บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่49 ผู้พิทักษ์

    พรึบ!ๆๆ

     

    อยู่ๆรอบด้านเซียวเย่ก็ปรากฎเตาหลอมปราณขึ้นมามากมาย พวกมันล้อมเซียวเย่เอาไว้

     

    "เจ้าต้องหน้าหนาเท่าใดกัน ถึงต้องกล้าใช้เคล็ดวิชาของข้า เพื่อมาจัดการกับตัวข้าเอง…"

     

    เซียวเย่ยืนนิ่ง ก่อนที่จะมองไปรอบๆ กล่าวออกมาเสียงเบา

     

    เสี่ยวหลินกัดฟันแน่น เมินเฉยต่อคำกล่าวของเซียวเย่ ตัดสินใจควบคุมเคล็ดวิชาของตน 

     

    "ไป!"

     

    ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ๆๆๆๆ

     

    เตาหลอมปราณหลายสิบอัน พุ่งเข้าหาเซียวเย่พร้อมกัน 

     

    เซียวเย่จ้องมองเตาหลอมปราณพวกนั้นพุ่งเข้ามาก่อนที่จะขยับตัวหลบหลีกเล็กน้อยเป็นบางเตา แต่เตาหลอมบางอัน เซียวเย่ก็ปล่อยให้มันทะลุผ่านตัวเซียวเย่ไปอย่างง่ายดาย

     

    ใช่แล้ว!

     

    มันมีเตาหลอมที่เป็นภาพลวงตาอยู่ด้วย!

     

    “เตาหลอมลวงตาของเจ้า ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก เปล่าประโยชน์….”

     

    เสี่ยวหลินยังคงสงบนิ่ง ดูไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่เซียวเย่แสดงเท่าไหร่นัก ก็แหงล่ะ! เคล็ดวิชานี้เซียวเย่เป็นผู้มอบให้ ถ้ารับมือไม่ได้ มันก็ไม่สมควรที่จะมอบให้ผู้อื่น! เสี่ยวหลินยกมือสองข้างประกบกันพร้อมกับขยับนิ้วมือไปมาอีกครั้ง

     

    ฟึบ ฟึบ ฟึบ

     

    "จริงอยู่ ที่เจ้ารู้จักเคล็ดวิชาพวกนี้เป็นอย่างดี เจ้าสามารถที่จะดูออกว่าอันไหนจริงหรืออันไหนหลอก แล้วถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ"

     

    ฮ่าาาาาา

     

    วูบบบบ

     

    เตาหลอมปราณทั้งหลาย สั่นไปมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 

     

    ฟูมมม

     

    เปลวเพลิงอัคคี ลุกโชติช่วง ระเบิดออกมาจากเตาหลอม มันเข้าครอบคลุมทั้งเตาหลอมเอาไว้ 

     

    "ข้าไม่ได้สนใจว่าเจ้าจะดูออกหรือไม่ ข้าแค่ต้องการถ่วงเวลาเจ้าแค่นั้น…"

     

    ลวงนั้นคือจริง จริงนั้นคือลวง!

     

    “เคล็ดวิชาค่ายกล จริงลวงหลอก!”

     

     

    "ไป!!"

     

    เฟี๊ยว เฟี๊ยวๆๆๆ

    เฟี๊ยว เฟี๊ยวๆๆๆ

     

    เสี่ยวหลินใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาค่ายกล ผสมผสานเข้ากับเคล็ดวิชามารโอสถ

     

    เตาหลอมอัคคีจำนวนมากมายพร้อมใจกันพุ่งเข้าหาเซียวเย่ 

     

    เซียวเย่เพ่งมองเตาหลอมอัคคีด้วยวิชามารจิต ค้นพบว่ามันต่างออกไปจากก่อนหน้านี้

     

    'หืม! นี่มัน..'

     

    เซียวเย่รีบจับกระบี่ในมือทั้งสองข้างแน่น ตวัดกระบี่ฟันไปมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหลบหลีกเตาอัคคีมากมายที่พุ่งเข้ามา

     

    เฟี๊ยว เฟี๊ยวๆๆ

     

    เคร้งๆๆๆๆ

     

    ฟรึบ ฟรึบๆๆๆ

     

    “ลวงตานั้นไม่มีอยู่?”

