บทที่ 40
“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านภาม” เมมี่เอ่ยทักทาย เมื่อเห็นภามเดินเข้ามาในห้องครัว “อรุณสวัสดิ์ คนอื่นๆ ล่ะ”“อลันรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ส่วนเด็กๆ ยังไม่ตื่นเจ้าค่ะ” เมมี่อธิบาย“อ้อ” ภามพยักหน้ารับ วันนี้เขาตื่นเช้ากว่าปกติ จึงไม่แปลกใจที่เด็กๆ ยังไม่ตื่น และอาหารเช้ายังทำไม่เสร็จ ภามจึงลงมือช่วยเมมี่ทำอาหารเช้า ไม่นานอลันก็รดน้ำเสร็จ และไปปลุกเด็กๆ ให้ลุกขึ้นมากินอาหารเช้าด้วยกัน “วันนี้พวกเราจะทำอะไรกันหรือขอรับ” อามินถามขึ้น ขณะที่ในปากก็เคี้ยวอาหารไปด้วย“อืม... แล้วพวกเจ้าอยากทำอะไรล่ะ” ภามหันกลับไปคุยเล่นกับเด็กๆ“ข้าอยากไปเล่นกับเจ้าดำ เจ้าขาว... เอ้ย! ไม่ใช่สิ ข้าอยากไปดูแลม้าเจ้าค่ะ” แอนเน่รีบเสนอตัว“ข้าทำงานอะไรก็ได้ตามที่ท่านสั่งขอรับ” อามินยืดตัว กล่าวเป็นงานเป็นการ“เช่นนั้น ตอนเช้า พวกเจ้าก็ช่วยแม่ของพวกเจ้าเอาผักสวนครัวในโรงเรือนไปลงปลูกในแปลงกันก่อน ช่วงบ่ายค่อยไปเล่น.. ไม่สิ ค่อยไปดูแลพวกเจ้าดำกับเจ้าขาว ดีหรือไม่” ภามแกล้งพูดผิดตามแอนเน่ ยิ้มๆ พร้อมกับเอามือไปลูบหัวเด็กๆ เบาๆ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองตอบกลับมาอย่างร่าเริง หลังมื้ออาหาร ทุกคนช่วยกันล้างจาน เก็บกวาดห้องครัวเหมือนปกติ ภามจึงออกมาเดินตรวจแปลงมันฝรั่ง แครอท ผักกาดขาว และกะหล่ำปลี ที่ปลูกไว้ก่อนเข้าเมืองรอบก่อนผักทั้งสี่ชนิดนี้โตเกือบเต็มที่แล้ว คาดว่าอีกสองสามวันน่าจะเก็บเกี่ยวได้ และหากเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบนี้เสร็จ เขาก็จะสามารถนำไปปลดล็อคโซนอุปกรณ์การเกษตรได้แล้ว ภามหันไปมองกองอิฐดินเหนียวที่วางเรียงตามไว้ในบริเวณไม่ไกลนัก‘ตากอิฐไว้วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว พรุ่งนี้น่าจะเอามาใช้สร้างห้องเย็นใต้ดินได้ จากนั้นพักกันสักวัน ก่อนจะเก็บเกี่ยวก็ดีเหมือนกัน’ ภามยืนพยักหน้าพอใจกับแผนงานของตนเอง “ท่านภาม ด้านในเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว ให้พวกเราแยกย้ายกันทำงานเลยหรือไม่ขอรับ” เสียงอลันทักขึ้นจากด้านหลัง“ได้เลย” หลังจากรู้ว่าใกล้จะได้ปลดล็อคโซนแรกแล้ว ภามก็รู้สึกตื่นเต้น และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ งานประกอบเกวียนในช่วงเช้าวันนี้จึงเต็มไปด้วยบทพูดคุยเล่นกันอย่างผ่อนคลาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเกวียนประกอบไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว “เกวียนน่าจะประกอบเสร็จภายในช่วงเช้านี้แล้ว ช่วงบ่ายเราจะทำอะไรกันต่อหรือขอรับ” อลันถามขึ้น ขณะที่ในมือก็ประกอบชิ้นส่วนลงไปที่ตัวเกวียนเรื่อยๆ ไม่หยุด“ข้าคิดว่าเราน่าจะขุดอุโมงค์ไว้เตรียมทำห้องเย็นใต้ดินได้แล้ว” ภามเกริ่น“ก็ดีนะขอรับ ตากอิฐไว้สามวันได้แล้ว ถ้าขุดดินกันช่วงบ่าย พรุ่งนี้เอาอิฐลงไป และฉาบรอบๆ คาดว่าไม่น่าจะใช้เวลานานเกินพรุ่งนี้เย็นก็เสร็จแล้ว” อลันกล่าวเห็นด้วย“ท่านภาม ท่านพ่อ ท่านแม่ให้มาตามไปทานอาหารได้ละ... เอ๋!! นี่อะไรกัน เหมือนบ้านหลังเล็กเลยเจ้าค่ะ” แอนเน่ที่มาตามทั้งสองคนไปกินข้าว เมื่อเห็นเกวียนใหม่ก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น และไม่พูดเปล่า ยังพยายามปีนขึ้นไปเล่นบนเกวียนอีกด้วย“นี่ๆ เจ้าตัวยุ่ง ลงมาก่อน มันยังสร้างไม่เสร็จดี” อลันรีบปรามลูกสาว พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยลงมาจากเกวียน“ฮ่าๆๆ เช่นนั้น พวกเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวเกวียนที่ประกอบจนเกือบเสร็จแล้วนี่ จะโดนเจ้าตัวยุ่งทำพังซะก่อน” ภามมองภาพตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี ยื่นมือไปลูบหัวแอนเน่ที่อยู่ในอ้อมแขนของอลันเบาๆ ก่อนจะเดินนำทั้งสองเข้าบ้าน หลังจากที่คุยกับอลันไว้ว่าช่วงบ่ายจะขุดอุโมงค์ไว้สร้างห้องเย็น ช่วงมื้อเที่ยง ภามจึงบอกทุกคนให้ไปช่วยกันขุดดินในช่วงบ่าย โดยให้เด็กทั้งสองไปเล่นในคอกม้าได้ แต่อามินกลับยืนยันว่าอยากจะไปช่วยขุดดินอีกแรงมากกว่า ภามจึงยอมตกลง หลังอาหารมื้อเที่ยง เมมี่ล้างจานเก็บกวาดครัวเสร็จ ภามกับอลันที่ออกมาประกอบเกวียนต่อหลังจากกินข้าวก็ประกอบเกวียนได้จนเสร็จพอดี ทั้งหมดจึงพากันนำไปทดลองเทียมเกวียนเข้ากับม้าทั้งสองตัว “ว้าว!! ข้าชอบมาก เหมือนบ้านหลังนึงเลย” แอนเน่กล่าวอย่างตื่นเต้น แม้จะเห็นเกวียนนี้ตอนก่อนไปกินข้าวแล้ว แต่พอเห็นตอนนำมาเทียมกับม้าทั้งสองตัวแบบนี้แล้ว กลับทำให้ยิ่งดูอลังการมากขึ้นไปอีก“ตอนนี้ข้าลองขึ้นไปเล่นได้หรือยังเจ้าคะ” แอนเน่ขออนุญาต พร้อมกับมองไปที่ภาม และอลัน“ได้ เจ้าขึ้นไปสิ” ภามเอ่ยอนุญาต พร้อมกับช่วยพยุงแอนเน่ให้ปีนขึ้นไปบนเกวียน“เจ้าก็ลองขึ้นไปได้นะ” ภามหันกลับไปบอกอามิน เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มก็มีอาการตื่นเต้น