ร่างสูงเกือบแปดชื่อของคุณชายเสิ่นเซี่ยเวยก้าวเข้ามาในจวนด้วยท่าทางงัวเงียคล้ายคนพึ่งตื่นกลิ่นสุราคลุ้งออกมาจากชุดที่เขาสวมจนบ่าวหลายคนที่กำลังทำงานอยู่ในช่วงเช้าต้องเบือนหน้าหนีเดินเข้าไปด้านในจวนไม่รับรู้ท่าทางเหล่านั้นของบ่าวชายหญิงที่แสดงท่าทางรังเกียจผู้เป็นนายอย่างไม่ปิดบัง
“ว่าที่ซื่อจื่อท่านโหวอะไรท่าทางราวกับขอทานข้างถนน”
“นี่เจ้าเสียงเบาหน่อยสิหากคุณชายได้ยินไม่พ้นต้องโดนโบยแน่”
“เจ้าจะไปกลัวอะไรที่ผ่านมาพวกเราก็พูดเช่นนี้ ไม่เห็นจะมีใครโดนอะไรเลย”
เสียงนินทาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังออกมาจากสาวใช้หลายคนที่จับกลุ่มคุยกันมองว่าที่ซื่อจื่อท่านโหวด้วยสายตาดูแคลน
ในความรู้สึกของพวกนางคุณชายผู้นี้นับว่าไม่ได้มีอะไรดีสักอย่างแม้บิดาจะเป็นถึงท่านโหวผู้สร้างคุณูปการมากมายให้กับแว่นแคว้นเป็นที่นับหน้าถือตาแต่กลับมีบุตรชายเสเพลไม่เอาไหนดื่มสุราเคล้านารีเล่นมากกว่าเรียน ดูไม่เป็นโหลไม่เป็นพาย อีกทั้งเกิดจากอนุที่เป็นบ่าวก้นครัวสถานะของเขาในจวนก็ไม่ค่อยจะสู้ดี บิดาไม่รักไม่สนใจ มารดาตายจากไร้ที่พึ่งพิง
หากจะนับเรื่องที่ว่าดีกว่าพวกนางสักหน่อยก็คงไม่พ้นเกิดเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านโหวมีสถานะเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวที่คอยค้ำเอาไว้ก็เท่านั้นมิฉะนั้นบุตรบ่าวอย่างเช่นเขาคนนี้เห็นทีคงโดนทิ้งไว้ท้ายจวนไม่มีใครเหลียวแล
และเป็นเช่นนี้ที่สาวใช้กล่าวเพราะเซี่ยเวยไม่แม้แต่จะหันมองด้วยซ้ำว่าผู้ใดเย้ยหยันคุณชายเพียงหนึ่งเดียวอย่างเขาแต่กลับเดินปิดปากหาวกลับไปยังเรือนของตน ที่อยู่ห่างไกลแทบจะสุดเขตตะวันตกของจวนทันทีที่ฝ่าเท้าใหญ่ก้าวเข้าไปในเรือน บานประตูปิดลงร่างของคนเมาก็กระโจนพุ่งขึ้นเตียงล้มตัวหลับตานอนทั้งอาภรณ์คุ้มกลิ่นเหล้าไม่รักษาความสะอาดไร้มาดของว่าที่ซื่อจือบุตรชายท่านโหวไม่เหลือท่าคุณชายสกุลสักนิด
แสงตะวันตั้งตรงหัวส่องแสงจ้าทุกคนในเรือนตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ตนแต่ฟ้ายังไม่สางผิดกลับคุณชายเพียงคนเดียวของจวนที่จนเวลานี้แล้วเขากลับยังนอนอยู่บนที่นอนส่งเสียงหายใจแรงออกมาเสียงกรนดังออกมาจากเขาเป็นระยะก่อนดวงตาเรียวจะลืมขึ้นอย่างหงุดหงิดหลังมีแมลงบินตอมที่ใบหน้า ข้างใบหูส่งเสียงน่ารำคาญจนเขาต้องตื่นขึ้นมา
ดวงหน้ายับยู่หันมองนอกหน้าต่างร่างเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ลุกขึ้นจากเตียงกวาดตามองห้องนอนของตัวเองด้วยความรู้สึกเกียจคร้านเลียปากแจ๊บแจ๊บดังออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินปิดปากหาวตรงไปยังห้องอาบน้ำที่ตอนนี้น้ำในถังเย็นเฉียบฝ่ามือใหญ่วักน้ำขึ้นมา ถอนลมหายใจก่อนจะหันหน้ามองออกไปนอกเรือนเพียงครู่แล้วหันกลับมาตัดใจถอดเสื้อผ้าออกจากกายก้าวลงถังน้ำเย็นทนอาบไปยังไม่คิดเรื่องมาก
นับแต่จำความได้เขาก็ถูกมารดาปลูกฝังว่าห้ามเรื่องมากเด็ดขาดแม้จะเป็นบุตรชายคนแรกของจวน แต่ก็ห้ามเรียกร้องวางตนเหนือผู้อื่นจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่เรื่องมากวุ่นวายสร้างเรื่อง
หลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็วเซี่ยเวยก็ออกมาที่โต๊ะอาหารเขาถอนหายใจมองอาหารสามสี่อย่างที่วางเรียงบนโต๊ะก่อนจะจำนั่งลงคีบอาหารเหล่านั้นเข้าปากไม่คิดอิดออดของเหลือเรือนใหญ่ไม่ได้ถูกนำมาวางใหม่ใส่จานส่งมาที่เรือนเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรกเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เขาจำความได้ถึงแม้ว่ามารดาจะได้เลื่อนจากบ่าวในครัวเป็นอนุแต่ก็ไร้ปากเสียงทำให้โดนกลั่นแกล้งมาตลอดยิ่งบิดาเขาไม่ได้สนใจพวกเขาสองแม่ลูกก็ไม่ต่างอะไรกับคนอาศัยที่โดนทั้งนายและบ่าวกดขี่แม้จะยังดีที่ทุกอย่างอยู่ในขอบเขต แต่เรื่องกินของเหลือก็นับว่าเป็นเรื่องปกติชินชาหากไม่เพราะคิดหาทางเอาตัวรอดอดออมลงขันในเหลาสุรากับคนไว้ใจเห็นทีคงไม่ต่างอะไรกับขอทานนอกเรือนที่ต้องนั่งข้างถนนแบมือขอข้าวเป็นแน่
“นั่น!!พวกเจ้าดูสิเกิดเป็นคุณชายจวนโหวนี่ช่างดีจริงๆตะวันคล้อยขนาดนี้แล้ว..เพิ่งจะตื่นออกมาจากเรือน ไม่ต้องเล่าเรียนไม่ต้องช่วยเหลือดูแลกิจการอย่างคุณชายจวนอื่นชีวิตเช่นนี้ช่างน่าอิจฉาเสียจริง”
ชายหนุ่มเพียงเหลือบตามองบ่าวชายสองสามคนที่รดน้ำในสวนอย่างไม่คิดสนใจที่คนพวกนั้นทำตัวเสมอนายว่ากล่าวเขาออกมายังไม่คิดเกรงกลัว เดินต่อไปไม่เอ่ยโต้แย้งราวกับว่าคำพวกนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาทว่าหูเขากลับยังได้ยินคำถากถางแว่วมาไม่หยุด
“นั่นสิ...ข้าละอิจฉาคุณชายอยากจะเป็นดังเช่นเขาที่ออกไปเที่ยวเสรี กินดื่มเต็มที่ มีสุรา มีนารี กลับบ้านตอนเช้า ตื่นขึ้นมาก็มีทั้งน้ำอุ่น อาหารแถมเสื้อผ้าอาภรณ์ก็ล้วนเป็นของล้ำค่ามีราคาชีวิตเช่นนี้นี่มันช่างสุขสบายเสียจริง”
‘หึ!! กินดื่มเต็มที่สุรานารี อาภรณ์ น้ำอุ่น อาหารร้อน น่าอิจฉาเหอะน่าอิจฉา ข้าละอยากจะเพ่ย!!’ เด็กหนุ่มกลอกตาแบะปากเดินผ่านออกไปจากจวนเพื่อไปเหลาสุราตั้งแต่ตะวันยังไม่คล้อยลงดิน
