ทั่วทั้งสนามรบเงียบกริบแม้กระทั้งทหารของแคว้นชิงเองก็อึ่งจนทำตัวไม่ไม่ถูก กระบี่เมื่อครู่ของเว่ยเมิ่งตัดสังหารทหารกล้าของแคว้นเสวียนไปราวกับธาตุอากาศมีเพียงคนของหมู่บ้าน์ที่พอเห็นว่าเป็เว่ยเมิ่งที่เป็เ้าของการโจมตีอันทรงพลังนี้จึงพอถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เ้าทำได้แล้วสินะ?”ตงเจี้ยนสือถอนหายใจเมื่อเห็นเว่ยเมิ่งมาปรากฏตัวที่สนามรบอันเป็หลักฐานว่าภัยร้ายที่ชื่อว่าปรมาจารย์รุ่นที่สามได้ผ่านพ้นไปแล้วแต่วินาทีต่อมาตงเจี้ยนสือกลับมีสีหน้าแปลก“ว่าแต่เ้าเด็กบ้านั้นมันไปเรียนวิชาของท่านรุ่นที่สามมาตอนไหนวะ?”ตงเจี้ยนสือกระพริบตาปริบๆเมื่อนึกถึงความพยายามหลายปีที่ใช้ไปกับวิชานี้วิชาเดียว....
องค์ชายใหญ่เสวียนโม่ซือยืนนิ่งเงียบในใจของสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บความกลัวค่อยๆเกาะกุมหัวใจ ยิ่งเห็นเว่ยเมิ่งทำท่าทางจะเคลื่อนไหวอีกครั้งองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเสวียคำรามออกคำสั่งถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“ถอยทัพถอยทัพเดียวนี้!”เสวียนโมซือควบม้าออกวิ่งทว่าองค์ชายใหญ่กลับไม่ควบม้าหนีหากแต่กลับพุ่งตรงมาทางเว่ยเมิ่งเหล่าทหารแคว้นเสวียนที่ได้ยินคำสั่งถอยทัพก็ราวกลับคนที่กำลังจะตายแต่มัจจุราชลืมหันมามองพวกมันฝีเท้ามากมายทิ้งอาวุธวิ่งนี้อย่างไม่คิดชีวิตอย่างไรก็ตามยังมีทหารบางส่วนที่อยู่เฉยๆส่วนมากแล้วเป็ทหารที่ติดตามเสวียนโม่ซือมาอย่างยาวนาน เมื่อนายของมันไม่ได้ถอยพวกมันเองก็เช่นกัน
แม่ทัพชายแดนถังมู่ที่เห็นภาพเหล่านี้ก็สูดลหายใจเข้าลึกๆดวงตาของแม่ทัพวัยกลางคนนคล้ายมีความคิดบางอย่างเมื่อหันไปมองชายหนุ่มปริศนาตักกับคุณชายฉินที่ตัวสั่นสะท้านเมื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้น
“จะเ้าเป็ใครกันแน่?” คุณชายฉินถามเสียงสั่นยอดฝีมือทั่วไปสังหารคนเป็พันคนแบบนี้ไม่ได้แน่แม้แต่ยอดฝีมือระดับเก้าขั้นสุดยอดเนอาจารย์ของมันก็ทำไม่ได้จะมีก็แต่ยอดฝีมือระดับแก่นแท้ลมปราณเท่านั้นที่จะทรงอำนาจถึงขนาดนี้!
เว่ยเมิ่งเหลือบหางตาไปมองคุณชายฉิน“เ้าถามข้ามาสามรอบแล้วนะ? ข้าไม่ตอบก็รู้แล้วมั้งว่าข้าไม่อยากบอก? ไปๆข้าไม่ชอบให้บุรุษมาตามตื้อ”เว่ยเมิ่งสะบัดมือเบาดิกๆไล่คุณชายฉินไปตามเกี้ยวบุรุษที่อื่น
“เ้า!” คุณชายฉินกัดฟันหากเป็คนอื่นมันคงสังหารคนผู้นั้นไปแล้วแต่กลับคนตรงหน้ามันไม่กล้าที่แม้แต่จะโต้ตอบกลับ ใบหน้าของคุณชายฉินเป็ไปด้วยความบิดเบี้ยวมันหันหลังกลับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องตามไป!”ถังมู่ะโออกคำสั่งไม่ต้องไล่ล่าเหล่ากองทัพของแคว้นเสวียนและคุณชายฉินที่หลบหนีไปจากสนามรบ
“ต้องขอขอบคุณคุณชายที่เข้ามาช่วยเหลือไม่ทราบว่าคุณชายเป็คนของท่านผู้เฒ่าตงฟางซานใช่หรือไม่”ถังมูฃ่เอ่ยขอบคุณและคำถามด้วยสายตาคมกริบ
ไม่ทันทีเว่ยเมิ่งจะได้อ้าปากตอบตงเจี้ยนสือและคนในหมู่บ้านน้ำ์ก็รีบเข้ามารุมล้อม
“ฮาๆไอ้หนู!ข้าคิดไว้แล้วว่าเ้าต้องทำได้!”ตงเจี้ยนสือตบหลังของเว่ยเมิ่งอย่างแรง
“เว่ยเมิ่งๆอดีตปรมาจารย์เป็อย่างไร? แข็งแกร่งมากเลยใช่หรือไม่!?”
“เว่ยเมิ่งๆท่านฟงเป็อะไรหรือไม่?”
“เว่ยเมิ่งๆเ้ายกพี่สาวเ้าให้ข้าเถอะ!?”
ไม่ต้องรอให้เว่ยเมิ่งต้องเอ่ยคำตอบภาพที่คนของหมู่บ้านน้ำตก์รุมล้อมเว่ยเมิ่งเป็คำตอบอย่างดีว่าชายหนุ่มผู้มาใหม่คนนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้เฒ่าตงฟางซานบิดาแห่งแม่ทัพใหญ่ตงฟางหรงแน่นอน
เว่ยเมิ่งโดนชุดกระชากไปกระชากมา“โว้ยย พวกท่านจะมารุมอะไรกับข้าเนี่ย!” เว่ยเมิ่งโวยวาย“แล้วเมื้อกี้ใครพูดให้ข้ายกพี่สาวให้นะ! แน่จริงก็พูดออกมาอีกครั้งซิฟระ!” หมู่บ้านน้ำตก์วงแตกทันที เว่ยเมิ่งชูหมัดทำท่าจะต่อยไอ้คนที่บังอาจจะมาแย่งพี่สาวไปจากเขา…
“หืม?อะไรเนี่ยรีบเดินทางกลับเลยไม่ได้หรือ? จะมัวอยู่ค้างคืนกลางชายแดนทำไมกัน?” เว่ยเมิ่งบ่นอุบอิบ
ตงเจี้ยนสือถลึงตาใส่เว่ยเมิ่ง“เ้าคิดว่ามนุษย์ทุกคนเขาเป็ุ์เหมือนกับเ้าหรือไง? คนเขาพึ่งรบมานะโว้ย!หากไม่พักเหนื่อยกันตอนนี้แล้วจะพักเหนื่อยกันตอนไหน?”
