เช้าวันนี้เป็อีกวันที่หลิวอีหรานลืมตาตื่นขึ้นมาลำพังนางกวาดตามองห้องโล่งกว้าง พลางนึกถึงอ้อมกอดแข็งแรงที่กอดนางตลอดทั้งคืนก่อนจะลุกขึ้นลงจากเตียงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ทว่าเมื่อเดินผ่านโต๊ะน้ำชาตัวเล็กสายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ เมื่อเปิดอ่านใบหน้าเศร้าหมองก็กระจ่างขึ้นมาทันตา เมื่อเนื้อความภายในบอกว่า ให้นางเตรียมตัววันนี้ท่านอ๋องจะพานางเดินทางกลับเซียงตูทันที หลังเขาจัดการธุระเสร็จ
หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความใจมือเล็กเอาแผ่นกระดาษแนบอก ราวเป็ของล้ำค่าก่อนจะะโโลดเต้นวิ่งไปทางตู้เก็บของบรรจงเลือกเสื้อผ้าที่จะสวม ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำ
ทางด้านรุ่ยอ๋องที่ออกจากจวนแต่เช้าเพื่อเข้าวังก็เดินเข้าไปในตำหนักด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเข้มขรึมเขายังคงแสดงท่าทีนอบน้อมต่อมารดาเช่นที่ทำมาแต่ไหนแต่ไรเพียงแต่ครั้งนี้ปราศจากความรู้สึกผ่อนคลาย สบายอย่างที่ควรจะเป็
ไม่ต่างจากเกาเฟยที่จ้องใบหน้าโอรสนิ่ง ปล่อยบรรยากาศตึงเครียดรอยอบอวล โอบล้อมพวกนางทั้งสอง
ก่อนจะเป็ชายหนุ่มที่ทนความรู้สึกอึดอัดใจนี่ไม่ไหวเขาถอนหายใจเบาก่อนจะเอ่ยถามมารดาออกไป
“ทหารยามบอกลูกว่าเมื่อวานพระองค์ไปหาลูกที่จวนมาหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่”
“แม่ทูลขอเสด็จพ่อให้ย้ายเ้ากลับเมืองหลวงแล้ว”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองมารดาด้วยความใั์ตาคมจ้องมองสีหน้าเรียบนิ่ง ไร้แววล้อเล่นของพระนางพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วเสด็จพ่อกล่าวอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“…”
เขามองมารดาที่เม้มปากตากระตุก กุมมือตัวเองแน่น ก็ก้มหน้าลอบยิ้มอย่างพอจะเดาได้ว่าเื่นี้ฝ่าาคงยังไม่อนุญาตหรือรับปากออกมาแต่เป็พระนางเองที่เอาเื่นี้มาข่มขู่ให้เขาเกรงกลัวแล้วยอมทำตาม
ชายหนุ่มละสายตาจากใบหน้ามารดาก้มมองมือทั้งสองที่กุมกันแน่น แล้วยกยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกเย้ยหยันที่ผ่านมาไม่ว่าเื่ใดเขาก็ไม่เคยทำให้มารดาหนักใจ แม้ว่าเื่นั้นจะไม่้าเขาก็ยินยอมทำให้นางเพื่อความสบายใจ
แต่ครั้งนี้ไม่เป็เช่นนั้นแล้วเขารู้ดีนางมีสตรีในใจที่้าจะให้เขาแต่งงานด้วย
แต่เขาเองก็มีคนที่้าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยเช่นกันเห็นทีครั้งนี้เราทั้งสองจะไม่ได้เห็นพ้อง้าเสียแล้ว
“ขอประทานอภัยเสด็จแม่แต่ลูกจะไม่ย้ายกลับมาเมืองหลวง หากไม่มีราชโองการจากเสด็จพ่อ”สีหน้าและสายตามุ่งมั่นมองตรงไปที่มารดาผู้ให้กำเนิน
“ทำไมกัน”
เกาเฟยลุกขึ้นสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงด้วยความไม่พอใจสายตาของนางจับจ้องโอรสที่นิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดกลับมา ก็พาลโกรธเคืองเพราะสตรีชั้นต่ำนางนั้น นางเดียวที่ทำให้โอรสของนางกลายเป็คนดื้อดึงไม่เชื่อฟังนางอย่างที่ผ่านมา
“เหอะเพราะสตรีนางนั้นสินะ ถึงทำให้เ้าดื้อดึงไม่เชื่อฟังแม่”
“ไม่เกี่ยวกับนางขอเสด็จแม่อย่างดึงนางเข้ามาพัวพัน และลูกไม่ได้ไม่เชื่อฟังพระองค์”
“แล้วทำไมเ้าถึงไม่กลับมาอยู่เมืองหลวงจะอยู่ที่เซียงตูกับนางสตรีชั้นต่ำนั่นทำไม”
“นางไม่ได้เป็สตรีชั้นต่ำนะพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่ก็เพราะนางที่ทำให้เราสองแม่ลูกมายืนโต้ถึงกันอยู่เช่นนี้ ข้าขอสั่งเ้าในฐานะมารดาขอให้เ้าเลิกยุ่งกับสตรีนางนั้น แล้วกลับมาอยู่เมืองหลวงเสีย ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้นางหายไปจากชีวิตเ้า”
“หากลูกไม่อาจจะทิ้งนางได้ละพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าคิดจะเนรคุณข้าหรือ”
“กระหม่อมเพียงอยากจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้างแม้ที่ผ่านมาพระองค์จะไม่เคยกดดันแต่กระหม่อมรู้ดีว่าพระองค์คาดหวังในตัวกระหม่อมอยู่ไม่น้อย
” แต่เสด็จแม่ลูกรักนาง คนรักของลูกลูกขอเลือกเองนะพ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์มองว่าการที่ลูกจะมีความรักกับใครสักคนเป็เื่อกตัญญู เช่นนั้นลูกก็คงจะอกตัญญูแล้ว”
เกาเฟยไม่อยากจะเชื่อหูนางไม่คิดว่าโอรสที่พยายามฟูมฟักดูแลอย่างดีจะเห็นนางคณิกาสำคัญกว่านางพลันขอบตาก็ร้อนผ่าว แสบซ่าตรงปลายจมูกก่อนจะผินใบหน้าสูงกลั้นหยาดน้ำที่กำลังจะรินไหลพลางเอ่ยเสียงสั่นถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“แล้วหากนางไม่ได้รักเ้าหวังเพียงเงินทอง บรรดาศักดิ์ที่เ้ามีเล่า”
ชายหนุ่มมองใบหน้าไม่ยินยอมของมารดาก่อนจะระบายยิ้มอ่อนก้มหน้ามองปลายเท้า หากนางเพียง้าหลอกเขาหรือ หึ!เช่นนั้นก็ให้นางหลอกไป ขอเพียงได้รัก นางจะหลอกก็ปล่อยนาง
“หากเป็เช่นนั้นลูกก็ขอยอมรับ”
“เ้าเลือกนางจริงหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะนางคือสตรีนางเดียวที่ลูกรู้สึกอยากอยู่ด้วยไปจนแก่ ขอเสด็จแม่เมตตา”
“แล้วข้าเล่าเ้าไม่คิดถึงความรู้สึกข้าบ้างหรือ”
“ซานไท่ระลึกในพระคุณของพระองค์เสมอและความรักที่เสด็จแม่มีให้เสมอ ทว่าเสด็จแม่ลูกไม่้าให้ใครเป็เหมือนพระองค์เช่นกันที่ต้องนั่งเฝ้ารอบุรุษที่มอบให้ทั้งกายและใจ แต่สุดท้ายเป็ได้เพียงมารดาของบุตร”
“เช่นนั้นเ้าก็ไปเถิดข้าไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว”
ชายหนุ่มมองร่างสง่างามที่หันหลังให้อย่างรู้สึกผิดแต่เขาเลือกแล้วอย่างไรก็ต้องรับผล
“เช่นนั้นลูกขอทูลลาและวันนี้ลูกจะเดินทางกลับเซียงตู ขอพระองค์ดูแลพระวรกายให้ดีหากไม่มีเื่ด่วนอะไร ลูกคงไม่ได้กลับในเร็ววัน ลูกขอทูลลา”
เขาทำความเคารพก่อนจะหันหลังเดินออกไปไม่หันหลังกลับทว่าเมื่อเดินพ้นห้องออกมาก็เห็นร่างบางของคุณหนูสกุล กำลังยืนแนบร่างไปกับกำแพงคิดว่านางคงจะได้ยินสิ่งที่เขาคุยกับมารดาไปแล้ว แต่อย่างไรเช่นนี้สิดี
“ใครกันที่ทำให้ท่านอ๋องผู้เก่งกาจของเราต้องหงุดหงิดได้ถึงเพียงนี้” ร่างของรุ่ยอ๋องที่กำลังจะเดินผ่านสวนพฤกษศาสตร์ระหว่างทางผ่านไปวังหน้า ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคล้ายเย้าแหย่ดังมาจากร่างบนเกี๊ยวที่มาจากอีกทางห่างเขาไม่มากนัก
“ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
“ว่าอย่างไรใครทำให้เ้าหงุดหงิดได้ถึงเพียงนี้”องค์รัชทายาทเอ่ยถามน้องชายร่วมบิดาของพระองค์อีกครั้ง
แม้คำถามที่เอ่ยออกมาคล้ายจะห่วงใย แต่น้ำเสียงและสีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความยั่วยุอย่างตั้งใจซึ่งเขาก็รู้ว่าคนเบื้องล่าง รู้ดีถึงเจตนาที่เขา้าจะสื่อ
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
“ก็นั่นน่ะสิจะมีได้อย่างไร เ้านั้นทั้งทำงานสำเร็จได้รับความชอบ ทั้งมีสตรีนอนเคียงหมอนมีแต่เื่น่ายินดี จะมีอะไรที่ทำให้หงุดหงิดได้อีก จริงหรือไม่ซานไท่”
“นี่พระองค์”ั์ตาคมเต็มไปด้วยความโกรธเคืองเมื่อครู่ เบิกกว้างอย่างแปลกใจนี่เื่ของเขาและอีหรานรู้ไปถึงไหนกัน ขนาดรัชทายาทที่มีราชกิจมากมายกองบนโต๊ะก็ยังรับรู้เื่นี้
“ดูสีหน้าเ้าสิข้าเพียงพูดถึงสตรีของเ้า เ้าก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดถึงเพียงนี้แล้ว แต่เอาเถอะ!ข้าไม่ยึดเวลาของเ้าที่ควรจะเป็ของนางแล้ว เ้าไปเถอะ”
“กระหม่อมทูลลา”
ซานไท่พยายามบังคับเสียงของตัวเองให้นิ่งที่สุดพร้อมค้อมคำนับพี่ชายต่างมารดาจนเกี๊ยวแปดคนหามผ่านร่างเขาไปแต่ยังไม่ทันที่เขาจะยืดตัวกลับคืน เสียงของคนที่อยู่บนเกี๊ยวก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่ซานไท่ข้าขอเตือนเ้าไว้อย่าง สตรีเช่นนางไม่คู่ควรกับเ้าแม้แต่นิดเดียวอย่าเอานางมารั้งเ้าให้เสียการใหญ่”
ซานไท่บีบมือที่จับกันอยู่แน่นจนซีดไร้เืเขาเม้มปากอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บแต่นั่นก็ไม่เท่าใจของเขาที่ร้อนราวมีไฟสุม
เขาแค่้ารักกับสตรีสักคนมันยากขนาดนั้นเชียว