“อันอัน ถ้าสมมติว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราในตอนนั้นเป็นฝีมือของคนในครอบครัวคุณล่ะ คุณจะเสียใจไหม” หลินเจิ้งฉีถามภรรยา
หย่งลี่อันมองหน้าสามีอยู่นาน ก่อนที่เธอจะถามเขากลับ “อิงอิงใช่ไหมคะ ที่หวังจะทำลายชื่อเสียงของฉัน”
“คุณรู้อยู่แล้วหรือ” หลินเจิ้งฉีถามอย่างแปลกใจ
“หลังเกิดเรื่อง ฉันก็มาคิดทบทวนถึงเหตุการณ์วันนั้นอยู่หลายครั้งค่ะ ปกติแล้วอิงอิงไม่ชอบกินผักป่า แต่วันนั้นเธอกลับมาคะยั้นคะยอให้ฉันไปเก็บผักป่ามาปรุงให้เธอกินให้ได้ โดยไม่สนใจเลยว่าฉันเพิ่งเสร็จจากงานในไร่และฉันจะเหนื่อยมากแค่ไหน ตอนนั้นฉันก็เลยปฏิเสธเธอไป แต่เธอก็เอาแต่โวยวาย จนฉันต้องยอมเพราะกลัวว่าแม่เลี้ยงจะมาทุบตี พอฉันเดินไปที่ท้ายหมู่บ้าน ฉันก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งมาจับตัวไว้ ฉันยังไม่ได้ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ ฉันก็ถูกคนพวกนั้นป้อนยาให้แล้ว” หย่งลี่อันพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ฉันรู้แค่ว่าตอนนั้นฉันร้อนมากจนฉันทนไม่ไหว สุดท้ายฉันก็สลบไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คุณเข้ามานอนอยู่ข้างๆ ฉันแล้ว นั่นล่ะค่ะฉันถึงได้มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของอิงอิงแน่ แต่ก็น่าตลกนะคะ ถึงฉันจะรู้อย่างนั้นแต่ฉันก็เอาผิดเธอไม่ได้ เพราะฉันไม่มีหลักฐานอะไรเลย”
“ถึงจะมีหลักฐาน แต่พยานในที่เกิดเหตุก็ถูกจับเข้าคุกไปเกือบหมดแล้ว เพราะพวกเขาไปทำความผิดคดีอื่นเอาไว้ ก็คดีของเปาเยี่ยนกับเปาหยวนยังไงล่ะ”
“คนที่ไปจับตัวฉันมาคือพวกอันธพาลท้ายหมู่บ้านอย่างนั้นหรือคะ แล้วที่บอกว่าพวกเขาถูกจับไปเกือบหมด...คุณอย่าบอกฉันนะคะว่าอาเว่ยก็มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ด้วย”
หลินเจิ้งฉีพยักหน้ารับ ก่อนที่จะกอดภรรยาเอาไว้ “อันอัน คุณให้อภัยอาเว่ยเถอะนะ ถือเสียว่าเป็นเพราะเขา เราสองคนถึงได้มาแต่งงานกัน”
“คุณให้อภัยอาเว่ยได้จริงหรือคะ”
“อาเว่ยไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนักหรอก แต่เขาแค่เลือกคบคนผิดไปเท่านั้น ดูอย่างที่เขายอมออกจากกลุ่มอันธพาลเพื่อมาดูแลป้าจงสิ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าเขาต้องถูกซ้อมอย่างสาหัสก่อนที่จะออกมาเป็นอิสระได้ แต่เขาก็ทำเพราะความกตัญญู อย่างนี้ก็ทำให้เราเห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง คุณให้โอกาสเขาได้กลับตัวสักครั้งนะ”
“ตอนแรกที่ฉันได้ยินว่าอาเว่ยก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ฉันก็แค่ตกใจเท่านั้นค่ะ อันที่จริงตั้งแต่อาเว่ยกับครอบครัวเข้ามาทำงานกับเรา มันก็ทำให้ฉันรู้จักเขามากขึ้นนะคะ และฉันก็รู้เหตุผลด้วยว่าทำไมเขาถึงต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มอันธพาล มันก็เลยทำให้ฉันโกรธเด็กคนนั้นไม่ลงหรอกค่ะ” หย่งลี่อันเว้นวรรคก่อนที่จะถามสามี “เจิ้งฉีคะ แล้วคุณคิดที่จะจัดการกับอิงอิงยังไงหรือคะ”
“ถ้าคุณไม่กลัวที่จะต้องมาเสียใจทีหลัง ผมก็คิดวิธีที่จะใช้จัดการกับหล่อนไว้แล้วล่ะครับ”
“ฉันจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองค่ะอิงอิงควรได้รับบทเรียนบ้าง และที่ผ่านมาฉันก็ให้โอกาสเธอมามากพอแล้ว”
“อิงอิง ทำไมช่วงนี้แม่ดูว่าลูก เอ่อ...แม่จะพูดว่ายังไงดี ลูกดูจะมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะเลยนะ ถ้าลูกแต่งงานแล้ว แม่คงคิดว่าลูกกำลังจะมีเจ้าตัวเล็กอยู่แน่ๆ” แม่หย่งพูดกับลูกสาว
“แม่ดูออกหรือ!” หย่งอิงอิงถามขึ้นอย่างตกใจ
“นี่แกท้องจริงๆ หรือ แกท้องกับใคร แล้วพ่อของเด็กในท้องเป็นใคร” แม่หย่งทำหน้าตกใจอีกครั้ง “หวังต้าซานหรือ เด็กคนนี้เป็นลูกของหวังต้าซานอย่างนั้นหรือ”
“แม่! แม่พูดเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวพ่อก็มาได้ยินเข้าหรอก แม่อยากให้ฉันถูกพ่อตีตายหรือยังไง”
“แกท้องได้กี่เดือน แล้วหวังต้าซานล่ะ เขารู้เรื่องนี้หรือเปล่า แกต้องรีบไปบอกให้เขามารับผิดชอบแกเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ฉันจะให้พี่ต้าซานรู้เรื่องนี้ได้ยังไงล่ะแม่ เขาไม่ยอมให้ฉันมีลูกกับเขาหรอก อีกอย่างฉันมารู้ว่าฉันท้องก็ตอนที่เลิกกับเขาไปแล้ว ฉันรับเงินเขามาแล้วด้วย แม่ลืมหรือเปล่า”
“เงินก็ส่วนเงินสิ แต่เด็กคนนี้ยังไงเขาก็ต้องกลับมารับผิดชอบ แกจะปล่อยให้ท้องแกโตขึ้นทุกวันทั้งๆ ที่แกยังไม่แต่งงานเนี่ยนะ แกทำอย่างนั้นไม่ได้ พ่อแกกับฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าแกไม่กล้าไปบอกเขา ฉันจะไปเอง แกเอาที่อยู่ของหวังต้าซานมาให้ฉันตอนนี้เลย”
“แม่เลิกพูดถึงหวังต้าซานเสียที แต่แม่ก็พูดถูกนะว่าท้องของฉันต้องโตขึ้นทุกวัน แม่รีบช่วยฉันลงมือเรื่องพี่เจิ้งฉีจะดีกว่า เราต้องรีบหาโอกาสจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
“แกจะให้หลินเจิ้งฉีมารับผิดชอบเด็กในท้องแกอย่างนั้นหรือ แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไง พักหลังฉันเห็นเจ้าเสี่ยวเป่าอะไรนั่นอยู่ไม่ห่างจากพี่เขยของแกเลย”
“นั่นล่ะ แม่ต้องหาทางแยกเจ้าเสี่ยวเป่าให้ออกห่างพี่เจิ้งฉีให้ได้ ฉันกับพี่เจิ้งฉีจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง คราวนี้ถึงจะไม่เกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับพี่เจิ้งฉี แต่เขาก็จะปฏิเสธอะไรไม่ได้หรอก เพราะในท้องของฉันก็มีเด็กอยู่แล้วทั้งคน”
วันนี้หย่งซ่งฉือตั้งใจเอาของป่าที่เขาเก็บมาได้มาให้พ่อกับแม่ไว้ทำอาหาร ทีแรกเขาเข้ามาในบ้านแต่ก็ไม่เห็นใครเลยสักคน สักพักถึงได้ยินเสียงคนพูดกระซิบกระซาบกันในห้องนอนของพี่สาวคนรอง เขาก็นึกว่ามีขโมยขึ้นบ้าน ตั้งใจว่าจะย่องเข้าไปเพื่อจับขโมยให้ได้ กลายเป็นว่าเขามาได้ยินแม่ของเขากับพี่สาวคนรองกำลังปรึกษากันเรื่องที่พี่สาวคนรองท้องไม่มีพ่อ แต่อยากให้พี่เขยมารับผิดชอบเรื่องนี้แทน
หย่งซ่งฉือโกรธจัดจนอยากจะเดินเข้าไปต่อว่ากับความคิดที่ไร้สามัญสำนึกของแม่กับพี่สาวคนรองอย่างมาก แต่เขาก็ต้องระงับความโกรธเอาไว้ เรื่องใหญ่อย่างนี้เขาต้องรีบไปบอกพี่เขยให้เตรียมรับมือดีกว่า
“ซูลี่ เธอแน่ใจนะว่าขับรถกลับคนเดียวได้” ต้าหวั่นเฉินถามน้องสาว
ตั้งแต่ที่หลี่ซูลี่ถอนหมั้นกับหวังเฉิง หากมีเวลาว่าง ต้าหวั่นเฉินก็มักจะพาหลี่ซูลี่มาเที่ยวที่บ้านสวนของหลินเจิ้งฉีอยู่เป็นประจำ เพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องทนอยู่กับความเสียใจคนเดียว อีกอย่างหลี่ซูลี่ก็ดูเหมือนจะชอบชีวิตในชนบทนี้มาก หากเธอไม่มาดูงานที่ไร่ของหลินเจิ้งฉี เธอก็จะไปช่วยหลินหงกับหย่งลี่อันขายขนมที่ร้าน
“ฉันกลับเองได้จริงๆ ค่ะ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก หรือถ้าฉันขับรถกลับไม่ไหว ฉันก็จะไปขอนอนกับพี่สะใภ้สักคืน พี่หงต้องไม่ปฏิเสธฉันแน่ พี่สังสรรค์กับพี่เจิ้งฉีตามสบายเถอะค่ะ” หลี่ซูลี่เปิดประตูสำนักงานของหลินเจิ้งฉีก็ชนเข้ากับคนๆ หนึ่ง
“ขอโทษครับ/ขอโทษค่ะ” ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมๆ กัน
“อ้าว นายมาได้ยังไงน่ะ เข้ามาข้างในก่อนสิ ฉันจะแนะนำให้นายรู้จักกับพี่ต้าหวั่นเฉินคู่รักของอาหง ส่วนนี่คือคุณหลี่ซูลี่ น้องสาวของพี่หวั่นเฉินเขา” หลินเจิ้งฉีแนะนำ
“สวัสดีครับ คุณต้าหวั่นเฉิน คุณหลี่ซูลี่ ผมหย่งซ่งฉือ เป็นน้องชายของพี่อันอันครับ” หย่งซ่งฉือแนะนำตัวเองกลับอย่างสุภาพ ก่อนที่จะหันไปหาหลินเจิ้งฉี “วันนี้พี่เขยมีแขก เอาไว้ผมมาหาพี่วันหลังนะครับ”
หลินเจิ้งฉีมองดูสีหน้าของหย่งซ่งฉือก็รู้ว่าเขาต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดกับตนเองแน่ “คุณซูลี่กำลังจะกลับแล้วล่ะ นายเข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะ”
“อย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” หลี่ซูลี่พูดขอตัว
เมื่อเห็นหลี่ซูลี่เดินออกไปแล้ว หย่งซ่งฉือก็ยังไม่ยอมพูดธุระของเขา หลินเจิ้งฉีจึงพูดขึ้น “ซ่งฉือ นายมีเรื่องสำคัญอะไรก็เล่ามาเถอะ ฉันกับพี่หวั่นเฉินไม่มีความลับกันหรอก อีกอย่างฉันกับเขาก็กำลังปรึกษากันเรื่องของหย่งอิงอิงอยู่พอดี”
“พี่...พี่อิงอิงทำไมหรือครับ เธอมาทำความเดือดร้อนอะไรให้พี่หรือครับ” หย่งซ่งฉือรีบถามขึ้นอย่างกังวล
“เรื่องที่นายอยากพูดก็คือเรื่องของหย่งอิงอิงสินะ นายเล่ามาเถอะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น” หลินเจิ้งฉีบอกกับหย่งซ่งฉืออีกครั้ง
หย่งซ่งฉือจึงเล่าเรื่องที่เขาได้ยินแม่ของเขากับหย่งอิงอิงกำลังวางแผนที่จะให้หลินเจิ้งฉีรับผิดชอบเด็กในท้องของหย่งอิงอิง ให้หลินเจิ้งฉีและต้าหวั่นเฉินฟังอย่างไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“ผมไม่คิดเลยว่าแม่กับพี่อิงอิงจะมีความคิดที่ร้ายกาจอย่างนั้น พวกเขาไม่คิดเลยหรือครับว่าถ้าพวกเขาทำเรื่องนี้สำเร็จ แล้วพี่อันอันล่ะครับ พี่อันอันจะเป็นยังไง”
“ซ่งฉือ ฉันขอบใจนายมากที่ยังเป็นห่วงฉันกับอันอัน เอาไว้ฉันจะระวังตัวเองให้ดีที่สุดก็แล้วกัน วันนี้นายกลับบ้านไปก่อนนะ ฉันยังมีธุระเรื่องอื่นที่ต้องปรึกษากับพี่หวั่นเฉินต่อ” หลินเจิ้งฉีบอกกับหย่งซ่งฉือ
“ครับพี่เขย พี่อย่าลืมนะครับว่าพี่ต้องระวังพี่อิงอิงให้ดี พี่อย่าอยู่กับเธอตามลำพังเป็นอันขาดเลยนะครับ” หย่งซ่งฉือยังไม่ลืมที่จะกำชับพี่เขย
หย่งซ่งฉือเดินออกจากสำนักงานไป หลินเจิ้งฉีจึงพูดกับต้าหวั่นเฉิน “สงสัยเราต้องรีบลงมือแล้วล่ะครับ”