ความแข็งแกร่งของอนาเธอร์ในร่างจำแลงบาฮามุทนั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก
ท่ามกลางฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตที่โถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ร่างของอนาเธอร์ในรูปจำแลงบาฮามุทยืนตระหง่านกลางสนามรบ เขาใช้พละกำลังของร่างมังกรโดยไม่ต้องพึ่งพาอาวุธใดๆ
หมัดของเขาส่องประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้า ทุกครั้งที่เขาฟาดหมัดออกไป
ร่างของหมาป่าที่ถูกพลังมหาศาลนี้ปะทะเข้าก็ปลิวกระเด็นออกไปอย่างไม่อาจต้านทาน พื้นดินรอบๆร่างมังกรของอนาเธอร์ร้าวแตกระแหงราวกับจะสลายลงไปจากแรงปะทะของเขา
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
หมาป่าปีศาจที่เคยดุดันและไร้ความเกรงกลัว เริ่มถอยห่างออกจากร่างอันน่าเกรงขามของอนาเธอร์ พวกมันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่ามนุษย์คนหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นมังกรที่ทรงพลังถึงเพียงนี้
อนาเธอร์แสยะยิ้มเย็นชา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความโอหังและความมั่นใจที่น่าเกรงขาม
เขาเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นเท้าของเขาก็กระทืบลงไปที่พื้นอย่างแรงจนพื้นดินสะท้านสะเทือน เลือดในกายเขากระจายความร้อนราวกับเปลวเพลิง
ทันทีที่ชายหนุ่มได้เอ่ยคำ
【ทักษะสกิล คมเขี้ยวมังกรพิพากษา】
ทันใดนั้น ผืนดินรอบๆร่างของเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกร้าวนับไม่ถ้วนได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณ
พลังแสงศักดิ์สิทธิ์เริ่มส่องประกายขึ้นจากรอยแตกเหล่านั้น ค่อยๆก่อตัวเป็นคมเขี้ยวมังกรแห่งแสงที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบทิศทาง คมเขี้ยวเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าด้วยความดุดัน ราวกับเป็นสัตว์ประหลาดที่ตื่นขึ้นมาจากห้วงลึกของพิภพ
คมเขี้ยวมังกรแห่งแสงอ้าปากขย้ำร่างของหมาป่าปีศาจที่พยายามจะวิ่งหนี
“กะ..กรร!”
เสียงคำรามโหยหวนของพวกมันดังขึ้น
ขณะที่ร่างของพวกมันถูกเผาผลาญและสลายกลายเป็นละอองแสงในพริบตา
การพิพากษาของบาฮามุทท่วมท้นไปด้วยความร้อนแรงและพลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แสงนั้นเข้มข้นและร้อนแรงประหนึ่งดวงอาทิตย์ที่ตกลงมาสู่พื้นดิน
มันแผดเผาทุกสิ่งที่เป็นความมืดมิด ละลายร่างของหมาป่าปีศาจที่ถูกจับได้ในคมเขี้ยวแห่งแสงอย่างไร้ความปราณี ราวกับจะกวาดล้างเงาอันชั่วร้ายที่ปกคลุมเมืองหรู่หมิงให้สิ้นซาก
【ติ๊ง! สังหารหมาป่าเทพกลืนโลหิต เลเวล 1,800 ได้รับค่าประสบการณ์ 4,000,000 หน่วย】
【ติ๊ง! สังหารหมาป่า...】
【ติ๊ง! สังหารหมาป่า...】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ถึงขีดจำกัด แต้มที่เหลือจะถูกเก็บเอาไว้ ผู้เล่นโปรดไปเลื่อนขั้นที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพัฒนาไปยังเลเวลต่อไป】
ในขณะที่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม
เหล่าผู้เล่นระดับสูงที่ยืนอยู่ห่างออกไปต่างตกตะลึงในพลังที่ม่เคยได้พบเห็นมาก่อน
พวกเขาอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง บางคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลายคนมองอนาเธอร์ราวกับมองเทพเจ้า
ผู้เล่นทุกคนในเมืองหรู่หมิงนั้นต่างรู้จักชื่อของอนาเธอร์ แต่ไม่มีใครเคยคิดเลยว่าเขาคืออวตาร์ของบาฮามุท มังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่หายสาบสูญไปจากโลกตั้งแต่สมัยโบราณ
“ไม่อยากจะเชื่อ…เขาคือบาฮามุทกลับชาติมาเกิดจริงๆงั้นหรือ?”
“สมแล้วที่เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้า อาชีพของพวกเขานี่มันคนละระดับกับพวกเราจริงๆ”
“พลังนี้…นี่มันพลังระดับไหนกันเนี่ย! ซุนหงอคง โอดิน แล้วยังบาฮามุทอีกตนนึงเรอะ!”
อีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างอึ้งทึ่ง ไม่อาจละสายตาจากภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลย
อนาเธอร์ยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นและเศษซากของหมาป่าปีศาจที่ถูกกำจัด ดวงตาของเขาเปล่งประกายเยือกเย็น เสียงแห่งพลังของเขายังคงสะท้อนอยู่ในจิตใจของผู้เล่นทุกคน
ขณะที่ฝูงหมาป่าที่เหลือพากันถอยร่นไปด้วยความหวาดกลัว เสียงกระซิบแห่งความเกรงกลัวดังก้องอยู่ในอากาศ ใบหน้าของอนาเธอร์ยิ้มแสยะอย่างผู้ชนะ ขณะดวงตาสีเงินของเขามองฝูงหมาป่าปีศาจที่แตกพ่ายรอบตัวเขาด้วยความเย่อหยิ่ง
ในความสับสนวุ่นวายกลางสนามรบ
อนาเธอร์กำลังจดจ่อกับการปะทะกับฝูงหมาป่าปีศาจที่พุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย
“หือ? นั่นมัน?”
แต่จู่ๆเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่แปลกประหลาดทางด้านหนึ่งของสนามรบ
“ทักษะสกิล มนตร์เสน่ห์เทพสะกด..”
ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตที่เคยกราดเกรี้ยวและดุร้าย กลับกำลังเข่นฆ่ากันเองโดยไร้ซึ่งเหตุผล
มันเป็นภาพที่ทำให้ผู้คนที่สังเกตการณ์อยู่รอบๆต่างตกตะลึง ผู้คนซุบซิบอย่างตื่นตระหนก
พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บ้างก็คิดว่ามันเป็นเพราะมนต์ดำ หรืออาจจะเป็นอำนาจลึกลับจากใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง
“ใช่จริงๆด้วย!”
อนาเธอร์หรี่ตาลง เพ่งมองอย่างตั้งใจเพื่อหาต้นตอของปรากฏการณ์ประหลาดนี้
กระทั่งสายตาก็จับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย ที่นั่นมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ผมยาวสีทองของเธอโบกสะบัดราวกับเปลวไฟ ดวงตาของเธอฉายแววทรงพลังและดุดัน
ร่างของเธออาบไล้ไปด้วยประกายแสงสีทอง ราวกับเป็นภาพเงาของนางมารร้ายแห่งสวรรค์
เธอสวมชุดเดรสที่ประดับลวดลายอันศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนและความยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกัน ด้านหลังของเธอปรากฏวงแหวนประกายเทพที่หมุนวนอย่างน่าเกรงขาม คล้ายดั่งแสงแห่งพระอาทิตย์ที่เจิดจ้า
ทั่วร่างของเธอส่องสว่างราวกับเป็นเทพเจ้าแห่งการพิพากษา เงาทรงอำนาจของเธอทาบทับเหล่าหมาป่าที่อยู่ด้านล่าง ทำให้พวกมันหวาดกลัวและกลายเป็นปีศาจที่แย่งชิงกันเองในทันที
“นั่นเฟรย่าในร่างจำแลงเทพงั้นเหรอ?”
อนาเธอร์พูดพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ
สิ่งที่เขากำลังเห็นนั้นแตกต่างไปจากทักษะร่างจำแลงของเทพเจ้าที่เขาคุ้นเคย
ซุนหงอคง โอดิน และแม้กระทั่งบาฮามุท ล้วนแล้วแต่ไม่เคยแสดงออกถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจรัสและทรงพลังเช่นนี้
อนาเธอร์อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้
ร่างจำแลงของเฟรย่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมถึงแตกต่างจากร่างจำแลงของคนอื่นๆ ราวกับว่าเธอเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง
ขณะที่เขายังคงจ้องมองอยู่นั้น เฟรย่าก็เหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมา
เธอหันกลับมามองเขาจากระยะไกล นัยน์ตาสีทองของเธอส่งผ่านความรักใคร่และความอบอุ่น มุมปากของเธอขยับเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน คล้ายจะกล่าวอะไรบางอย่างในความเงียบ
เธอส่งสัญญาณด้วยดวงตา คำพูดที่ไม่มีเสียงนั้นชัดเจนราวกับได้ยินด้วยหู
“ไว้จบการต่อสู้นี้ พวกเราไปเดทกันนะ~❤”
เธอกระซิบบอกผ่านแววตาที่หวานซึ้ง
“อึก! สมเป็นนางมารร้าย!”
อนาเธอร์ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกอบอุ่นและเสน่ห์อันเย้ายวนของเฟรย่าไหลเข้ามาในจิตใจเขาราวกับคลื่นที่ซัดซาด
แม้ว่าในเวลานี้เขาจะมีภรรยาสองคนที่เขารักมากอยู่แล้ว ไอรินและคริสติน่า ทั้งคู่ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเทียบได้
ทว่าความงามและเสน่ห์ของเฟรย่ากลับแตกต่างออกไป ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะหลอมละลายหัวใจของเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี
อนาเธอร์ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาแหงนมองเฟรย่าที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง
เสียงการต่อสู้รอบด้านยังคงดังกึกก้อง แต่สำหรับเขา เวลานี้กลับรู้สึกราวกับทุกสิ่งได้หยุดนิ่ง แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว