ตอนที่ 1 (5)
“ตัวอะไรอะไร!”
ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวเดินเข้ามาโดยที่มือข้างหนึ่งของเขายังคงกุมหัวเอาไว้อยู่ สีหน้าขาวซีดหลังผ่านการใมาแตกต่างกับสีหน้าขาวอมเขียวที่ราวกับขาดสารอาหารของหงเซี่ยนอย่างสิ้นเชิง
“เวียนหัวจังเลย...” ชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุสามสิบกว่านั้น หากดูดีๆ จะเห็นว่าที่หางตามีริ้วรอยจางๆ อยู่บ้างแล้ว เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาสะดุดตา ตัวสูงพอๆ กับหงเซี่ยน ส่วนรูปร่างนั้นแค่มองดูก็รู้แล้วว่าผ่านการฝึกฝนมา ดังนั้นจึงใส่ชุดสูทสีขาวที่คนปกติไม่สามารถประคองชุดให้ไม่ยับยู่ยี่และดูสง่างามพร้อมกันได้อย่างสบายๆ
คนผู้นี้หล่อจนไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง องคาพยพงดงามจนเหมือนใบหน้าของเทพเซียน สามร้อยหกสิบองศาไม่มีมุมตายเลย
หงเซี่ยนเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองเด็กหนุ่มที่กำลังพยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ และยากลำบากอีกครั้ง แล้วขมวดคิ้ว
ตอนที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวมองตามสายตาของหงเซี่ยนไปยังเด็กหนุ่ม เขาเองก็ตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน
หงเซี่ยนกล่าว “หน้าตาแปลกมาก...”
ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวะโลั่น “เซี่ยนเซี่ยน รู้ว่าลูกน่ะหน้าตาหล่อเหลาเหมือนพ่อ แต่พ่อไม่เคยสอนให้ลูกวิจารณ์คนอื่นแบบนี้นะ ต้องขอโทษ หน้าตาแปลกมากอะไรกัน!”
คนหนุ่มในชุดสูทสีขาวก็คือกวนเย่ว์พ่อของหงเซี่ยนในโลกมนุษย์ เขามีใบหน้าที่ขัดกับหลักธรรมชาติ ปีนี้อายุสามสิบแปด กำลังจะย่างเข้าสามสิบเก้าแล้ว แต่กลับดูไม่แก่แต่อย่างใด
ทั้งสองคน หนึ่งขาว หนึ่งดำ เมื่อยืนด้วยกันแล้วเหมือนเป็น้องชายกับพี่ชาย เพียงแต่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันเท่านั้น
คนหนึ่งดูมืดมนและขี้โรค ในขณะที่อีกคนดูสดใสและร่าเริงอย่างมาก
เมื่อกวนเย่ว์พูดจบแล้วเห็นหงเซี่ยนไม่พูดอะไร จึงถูมือแล้วรีบเดินไปทางเจี่ยนอินที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยทันที
“เอ่อ คือ เ้าหนูขอโทษจริงๆ นะ!” พอกวนเย่ว์เปิดปากก็ขอโทษทันที บนใบหน้ามีความรู้สึกเสียใจด้วยใจจริงและเป็กังวลอย่างสุดซึ้ง
“เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน ฟ้าเอาแต่ร้องไม่หยุด ฉันคนนี้น่ะอะไรก็ไม่กลัว กลัวก็แต่ฟ้าร้อง เลยรีบกลับบ้านเพื่อไปหลบ ใครจะไปรู้ว่าฟ้าจะผ่าลงมาที่หน้ารถของฉัน ทำฉันใหมดเลย...อะไรก็มองเห็นไม่ชัด ไม่คิดเลยว่าจะชนนายจนกระเด็น!
“คุณหมอบอกว่าทั้งตัวนายกระดูกหักหลายจุด ยากที่จะช่วยชีวิตกลับมาได้ ขอโทษมากจริงๆ นะ ฉันติดต่อบริษัทประกันภัยไปแล้ว นายไม่ต้องกังวลค่ารักษาที่จะตามมาทีหลัง ฉันจะรับผิดชอบทั้งหมด นี่นามบัตรของฉัน!”
กวนเย่ว์ล้วงเอากระเป๋าสตางค์หนังแท้สีขาวแบรนด์ดังออกมาจากในกระเป๋าเสื้อสูท แล้วหยิบนามบัตรที่มีสีขาวแบบเดียวกัน พร้อมทั้งมีตัวอักษรสีทองพิมพ์อยู่บนนั้นออกมาหนึ่งใบแล้วยื่นให้กับเจี่ยนอิน
เจี่ยนอินรับนามบัตรที่กวนเย่ว์ยื่นมาให้อย่างมึนๆ แล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อดูแวบหนึ่ง เขาถือไว้ใกล้มาก ถึงจะอ่านข้อความบนนั้นออกมาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งว่า “ร้านหมั้นหมาย…กวน...เย่ว์”
“ใช่ๆๆ ฉันชื่อกวนเย่ว์!” กวนเย่ว์พูดพลางถูมือ
เจี่ยนอินพลิกนามบัตร เห็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือกับบัญชีบนโซเชียลของกวนเย่ว์อยู่ที่ด้านหลัง
เจี่ยนอินเงยหน้าขึ้นมองกวนเย่ว์ด้วยสีหน้าที่ยังคงมึนๆ
หงเซี่ยนจ้องมองเจี่ยนอินอยู่ตลอด สัญชาตญาณทำให้เขารู้สึกได้ว่าเจี่ยนอินไม่ปกติอย่างมาก
เจี่ยนอินขยี้ตาอีกครั้ง และครุ่นคิด “แว่นตา...ของผมล่ะ”
“แว่นตาเหรอ” กวนเย่ว์พูดทันทีว่า “น่าจะหล่นไปตอนรถชนแล้ว ไม่เป็ไร ฉันจะติดต่อให้คนไปช่วยซื้อแว่นตามาชดเชยให้นายทันที นายสายตาสั้นเท่าไร”
เจี่ยนอินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบ กลีบปากสีชมพูอ่อนทั้งสองนั่นพูดออกมาทีละคำๆ ว่า “ไม่ รู้ สิ...”
“โอ้ๆๆ ไม่เป็ไร ฉันจะคิดหาทางเอง!” กวนเย่ว์พูด “เอ่อ นายอยากจะติดต่อครอบครัวของนายให้มาที่โรงพยาบาลก่อนไหม ฉันจะได้ให้ลูกชายของฉันจัดการเื่ต่อไปของนายให้”
กวนเย่ว์หันไปมองหงเซี่ยน แล้วเลิกคิ้ว “เซี่ยนเซี่ยน ทำไมลูกถึงยังนั่งอยู่อีก รีบเข้ามาถามไถ่เ้าหนูเขาเร็วสิว่าโอเคไหม เป็ยังไงบ้าง กระดูกหักตั้งหลายที่นะ หนักขนาดนี้ แต่ลูกกลับทำท่าไม่ซีเรียสเลย ใช้ได้ที่ไหนกัน! พ่อสอนลูกแบบนี้เหรอ”
เห็นได้ชัดว่าหงเซี่ยนไม่อยากขยับ เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สุดพิเศษ VVIP ที่แค่มองก็รู้ว่าราคาแพงมากตัวนั้น แล้วก้มหัวไถโทรศัพท์มือถือเล่น
กวนเย่ว์คับแค้นใจ “ไถโทรศัพท์ ไถโทรศัพท์มันเข้าไป! เด็กๆ สมัยนี้ไม่มีวันไหนที่ไม่ไถโทรศัพท์ พวกลูกถูกิญญาโทรศัพท์เข้าสิงกันหมดแล้วใช่ไหม! รอเดี๋ยวเถอะจะพาลูกไปสักการะและขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่วัด! เดือนเจ็ดประตูนรกเปิด ทำให้อะไรก็ไม่ราบรื่น!”
หงเซี่ยนยังคงไถโทรศัพท์มือถือต่อไป ไม่สนใจพ่อของเขา
กวนเย่ว์หันไปมองเจี่ยนอิน แล้วจู่ๆ ก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง
พวกเขาทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก กวนเย่ว์ก็สงบลงเล็กน้อยด้วยแล้วเหมือนกัน เขาถึงได้มองรูปร่างหน้าตาของเจี่ยนอินอย่างละเอียด
ปากของกวนเย่ว์ค่อยๆ อ้าออก และมีทีท่าว่าจะหุบไม่ได้อยู่นิดหน่อย ผ่านไปสักพักถึงได้ยินเสียงของหงเซี่ยนที่ดังมาจากทางด้านหลังเขาว่า “สังเกตเห็นแล้วใช่ไหม”
กวนเย่ว์ที่กำลังยืดคอตรงอยู่ค่อยๆ พยักหน้าอย่างแข็งทื่อ