เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 164 ร่างอวาตาร์ที่แตกต่าง

            ความแข็งแกร่งของอนาเธอร์ในร่างจำแลงบาฮามุทนั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก


            ท่ามกลางฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตที่โถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ร่างของอนาเธอร์ในรูปจำแลงบาฮามุทยืนตระหง่านกลางสนามรบ เขาใช้พละกำลังของร่างมังกรโดยไม่ต้องพึ่งพาอาวุธใดๆ


            หมัดของเขาส่องประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้า ทุกครั้งที่เขาฟาดหมัดออกไป


            ร่างของหมาป่าที่ถูกพลังมหาศาลนี้ปะทะเข้าก็ปลิวกระเด็นออกไปอย่างไม่อาจต้านทาน พื้นดินรอบๆร่างมังกรของอนาเธอร์ร้าวแตกระแหงราวกับจะสลายลงไปจากแรงปะทะของเขา


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”


            หมาป่าปีศาจที่เคยดุดันและไร้ความเกรงกลัว เริ่มถอยห่างออกจากร่างอันน่าเกรงขามของอนาเธอร์ พวกมันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่ามนุษย์คนหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นมังกรที่ทรงพลังถึงเพียงนี้


            อนาเธอร์แสยะยิ้มเย็นชา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความโอหังและความมั่นใจที่น่าเกรงขาม


            เขาเงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นเท้าของเขาก็กระทืบลงไปที่พื้นอย่างแรงจนพื้นดินสะท้านสะเทือน เลือดในกายเขากระจายความร้อนราวกับเปลวเพลิง

            

            ทันทีที่ชายหนุ่มได้เอ่ยคำ


            【ทักษะสกิล คมเขี้ยวมังกรพิพากษา】


            ทันใดนั้น ผืนดินรอบๆร่างของเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกร้าวนับไม่ถ้วนได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณ


            พลังแสงศักดิ์สิทธิ์เริ่มส่องประกายขึ้นจากรอยแตกเหล่านั้น ค่อยๆก่อตัวเป็นคมเขี้ยวมังกรแห่งแสงที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินรอบทิศทาง คมเขี้ยวเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่ฝูงหมาป่าด้วยความดุดัน ราวกับเป็นสัตว์ประหลาดที่ตื่นขึ้นมาจากห้วงลึกของพิภพ


            คมเขี้ยวมังกรแห่งแสงอ้าปากขย้ำร่างของหมาป่าปีศาจที่พยายามจะวิ่งหนี


            “กะ..กรร!”


            เสียงคำรามโหยหวนของพวกมันดังขึ้น


            ขณะที่ร่างของพวกมันถูกเผาผลาญและสลายกลายเป็นละอองแสงในพริบตา


            การพิพากษาของบาฮามุทท่วมท้นไปด้วยความร้อนแรงและพลังแห่งการทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แสงนั้นเข้มข้นและร้อนแรงประหนึ่งดวงอาทิตย์ที่ตกลงมาสู่พื้นดิน


            มันแผดเผาทุกสิ่งที่เป็นความมืดมิด ละลายร่างของหมาป่าปีศาจที่ถูกจับได้ในคมเขี้ยวแห่งแสงอย่างไร้ความปราณี ราวกับจะกวาดล้างเงาอันชั่วร้ายที่ปกคลุมเมืองหรู่หมิงให้สิ้นซาก


            【ติ๊ง! สังหารหมาป่าเทพกลืนโลหิต เลเวล 1,800 ได้รับค่าประสบการณ์ 4,000,000 หน่วย】


            【ติ๊ง! สังหารหมาป่า...】


            【ติ๊ง! สังหารหมาป่า...】


            【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ถึงขีดจำกัด แต้มที่เหลือจะถูกเก็บเอาไว้ ผู้เล่นโปรดไปเลื่อนขั้นที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพัฒนาไปยังเลเวลต่อไป】


            ในขณะที่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม


            เหล่าผู้เล่นระดับสูงที่ยืนอยู่ห่างออกไปต่างตกตะลึงในพลังที่ม่เคยได้พบเห็นมาก่อน


            พวกเขาอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง บางคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลายคนมองอนาเธอร์ราวกับมองเทพเจ้า


            ผู้เล่นทุกคนในเมืองหรู่หมิงนั้นต่างรู้จักชื่อของอนาเธอร์ แต่ไม่มีใครเคยคิดเลยว่าเขาคืออวตาร์ของบาฮามุท มังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่หายสาบสูญไปจากโลกตั้งแต่สมัยโบราณ


            “ไม่อยากจะเชื่อ…เขาคือบาฮามุทกลับชาติมาเกิดจริงๆงั้นหรือ?”


            “สมแล้วที่เป็นอวาตาร์ของเทพเจ้า อาชีพของพวกเขานี่มันคนละระดับกับพวกเราจริงๆ”


            “พลังนี้…นี่มันพลังระดับไหนกันเนี่ย! ซุนหงอคง โอดิน แล้วยังบาฮามุทอีกตนนึงเรอะ!”


            อีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างอึ้งทึ่ง ไม่อาจละสายตาจากภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลย


            อนาเธอร์ยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นและเศษซากของหมาป่าปีศาจที่ถูกกำจัด ดวงตาของเขาเปล่งประกายเยือกเย็น เสียงแห่งพลังของเขายังคงสะท้อนอยู่ในจิตใจของผู้เล่นทุกคน


            ขณะที่ฝูงหมาป่าที่เหลือพากันถอยร่นไปด้วยความหวาดกลัว เสียงกระซิบแห่งความเกรงกลัวดังก้องอยู่ในอากาศ ใบหน้าของอนาเธอร์ยิ้มแสยะอย่างผู้ชนะ ขณะดวงตาสีเงินของเขามองฝูงหมาป่าปีศาจที่แตกพ่ายรอบตัวเขาด้วยความเย่อหยิ่ง


            ในความสับสนวุ่นวายกลางสนามรบ


            อนาเธอร์กำลังจดจ่อกับการปะทะกับฝูงหมาป่าปีศาจที่พุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย


            “หือ? นั่นมัน?”


            แต่จู่ๆเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่แปลกประหลาดทางด้านหนึ่งของสนามรบ


            “ทักษะสกิล มนตร์เสน่ห์เทพสะกด..”


            ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ฝูงหมาป่าเทพกลืนโลหิตที่เคยกราดเกรี้ยวและดุร้าย กลับกำลังเข่นฆ่ากันเองโดยไร้ซึ่งเหตุผล


            มันเป็นภาพที่ทำให้ผู้คนที่สังเกตการณ์อยู่รอบๆต่างตกตะลึง ผู้คนซุบซิบอย่างตื่นตระหนก


            พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บ้างก็คิดว่ามันเป็นเพราะมนต์ดำ หรืออาจจะเป็นอำนาจลึกลับจากใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง


            “ใช่จริงๆด้วย!”


            อนาเธอร์หรี่ตาลง เพ่งมองอย่างตั้งใจเพื่อหาต้นตอของปรากฏการณ์ประหลาดนี้


            กระทั่งสายตาก็จับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย ที่นั่นมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ


            ผมยาวสีทองของเธอโบกสะบัดราวกับเปลวไฟ ดวงตาของเธอฉายแววทรงพลังและดุดัน


            ร่างของเธออาบไล้ไปด้วยประกายแสงสีทอง ราวกับเป็นภาพเงาของนางมารร้ายแห่งสวรรค์


            เธอสวมชุดเดรสที่ประดับลวดลายอันศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนและความยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกัน ด้านหลังของเธอปรากฏวงแหวนประกายเทพที่หมุนวนอย่างน่าเกรงขาม คล้ายดั่งแสงแห่งพระอาทิตย์ที่เจิดจ้า


            ทั่วร่างของเธอส่องสว่างราวกับเป็นเทพเจ้าแห่งการพิพากษา เงาทรงอำนาจของเธอทาบทับเหล่าหมาป่าที่อยู่ด้านล่าง ทำให้พวกมันหวาดกลัวและกลายเป็นปีศาจที่แย่งชิงกันเองในทันที


            “นั่นเฟรย่าในร่างจำแลงเทพงั้นเหรอ?”


            อนาเธอร์พูดพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ


            สิ่งที่เขากำลังเห็นนั้นแตกต่างไปจากทักษะร่างจำแลงของเทพเจ้าที่เขาคุ้นเคย


            ซุนหงอคง โอดิน และแม้กระทั่งบาฮามุท ล้วนแล้วแต่ไม่เคยแสดงออกถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจรัสและทรงพลังเช่นนี้


            อนาเธอร์อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้


            ร่างจำแลงของเฟรย่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมถึงแตกต่างจากร่างจำแลงของคนอื่นๆ ราวกับว่าเธอเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง


            ขณะที่เขายังคงจ้องมองอยู่นั้น เฟรย่าก็เหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมา


            เธอหันกลับมามองเขาจากระยะไกล นัยน์ตาสีทองของเธอส่งผ่านความรักใคร่และความอบอุ่น มุมปากของเธอขยับเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน คล้ายจะกล่าวอะไรบางอย่างในความเงียบ


            เธอส่งสัญญาณด้วยดวงตา คำพูดที่ไม่มีเสียงนั้นชัดเจนราวกับได้ยินด้วยหู


            “ไว้จบการต่อสู้นี้ พวกเราไปเดทกันนะ~❤”


            เธอกระซิบบอกผ่านแววตาที่หวานซึ้ง


            “อึก! สมเป็นนางมารร้าย!”


            อนาเธอร์ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกอบอุ่นและเสน่ห์อันเย้ายวนของเฟรย่าไหลเข้ามาในจิตใจเขาราวกับคลื่นที่ซัดซาด


            แม้ว่าในเวลานี้เขาจะมีภรรยาสองคนที่เขารักมากอยู่แล้ว ไอรินและคริสติน่า ทั้งคู่ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเทียบได้


            ทว่าความงามและเสน่ห์ของเฟรย่ากลับแตกต่างออกไป ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะหลอมละลายหัวใจของเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี


            อนาเธอร์ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาแหงนมองเฟรย่าที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง


            เสียงการต่อสู้รอบด้านยังคงดังกึกก้อง แต่สำหรับเขา เวลานี้กลับรู้สึกราวกับทุกสิ่งได้หยุดนิ่ง แม้เพียงชั่วพริบตาเดียว


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน