เสียงนาฬิกาปลุกตรงหัวเตียงดังขึ้น ใบข้าวลืมตาขึ้นมาพลางบิดี้เีสองสามทีก่อนจะพาตัวเองลุกลงจากเตียงแล้วตรงเข้าไปยังห้องน้ำทันทีเธอใช้เวลาอาบน้ำเพียงยี่สิบนาที จากนั้นเธอก็ออกมาเป่าผมจนแห้งสนิทเส้นผมสีดำขลับตรงสลวยยาวระกลางหลังอย่างเป็ธรรมชาติ ขับให้ผิวหน้าของเธอขาวผ่องเธอหยิบชุดนักศึกษาขึ้นมาสวมโดยที่วันนี้เธอเลือกเป็กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยทว่าไม่ได้ดูโป๊หรือน่าเกลียดแต่อย่างใด วันนี้เธอแต่งหน้าเบา ๆจนดูเหมือนแทบจะไม่ได้แต่งเสียมากกว่า เมื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วใบข้าวก็คว้ากระเป๋าสะพายสีดำใบเก่งขึ้นมาก่อนจะเก็บโทรศัพท์ ไอแพด กระเป๋าตังค์รวมไปถึงสมุดโน้ตและปากกาลงกระเป๋าแล้วเดินลงไปหาคุณใบปอผู้เป็แม่เพื่อหอมแก้มก่อนออกจากบ้านเหมือนอย่างทุกวัน
“ข้าวไปก่อนนะคะแม่ เริ่มฝึกงานวันแรกไม่อยากไปสายน่ะค่ะ”
“เอานี่ แม่เตรียมข้าวกล่องไว้ให้แล้วมีแซนด์วิชด้วยเผื่อเอาไว้กินระหว่างนั่งรถไป”ใบปอเอ่ยบอกกับลูกสาวพลางยื่นกล่องข้าวและแซนด์วิชที่ใส่ไว้ในถุงผ้าอย่างเรียบร้อยไปให้
“แม่น่ารักที่สุดในสามโลกเลยค่ะ” พูดจบใบข้าวก็ตรงเข้าไปหอมแก้มแม่อีกฟอดหนึ่งและออกไปสวมรองเท้าก็เป็เวลาเดียวกับที่รถแท็กซี่ที่เธอเรียกไว้มาจอดหน้าบ้านพอดี
ใบข้าวหยิบสมุดโน้ตที่เธอจดขอบเขตงานที่เธอต้องทำขึ้นมาอ่านอีกครั้งก่อนหน้านี้เตชินทร์ได้โทรมาคุยเกี่ยวกับรายละเอียดงานต่าง ๆ รวมไปถึงข้อควรระวังต่างๆ เมื่อต้องทำงานร่วมกับรามิลซึ่งมีหลายข้อที่หญิงสาวเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไรนักเธอทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยนี้เอาไว้เพราะไม่อยากละลาบละล้วงหรือก้าวก่ายความเป็ส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเกินไป
ใบข้าวใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงบริษัทด้วยระยะทางจากบ้านมาถึงที่นี่ค่อนข้างไกลบวกกับการจราจรใน่เช้านั้นเรียกได้ว่าสาหัสเอาการ ขนาดว่าเธอออกจากบ้านเร็วแล้วแต่ก็ยังคงหนีสภาวะรถติดไปไม่พ้น
เมื่อมาถึงบริษัท ใบข้าวก็สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปยังฝ่ายบุคคลเพื่อรายงานตัวตามปกติระหว่างทางเธอก็ทักทายพนักงานที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยความยิ้มแย้มสดใสทำเอาพนักงานหนุ่ม ๆ ต่างหันมองหน้าเธอกันเป็ตาเดียว
“สวัสดีค่ะ ใบข้าวนะคะมาเริ่มฝึกงานวันนี้เป็วันแรกค่ะ” ใบข้าวเอ่ยรายงานตัวกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณน้องมาฝึกงานตำแหน่งอะไร ก็ไปรายงานตัวกับหัวหน้างานคุณน้องสิคะ”แม้นใบข้าวจะเอ่ยด้วยความเป็มิตร ทว่าอีกฝ่ายตอบกลับเธอด้วยความประชดประชันด้วยเพราะไม่พอใจที่รามิลอนุมัติให้เด็กตรงหน้าเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งเลขาส่วนตัว
“อะ เอ่อ แล้วห้องของท่านประธานไปทางไหนเหรอคะ”ใบข้าวยังฝืนทำใจดีสู้เสือแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
“เื่แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอแล้วจะทำงานเลขาได้เหรอเนี่ย...”
“น้องเขาไม่รู้จึงถามก็ถูกแล้วนี่นาคุณนฤมลมีปัญหาตรงไหนเหรอคะ” เมริณที่เดินเข้ามาทันได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่เอ่ยขัดนฤมลผู้จัดการฝ่ายบุคคลขึ้นจนเ้าตัวมีสีหน้าจืดเจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด
“ใบข้าวใช่ไหมจ๊ะ ตามพี่มาทางนี้นะจ๊ะ”เมริณหันไปพูดกับใบข้าวก่อนจะเดินนำออกไปทางประตู
ใบข้าวมองตามหญิงสาวร่างระหงก่อนจะเดินตามไปเธอลอบมองหญิงสาวที่เดินเยื้องอยู่ด้านหน้าเป็ระยะ ๆภายในใจของใบข้าวนั้นรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้สวยมาก ๆ สวยแบบไร้ที่ติสวยแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันไม่ใช่สวยแบบทั่ว ๆ ไปเหมือนพวกดารา นักแสดงหรือเน็ตไอดอล แต่ผู้หญิงคนนี้สวยแบบน่าค้นหา เหมือนรอบ ๆตัวของเธอมีพลังบางอย่างดึงดูดสายตาของผู้คนให้หันไปมองเพียงแค่เธอเท่านั้น
“ท่านรามิลจะเข้าบริษัท่เก้าโมงค่ะท่านจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องทำงาน เว้นเสียแต่ต้องออกไปพบลูกค้า" เมริณพาใบข้าวมาหยุดหน้าประตูห้องบานใหญ่สีดำสนิทก่อนจะหันมาพูดต่อ “ส่วนนี่เป็โต๊ะทำงานของน้องใบข้าวนะคะหากขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะคะ พี่ชื่อเมริณจ้ะ เรียกพี่เมเฉย ๆ ก็ได้”
“ขอบคุณค่ะพี่เมที่พาข้าวมา และยังชี้แนะข้าวอีก”ใบข้าวยกมือไหว้ขอบคุณคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองโต๊ะทำงานของเธอที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเรียกว่าครบครัน
หลังจากเมริณแยกออกไปทำงานของตัวเองใบข้าวจึงนั่งลงจัดโต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะหยิบแฟ้มงานที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่านรายละเอียดและดูว่ามีเอกสารไหนที่รามิลต้องเซ็น จากนั้นเธอก็จัดลำดับเอกสารตามความเร่งด่วน
รามิลเดินทางมาถึงบริษัท่เก้าโมงชายหนุ่มขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที ทันทีที่เขาเดินมาถึงสิ่งแรกที่เห็นซึ่งแตกต่างไปจากทุกวันก็คือภาพของเด็กสาวตัวเล็กในชุดนักศึกษาซึ่งกำลังนั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ที่โต๊ะหน้าห้อง
รามิลหยุดมองภาพนั้นนิ่ง ๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหน้าห้อง และทันทีที่ใบข้าวเห็นรามิลเดินเข้ามาเธอก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อมตามแบบฉบับหญิงไทยใจงาม
“สวัสดีค่ะท่านรามิล สวัสดีค่ะคุณเตชินทร์”
“สวัสดีครับคุณใบข้าว”เป็เตชินทร์ที่เอ่ยตอบรับเด็กสาวพลางยิ้มให้บาง ๆ
รามิลใช้สายตาคมมองสำรวจคนตัวเล็กตรงหน้าั้แ่ศีรษะจรดเท้าก่อนจะหันไปสบตาเธอนิ่ง ๆ อีกครั้งโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
