อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 ช่วยเหลือน้องสาว

            ฟิ้ว!

            เงาร่างสีเหลืองสายหนึ่งลอยแหวกอากาศตรงเข้ามาภายในตึกเล็กๆแห่งนี้ เขามองดูเย่ชิงหานที่นอนหลับอยู่แล้วเอ่ยถามขึ้น “ชิงหนิว สถานการณ์เป็นอย่างไร?”

            “คารวะท่านหัวหน้าตระกูล!”

            เย่ชิงหนิวและเย่ชิงอู่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่มองเห็นเย่เทียนหลงเหาะลอยตรงเข้ามาจึงรีบทำเคารพ

            “ท่านหัวหน้าตระกูลคาดเดาไว้ไม่ผิดเย่ชิงอวี่เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าดังนั้นเมื่อทำการเซ่นสังเวยวิญญาณจึงทำได้ไม่สมบูรณ์ทำให้วิญญาณของนางยังคงหลงเหลืออยู่สายหนึ่งตอนนี้นางจมดิ่งเข้าสู่ห้วงของการหลับลึกหรือจะพูดอีกอย่างก็คือ...กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

            เย่เทียนหลงคิ้วกระตุกขึ้นพูดออกมาอย่างยินดี“อ้อ? ระดับพลังวิญญาณของเจ้าสูงกว่าข้า เจ้าคิดว่ายังพอจะช่วยเหลือนางได้ไหม?”

            “ช่วยนั้นพอช่วยได้แต่ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็สูงเช่นกัน!” เย่ชิงหนิวคิ้วขมวดขึ้นมาทันทีบุคคลระดับเขาหากพูดคำว่าค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายย่อมไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาอย่างแน่นอน

            “เหลวไหลมันจะมีอะไรเทียบได้กับการสูญเสียยอดฝีมือที่มีทั้งอสูรศักดิ์สิทธิ์และสุดยอดวิชาร่างอสูร? พูดมาเถอะ แม้จะต้องขายตระกูลไปครึ่งหนึ่งก็จะต้องช่วยนางให้ได้!” เย่เทียนหลงมองไปยังเย่ชิงหนิวพร้อมกับพูดออกมาอย่างไม่พอใจ

            “เป็นข้าเองที่เลอะเลือน...หากจะช่วยเหลือเย่ชิงอวี่ก่อนอื่นต้องรักษาดวงวิญญาณที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยของนางไม่ให้แตกสลายก่อนจำเป็นต้องใช้ยาสมุนไพรหายากต่างๆ เป็นจำนวนมากเพื่อมาหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณลำดับต่อมาคือทำให้นางตื่นขึ้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้...ยาวิญญาณเทวะจำนวนสองเม็ด!”

            “ยาวิญญาณเทวะ?”เย่เทียนหลงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็ยังถูกคำพูดของเย่ชิงหนิวทำให้หวั่นไหวไปอย่างมากเช่นกันคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันและเริ่มนิ่งเงียบไป

            ส่วนเย่ชิงอู่ที่อยู่ข้างๆ ฟังอย่างงุนงงด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้น“ยาสมุนไพรที่ใช้หล่อเลี้ยงดวงวิญญาณข้าก็พอได้ยินมาบ้างแต่ท่านปู่ ยาวิญญาณเทวะมันคือสิ่งใดกัน?”

            “ผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตแห่งเทพหลังจากที่ตายดวงวิญญาณจะรวมตัวกันกลายเป็นยาวิญญาณเทวะ”

            คำพูดที่ราบเรียบเพียงประโยคเดียวของเย่ชิงหนิวกลับทำให้เย่ชิงอู่เกือบจะเป็นลมหมดสติไปเพราะความสะดุ้งตกใจในฐานะที่เป็นหลานของเย่ชิงหนิวและเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ตระกูลให้ความสำคัญทำให้นางได้รู้เรื่องราวที่ลับเฉพาะเกี่ยวกับทวีปใหญ่แห่งนี้อยู่บ้างเหมือนกัน

