พระเถระดำริสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนาจรด 5000 พระพุทธศักราช แต่ได้เป็นกังวลว่าจะหาวัสดุใดมาสร้างพระพุทธรูปนี้ด้วยปริวิตกว่า หากใช้ไม้ ก็จะไม่อยู่ถึง 5,000 พระชันษา หากใช้โลหะ (เหล็ก/สัมฤทธิ์/เงิน/ทอง) ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลายเมื่อคราวจะมีผู้ทำลายหากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงปลงใจเลือกใช้แก้วมณีมาจำหลักพระพุทธรูป ได้แก่ 1.ไพรทูรย์ 2.นิลกาฬ และ 3.บุษราคัม 4.มรกตมณีทั้ง 4 เกิดภายใต้ภูเขาหิมาลัย ดินแดนห่างไกลโพ้น ซึ่งปรากฎยักษ์เฝ้าหวงแหน ภายหลังทราบถึงเจตนาของพระเถระจึงมอบให้ด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนา ภายหลังเหล่ายักษ์ได้ติดตามเฝ้ารักษาแก้วมณี หวงแหนเท่าชีวิตและเผ่าพันธุ์
พระแก้วมรกตหลังจากจัดสร้างเสร็จสิ้น พระเถระได้อัญเชิญพระแก้วทั้ง 4 ประดิษฐานยังโลกมษุย์ทั้ง 4 ดวงได้แก่1.พระแก้วไพรทูรย์ประดิษฐานที่อุตตรกุรุทวีป2.พระแก้วนิลกาฬประดิษฐานที่ปุพพวิเทหทวีป3.พระแก้วบุษราคัมประดิษฐานที่อปรโคยานทวีป4.พระแก้วมรกตประดิษฐานที่ชมพูทวีป (โลกมนุษย์/Earth)
พระแก้วมรกตเสด็จคราแรก ณ ลังกา - ลังกาทวีปครั้งที่สอง ณ กัมโพชะศรีอโยธยา - ศรีเกษตรพุกามประเทศครั้งที่สาม ณ โยนะวิสัย - เชียงแสน ล้านนาครั้งที่สี่ ณ ปะมะหละวิสัย - ล้านช้างครั้งที่ 5 ณ สุวรรณภูมิ เป็นครั้งสุดท้าย -กรุงเทพมหานคร
พุทธศักราช 2500 (2,000 ปีผ่านพ้น) พระแก้วทั้ง 4 องค์ ต่างเสด็จมาประดิษฐาน ณ สุวรรณภูมิ ในห่วงกึ่งพุทธกาล (กึ่งหนึ่งของ 5,000 ปี พุทธกาลในพระโคตมพุทธเจ้า)
รวมพลังพุทธานุภาพ เพื่อปกป้องโลกธาตุทั้งปวง ด้วยพลังของแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง..แห่งนี้แล