ใบข้าวเกิดอาการประหม่าเล็กน้อยยามที่เธอถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นเธอรีบหลุบสายตามองลงต่ำก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายออกไปอย่างที่เธอคิดเอาว่าคนที่เป็เลขาควรจะทำ
“ท่านรามิลจะรับกาแฟ หรืออะไรไหมคะเดี๋ยวฉันจะไปจัดการให้ค่ะ”
ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากคนตัวสูงตรงหน้ารามิลไม่ได้ตอบคำถามอะไรของเลขาคนใหม่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทันที สร้างความงงงันให้ใบข้าวไม่น้อย
“ท่านไม่รับกาแฟหรือของว่างหรอกครับคุณใบข้าวไม่ต้องกังวลในส่วนนี้” เตชินทร์เป็คนตอบคำถามนั้นแทน
“อ๋อค่ะข้าวก็นึกว่าข้าวทำอะไรให้ท่านไม่พอใจเสียอีก”
“ไม่หรอกครับ ท่านเป็คนตรงไปตรงมา หากไม่พอใจหรือไม่ชอบอะไรก็จะพูดออกมาตรงๆ อยู่แล้วครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” เตชินทร์พูดจบก็ก้มหน้าให้เด็กสาวตรงหน้าเล็กน้อย
หลังจากเหลือเธอเพียงคนเดียวใบข้าวจึงนั่งลงจัดเอกสารต่อก่อนจะรวบรวมและหอบแฟ้มทั้งหมดเข้าไปให้รามิลในห้อง
ใบข้าวเคาะประตูอยู่สองครั้งคนด้านในก็อนุญาตให้เข้าไปเธอเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะทำงานก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานของคนตรงหน้า
“เอกสารที่ท่านรามิลต้องเซ็นค่ะ กองนี้เป็เอกสารด่วนค่ะส่วนกองนี้เป็เอกสารที่ด่วนรองลงมาตามลำดับค่ะ”ใบข้าวแจกแจงรายละเอียดให้รามิลฟัง ก่อนจะถอยไปยืนในท่าทางสำรวม
รามิลจ้องมองเด็กสาวอย่างไม่ละสายตาอย่างไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ใบข้าวทำให้เขาไม่อาจสนใจอย่างอื่นไปได้แล้วพลันนั้นสติของเขาก็กลับคืนมาอีกครั้งเมื่อเด็กสาวตรงหน้าเรียกเขาซ้ำ
“อืม เข้าใจแล้ว” รามิลตอบเลขาสาวออกไปก่อนจะหยิบแฟ้มขึ้นมาดูอย่างละเอียดอีกครั้งราวกับ้าตรวจสอบการทำงานของคนตรงหน้า
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว...” ใบข้าวหยุดเท้าที่กำลังก้าวออกไปทันที ก่อนจะหันมาเพื่อรอฟังว่าท่านประธานหน้านิ่งของเธอยัง้าเพิ่มเติมอีก
“วันต่อไปไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษามาก็ได้ ที่นี่เราไม่ได้เคร่งอะไรมากมายแค่แต่งตัวให้พร้อมทำงานและเป็ตัวของตัวเองก็พออีกอย่างไม่ต้องเรียกฉันว่าท่านรามิล ฟังแล้วเหมือนฉันเป็พวกเสี่ยชอบเลี้ยงต้อยนักศึกษายังไงก็ไม่รู้”รามิลเอ่ยบอกไปก่อนจะก้มหน้าเอกสารต่อ
“รับทราบค่ะงั้นต่อไปดิฉันจะเรียกคุณว่าคุณรามิลก็แล้วกันนะคะ”ใบข้าวตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
ทันทีที่กลับมานั่งยังโต๊ะทำงานของเธอมือเรียวเล็กยกขึ้นมาทาบหน้าอกข้างซ้าย ที่เวลานี้ก้อนเนื้อที่อยู่ด้านในนั้นกำลังเต้นโครมครามจนน่ากลัวว่ามันจะทะลุออกมาข้างนอกแล้วั์ตาสีแดงเป็ประกายคู่นั้นของรามิลราวกับกำลังมองสะกดเธอเอาไว้อย่างไรอย่างนั้นมันมีเสน่ห์จนเธออยากมองซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ใจเย็น ๆ ใบข้าว เขาก็แค่หล่อ รวย เพอร์เฟกต์ ตรงสเป็กเธอทุกอย่างก็เท่านั้นเอ้ย!ไม่ใช่สิ เขาเป็เ้านายแกนะใบข้าว” หญิงสาวได้แต่พร่ำบอกตัวเองเบาๆ
จากนั้นใบข้าวก็นั่งทำงานต่อไปเรื่อย ๆจนกระทั่งใกล้พักเที่ยง หญิงสาวนั่งละล้าละลังด้วยไม่รู้ว่าจะเข้าไปถามคนในห้องดีไหมว่าอยากกินอะไรเธอจะได้จัดการสั่งมาให้ แต่หากไม่ถามมันจะไม่กลายเป็ว่าเธอบกพร่องต่อหน้าที่ไปเหรอ ใบข้าวก้มลงมองนาฬิกาข้อมือตัวเองสลับกับมองบานประตูใหญ่ไปมาอย่างนั้นอยู่สองสามรอบในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเคาะประตูบานนั้นอีกครั้ง
“ดิฉันจะเข้ามาถามว่ามื้อเที่ยงคุณจะทานอะไรดีคะดิฉันจะได้สั่งให้ค่ะ” ใบข้าวถามออกไปตามที่เธอคิด
“ผมไม่ทาน เชิญคุณตามสบายเลย”รามิลตอบออกมาโดยที่เขายังคงก้มอ่านเอกสารในมืออยู่
“ไม่หิวเหรอคะ แต่อาหารกลางวันก็สำคัญนะคะ”
“ผม-ไม่-กิน” รามิลเงยหน้าขึ้นมาตอบแบบเน้นคำชัด ๆ
เมื่อใบข้าวได้ยินแบบนั้นเธอก็เดินออกไปจากห้องทันทีทว่าเพียงครู่เดียวเธอก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกล่องแซนด์วิชทูน่าที่แม่ของเธอทำมาให้เมื่อเช้าใบข้าวนำกล่องแซนด์วิชไปวางตรงหน้าชายหนุ่มก่อนจะถอยออกมายืนห่างจากโต๊ะทำงานของเขาพอประมาณ
“แซนด์วิชทูน่า แม่ของดิฉันทำเอง คุณกินเถอะค่ะถึงงานจะยุ่งแค่ไหนก็อย่าปล่อยให้ท้องหิวนะคะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ” พูดจบใบข้าวก็รีบวิ่งออกจากห้องไปทันทีด้วยกลัวว่าจะถูกเ้านายดุที่ไปก้าวก่ายไม่เข้าเื่
ทันทีที่ใบข้าวเดินออกไปแล้ว รามิลก็หันมามองกล่องแซนด์วิชตรงหน้านิ่งๆ ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกออกมาให้ใครเห็นพลันปรากฏเป็รอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นมา มือหนาเอื้อมไปหยิบกล่องแซนด์วิชขึ้นมาดูใกล้ ๆก็เห็นถึงความใส่ใจของคนทำได้เป็อย่างดี
“ขอบใจนะเด็กน้อยและขอโทษที่ฉันไม่สามารถกินแซนด์วิชกล่องนี้ได้” รามิลพึมพำออกมาเบา ๆพลางหันไปมองบานประตูซึ่งด้านหลังนั้นคงมีเด็กสาวนั่งอยู่
รามิลเลือกที่จะทิ้งแซนด์วิชลงในถังขยะและปิดกล่องเอาไว้ตามเดิมให้ดูเหมือนเขากินเข้าไปจนหมดเพราะไม่อยากให้ใบข้าวรู้สึกเสียน้ำใจที่เอาแซนด์วิชมาให้
รามิลเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาต้องทำอะไรแบบนี้ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้ใบข้าวต้องเสียใจไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่อยากเห็นใบหน้าสวย ๆ ของใบข้าวต้องหงิกงอหรือบึ้งตึงเขาอยากเห็นเพียงแค่รอยยิ้มสดใสของเ้าตัวเพียงแค่นั้น
แค่รอยยิ้มของเด็กน้อยเท่านั้นที่เขา้า...