เว่ยเมิ่งยักไหล่“งั้นข้ากลับก่อนเลยก็แล้วกันน่ะ” เว่ยเมิ่งโบกลาโดยไม่ให้ใครตั้งตัว ร่างของชายหนุ่มหายวับไปราวกับภูตผี
“เฮ้ยเดี่ยว!” ตงเจี้ยนสือไม่ทันจะห้าม เว่ยเมิ่งก็หายตัวไปเสียแล้ว“ไอ้เด็กบ้านี่จะอุตส่าห์จะชวนมาดื่มสุราด้วยกันแท้ๆท่านแม่ทัพอุตส่าห์ปล่อยให้พวกทหารปล่อยผีทั้งทีแท้”ตงเจี้ยนสือส่ายหัวอย่างเสียดาย
เว่ยเมิ่งใช้วิชาตัวเบาออกวิ่งอย่างรวดเร็วร่างของเขาวิ่งผ่านชายแดนที่ส่วนมากเป็เป็ป่าซะส่วนใหญ่ตอนนั้นเองที่เว่ยเมิ่งจู่ๆก็หยุดลง เขาก้มลงไปมองที่หน้าอก ในเสื้อของเขามีบางสิ่งกำลังดิ้นอยู่
ผีเสื้อตัวหนึ่งสะบัดตัวออกมามันคือสัตว์เลี้ยงตัวแรกของเขาหยางหยางนั้นเองตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมือนมันจะคล้ายหมดแรงจึงเข้าไปในเสื้อของเว่ยเมิ่งเพื่อนอนหลับและตอนนี้ผีเสื้อวิเศษก็ฟื้นกำลังขึ้นมาอย่างเต็มที่เรียบร้อยแล้ว
“หืม?เ้ามีอะไรหรือเปล่า?”
พรึบพรึบ หยางหยางกระพือปีกไปมา
“อืมๆ”เว่ยเมิ่งพยักหน้า
พรึบพรึบ พรึบ
“อืมๆอ่อ”
พรึบพรึบ พรึบ พรึบ พรึบ
“โอ้!?”
พรึบพรึบ พรึบ พรึบ! หยางหยางกระพือเหมือนถามเว่ยเมิ่งเข้าใจที่มันจะบอกหรือเปล่า
เว่ยเมิ่งยิ้มอย่างอ่อนโยน“ไม่รู้เื่เลยจ้า!” ชายหนุ่มให้คำตอบที่เกือบทำเอาผีเสื้อที่บินๆอยู่ล่วงลงมาถ้ามันมันสามารถมาพูดำคงจะด่าเว่ยเมิ่งไปแล้ว เ้ามนุษย์เ้าดูแล้วไม่เข้าใจแล้วเ้าจะพยักหน้าเออออทำไมกัน?...
หยางหยางมองบน ก่อนบินนำหน้าเว่ยเมิ่งเข้าไปในป่าลึกเว่ยเมิ่งหัวเราะเบาๆเดินตามอย่างไม่รีบร้อนหนึ่งคนหนึ่งผีเสื้อเดินไปและบินเข้าไปในป่าลึกอย่างช้าป่ารอบๆพวกเขาค่อยๆทึบขึ้นเรื่อยๆแสงจากดวงตะวันค่อยๆลดน้อยลงเพราะไม่อาจลอดผ่านพื้นป่าลงมาได้ ในป่าแห่งนี้ไร้ซึ่งเสียงของสิ่งมีชีวิตใดๆนอกจากพวกเขา
ในที่สุดหยางหยางก็หยุดลงมันบินอยู่กลับที่คล้ายไม่กล้าไปต่อมากกว่านี้ เว่ยเมิ่งยิ้มน้อยๆเบื้องหน้าของพวกเขาคือศาลาเก่าๆหลังหนึ่ง ไม้ที่ก่อเป็ตัวศาลาผุพังคล้ายผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานรอบๆศาลาไม่มีต้นไม้ขึ้นรอบแม้แต่ต้นเดียว และท่าสังเกตดูให้ดีจะเห็นคราบเืแห้งผากตามพื้นที่ถูกลากเข้าในศาลาเก่าๆ
ทันใดเสียงหายใจเข้าอย่างแ่เบาก็ดังออกมาจากศาลาหากเป็ในยามปกติมันคงเบาจนไม่มีผู้ใดได้ยิน หากแต่ในป่าที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆนี่เสียงหายใจเข้าสั้นๆที่ออกมาจากศาลามันกลับดังชัดเจนราวกับอยู่ข้าวอย่างไรอย่างงั้น
“หยางหยางนี่เ้าพาข้ามาปราบผีเหรอ?” เว่ยเมิ่งยิ้มกระตุกยิ่งและยิ่งกระตุกเข้าไปอีกเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวออกมาจากศาลา
เสียงลมหายใจสั้นๆพร้อมกับเสียงลากเท้าค่อยๆดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในศาลารับรู้ได้ว่ามีผู้มาเยือน ราวกับรอคอยและโหยหามานานสิ่งที่อยู่ในศาลาพยายามเคลื่อนไหวให้เร็วยิ่งขึ้นเสียงลมหายใจเปลี่ยนเป็ห้วนสั้นและหอบถี่กว่าเดิม เสียงลากเท้าคล้ายดังขึ้นชัดเจนกว่าเดิม
เว่ยเมิ่งยังคงยืนอยู่เฉยๆจนที่สุดร่างที่อยู่ในศาลาก็เปิดเผยตัวร่างๆนั้นมีผมยาวกระเซอะกระเซิงสีขาวเทาสกปรก เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดหลุดรุยและเก่าจนยากที่จะบอกว่าเป็สีอะไรสิ่งนั้นมีผิวที่ขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด ที่ริมฝีปากของมันมีคราบเืแห้งสนิทคล้ายผ่านมาเป็เวลานานดวงตาเป็สีเทาไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต
“....เื.....อยาก”เสียงแหบพร่าที่ฟังดูแล้วคล้ายสตรีดังออกจากปากที่ดูซีดและแห้ง
“หวาน.......อร่อย....หอม...”
“อยาก....อยาก....อยากกก!” เสียงกรีดร้องที่บาดลึกที่ถึงจิติญญา ร่างที่ราวกับิญญาร้ายพุ่งเข้าหาเว่ยเมิ่งอย่างรวดเร็วจนคล้ายกลายเป็ภาพติดตา
เว่ยเมิ่งมีสีหน้าเ็าที่หาได้อย่างยากยิ่งร่างของสิ่งนั้นตะปบที่ยังเว่ยเมิ่งด้วยมือและแขนที่ผอมบางชายหนุ่มยกแขนซ้ายขึ้นมาตั้งรับ
ตูม!
เสียงดังสนั่นเมื่อมือที่ขาวซีดตบลงที่แขนของเว่ยเมิ่งร่างของชายหนุ่มกระเด็นไปอย่างรุนแรง น่าเหลือเชื่อที่แขนเล็กๆจะมีเรี่ยวแรงผิดปกติขนาดนี้
ร่างของที่ซีดขาวกรีดร้องไม่หยุดมันวิ่งสะเปะสะปะไปยังร่างของเว่ยเมิ่งที่ชนต้นไม้จนหักโครมเป็ทางร่างที่คล้ายหญิงสาวอ้าปากที่เต็มไปด้วยคราบเลือกที่แห้งผาก ปากของมันอ้ากว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้จนถึงที่จุดที่ไม่อาจจะอ้ากว้างได้มากกว่านี้เสียงแปลกๆดังขึ้นบริเวณคางของมัน ปากที่อ้ากว้างแค่มนุษย์ทั่วไปตอนนี้กลับกว้างเสียจนสามารถกลืนหัวมนุษย์ไปได้ทั้งหัว
ขอบคุณที่ยังตามกันอยู่นะครับจนกว่าไรท์จะอัพสปีดความเร็วในการเขียนได้เมื่อไรก็คงต้องอ่านกันไปวันเว้นวันแบบนี้ล่ะครับฮาๆๆ //อ่านเสร็จแล้วก็ถ้าไม่ลำบากเกินไปก็ฝาก comment กันไว้ด้วยนะครับพอดีไรท์ชอบมาอ่าน(ถึงจะไม่ค่อยมาตอบก็เถอะ)