันก็เลยอดใจไม่อยู่จริงๆ ฮะ ฮะ ฮะ"

     

    หยางเจี้ยนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะต้องคิ้วกระตุกเล็กน้อย ยืนมองเซียวเย่ในตอนนี้ที่เสื้อผ้าขาดวิ่น คราบเลือดหนาเตอะตามร่างกาย ร่างกายที่โงนเงนไปมาไม่ยอมหยุด หยางเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีน้ำโห

     

    "โอ้ววว! เจ้ายังคิดว่าตัวเจ้าในตอนนี้ยังไม่ได้พ่ายแพ้….แต่ดูแล้ว…สภาพของเจ้าถ้าไม่ใช่…มันก็ใกล้เคียงอยู่นะ?"

     

    “….เจ้าคงภูมิใจในเคล็ดวิชาผู้พิทักษ์ของเจ้ามากงั้นสินะ”

     

    เซียวเย่เมินเฉยคำกล่าวของหยางเจี้ยนโดยสิ้นเชิง เงียบไปสักพักก่อนที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง

     

    “แน่นอน! เคล็ดวิชาของสำนักพิทักษ์ธรรมแข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่อะไรที่เคล็ดวิชาเด็กเล่นอย่างเจ้าจะเทียบได้ คนคิดค้นเคล็ดวิชานี้ขึ้นมาเป็นผู้ใดกัน ท่านเป็นถึงผู้ก่อตั้งสำนักขึ้นมา สร้างชื่อเสียงเรียงนามมาหลายร้อยปี เจ้าล่ะ? เจ้าเป็นผู้ใด เกรงว่าแค่เดินลงจากหุบเขา คนผ่านทางก็ยังไม่ชายตามองเจ้าเสียด้วยซ้ำ หัดเจียมตัวเสียบ้าง เมื่ออยู่ต่อหน้าเคล็ดวิชานี้ เจ้ามันก็เป็นได้เพียงแค่มดปลวก! เห๊อะ!”

     

    หยางเจี้ยงเพ่งมองเซียวเย่ด้วยสายตาที่ดูถูก กล่าวเรื่องที่ตนรู้ออกมาอย่างภาคภูมิใจ

     

    "อ๋อ..หรอ…งั้นข้าจะแสดงให้เห็นว่ามดปลวกอย่างข้า ทำอะไรเจ้าได้บ้างกัน"

     

    เซียวเย่กล่าวออกมา พร้อบกับแบมือทั้งสองข้างของตน

     

    วูบบบ ฟรึบ

     

    กระบี่ของเซียวเย่ลอยขึ้นจากพื้นดิน ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาอยู่ในมือเซียวเย่อย่างรวดเร็ว ตามด้วยมืออีกข้างที่ปรากฎกระบี่ขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง..

     

    “เจ้ายังคิดที่สู้อีก? หึ! ช่างไม่เจียมตัว…”

     

    หยางเจี้ยนในร่างผู้พิทักษ์ปฐพีส่ายหน้าออกมา ก่อนที่จะง้างดาบสะบั้นลงมาสุดแรงอีกครั้ง 

     

    ฟรึบบบ

     

    เซียวเย่ยืนมองดาบยักษ์ที่พุ่งเข้ามา ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่จะรีบเร้นพลังปราณเต๋าทั้งหมดให้มันหมุนวนถึงขีดสุด

     

    ซูบบบบบบ

     

    เคล็ดวิชามารจิต บาทาจิตสะเทือนภพ!!

     

    เซียวเย่ยกเท้าขวาขึ้น ก่อนที่จะกระทืบเท้าออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง

     

    ตูมมม

     

    ครืนนนน

     

    พื้นสนามประลองด้านหน้าเซียวเย่ สะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่มันจะแตกออกเสี่ยงๆ 

     

    อั๊กก!

    ตึงงงง!

     

    หยางเจี้ยนที่กำลังง้างดาบฟันลงมา ก็ดันโดนคลื่นพลังของเซียวเย่กระแทกเข้าอย่างจัง ก่อนที่จะเสียหลัก ล้มหงายหลังลงเนื่องจากพื้นที่ตนเหยียบไม่มีให้เหยียบอีกต่อไป..

     

    เซียวเย่ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ลอยนวล  รีบเสียบกระบี่คู่ปักลงกับพื้น ก่อนที่จะประสานมือกันขยับนิ้วไปมาอย่างรวดเร็ว พลังปราณเต๋าหมุนวนอย่างรุนแรง 

     

    ฮ่า!!!

    ซูบบบบบบบ

     

    คลื้นพลังสีแดงและสีฟ้าขาวลุกโชนออกมาจากร่างเซียวเย่อย่างรุนแรง มันลุกโชนรุนแรงมากกว่าครั้งไหนๆ

     

    บูมมมมม

     

    หยางเจี้ยนที่ล้มหงายหน้าลงกับพื้น พยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เนื่องจากพื้นลานประลองมันไม่ใช้พื้นลานประลองอีกต่อไปแล้ว หยางเจี้ยนหันหน้ามองไปยังเซียวเย่ ที่ตอนนี้กำลังประสานปราณเต๋าอยู่ 

     

    ฉับพลันก็รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น รีบฉวยโอกาส พุ่งเข้าหาเซียวเย่ในทันที

     

    "อย่าได้หวัง!"

     

    หยางเจี้ยนพุ่งเข้ามาจับดาบในมือแน่น ฟันลงมาอย่างสุดแรง! พร้อมกล่าวตะโกน

     

    ฟรึบ!

     

    แต่ทันใดนั้น!

     

    บูมมมมม!

     

    หมับ! เคร้ง!

     

    ‘อะไรกัน!’

     

    ตูมมมม

     

    อั๊ก!

     

    อยู่ๆก็มีมือเพลิงอัคคีขนาดยักษ์ปรากฎขึ้นมาจากด้านหลังเซียวเย่ มันพุ่งเข้ารับคมดาบของหยางเจี้ยนเอาไว้ ก่อนที่จะปรากฎมือที่เป็นน้ำแข็งขึ้น ต่อยหยางเจี้ยนสวนกระเด็นออกไป

     

    “เคล็ดมารจิต  มารจิตจำแลง!!”

     

    บูมมม

     

    โฮ๊กกก

     

    อยู่ๆก็มีมารจำแลงปรากฎขึ้นที่ด้านหลังเซียวเย่ มันมีร่างกายเพียงครึ่งท่อนบน เป็นเพลิงและน้ำแข็งอย่างละครึ่ง และมีปีกคู่สีดำทมิฬปรากฎอยู่ที่ด้านหลัง

     

    “ลองรับการโจมตีของมดปลวกดูหน่อยปะไร!”

     

    เซียวเย่กล่าวออกมาพร้อมกับหยิบกระบี่คู่ที่เสียบอยู่พื้น

     

    โฮ๊ก!!

     

     เซียวเย่พุ่งออกไปพร้อมกับปีศาจจำแลงด้วยความรวดเร็ว 

     

    เฟี๊ยว!

    ครืนนน

     

    หยางเจี้ยนที่กระเด็นออกมา ใช้ดาบปักลงพื้นเพื่อหวังตั้งหลัก ก่อนที่หันหน้าออกไปมองเซียวเย่และมารจำแลงที่พุ่งมาเข้ามาด้วยความรวดเร็ว ครุ่นคิดในใจ

     

    ‘ข้าคงสภาพร่างผู้พิทักษ์ปฐพีได้อีกไม่นานนัก…ข้าต้องรีบปิดบัญชีให้เร็วที่สุดแล้ว!’

     

     หยางเจี้ยนเปลี่ยนท่าจับดาบยักษ์เป็นจับสองมือก่อนที่จะพุ่งสวนเข้าไป ตะโกนกล่าว

     

    “ข้ารู้ว่าเจ้ายังมีลูกเล่นอีกมาก แต่ข้าเบื่อที่จะมานั่งเล่นกับเจ้าแล้ว จบกันเท่านี้ล่ะ!”

     

    ซูบบบบ

     

    หยางเจี้ยนไม่พอช้า จับดาบยักษ์ชี้ออกไปข้างหน้าตน พร้อมกับใช้ออกด้วยเคล็ดวิชา 

     

    เคล็ดวิชาผู้พิทักษ์ ดาบพสุธา!

     

    ดาบของหยางเจี้ยนที่ชี้ออกไปทางเซียวเย่ขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา มันลุกโชติช่วงไปด้วยพลังแห่งปฐพี หยางเจี้ยนตั้งท่าพุ่งออกไปสุดแรงเกิด หมายจะแทงเซียวเย่ให้รู้แล้วรู้รอด

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้วิตกกังวล ตั้งหน้าตั้งตามุ่งเข้าหาหยางเจี้ยนอย่างไม่เกรงกลัว ส่งความคิดเล็กน้อย ก่อนที่มารจำแลงจะพุ่งออกมาด้านหน้าเซียวเย่ เพื่อเตรียมรับการปะทะ 

     

    ฮ่า!

     

    ระหว่างที่ดาบของหยางเจี้ยนกำลังพุ่งเข้ามา อยู่ๆที่มือทั้งสองข้างของมารจำแลงก็ปรากฎกระบี่คู่ขนาดยักษ์ใหญ่ขึ้นที่มือทั้งสองข้าง

     

    เซียวเย่เดินพลังปราณถึงขีดสุด

     

    เพลงกระบี่มารคู่ อัคคีเยือกแข็ง!

     

    เซียวเย่ฟันกระบี่คู่ออกไปในอากาศที่ว่างไป ไม่ได้มีเคล็ดวิชาออกมาจากตัวกระบี่แต่อย่างใด แต่ว่า..

     

    โฮ๊ก!!

     

    เป็นมารจำแลงต่างหาก ที่ขยับกระบี่ร่ายรำไปมาใช้ออกด้วยเพลงกระบี่อัคคีเยือกแข็ง!!

     

    ตูมมมม

     

     คลื้นพลังปะทะกันอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดที่จะดูเหมือนเพรี่ยงพรั้ง

     

    ย๊ากกก

    ฮ่า!

    หยางเจี้ยนร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง พยายามส่งพลังปราณที่เหลืออยู่เข้าไป ทำให้พลังทำลายของมันเพิ่มยิ่งขึ้นเข้าไปอีก!!! ก่อนที่จะมองไปทางเซียวเย่กล่าวออกไป

     

    “มันจบแล้วเจ้ามดปลวก กับรังของตัวเองไปซะ!!”

     

    "เห๊อะ! ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าตอนที่ไอ่โง่อย่างเจ้ามันก้มหัวขอโทษข้า มันจะเป็นเช่นไร!"

     

    เซียวเย่กล่าวสวนกลับไป ก่อนที่เดินพลังปราณอย่างรวดเร็ว ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาในบัดดล โดยปล่อยให้มารจำแลงปะทะกับหยางเจี้ยนอยู่อย่างนั้น

     

    เคล็ดวิชาเงาพรายขั้นสูง พรายตรึงเงา!

     

    วูบบบบบ

     

    คลื้นพลังสีดำลุกโชนออกมาจากเท้าของเซียวเย่ พุ่งเข้าล็อกขาหยางเจี้ยนในร่างผู้พิทักษ์เอาไว้ ก่อนที่จะปรากฎหนามสีดำทมิฬพุ่งเข้าเสียบนับไม่ถ้วน เพื่อหวังตรึงหยางเจี้ยนไว้กับพื้นให้แน่นหนายิ่งขึ้น

     

    หยางเจี้ยนเห็นเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองเซียวเย่ด้วยสายตาที่ดูแคลน เค้นเสียงเล็กน้อยกล่าวออกไป

     

    "เจ้าคิดว่าเคล็ดวิชาไก่กาของเจ้าจะทำอะไรข้าได้อย่างงั้นหรือ…ทำได้อย่างมากก็แค่รั้งข้าเอาไว้ชั่วครู่เท่านั้น ยอมแพ้เสียเถอะ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้พิทักษ์ ทุกการกระทำของเจ้าล้วนไร้ค่า…เจ้า-"

     

    เคล็ดวิชาเงาพรายขั้นสูง พรายพริบตา!

     

    วูบบบ

    ฟรึบ!

     

    หยางเจี้ยนกล่าวยังไม่ทันจะจบ อยู่ๆเซียวเย่ก็หายตัวไปในพริบตา ก่อนที่หยางเจี้ยนจะรีบตรวจสอบรอบๆ ฉับพลันก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ด้านหลัง

    ฟรึบ!

    เซียวเย่ปรากฎตัวขึ้นด้านหลังหยางเจี้ยนในพริบตา ก่อนที่จะกล่าวออกมา

     

    “เจ้าคิดว่าก่อนหน้านี้ข้าปล่อยให้เจ้าเขวี้ยงข้าเล่น โดยที่ข้าไม่ได้ทำอะไรจริงๆรึ..ช่างโง่เขลาเสียจริง…ข้าวิเคราะห์เคล็ดวิชาของเจ้าอยู่ต่างหาก…”

     

    เคล็ดวิชา หลุมกลืนกิน!

     

    ######

    ตอนหน้าเป็นศึกตัดสินนะครับ อย่าพึ่งเบื่อกัน ขออภัยครับที่ลงรายละเอียดมากเกินไป ทำให้การเดินเนื้อเรื่องต่อล่าช้า ต่อไปจะเข้าสู่เนื้อเรื่องจริงจังแล้วนะครับ ติดตามรับชมกันได้เลย!! ไปกัน!!

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน