เมื่อเงาร่างของหลงอินเลือนหายออกไปจากบ้านพัก
หวงเยี่ยที่นอนแข็งค้างอยู่กับที่มาโดยตลอดก็คล้ายสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวในทันที ไหล่ที่ตึงเครียดค่อยๆผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ ก่อนที่ตัวของเขาจะปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการที่มองไม่เห็น
ลมหายใจนั้นหนักอึ้งยิ่งนัก
ใบหน้าและแววตาของเขาที่เคยสงบนิ่ง กลับเผยความสั่นไหวอย่างชัดเจน
ความไม่อยากจะเชื่อปรากฏขึ้นในดวงตา เหมือนเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงเป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่ควรเกิดขึ้นจริง
“อะไรกัน.. ข้าอุตส่าห์ปิดบังความหวาดกลัวของตนเองแล้วนะ!”
“แต่เพียงแค่สบเข้ากับนัยน์ตาสีทองที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งคมเขี้ยว.. หัวใจของข้าก็แทบจะหยุดเต้นไปเลยละ”
ขณะที่พูด ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนเอง รู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงเร่งเร้าอยู่ภายใน ความทรงจำเมื่อครู่ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของดวงตาสีทองที่จ้องลึกเข้ามา ฉีกกระชากทุกความลับออกจากจิตใจโดยไม่ต้องใช้คำพูด
เขากัดฟันแน่นเล็กน้อย
“นี่น่ะเหรอราชันย์มังกร!”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่นปนสั่นสะท้านอย่างชัดเจน แม้ในตอนแรกจะฝืนยืนหยัด ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามควบคุมทุกท่วงท่าทุกถ้อยคำให้มั่นคง แต่ลึกลงไปแล้ว ความกดดันที่ได้รับนั้นรุนแรงยิ่งกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
ราชันย์มังกรก็คือราชันย์มังกร มิใช่สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์จะสามารถเผชิญหน้าได้อย่างง่ายดาย
หากเปรียบเทียบกันแล้ว สิ่งมีชีวิตที่งดงามดั่งภาพวาดเช่นนั้น กลับซ่อนพลังอำนาจที่เหนือยิ่งกว่านักล่ามังกรระดับเก้าเสียอีก การดำรงอยู่ของนางไม่ได้เป็นเพียงตัวตน หากเปรียบเสมือนระเบิดที่พร้อมจะระเบิดทำลายทุกสิ่งได้ทุกเมื่อ
หวงเยี่ยหลับตาลงชั่วครู่
ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาอีกครั้ง
รูปลักษณ์ของนางในร่างมนุษย์
ความงดงามที่ยากจะละสายตา
เส้นโค้งที่อ่อนช้อยและเย้ายวน
มือที่ยกขึ้นแตะสัมผัสเนินอกของตนเองอย่างไม่ลังเล
เขากลืนน้ำลายในลำคอโดยไม่รู้ตัว
“เกือบไปแล้วจริงๆ..”
เสียงพึมพำที่ดังออกมาแฝงทั้งความเสียดายและความโล่งใจในเวลาเดียวกัน
และในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในจิตสำนึกของเขาอย่างคุ้นเคย
【ไม่แปลกหรอกคะที่โฮสต์จะหวาดกลัวน่ะ】
【ตนเองเป็นแค่นักล่ามังกรระดับสองตัวเล็กๆ เมื่อไปอยู่ต่อหน้าราชันย์มังกรผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก】
หวงเยี่ยเบะปากเล็กน้อย
“พูดตรงไปไหมละ?”
ระบบยังคงหัวเราะคิกคัก
【แต่หญิงสาวมังกรที่มีนามว่าหลงอินคนนี้น่าสนใจจริงๆเลยนะคะโฮสต์สุดหล่อ】
【อยากจะรู้เรื่องราวเมื่อประมาณสิบปีก่อนมาก จนถึงขั้นยอมพลีร่างกายให้กับโฮสต์เลยด้วยซ้ำ!】
【คงอยากจะรู้จริงๆแหละว่าจักรพรรดิมังกรอสูรเพลิงตนนั้นตกตายลงได้ยังไง】
เสียงหัวเราะดังตามมาอย่างสนุกสนาน ทำให้ตัวของหวงเยี่ยต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย
“เหอะๆ ก็ใครกันละที่สั่งห้ามไม่ให้ข้าพูดมันออกไป เธอเองไม่ใช่เหรอ?”
ระบบเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะส่งเสียงฮึคล้ายถูกย้อนจนพูดไม่ออก
หวงเยี่ยยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเอง ก่อนจะทอดสายตามองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าที่หลงอินเคยอยู่
“เฮ้อ.. น่าเสียดายจริงๆ นี่คือโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ข้าอาจจะได้สูญเสียความบริสุทธิ์กับสาวที่งดงามและเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้วก็ได้”
ระบบกลืนกินมังกรพอได้ยินคำบ่นของโฮสต์ของตนเข้าไป ก็ถึงกับเงียบงันไปชั่วขณะหนึ่ง ราวกับกำลังพยายามเรียบเรียงถ้อยคำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะเกินกว่าที่มันคาดคิดเอาไว้ ก่อนที่น้ำเสียงขบขันจะดังขึ้นในจิตสำนึกของหวงเยี่ยอีกครั้ง
【นี่โฮสต์คะ?】
【จะหื่นอะไรก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิ】
โทนเสียงนั้นแฝงความเอ็นดูปนล้อเลียนอย่างชัดเจน มันเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังอมยิ้ม
【หรือว่าเมื่อกลางวันเกิดติดใจในการกระทำของตนเองขึ้นมาน่ะ】
หวงเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงของระบบก็ยังคงไหลต่อไปอย่างไม่หยุด
【หน้าอกที่อวบอิ่มนั้นของหลงชิงเหลียน หรือกระทั่งของหลงอินคนนี้ มันใหญ่โตจนไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเลยค่ะ】
คำพูดที่กล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังยั่วยวนให้เขานึกภาพตามโดยตั้งใจ
และมันก็ได้ผล
หวงเยี่ยที่เพิ่งจะสงบจิตใจลงไปได้ไม่นาน พลันได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
ความคิดที่เคยถูกกดไว้เริ่มผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะถอนออกมาอย่างยาวเหยียด
“เออ ข้าผิดเองแหละ.. ถูกความชั่วเข้าครอบงำไปเสียได้!”
เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากเบา ๆ คล้ายพยายามขับไล่ภาพในหัวให้จางหาย
“แต่ก็ช่างมันเถอะ”
“ตอนนี้นอนไม่หลับแล้วสิ”
“แถมใกล้ที่จะเช้าแล้วด้วย!”
ความเหนื่อยล้าปรากฏในแววตา เป็นเพราะจิตใจที่ยังคงวุ่นวายไม่หยุด
“งั้นโคจรวิชาขับเคลื่อนพลังเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่า”
กล่าวจบ ชายหนุ่มก็นั่งขัดสมาธิในท่วงท่าที่มั่นคง มือทั้งสองวางประสานกันเบาๆบนตัก ลมหายใจค่อยๆถูกปรับให้ยาวและสม่ำเสมอ
เขาพยายามปล่อยความคิดทั้งหมดให้หลุดลอยออกไปจากห้วงจิต
ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำ นิ่งเพื่อสยบความเคลื่อนไหว ใช้พลังวิญญาณและการฝึกฝนเป็นเสาหลักในการยึดเหนี่ยวจิตใจ
พลังภายในเริ่มไหลเวียนราวกับสายน้ำที่ค่อยๆรวมตัวกันเป็นกระแส
ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน
ภาพหนึ่งพลันสะท้อนขึ้นมาในความคิดโดยไม่ทันตั้งตัว
หลงอิน
ร่างในชุดกี่เพ้าสีดำแนบเนื้อ เส้นโค้งของร่างกายที่เคลื่อนไหวอย่างเย้ายวน ปลายนิ้วที่ลูบไล้เรือนร่างของตนเองอย่างไม่ลังเล
ความงดงามที่แทบจะไร้ที่ติ
หัวใจของหวงเยี่ยสะดุดวูบ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอพลันแปรปรวน
เขาสำลักน้ำลายในลำคออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นทันที สีหน้าที่พยายามควบคุมไว้แตกสลายลงเล็กน้อย
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
“ชีวิตนี้ข้าคงไม่อาจอยู่ได้อย่างสงบสุขแล้วละ”
“เกิดเป็นผู้ชายนี่มันแย่จริงๆเลยนะ”
คำพูดนั้นออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่เขาจะเอียงศีรษะเล็กน้อย คล้ายกำลังหันไปสนทนากับบางสิ่งที่ไม่มีตัวตน
“คิดว่างั้นใช่ไหมละระบบคนสวย”
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นในจิตสำนึกทันที
【นั่นสินะคะ】
น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง
【โฮสต์นี่ช่างซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองดีจริงๆเลยนะคะ】
【งั้นเป้าหมายหลังจากนี้】
คำพูดนั้นเหมือนกำลังวาดภาพบางอย่างในอนาคต
【นอกจากจะต้องเป็นนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งแล้ว】
【ในอนาคตโฮสต์ก็ต้องมุ่งมั่นที่จะครอบครองสาวงามระดับสุดยอดให้หมด】
หวงเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย
【หย่าเฟย หลงอิน หรือหลงชิงเหลียน】
【ทั้งหมดจะต้องอยู่ในมือของโฮสต์ให้ได้】
เสียงของระบบดังขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แฝงความคึกคะนองเลยก็ว่าได้