     

    เซียวเย่ตวัดกระบี่ไปมา กระโดดหลบกลางอากาศ ป้องกันเตาหลอมอัคคีที่พุ่งเข้ามานับไม่ถ้วนโดยไม่หยุดพัก ก่อนที่จะกล่าวถามออกไป

     

    "…..ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง…แต่ข้าก็ไม่ได้อ่อนแอ…ยอมแพ้เสียเถอะ ต่อให้เป็นเจ้า ก็ใช่ว่าจะออกจากค่ายกลของข้าได้ง่ายดายปานนั้น"

     

    เสี่ยวหยินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงือ ขณะที่ยังคงผสานนิ้วไปมาไม่ยอมหยุด คอยควบคุมเตาหลอมอัคคีพุ่งเข้าโจมตีเซียวเย่ไม่หยุดหย่อน

     

    "โอ้ววว! เจ้าลงทุนลงแรงไม่น้อยเลย  ดูแล้ว…ค่ายกลในอีกไม่ช้าก็คงจะหายไปเองกระมัง"

     

    เซี่ยวเย่กล่าวออกมา พร้อมร่ายรำกระบี่ไปมาไม่ยอมหยุด

     

    “ได้แค่นี้ ก็ดีแค่ไหน เกรงว่าถ้าถึงตอนนั้น เจ้าก็คงจะต้องพ่ายแพ้!"

     

    “……..”

     

    เฟี๊ยว เฟี๊ยวๆๆ

     

    เคร้งๆๆๆๆๆๆ

     

    ฟรึบ ฟรึบ

     

    เซียวเย่ไม่ได้กล่าวตอบกลับไป ทำเพียงแค่ตวัดกระบี่คอยป้องกันเตาหลอมอัคคีที่พุ่งมาเรื่อยๆเท่านั้น

     

    “.…..ถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิด! เคล็ดวิชามารจิต คงใช้ป้องกันพร้อมกันไม่ได้สินะ….ยอมแพ้เสียเถอะ ยุบสมาคมลอบสังหารนั่นทิ้งเสีย เจ้ายังมีอนาคตที่ดีให้เดินอีกมากนัก ”

     

    “เห๊อะ!!!”

     

    บูมมมมม

     

    “เจ้านับเป็นตัวอะไร? จงใจเล่นด้วยหน่อยก็อย่าเหลิง…"

     

    เซียวเย่เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมีน้ำโห กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีโทสะ

     

    วูบบบบ

     

    เซียวเย่เร่งพลังงานเต๋ามารจิตและเต๋ากลืนกินให้หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ส่งพลังไปที่เท้าทั้งสองข้าง

     

    เคล็ดวิชาเงาพรายขั้นสูง!! กระบวนท่าที่ 1  พรายตรึงเงา!!

     

    วูบบบ ฟู่มม

     

    ยามปกติเมื่อเซียวเย่ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชานี้ จะปรากฎคลื้นพลังสีดำออกมาจากเท้าทั้งสองข้าง กระจายออกเป็นวงกว้างตรึงคู่ต่อสู้ที่อยู่ติดพื้นดินเอาไว้ 

     

    แต่ครั้งนี้มันแตกต่างกันออกไป!

     

    คลื้นสีดำกระจายออกเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีหนามแหลมคมสีดำทมิฬ พุ่งออกมาจากพื้นดินเข้าทิ่มแทงเตาหลอมอัคคีของเสี่ยวหลินเอาไว้ทั้งหมด!

     

    ฉึก! ฉึก!ๆๆๆ 

     

    เพล้ง! เพล้ง!!ๆๆๆ

     

    ฉึก! ฉึก!ๆๆๆ 

     

    เพล้ง! เพล้ง!ๆๆๆ

     

    เตาหลอมอัคคีถูกเคล็ดวิชาของเซียวเย่ทิ่มทำลายลงเสียหมดไม่มีเหลือ!!

     

    "ไม่จริง!!!"

     

    เสี่ยวหลินเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความตกใจใบหน้าซีดขาวในทันที

     

    “จบแล้ว?”

     

    เซียวเย่มองไปที่เสี่ยวหลิน พลางขยับคอเล็กน้อยไปมา ก่อนที่จะวิ่งพุ่งเข้าหาเสี่ยวหลินในทันที 

     

    เสียวหลินมองไปที่เซียวเย่ด้วยแววตาสิ้นหวังถึงขีดสุด ก่อนที่จะตั้งท่ารับมือ ด้วยพลังปราณที่เหลืออยู่ไม่มากนัก..