แต่พยายามซ่อนไว้“ขอบคุณขอรับ!” อามินกล่าวอย่างปกปิดน้ำเสียงดีใจไว้ไม่มิด ก่อนจะปีนตามน้องสาวขึ้นไปบนเกวียน ภามปล่อยให้อลันกับเมมี่ดูแลเด็กๆ เล่นอยู่บนเกวียนสักพัก ส่วนเขาเดินออกมาสำรวจหาที่สำหรับขุดดินสร้างห้องเก็บความเย็นใต้ดิน “แถวโกดังก็ดี ไม่ค่อยมีแดดส่องด้วย แต่ออกจะอยู่ไกลจากตัวบ้านเกินไปหน่อย” ภามมองพื้นที่บริเวณข้างโกดังแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ ภามเดินกลับมาบริเวณใกล้ๆ ตัวบ้านอีกครั้ง คิดว่าข้างคอกม้าก็ดี มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดทั้งวัน ห้องใต้ดินนี้จะได้ไม่ต้องรับความร้อน แต่ติดที่หากนำของสำหรับกินมาเก็บข้างคอกม้า ก็ออกจะดูไม่สะอาดเกินไปหน่อย จึงเดินหาที่อื่นเหมาะๆ ต่อ ภามเดินสำรวจรอบตัวบ้านอีกครั้ง จนในที่สุดก็ตัดสินใจจะขุดห้องไว้ใกล้ๆ ต้นไม้หลังบ้าน แม้ต้นไม้นี้จะไม่ใหญ่เท่าต้นข้างรั้วของคอกม้า แต่บริเวณหลังบ้านนี้ก็มีต้นไม้มาก และร่มรื่นตลอดทั้งวัน อีกทั้งอยู่ใกล้ตัวบ้าน และลำธาร คาดว่าใต้ดินก็น่าจะเย็นอยู่ไม่น้อย หลังจากตัดสินใจเลือกพื้นที่สำหรับขุดห้องใต้ดินได้แล้ว ภามก็หาไม้มาปักขอบเขตตามขนาดที่ต้องการเอาไว้ ก่อนจะเดินไปตามทุกคนที่คอกม้าภามกับอลันช่วยกันนำเกวียนออกไปเก็บไว้มุมหนึ่งของบริเวณคอก ก่อนจะอนุญาตให้แอนเน่อยู่เล่นกับม้าในคอกได้ ส่วนที่เหลือไปช่วยกันขุดดินหลังบ้าน ตลอดช่วงบ่ายทุกคนช่วยกันขุดดินกันอย่างขยันขันแข็ง จนเวลาล่วงเลยมาใกล้มื้อเย็น ภามจึงให้เมมี่ไปเตรียมอาหาร และให้อามินไปพักได้แล้ว ส่วนที่เหลืออีกไม่มาก เขากับอลันจะช่วยกันทำต่อให้เสร็จเอง อาหารมื้อเย็นนี้เป็นซุปผักง่ายๆ แต่เนื่องจากความหิว ทุกคนจึงกินกันด้วยความเอร็ดอร่อย และเช่นเคย แอนเน่เป็นคนเดียวที่มีปัญหากับมื้อที่ไม่มีเนื้อเลยสักชิ้นเช่นนี้ ลำบากอลันต้องปลอบใจว่าจะไปล่านกคัลเลอร์เบิร์ดมาให้พรุ่งนี้ แอนเน่จึงยอมกินต่อ แต่ก็ไม่วายบ่นอุบอิบอีกเล็กน้อย จนเมมี่ต้องยกชื่อภามขึ้นมาขู่ แอนเน่จึงยอมก้มลงกินอาหารต่ออย่างว่าง่าย ภามมองภาพครอบครัวตรงหน้ายิ้มๆ เขาพาทั้งครอบครัวนี้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ครบอาทิตย์นึงแล้ว ทำให้รู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น ส่วนงานไร่งานสวนของเขาก็คืบหน้าไปไม่น้อย ถือว่าการตัดสินใจครั้งนี้ได้ผลออกมาไม่เลวจริงๆ