            ในทวีปแห่งนี้ดูผิวเผินอาจจะเข้าใจว่าระดับขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์คือยอดฝีมือระดับสูงสุดแล้วแต่เย่ชิงอู่รู้ดีว่าเหนือขึ้นไปจากระดับขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ยังมีระดับขอบเขตที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือระดับขอบเขตแห่งเทพ

            ระดับขอบเขตแห่งเทพความจริงก็ยังนับว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์พวกเขามีอายุขัยที่ไม่สิ้นสุด มีพลังฝีมือที่น่ากลัวเพียงแค่ขยับมือขยับเท้าก็สามารถผ่าภูเขาเคลื่อนย้ายมหาสมุทรเพียงแค่สายตาสามารถสังหารผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายพวกเขาคือเทพที่แท้จริง เป็นเทพที่บันดาลได้ทุกสิ่งอย่าง

            แต่ตอนนี้ท่านปู่กลับบอกว่าหากจะช่วยเย่ชิงอวี่จำเป็นต้องใช้ยาวิญญาณเทวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องใช้ถึงสองเม็ดยาวิญญาณเทวะที่เกิดจากการรวมตัวกันของวิญญาณของเทพที่เสียชีวิต?

            เทพถูกฆ่าตายได้ด้วยหรือ? บนโลกใบนี้เทพที่ยังมีชีวิตมีอยู่ถึงสองคนหรือ? สมมติว่ามี แล้วใครเล่าที่จะฆ่าพวกเขาได้?

            “รอเจ้าเด็กคนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วแจ้งให้ข้าทราบทันที!”

            เย่เทียนหลงถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่งแล้วเดินออกจากตึกไป!

            .................................

            เย่ชิงหานหลับฝันถึงหลายสิ่งหลายอย่างภายในความฝันรู้สึกเหมือนกับว่าได้กลับไปโลกเก่าที่จากมากลับไปยังโรงเรียนที่คุ้นเคย เห็นสาวนักเรียนรุ่นพี่ที่แอบรักมาหลายปีแต่เมื่อเขากำลังจะวิ่งออกไปหาด้วยความลิงโลดใจทันใดนั้นทัศนียภาพก็พลันแปรเปลี่ยนไปในทันทีสาวนักเรียนรุ่นพี่ที่แสนสวยกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยที่พราวเสน่ห์จากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นฉากคืนค่ำฉ่ำสวาทบนเตียงหลังใหญ่สีชมพูแล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นสวนเมามายเปลี่ยนเป็นภาพเหตุการณ์ของน้องสาวที่ทำการเซ่นสังเวยวิญญาณเปลี่ยนเป็นภาพตนเองที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อเห็นเส้นผมของน้องสาวค่อยๆกลายเป็นสีขาวไปทั้งศีรษะ...

            “ไม่!”

            เขาร้องลั่นออกมาอย่างหวาดกลัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อเย็นเต็มหน้าผาก เขามองเห็นตึกที่ไม่คุ้นตามองเห็นแผ่นหลังของเงาร่างเตี้ยเล็กร่างหนึ่ง

            “เจ้าตื่นแล้ว?”

            เงาร่างสีเหลืองค่อยๆ หันหน้ามาดวงตาทั้งคู่ดูลึกล้ำราวกับมหาสมุทร มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆเขาผู้นี้ก็คือเย่เทียนหลง

            “น้องสาวข้าอยู่ที่ไหน? ทำไมต้องขัดขวางข้า? ท่านขัดขวางข้าได้ครั้งหนึ่งคิดหรือว่าจะขัดขวางข้าได้ทั้งชีวิต?”

            เย่ชิงหานกลอกตาไปมาหวนนึกถึงเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่จะหมดสติไปใบหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชา มุมปากกระตุกขึ้นครั้งหนึ่งก่อนที่จะเลียริมฝีปากที่แห้งผากนั้น

            เย่เทียนหลงมองดูใบหน้าที่แข็งกร้าวของเด็กหนุ่มรู้สึกคล้ายกับว่าได้เห็นคนๆ หนึ่งเมื่อหลายปีก่อนปรากฏขึ้นมาอีกครั้งซึ่งก็คือเย่เตา “ผ่านวันนี้ไปข้าจะไม่ขัดขวางเจ้าอีกหากเจ้ายังคิดอยากจะช่วยน้องสาวของเจ้าอยู่ เจ้าก็จงตามข้ามา”

            มองดูร่างที่ผอมเล็กของเย่เทียนหลงเดินออกจากห้องไปเย่ชิงหานคิดไม่ออกว่าทำไมผ่านวันนี้ไปเขาก็จะไม่ขัดขวางตนเองแล้ว? แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเย่เทียนหลงดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างขึ้นรีบลุกกระโดดลงจากเตียงเดินตามเย่เทียนหลงออกไปในทันที

            “ท่านหัวหน้าตระกูล!”

            อีกห้องๆ หนึ่งเย่ชิงหนิวเห็นเย่เทียนหลงพาเย่ชิงหานเดินเข้ามาจึงรีบทำการคารวะจากนั้นพยักหน้าส่งยิ้มให้เย่ชิงหานที่อยู่ด้านหลังแล้วจึงเดินออกจากห้องไปปล่อยพื้นที่ให้ปู่หลานทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน

            “ชิงอวี่!”

            มองดูน้องสาวที่นอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียงหลังใหญ่ภายในห้องดวงตาทั้งคู่ของเย่ชิงหานเลือนรางขึ้นมาทันทีรีบออกก้าวเดินไปคุกเข่าลงที่ข้างเตียงแล้วกุมมือที่เย็นเฉียบของนางไว้แน่น

            เตียงหลังสีขาว ชุดกระโปรงสีขาวใบหน้าซีดขาวและเส้นผมสีขาว มันทำให้ภาพภายในห้องรู้สึกพิเศษและสะดุดตาขึ้นมาเป็นอย่างมาก

            “น้องสาวของเจ้ายังไม่ตายเจ้าก็ไม่ต้องร้องฟูมฟายน้ำตานองหน้าเหมือนอิสตรีเช่นนั้นหากเป็นลูกผู้ชายจริงควรคิดหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่มานั่งเศร้าเสียใจน้ำตาอาบแก้มอยู่เช่นนี้”

            เย่เทียนหลงยืนดูอยู่เงียบๆ ข้างๆไม่นานจึงพูดออกมาอย่างเย็นชา

            “ท่านพูดจริง?” เย่ชิงหานฟังจบยื่นมือออกไปยันกายลุกขึ้น แม้จะรู้ว่าเย่เทียนหลงที่เป็นถึงหัวหน้าตระกูลใหญ่เช่นนี้คงไม่ใช้วิธีการหลอกลวงเขาเป็นแน่แต่เขาก็ยังถามออกไปอยู่ดี

            “น้องสาวของเจ้าทำการเซ่นสังเวยวิญญาณแต่เนื่องจากบาดเจ็บมาก่อนยังไม่หายดีดังนั้นเมื่อทำการเซ่นสังเวยจึงทำได้ไม่เสร็จสมบูรณ์วิญญาณยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ตอนนี้อยู่ในสภาวะจำศีล หรือจะพูดให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือ เป็นเจ้าหญิงนิทราข้ากับผู้อาวุโสเย่ชิงหนิวทำการตรวจสอบแล้ว นางยังพอมีโอกาสที่จะรอดกลับมามีชีวิตได้”

            ฮะ? ทำการเซ่นสังเวยไม่สมบูรณ์? เย่ชิงหานนึกถึงเหตุการณ์หลังจากที่ตนเองสังหารเย่หรงทั่วทั้งร่างอ่อนแอเป็นอย่างมากเดิมทีคิดว่าพลังลึกลับนั้นสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวเสียอีก? คิดไม่ถึงว่าเป็นเพราะการเซ่นสังเวยไม่สมบูรณ์นี่เอง

            ยังพอมีโอกาสอยู่? ก็คือยังมีโอกาส? ขอแค่เพียงมีโอกาสก็พอเย่ชิงหานหันไปมองน้องสาวอีกครั้งภายในใจตัดสินใจในทันที เขาจ้องมองไปยังนัยน์ตาที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทรของเย่เทียนหลงเย่ชิงหานกระแทกเข่าลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงจากนั้นใช้น้ำเสียงที่แน่วแน่และเด็ดเดี่ยวพูดขึ้น “ขอให้ท่านโปรดช่วยเหลือน้องสาวของข้าอย่างสุดกำลังด้วยข้ายินดีที่จะแลกกับทุกสิ่งทุกอย่าง”

            ได้ฟังคำเรียกขานว่า “ท่าน” ซึ่งไม่ใช่ “ปู่” ที่ออกมาจากปากของเย่ชิงหานภายในใจเย่เทียนหลงเกิดความอับจนปัญญาขึ้น ดูท่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้กับปู่ที่ไม่รับผิดชอบเช่นข้าและตระกูลใหญ่ที่พึ่งพิงไม่ได้นี้ยังมีความรู้สึกต่อต้านอยู่“ลุกขึ้นเถอะ ข้ารับปากเจ้าแต่ว่าเจ้าต้องเตรียมใจไว้ด้วยเพราะสิ่งที่เจ้าต้องจ่ายนั้นก็มากอยู่เหมือนกัน อย่างนั้นก็จงตามข้ามา”

            เย่เทียนหลงหมุนตัวเดินออกจากห้องไปครั้งนี้เขาเดินบ่ายหน้าไปทางทะเลสาบที่อยู่ใจกลางหุบเขาเย่ชิงหานมองดูด้วยความสงสัยจากนั้นหันกลับไปมองน้องสาวอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเดินตามออกไป

            เย่เทียนหลงยืนอยู่ข้างทะเลสาบสายตาเหม่อมองออกไปไกลมองดูหมู่ตึกลานที่พักภายในบ้านตระกูลเย่ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากนั้นถอนหายใจยาวออกมาเริ่มเล่าเรื่องราวขึ้น

            “ก่อนอื่นข้าอยากจะขอพูดอะไรสักหน่อยแม้ว่าสิ่งที่ข้าพูดออกไปเจ้าอาจจะรู้สึกว่าไม่น่าฟัง เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง แต่อย่างไรข้าก็จะพูด...บิดาของเจ้ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศนิสัยก็คล้ายกันกับข้าข้าชมชอบเขามาตั้งแต่เล็ก เนื่องจากบิดาของเจ้าเกิดจากอนุภรรยาคนหนึ่งของข้าดังนั้นพวกเย่เจี้ยนจึงรู้สึกต่อต้านในตัวเขาหรืออาจถึงขั้นมองเป็นศัตรู ในตอนนั้นพอดีกับที่ข้าเพิ่งรับช่วงต่อดูแลตระกูลจึงไม่ได้สนใจสอบถามเรื่องราวระหว่างพี่น้องของพวกเขามากนักนานวันเข้ายิ่งทำให้พวกเย่เจี้ยนกับพ่อของเจ้าสะสมความแค้นกันมากขึ้นนิสัยของบิดาเจ้ายิ่งนับวันยิ่งหัวแข็งต่อมาข้าแต่งตั้งบิดาของเจ้าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไปท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนทั้งหลายด้วยเหตุนี้ทำให้ฝั่งครอบครัวลูกคนโตเดือดดาลอย่างถึงที่สุด...

            หลังจากนั้นบิดาของเจ้าออกไปเสาะหายาสมุนไพรเพื่อมารักษาโรคที่รักษายากชนิดหนึ่งให้กับมารดาเจ้าโดยเดินทางไปที่ภูเขาสุสานทวยเทพ แต่กลับถูกลูกพี่ลูกน้องของเย่เจี้ยนฝั่งครอบครัวลูกคนโตปล่อยข่าวให้จักรพรรดิปีศาจสี่ตนของเขตปกครองเทพปีศาจร่วมมือกันรุมสังหารสุดท้ายบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตเรื่องที่เกิดขึ้นข้าเดือดดาลเป็นอย่างมาก ลงมือฆ่าสมาชิกของตระกูลคนนั้นโดยตรงแม้จะตรวจสอบแล้วว่าเย่เจี้ยนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ข้าก็ยังลงโทษเขาอย่างหนัก”

            “หลังจากที่บิดาของเจ้าเสียชีวิตย่าของเจ้าเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมากจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตตามไปข้าเกิดความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเบื่อหน่ายต่อโลกและประกอบกับเหตุผลอื่นๆจึงหลีกเร้นกายไปไม่ถามถึงเรื่องราวภายนอกอีกไม่คาดคิดว่าเย่เจี้ยนยังคงคับแค้นอยู่ในใจหันมาแก้แค้นกับพวกเจ้าคงเป็นเพราะเรื่องราวในตอนนั้นทำให้ฝั่งครอบครัวลูกคนโตมองฝั่งครอบครัวลูกคนรองเป็นศัตรูอยู่ตลอดจึงทำให้เกิดเรื่องที่น่าเศร้าสลดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน”

            เย่เทียนหลงหยุดชั่วครู่ก่อนที่จะพูดขึ้นต่อ“ที่ข้าพูดเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าอยากสลายจิตใจที่เคียดแค้นของเจ้าที่มีต่อตระกูลข้าเพียงแค่อยากจะบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดล้วนเป็นตัวข้าเองที่ผิดหากเจ้าจะโกรธแค้นก็โกรธแค้นข้าคนเดียวเถอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะช่วยเหลือน้องสาวของเจ้าในครั้งนี้จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เป็นลูกหลานของตระกูลเพื่อน้องสาวของเจ้าแล้วหวังว่าเจ้าจะปล่อยวางความโกรธแค้นภายในจิตใจลงก่อนหันมาร่วมมือกับพวกเขาเพื่อเอาชนะศัตรูแย่งชิงเอาคะแนนมาให้ได้”

            เย่ชิงหานกลอกตามองบนเขาหมดคำที่จะกล่าวสิ่งใดกับคารมที่พูดหว่านล้อมของเย่เทียนหลงแต่เพื่อช่วยเหลือน้องสาวแล้วเขาทำได้แค่ฟังอยู่เงียบๆ เบ้ปากแล้วพูดขึ้น “สรุปสั้นๆ ง่ายๆข้าต้องทำอะไรบ้าง?”

            “น้องสาวของเจ้าจะฟื้นขึ้นมาได้ขั้นแรกต้องอาศัยยาสมุนไพรต่างๆ จำนวนมหาศาลเพื่อนำมาหล่อเลี้ยงดวงวิญญาณไว้ ข้อนี้ไม่ต้องเป็นห่วงส่วนต่อมาคือจำเป็นจะต้องได้ยาวิญญาณเทวะจำนวนสองเม็ดเม็ดหนึ่งข้ารู้ว่าอยู่ที่ใดข้าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อแลกมาให้ได้ส่วนอีกเม็ดข้าไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้เจ้าต้องอาศัยตัวเจ้าเองเพื่อให้ได้มา” เย่เทียนหลงเห็นเย่ชิงหานเริ่มไม่อยากที่จะฟังตนเองพล่ามเข้าใจได้ทันทีว่าเรื่องเช่นนี้รีบร้อนไม่ได้และตนเองก็ไม่ใช่นักพูดที่ดีเท่าใดนัก ดังนั้นจึงพูดสั้นๆ สรุปออกมา

            เมื่อได้ยินเรื่องที่อยากจะฟังเย่ชิหานสีหน้าเริ่มจริงจังขึ้นมาทันทีหลังจากฟังจบ คิดอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ยถามขึ้น “ยาวิญญาณเทวะ? จะได้รับมาได้อย่างไร?”

            “งานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองเจ้าคงจะรู้อยู่บ้างอีกสามเดือนข้างหน้าก็จะถึงงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองที่สามสิบปีจัดขึ้นครั้งหนึ่งและงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองในครั้งนี้เป็นงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองของผู้มีพลังฝีมือระดับหัวกะทิผู้ที่จะเข้าร่วมได้จะต้องมีอายุไม่เกินสามสิบปีเพียงเท่านั้น...สิ่งที่เจ้าจะต้องทำก็คือนำกองกำลังระดับหัวกะทิของตระกูลเย่เข้าร่วมศึกในครั้งนี้รักษาชีวิตไว้ให้ได้พร้อมทั้งสังหารยอดฝีมือระดับหัวกะทิของเขตปกครองเทพปีศาจและเขตปกครองเทพคนเถื่อนให้ได้มากที่สุดเพื่อสะสมคะแนนไปแลกเอายาวิญญาณเทวะเม็ดหนึ่งงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองในครั้งนี้ไม่ใช่ของผู้มีพลังฝีมือระดับสูงสุดถ้าไม่อย่างนั้นถึงแม้จะแลกด้วยชีวิตแก่ๆ ของข้า ข้าก็จะขอเข้าร่วมด้วยตนเองครั้งนี้คงต้องพึ่งตัวของเจ้าเองแล้ว ในงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองสิ่งที่เจ้าควรระวัง...”เมื่อพูดเรื่องที่เป็นทางการใบหน้าของเย่เทียนหลงก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นพูดสาธยายออกมาให้เย่ชิงหานฟังอย่างช้าๆ และชัดถ้อยชัดคำ

            ผ่านไปเนิ่นนานเย่ชิงหานถึงได้ฟังจนเข้าใจได้ถึงความเป็นมาของเรื่องราว ดูท่าเย่เทียนหลงปู่คนนี้เพื่อที่จะช่วยน้องสาวของเขาถึงกับเตรียมที่จะควักต้นทุนของตระกูลออกมาแม้เขาจะไม่รู้ว่ายาวิญญาณเทวะคืออะไรแต่เขารู้แต่เพียงว่ายาชนิดนี้ต้องเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วทำไมถึงต้องฆ่านักรบระดับต่ำต่างเผ่าถึงหนึ่งหมื่นคนจึงจะสามารถแลกเปลี่ยนมาได้?

            นิ่งไปชั่วครู่เย่ชิงหานถึงได้พูดข้อเสนอออกมา “ข้ามีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง การนำกองกำลังเข้าร่วมในครั้งนี้คนของฝั่งครอบครัวลูกคนโตแม้สักคนข้าก็ไม่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าต้องการอำนาจในการนำและอำนาจในการสั่งการอย่างเบ็ดเสร็จตลอดงานประลองสงครามระหว่างเขตปกครองของผู้มีพลังฝีมือระดับหัวกะทิในครั้งนี้!”

            เย่เทียนหลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้า“ข้ารับปากเจ้า! เจ้าต้องรับประกันว่า...จะต้องรอดกลับมา”

            “ข้าจะต้องรอดกลับมาอย่างแน่นอน!”

            ศึกประลองสงครามระหว่างเขตปกครอง? สามเผ่าพันธุ์สู้รบกันนัวเนีย? เข่นฆ่ากันอย่างบ้าเลือด? ดวงตาของเย่ชิงหานทอประกายแสงแห่งความกระหายเลือดวาบผ่านพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น สายตามองดูหมู่ตึกที่อยู่ไม่ห่างออกไปมองลอดผ่านหน้าต่างของตึกเห็นเงาร่างที่อ่อนแอและบอบบางร่างหนึ่งกำลังนอนหลับสนิทอย่างสงบใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมาเป็นเวลาหลายวัน

    คล้ายกับเรื่องอสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน