ทางด้านเจ้านางดาราสายนั้นรึ ก็นั่งนิ่งเป็นอนุสาวรีย์ มีเพียงแววตาที่แข็งกร้าวบ่งบอกว่าไม่เชื่อในเรื่องที่เจ้าภูแสนพูดออกมาอย่างเด็ดขาดเพราะนี่อาจจะเป็นเพียงข้ออ้างที่เจ้าภูแสนกุขึ้นเพื่อเลี่ยงหลีกเข้าพิธีแต่งงานกับตนก็ได้มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่คนตายจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งไม่จริงอย่างแน่นอน ขณะที่เจ้านางดาราสายกำลังคิดกังวลเสียงของพระชายามุกประดับก็แทรกถามเจ้าภูแสนขึ้น
“จะเป็นไปได้อย่างไรก็ในเมื่อนังแพงอรมันผูกคอตายไปหลายเดือนแล้วนี่...”เจ้าภูแสนหันมายิ้ม แต่ตานิ่ง
“ก็หลานพูดอยู่นี่ไงเจ้าน้า ว่าหลานจะพาแพงอรเข้าคุ้มมาเฝ้าเจ้าพ่อ เพื่อเป็นประจักษ์แก่สายตาทุกคนอีกครั้งว่าหลานมิได้โป้ปดแต่อย่างใด!” เจ้านางละอองทองหันมาสบตาพระชายามุกประดับอย่างมีความหมายมันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน
จากงานเลี้ยงรื่นเริงกลายเป็นงานฌาปนกิจไปในทันทีทุกคนนั่งนิ่งดวงตาเลิ่กลั่ก แม้แต่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์แห่งคุ้มเชียงภูแสนยังพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับเรื่องที่เจ้าภูแสนเป็นคนประกาศพระชายามุกประดับเอนตัวเข้ามากระซิบกับเจ้านางละอองทองเบาๆ
“เข้าขั้นประกาศกลางคุ้มแบบนี้ น้าว่าเห็นทีจะเป็นเรื่องจริงแน่ๆ”เจ้านางละอองทองขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะกระซิบถามพระชายามุกประดับกลับ
“แล้วมันฟื้นขึ้นมาได้ยังไงเจ้า” เจอคำถามนี้เข้าไปพระชายามุกประดับก็ถึงกับส่ายหน้าทันที ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั้นร้อนๆ หนาวๆไปตามกัน ส่วนทางด้านเจ้านางดาราสายที่สงสัยว่าแพงอรฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร? แล้วแพงอรจำเรื่องที่เธอทำกับแพงอรได้หรือไม่? แล้วแพงอรจะนำเรื่องพวกนั้นไปเล่าให้เจ้าภูแสนฟังหรือเปล่า?เจ้านางดาราสายเองก็ร้อนรนไม่ต่างจากใครๆ ในที่นั้น
เจ้านางดาราสายที่แสดงออกให้ใครต่อใครเห็นว่าภายนอกอ่อนหวานแต่ในใจลึกยิ่งกว่ามหาสมุทรใดๆเงยหน้าสบตาเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ช้าๆ ก็พบว่าเจ้าหลวงมองสบตาเธอก่อนแล้วด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเจ้าหลวงเองก็รู้สึกงง และสับสนไม่ต่างกันกับเจ้านางดาราสายเลย
เจ้าภูแสนแอบสังเกตเห็นท่าทีร้อนรนของทุกคนก็แอบเยาะในใจช่างมีพิรุธกันไปเสียหมด แพงอรฆ่าตัวตาย แต่ใครกันที่อยู่เบื้องหลังการตายของแพงอรฤาจะมีมนต์คาถาแห่งความชั่วร้ายทำให้เธอตายฤาแพงอรจะทนความกดดันไม่ไหวจนต้องฆ่าตัวตายไปเองแต่อลินตาบอกกับเขาว่าการตายของแพงอรเป็นการฆาตกรรม เกือบ 100% เจ้าภูแสนกลับรู้สึกเชื่อในคำพูดของอลินตาอย่างบอกไม่ถูก
แม้แต่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าแพงอรมีเบื้องหลังการฆ่าตัวตายเป็นเช่นไรกันแน่ เจ้าภูแสนมองเห็นแล้วว่า มีคนเดียวที่จะให้คำตอบเขาได้นั่นคืออลินตา... เธอต้องมาเป็นแพงอรให้กับเขาเท่านั้น..!!เจ้าภูแสนมั่นใจอยู่ลึกๆ ว่าอลินตาจะสามารถไขปริศนาให้เขาได้อย่างแน่นอน...
กาลเวลาเปลี่ยนผ่านมายังภพปัจจุบันเมื่อเพื่อนรักคุยโทรศัพท์กันเรียบร้อยแล้วไม่นาน หมิงก็ขับรถมารับเป๋าและทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ให้เพื่อนเป็นผู้โดยสารนั่งแต่งหน้าสบายๆผิดกับอลินตา เพราะถ้าเป็นอลินตาเธอจะมั่นใจให้เป๋าขับรถให้เพียงคนเดียว
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังคอนโดของอลินตาและขณะที่หมิงขับรถเข้าซอยซอยหนึ่งซึ่งเป็นซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยว และโดดเดี่ยวอยู่พอสมควร เป๋าถึงกับออกปากบ่น
“มีซอยแบบนี้อยู่ในเขตเมืองด้วยเหรอวะไอ้หมิง?” เป๋าถามพลางกวาดสายตามองออกไปนอกรถ หมิงที่ขับรถอยู่ก็นั่งเงียบได้แต่ตอบในลำคอ
“อืม...” แต่สายตาของหมิงกลับมองกระจกหลังบ่อยๆเป๋าที่นั่งอยู่สังเกตเห็นท่าทีเพื่อนมาสักระยะ และแอร์ในรถก็เย็นจัดราวกับอยู่ในเมืองหิมะก็มิปานเป๋าเริ่มมีลางสังหรณ์ทันทีพลางขนทั่วร่างลุกพรึ่บพร้อมกันราวกับจะทำความเคารพธงชาติแต่ยังไม่ทันถามอะไรรถเจ้ากรรมของหมิงก็กระตุกกึกกักก่อนจะดับไปเฉยๆเบื้องหน้าที่ไฟส่องจ้าไปนั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนพอดีเป๋าหันไปถามหมิงอย่างรวดเร็ว
“แกสาบานได้ไหมว่าแกขับรถอยู่ในเมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ได้ขับไปตามบ้านไร่ชายทุ่งแถบชนบทน่ะทำไมบรรยากาศมันไม่เห็นเหมือนกรุงเทพฯ สักนิดเลยวะไอ้หมิง?” หมิงปรายตามองกระจกหลังอีกรอบก่อนจะพูดโดยที่ไม่หันไปมองด้านหลังรถ
“มีบางอย่างตามเรามาว่ะ!” คราวนี้เป๋าดีดตัวนั่งหลังตรงกลืนน้ำลายยากเย็นก่อนจะกระซิบถามเพื่อนรัก
“ไอ้หมิงแกล็อกรถหรือยัง?” หมิงพยักหน้าก่อนตอบ
“ล็อกแล้ว...” เป๋าได้ยินก็พยักหน้า ยกนิ้วโป้งชื่นชมเพื่อนรัก
“ดีมากเพื่อนหมิง แกห้ามออกไปจากรถเด็ดขาดเดี๋ยวฉันโทรหาคุณอลินแป่บ”เมื่อเป๋าพูดถึงชื่อเจ้านาย พลัน..รถที่จอดนิ่งแต่ติดเครื่องอยู่ก็ดับสนิทไปซะงั้นเป๋าที่กำโทรศัพท์ไว้ในมือแต่ยังไม่ทันได้กดโทรหาอลินตาก็ถึงกับตาเหลือก
“นี่ไอ้หมิงในส่วนของการเป็นลูกน้องหมอผีเนี่ยพวกเราต้องผ่านการโดนผีนอกสังกัดของคุณอลินหลอกด้วยเหรอวะ?” นาทีนี้หมิงไม่ขอตอบเพราะชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเกาหลีสติเริ่มบินออกจากสมอง หมิงรีบกำสร้อยพระในคอขึ้นไหว้และขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเร่งด่วน ฉับพลันนั้น...
“ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!” เสียงเหมือนมีคนเดินจากด้านนอกรถ เสียงนั้นเดินวนรอบๆรถไปมาและดังขึ้นเรื่อยๆ เป๋าและหมิงเหงื่อแตกนึกเห็นความดีของอลินตาก็คราวนี้นี่ถ้าคุณนายเค้ามาด้วยคงไม่ต้องมาเผชิญกับสิ่งที่น่ากลัวโดยที่หาทางป้องกันอะไรไม่ได้แบบนี้แน่นอน
แต่ทว่าไม่นานนัก เสียงเดินหนักๆ นั้นก็เงียบไปราวกับไม่เคยมีเสียงอะไรมาก่อนเป๋าสะกิดหมิงแต่สายตาก็ยังคงเพ่งมองไปรอบๆ รถด้วยความหวาดระแวงแม้แต่ใบไม้ไหวเป๋ายังต้องขมิบแก้มก้นด้วยความเกร็งกลัวฉี่จะราด
“ไอ้หมิงทำไมเสียงมันหายไปวะ” หมิงที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งการนึกหาบทสวดมนต์มาป้องกันภัยก็ถึงกับสะดุ้งหันมาบ่นเพื่อน
“นี่ไอ้เป๋าแกถามฉันดีๆ จะได้ไหมวะทำเสียงใหญ่ยานคางทำไมแค่นี้มันยังวังเวงไม่พอใช่ไหมเดี๋ยวก็สาปให้ไม่มีผู้ชายเข้าหาหรอก” เพียงแค่หมิงพูดจบเป๋าก็ทำท่าจะของขึ้น หันมาหาหมิงลืมความกลัวไปสิ้นเชิง
“หือ.. ปากดีนักนะแกเดี๋ยวแม่ตบให้หลบไม่ทันเชียว อย่านะอย่ามาสาปฉันด้วยประโยคนั้นเชียวนะถ้าฉันโสตายไม่มีผู้ชายให้กินขึ้นมา ฉันจะกินแกแทนนั่นแหละย่ะ..” ประโยคสุดท้ายเป๋าลากเสียงยานอย่างล้อเลียน ใบหน้ายิ้มแย้มหัวเราะคิกสะใจโดยลืมไปว่าข้างนอกรถมีผีหลอกวิญญาณหลอนกำลังรอเล่นด้วยอยู่
แต่ไม่นานทั้งคู่ก็พุ่งกลับเข้าสู่ความเงียบวังเวงอีกครั้งหมิงหันไปทางเป๋าเหงื่อกาฬไหลเป็นน้ำตกเหวนรกทีเดียวเพราะภายในรถถูกล็อกทั้งหมดสี่ประตู อีกอย่างรถก็ดับแอร์ก็เลยดับไปด้วย หมิงเห็นว่าถ้าอยู่แบบนี้นานไปคงได้ขาดอากาศหายใจเป็นแน่จึงหันไปถามเพื่อนรักสาวสองด้วยเสียงเบาบาง
“ไอ้เป๋าเปิดกระจกสักนิดไหมวะ ให้อากาศมันเข้า” เป๋าที่กำลังจะกดโทรศัพท์ไปหาอลินตาผู้เป็นนายสาวก็หันมาขึงตาใส่เพื่อนรักอีกครา
“ไอ้หมิง แกนี่มันโง่ไม่แจกชาวบ้านเลยนะ แกเปิดกระจกแล้วเผื่อนังข้างนอกมันสอดนิ้วเข้ามากรีดกระจกหลอกพวกเราจะทำไง นี่ ฉันจะบอกให้นะต่อให้ฉันต้องตายเป็นผีเฝ้ารถแกฉันก็จะยอมตายเพราะขาดอากาศหายใจ ฉันจะไม่ยอมตายเพราะถูกผีหลอก หรอกนะไอ้หมิงแกจำไว้เลย”เป๋ากระแทกเสียงแดกดันเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงจริงจังฝ่ายหมิงแอบเห็นด้วยเล็กๆ กับคำพูดของเป๋า
“เออๆ ยังไม่ต้องพากันตาย เดี๋ยวคุณอลินจะเหงา” แต่แล้วขณะที่หมิงพูดยังไม่ทันจะจบประโยคเสียงดนตรีไทยก็ดังประโคมโหมโรงขึ้นมาชนิดไม่ทันให้ใครตั้งตัว เอาแล้ว.. หมิงยกมือกุมพระในคอแน่นชนิดที่หลวงพ่อหายใจหายคอไม่ออกเลยเชียวล่ะ ส่วนเป๋าก็ได้ยินเสียงตุบ ตุบ..ดังขึ้นอีกครั้ง คล้ายเท้ากระทืบบนดินให้เข้ากับจังหวะดนตรีไทยที่กำลังดังประโคมอยู่
“ไม่ใช่เสียงในรถเราใช่มะ?”เป๋าถามหมิงเสียงสั่น
“ล้านเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่แน่นอนรถฉันมีแต่เพลงสากล” หมิงตอบ เพื่อนรักสองคนเหล่มองสบตาอุทานพร้อมกัน
“งานเข้า...”