“อร่า..ซี้ดดด เจ้า!!นังสตรีชั่ว ซี้ดด บังอาจขวัญกล้าคิดขโมยเงินข้า เจ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วใช่หรือไม่ซี้ดด”
เสียงที่ดังแว่วออกมาจากห้องใหญ่ชั้นบนสถานที่ทำงานของเถ้าแก่ร้านทำว่าที่ซื่อจื่ออย่างคุณชายเสิ่นต้องหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวไปยังไปห้องส่วนตัวที่อยู่ถัดไปอีกฝั่งของบันไดดวงหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยหันมองไปทางประตูห้องก่อนจะมองออกไปรอบเหลาสุราที่เวลานี้ยังร้างผู้คน
อ๊ออก อึกอึก ซี้ดดด
เสียงครางลึกเคล้าเสียงหยาบเรียกความสนใจคุณชายเสิ่นอีกครั้งเขามองหุ้นส่วนเหลาสุราที่ยืนขยำเส้นผมเด็กสาวร่างเล็กหน้าตาคุ้นเคยเพราะเป็นบ่าวในร้านแล้วขยับศีรษะนางเจ้าหาร่างตัวเองไม่หยุดส่วนอีกมืออีกข้างก็ถือถุงเงินที่คาดว่าจะเป็นถุงที่เด็กสาวนางนั้นขโมยไปอย่างที่ปากสหายพร่ำบ่น
ฝ่าเท้าหนาขยับเข้าหาห้องทำงานของสายเรื่อยๆ สายตาก็จ้องสองร่างในห้องผ่านช่องประตูที่ปิดไม่สนิท
“เจ้าอร่ารู้ผิดแล้วหรือยัง อร่า ซี้ดดด แต่แค่นี้มันยังไม่สมกับความขวัญของเจ้า อร่า”เซี่ยวเวยมองสหายร่วมลงทุนลากเด็กสาวนางนั้นที่ไม่ยินยอมน้ำตานองหน้าแต่ไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้ดังออกมาสายตาขอความช่วยเหลือที่ส่งมาทำเขาร่างแข็งทื่อก่อนจะเหลือบสายตามองสหายที่หันมองมาเช่นกันก่อนจะหันแล้วเดินจากไปโดยไม่ลืมปิดประตูห้องให้ทั้งสองแล้วไปยังเป้าหมายของเขาในตอนแรก
“ไยวันนี้คุณชายเสิ่นผู้ยิ่งใหญ่ถึงดูไม่มีความสุขเลยละ”ใบหน้าครุ่นคิดหันไปทางสหายสนิทที่มักจะมากินดื่มกับเขาอยู่ตลอดแล้วถอนหายใจก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่ม พลางมองไปทางการแสดงด้านล่างราวสนใจทั้งที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เวลานี้ในหัวเสิ่นเซี่ยเวยมีแต่ภาพที่สหายจับสาวใช้นางนั้นกดหน้านางเข้าหาท่อนลำกายเสียงครางลึกด้วยความกระสันทั้งเสียงน้ำในปากนางยังดังก้องอยู่ในหัวสีหน้าเสียวซ่านและท่าทางสุขสมของสหายทำเขาเสียววาบในห้องเส้นขนลุกพองจนต้องลูบแขนตน
“เหล่าเกาเจ้ามาดูสหายเจ้าเร็วไม่รู้เขาเป็นอะไร ตั้งแต่ข้ามาก็เห็นเขาเอาแต่นั่งเหม่อแล้ว”
“จะเป็นอะไรเล่าเขาก็ตะลึงกับวิธีกำราบบ่าวของข้าอยู่นะสิ”คนมาใหม่มองไปทางเด็กหนุ่มร่างสูงอายุน้อยสุดด้วยสายตากรุ้มกริ่มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาฉายชัดว่าสนุกมากกว่าอายที่สหายเห็นการกระทำนั่น
“ฮ่าฮ่าข้าก็ว่าเจ้าดูครุ่นคิดแปลกๆที่แท้ก็พึ่งจะรับรู้นี่เองว่าสหายลำบากเพียงใดกว่าจะดูแลกิจการนี่ได้สำเร็จ”
เสิ่นเซี่ยเวยมองใบหน้าสหายอีกหลายคนก่อนจะจ้องใบหน้าของเถ้าแก่เกา เจ้าห้องเหลาแห่งนี้และเป็นสหายของเขาพวกเขานั้นนับว่าเป็นคุณชายเสเพลเรื่องชื่อในเมืองหลวง อะไรไม่ดี ไม่เหมาะไม่ควรล้วนรวมอยู่ที่พวกเขาทั้งสิ้น ทว่าที่คนนอกไม่รู้คือพวกเขาทุกคนรวมถึงเถ้าแก่อย่างเหล่าเกานั้นร่ำรวยมีกิจการมากมายทั้งหลักแหลม เพียงท่าทางเหล่านั้นหลบซ่อนเอาไว้ภายใต้ท่าทางไม่เอาในสายตาผู้คน
“ว่าอย่างไรเสี่ยวเสิ่นเจ้าเข้าใจหรือยังว่าสหายเจ้านั้นลำบากต้องคอยรับหน้าให้คุณชายจวนโหวอย่างเจ้าแล้วยังต้องจัดการบ่าวดื้อรั้นพวกนั้น”
“ท่านทำเช่นนั้นกับทุกคนเลยหรือ?”น้ำเสียงและท่าทางใสซื่อของเด็กหนุ่มวัยเพียงสิบแปดเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมโต๊ะดังลั่นสายตาไม่เข้าใจของกวาดมองไปที่สหายทุกคนก่อนจะมองตรงที่เถ้าแก่เกาอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าดูเจ้าดูความใสซื่อของเขา คนนอกมองว่าที่ซื่อจื่อว่าเป็นคุณชายเสเพลดื่มสุราเคล้านารี ทว่าใครจะรู้นอกจากสุราแล้วเขาไม่เคยสัมผัสนารีฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะดังลั่นนี้ของสหายทำเด็กหนุ่มเขินอายไม่น้อยทว่าเขาก็ไม่โต้แย้งอะไรกลับไปเพราะที่เถ้าแก่เกาเอ่ยมาก็คล้ายเป็นความจริงทั้งสิ้น
“ใช่ ข้าทำเช่นนั้นพวกเขาก็รู้ มีเพียงเจ้าคนเดียวนี่แหละที่พึ่งจะรู้วันนี้”
“แล้วท่านไม่กลัวพวกนางฟ้องร้องทางการหรือ”
“ฮ่าฮ่ากลัวอะไรเอกสารซื้อขายพวกนางอยู่ที่ข้าทั้งในตอนท้ายก็ล้วนยินยอมฟ้องร้องไปก็มีแต่พวกนางที่จะเสียเวลาเปล่า”
“แล้วเช่นนั้นนี่จะนับว่าเป็นการลงโทษหรือในเมื่อพวกนางยินยอม”
“นับสิ! เพราะข้าทั้งตีทั้งฟาด กระแทกแรงจนพวกนางบอบช้ำเดินไม่ไหวและหากร้ายแรงมาหน่อยพวกเขาใครสักคนก็เข้าไปช่วยข้าเจ้าว่าแบบนี้แล้วพวกนางจะไม่หลาบจำหรือ”
ใบหน้าของเถ้าแก่เกาที่ยื่นเข้ามาใกล้พร้อมเอ่ยแผ่วด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าทำเด็กหนุ่มไม่ประสาร้อนวูบไปทั้งกายสายตาเขาที่กวาดมองสหายร่วมลงทุนเต็มไปด้วยความรู้สึกทึ่ง ประหลาดใจและสงสัยถึงว่าในบางครั้งพวกเขามักจะหายไปด้วยกันนานๆ กลับมาก็ทำท่าทางกรุ้มกริ่มยิ้มน้อยใหญ่จะมีก็แต่เขาที่เอาแน่นั่งยิ้มหัวดื่มสุรา มองการแสดง คิดบัญชี
“ทำไมเจ้าสนใจวิธีนี้ของข้าหรือ”
“...”
“หากเจ้าสนใจก็ไปใช้สิข้าไม่หวงหรืออยากให้สอนก็บอกพวกข้ายินดี”สายตาสี่คู่ที่มองมาอย่างล้อเลียนทำเซี่ยเวยต้องเบี่ยงหน้าหนี พร้อมปฏิเสธ
“บ้า!! ข้าแค่สงสัย”
มือสั่นเล็กน้อยยกสุราดื่มแก้เขินพร้หอมสายตามองไปทางเวทีด้านล่างเพื่อกลบเกลื่อนทว่าในหัวของเขากลับมีภาพสหายและบ่าวลอยวนเอาไม่ออก
“จ้าววววจา...กลับแล้วหรือออ?”น้ำเสียงค้างยานของสหายดังออกมาระหว่างที่เซี่ยเวยลุกขึ้นเดินออกจากห้องหลังพวกเขากินดื่มกันมาตลอดคืน
“อืมมม”เซี่ยเวยเอ่ยตอบสหายที่เขาก็มองไม่ชัดว่าผู้ใดถามก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยท่าทางไม่มั่นคงกายโซเซเดินไปตามทางคุ้นชินอย่างเชื่องช้า ท้องฟ้าที่ค่อยๆสว่างช่วยทำให้การมองทางของเขาไม่แย่นัก จนในที่สุดก็กลับมาถึงจวนตัวเองและก็เป็นอย่างเช่นทุกวันที่เพียงขาเขาก้าวเข้าไปในจวนเสียงบ่าวซุบซิบนินทาก็ดังมาให้ได้ยิน
“นั่นเขากลับมาแล้วเจ้าว่านายท่านไม่อายหรือที่มีเขาเป็นบุตร”
“แล้วอย่างไรเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวที่มี จะเสเพลไม่เอาไหนแล้วอย่างไรสุดท้ายวันหน้าทั้งจวนก็ต้องพึ่งเขา”
“เหอะ!!อย่างเขานะหรือจะพึ่งได้ ข้าว่านะพวกเรารีบมองหาทางออกไปจากที่นี่เอาไว้บ้างก็ดีเผื่อวันใดเข้าคุมจวนนี้ขึ้นมาพวกเราจะได้ไม่ต้องอดตาย”
ครั้งนี้เซี่ยเวยตั้งใจยืนฟังสิ่งที่พวกนางพูดอย่างตั้งใจมือข้างหนึ่งคลึงขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดพร้อมกับบทสนาของสายที่ดังเข้าหัวมาเป็นสาย
“เจ้าทำสิกำราบบ่าวรับรองในจวนจะไม่มีใครว่าเจ้าไม่ได้เรื่องอีก”
“นั่นสิแม้เจ้าจะไม่เอาไหนอย่างไรในสายตาบิดา ทว่าเจ้าก็เป็นคุณชายจวนโหวว่าที่ซี่อจื่อบ่าวพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาถากถาง”
“ใช่ๆ”
‘นั่นสิพวกนางเอาสิทธิ์อะไรมาถากถางเขาที่เป็นเจ้านาย’