     

    "ขอบใจเจ้ามากเสียวหลิน…คราวนี้ถึงคราวข้าบ้างแล้ว…."

     

    ย้าาาาาา

     

    เซียวเย่ยังไม่ทันจะเข้ามาถึงตัวเสี่ยวหลิน ก็ดันได้ยินเสียงหยางเจี้ยนดังขึ้นมาเสียก่อน เซียวเย่และเสี่ยวหลินเผลอหันไปมองทิศทางของหยางเจี้ยนพร้อมกัน

     

    บูมมม 

     

    ร่างกายหยางเจี้ยนในตอนนี้อาบไปด้วยคลื้นแสงสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ก่อนที่มันจะค่อยๆกลายเป็นรูปร่างอย่างช้าๆ

     

    “ข้าหยางเจี้ยน! ขออัญเชิญ ผู้พิทักษ์แห่งปฐพี ผู้เป็นหนึ่งเดียวกับพิภพและภูเขา โปรดลงมาจุติที่ตัวข้า!!”

     

    “เคล็ดวิชาผู้พิทักษ์ จุติ!!”

     

    เปรี๊ยง!

     

    วูบบบบบ

     

    บูมมมมม

    สายฟ้าผ่าลงมาที่ตัวหยางเจี้ยน คลื้นพลังสีน้ำตาลอ่อนตามร่างกายหยางเจี้ยน เริ่มเปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างรวดเร็ว…มันค่อยๆมีรูปร่างคล้ายมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นมนุษย์ยักษ์ร่างกายกำยำ สวมชุดเกาะออกศึกน่าเกรงขาม ร่างกายและชุดเกาะล้วนเป็นสีน้ำตาลอ่อน มันหันไปมองเซียวเย่ในทันที พร้อมกับคำรามร้อง 

     

    โฮ๊กกกกกก

     

    ณ ตำแหน่งที่กงซุนอี้เฝ้ามองอยู่

     

    "โอ้ว! เจ้าหนูนั่น ใช้เคล็ดวิชาพวกนี้ได้ด้วยงั้นหรือ เจ้าเป็นคนสอน?"

     

    กงซุนอี้ เมื่อเห็นเคล็ดวิชาที่หยางเจี้ยนใช้ออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะหันมากล่าวถามหยางเวียนเทียน

     

    "ไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใครได้อีก แต่เนื่องด้วย…เจ้าหนูหยางเจี้ยน ยังคงขอบเขตต่ำเตี้ยเกินไป ก็เลยใช้ออกมาได้เพียงเท่านี้ ไม่รู้ว่าจะฝืนทนใช้มันออกมาได้อีกนานเท่าไหร่…"

     

    หยางเวียนเทียนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดูหมดหวัง

     

    "อืมมม แบบนี้ดีแล้วหรือ? ศิษย์เจ้าอาจตายได้เลยเชียวนะ.."

     

    กงซุนอี้เพ่งมองหยางเจี้ยนอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะกล่าวออกมาโดยไม่หันกลับมามอง

     

    “เห้ออ จะอยู่หรือรอด กำลังใจล้วนสำคัญ ถึงอย่างไรมันก็เป็นศิษย์ข้า ถ้าแค่นี้ยังมิอาจทน ก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว…”

     

    หยางเวียนเทียนถอนหายใจ กล่าวออกมาพร้อมกับความแน่วแน่ แต่กงซุนอี้สามารถสังเกตุเห็น มือทั้งสองข้างของหยางเวียนเทียนที่กำหมัดแน่นจนมีเลือดไหลซิบออกมา 

     

    “เห้ออ เจ้าคงฝืนตัวเองไม่น้อย…”

     

    กงซุนอี้เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เพียงแค่ถอนหายใจเล็กน้อยกล่าวออกมาสั้นๆ

     

    “…..”

     

    ณ ข้างลานประลอง

     

    "รูปร่างแบบนั้น..ไม่ผิดแน่! มันคือเคล็ดวิชาผู้พิทักษ์จุติ! "

     

    หัวเฉินเพ่งมองมนุษย์ยักษ์ที่กำลังคำรามเสียงดัง ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้ เผลอตะโกนออกมาเสียงดัง!

     

    "เคล็ดวิชาผู้พิทักษ์จุติ งั้นหรือ? ไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องเข้าสู่ขอบเขตสัมผัสสวรรค์ถึงจะสามารถเรียนรู้ได้มิใช่หรือ ทำไมศิษย์พี่หยางเจี้ยนถึงสามารถใช้ออกมาได้กัน"

     

    เซียนฟางเซียนเมื่อได้ยินที่หัวเฉินเผลอตะโกนออกมาเช่นนั้น ก็รีบถามกลับไปด้วยความสงสัยต่อในทันที

     

    “ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไร เคล็ดวิชาขั้นสูงแบบนั้น…น้อยคนนักที่จะร่ำเรียนได้ ศิษย์พี่หยางเจี้ยนยังไม่ทันขึ้นสู่ขอบเขตสัมผัสสวรรค์เสียด้วยซ้ำ! ไม่ต้องสงสัยแล้ว ศิษย์พี่หยางเจี้ยนเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง!”

     

    หัวเฉินมองออกไปที่สนามประลอง กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น 

     

    "แบบนี้…เจ้าว่าเซียวเย่จะรับมือไหวหรือไม่?"

     

    ฉินฟางเซียนหันไปมองบนลานประลองสลับไปมากับหัวเฉิน ก่อนที่จะตัดสินใจกล่าวในสิ่งที่ตนเองคิดออกมา

     

    "ข้าก็ไม่อาจทราบได้…จริงอยู่ที่พี่ใหญ่อาจจะยังมีอะไรเก็บซ่อนเอาไว้…แต่เคล็ดวิชาของศิษย์พี่หยางเจี้ยนก็ใช่ว่าจะดูถูกได้ ข้าว่าการประลองมันเริ่มที่จะสูสีมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว.."

     

    หัวเฉินกล่าวตอบความคิดเห็นของตนเองกลับไป

     

    ณ ตำแหน่งที่ ฉินอินเฝ้ามองอยู่

     

    "ฉินอิน เคล็ดวิชานั่น…"

     

    หมายเลขศูนย์หันไปมองฉินอินกล่าวถามออกมา 

     

    “….ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด…นั่นน่าจะเป็น..เคล็ดวิชาผู้พิทักษ์จุติ เป็นเคล็ดวิชาขั้นสูงของสำนัก ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ก่อตั้งสำนักรุ่นแรกเมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อครู่ท่านเห็นสายฟ้าที่ผ่าลงมาหรือไม่…นั่นคือการยืมพลังสวรรค์ โดยใช้ปราณสวรรค์เป็นตัวแปร ปกติผู้ใช้จำเป็นต้องอยู่ขอบเขตสัมผัสสวรรค์ขึ้นไปเท่านั้น แต่ศิษย์พี่หยางเจี้ยนสามารถที่จะใช้มันได้ ทั้งๆที่ยังอยู่ขอบเขตเต๋าสะสม…ดูท่าศิษย์พี่หยางเจี้ยนคงสามารถสัมผัสปราณสวรรค์ได้รางๆแล้วกระมัง ”

     

    "แบบนี้นายท่านจะไม่เป็นอะไรงั้นหรือ"

     

    หมายเลขศูนย์กล่าวออกมาพร้อมมองไปที่ลานประลองด้วยความเป็นห่วง

     

    "ฮะฮะฮะ ข้าก็มิอาจทราบได้ ท่านกล้าขึ้นไปห้ามไหมล่ะ"

     

    ฉินอินเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะเบาๆกล่าวออกไป

     

    "….ข้าหมั่นขี้หน้าเจ้ายิ่งนัก…"

     

    หมายเลขศูนย์เงียบไปสักพัก ก่อนจะกล่าวออกมาโดยไม่หันไปมองฉินอิน

     

    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เกรงว่าเราจะรู้สึกไม่ต่างกัน.."

     

    ฉินอินกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะลั่น

     

    ณ บนลานประลอง

     

    เซียวเย่มองไปที่ผู้พิทักษ์แห่งปฐพีที่สูงใหญ่ยักษ์ ก่อนที่จะใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตสังเกตุมันไปด้วย รู้สึกได้ถึงหยางเจี้ยนอยู่รางๆ ภายในร่างกายของมัน กล่าวออกมา

     

    "อืมมม สูงใหญ่เสียจริง…คงสูงสักสิบเมตรได้กระมัง แบบนี้เวลาล้ม คงจะเสียงดังไม่น้อย.."