หลังจากกลับถึงบ้านกินข้าวอาบน้ำเสร็จแล้วเธอก็ไปหาพ่อแม่ที่ห้องเพื่อบอกเื่วันนี้และเธอจะเข้าอำเภอพรุ่งนี้นัดกับพี่ลี่ิเรียบร้อยแล้ว
“พ่อคะหมู่บ้านเรามีทางเข้ากี่ทางคะ ฉันจำไม่ได้แล้ว”
“มี 3 ทางนะ ลูกจะทำอะไรเหรอ”
“บ้านหลังนั้นเข้าออกทางไหนสะดวกที่สุดคะ มีทางที่ใกล้ๆหรือเปล่าคะ”
“มีอยู่นะทางที่ใกล้ทางออกที่สุด แต่มันอ้อมนิดหน่อยไม่ค่อยมีคนใช้เข้าออกเท่าไหร่ ลี่ิก็รู้เื่นี้”
“ถามเผื่อไว้เฉยๆ ค่ะฉันไม่อยากผ่านเข้ามาในหมู่บ้านเวลาต้องเอาสมุนไพรไปขายคนเห็นเยอะปัญหาก็เยอะ”
“ลี่ิคงคิดไว้แล้วล่ะว่าจะพาลูกไปทางไหนลูกไม่ต้องกังวลไป แล้วพรุ่งนี้เอาใส่จักรยานไปหมดหรือเปล่า”
“มี 4 กระสอบค่ะ คงน่าจะลำบากนิดหน่อยฉันขอยืมจักรยานลุงจูเรียบร้อยแล้ว”หลิวอี้ก็ไม่มั่นใจว่าจะไปหมดไหมแต่ก็คงต้องพยายามเอาไปให้ได้
“แม่คะ บ้านเรามีฟูกเก่าๆ ไหม จะเอาไว้ที่บ้านนั้น”หลิวอี้ถามฟางซื่อที่กำลังกล่อมซูหลิวหยางนอน
“อื้มม… รู้สึกว่าจะมีอยู่นะทำไมต้องเอาฟูกไปด้วยละไม่มีใครนอนที่นั่นนี่ ลูกจะเอาไปทำไม”
“เผื่อเอาไว้เฉยๆ คะ เผื่อง่วง เหอะๆ ”ฟางซื่อขำกับลูกสาวตัวเองแล้วหลิวอี้ก็นึกออกว่าตนเองมีเื่ต้องหาข้อมูลเลยถือโอกาสถามเลย
“แม่ค่ะ จักรเย็บผ้าที่บ้านเราใช้ได้ไหมคะ”ตอนแต่งพี่สะใภ้ใหญ่เข้ามาสินสอดมีจักรยานกับจักรเย็บผ้าด้วยแต่ที่บ้านพี่สะใภ้เอาจักรยานไป ที่บ้านเลยมีจักรเย็บผ้าอยู่
“ใช้ได้ซิจ๊ะ ทำไมจะใช้ไม่ได้ล่ะลูกอยากได้เสื้อผ้าใหม่เหรอจะว่าไปก็ไม่ได้ทำเสื้อผ้าให้ลูกกับเฟยหลงนานแล้ว”
“ป่าวคะ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้อยากได้เสื้อที่ฝ่ายตัดเย็บถ้าผ้าเหลือหรือพวกเศษผ้า เขาจัดการยังไงเหรอคะแม่”
“พวกผ้ามีตำหนิก็จะเอามาขายพวกคนในฝ่ายนั้นล่ะส่วนเศษผ้าถ้าผ้าผืนใหญ่หน่อยก็เอามาขายราคาถูกแต่ก็ไม่กี่เฟินส่วนเศษผ้าที่เล็กมาก ๆ ก็ทิ้ง” ฟางซื่อสงสัยกับสิ่งที่ลูกถาม
“แล้วนอกจากผ้าสีพื้น ๆ แล้วมีพวกผ้าสีไหมคะ”
“ที่ฝ่ายตัดเย็บหมู่บ้านเราไม่ค่อยมีผ้าสีหรอกส่วนมากก็มีผ้าสีพื้น ลูกจะถามเื่พวกนี้ไปทำไมเหรอ”
“หาข้อมูลเื่ผ้าค่ะ ฉันจะลองทำอะไรบางอย่างแล้วถ้าเป็ร้านตัดเสื้อของสวัสดิการรัฐละคะ มันจะมีพวกผ้าสี หรือผ้าแบบอื่น ๆไหม” หลิวอี้พยายามถามให้สิ่งที่อยากรู้ให้มากที่สุด
“ร้านพวกนั้นมีอยู่แล้วล่ะเขาไม่ได้เหมือนกับพวกฝ่ายตัดเย็บในหมู่บ้าน เขาเย็บผ้าให้คนหลายระดับบางคนก็ซื้อผ้ามาจ้างให้เย็บ” ฟางซื่ออธิบายอย่างใจเย็น
“ค่ะแม่ไว้ฉันเตรียมอะไรเสร็จแล้วจะให้แม่ช่วยฉันหน่อยนะ”
“ลูกคิดจะทำอะไรเหรอ บอกแม่ได้ไหม”
“คิดไว้หลายอย่างเลยค่ะแต่ติดว่ายังไม่ผ่อนผันการเปิดตลาด ฉันยังไม่รีบหรอกค่ะแม่ ค่อยๆ คิดไปก่อนพร้อมแล้วฉันต้องบอกแม่แน่นอน แม่สบายใจได้”หลิวอี้ก็กลับไปนอนเตรียมตัวเข้าอำเภอพรุ่งนี้
“พ่อว่าั้แ่ลูกตกน้ำลูกเราหลงใหลการหาเงินเกินไปหรือเปล่า เหมือนในหัวมีอะไรเต็มไปหมด”ฟางซื่อล้อเลียนลูกกับสามี
“เอาเถอะน่า ลูกเรามีความคิดที่ดี เราก็คอยดูแกไปก่อน”
เข้าวันรุ่งขึ้นรอจนคนในหมู่บ้านไปทำงานที่ไร่กันหมดแล้วลี่ิกับหลิวอี้ก็ไปเอาจักรยานที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วขนกระสอบสมุนไพรใส่รถเอาไว้ด้านหน้า 2 กระสอบแล้วหลิวอี้ถือไป 2 กระสอบการเดินทางไปอำเภอลำบากมาก แต่ทั้ง 2คนก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรอยากไปถึงให้ไวมากกว่า
เมื่อถึงอำเภอก็ล็อกจักรยานไว้ที่ป้อมตำรวจรักษาการณ์แล้วพากันเดินไปที่ร้านขายยา พอไปถึงร้านก็เจอเถ้าแก่กวงอยู่หน้าร้านพอดี
“สวัสดีค่ะเถ้าแก่จำฉันได้ไหมคะวันนี้ฉันเอาสมุนไพรมาขายค่ะ”
“จำได้ซิ มาๆ เอามาให้ฉันดูว่ามีอะไรบ้าง”
เมื่อเปิดกระสอบดูแยกประเภทสมุนไพรก็นำไปให้เถ้าแก่กวงตรวจสอบวันนี้เธอเอาสมุนไพรมาทั้งหมด 8 ชนิด
เมื่อเถ้าแก่กวงตรวจดูสมุนไพรแต่ละชนิดเขาก็รู้สึกแปลกใจเงยหน้ามองหน้าหลิวอี้ แม่หนูคนนี้อายุน้อยขนาดนี้ทำไมถึงทำสมุนไพรได้ดีขนาดนี้
“เป็สมุนไพรที่แปรรูปมาได้ดีทั้งหมดเลยฉันขอถามหน่อยแม่หนูอายุเท่าไหร่ปีนี้”
“ปีนี้ 17 ค่ะเถ้าแก่ถามทำไมเหรอค่ะ”
“ไม่ใช่อะไรหรอก แม่หนูทำสมุนไพรออกมาได้ขนาดนี้ที่บ้านมีคนเป็หมอหรือเปล่าอายุยังน้อยมากแท้ๆ แต่การแปรรูปแต่ละอย่างฉันเห็นยังนับถือแม่หนูเลย”
“ที่บ้านไม่มีคนเป็หมอค่ะ ฉันศึกษาด้วยตัวเองค่ะ”หลิวอี้ยิ้มให้เถ้าแก่
“อื้ม ๆ เธอเป็คนมีความสามารถมากนะต่อไปนี้เธอเอาสมุนไพรมาส่งให้ฉันได้เลยฉันรับหมดสมุนไพรหายากฉันก็รับไม่ต้องเกรงใจ” เถ้าแก่กวงพอใจกับสมุนไพรที่เอามาส่งให้
“เดี๋ยวฉันคิดเงินให้เธอละกันนะ หวงฉีฉันให้ 1 จิน 6 หยวน ผู่กงอิงให้ 2 หยวนชั่งจู๋ ให้ 1 หยวน ส่วน ปั้นเซี่ย โกฐสอ ชวงซยง ป้อเหอฉันให้ 6เหมาต่อ 1 จิน เธอยินดีไหม”
“แล้วแต่เถ้าแก่จะเห็นสมควรเลยค่ะ ฉันนับถือเถ้าแก่เถ้าแก่มีความสามารถทำการค้ามานานแล้ว ถ้าเถ้าแก่ว่าราคาไหนก็ละค่ะ"
เด็กคนนี้นิ่งมากพูดจาฉะฉาน มั่นใจเข้าใจพูดการร่วมงานกันนี่เป็สิ่งที่ดีจริงๆ เถ้าแก่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ลี่ิใกับราคาที่ได้ยินไม่น่าเชื่อว่าน้องสาวเขาจะมีความสามารถจริงๆ เขาจะคอยสนับสนุนข้างๆ ก็แล้วกัน ถ้าน้องเขาอยากจะทำอะไร
“เมื่อราคาเป็ที่พอใจแล้วฉันจะคิดเงินให้เธอล่ะ หวงฉี 56จิน ผู่กงอิง 41 จิน ชังจู๋ 28 ที่เหลือรวมกัน 115 จิน ทั้งหมด 515 หยวนถูกต้องไหม”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวฉันเข้าไปเอาเงินให้เธอแล้วเธอต้องเอามาส่งให้ฉันอีกนะ” เถ้าแก่กวงเข้าไปหยิบเงินหลังร้าน
หลิวอี้ขอบคุณเถ้าแก่กวงแล้วขอตัวกลับ โดยสัญญาว่าจะเอามาขายอีกแล้วลากพี่ชายของเธอที่เหม่อเหมือนคนไร้สติออกมาหลิวอี้หัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออกเมื่อเห็นสภาพพี่ชายเป็เช่นนี้
“พี่ลี่ิ พี่สามมมมม เลิกเหม่อได้แล้วมั้ง”
“มันใช่เื่จริงเหรอ แกหยิกพี่ซิ ขายรอบเดียวได้เงิน 500หยวนเนี้ยนะ พี่ฝันอยู่หรือเปล่า” หลิวอี้หยิกเอวตามคำเรียกร้องซูลี่ิสะดุ้ง
“เจ็บไหมเล่า ก็เื่จริงนะซิ มันก็จะน่าราคานี้ล่ะเพราะมันคือการแปรรูปอีกขึ้นนึงไม่ใช่แบบที่หมอกระเป๋าเอาให้เรากินตอนมารักษาเราหน่ะ”
“พี่เชื่อแล้วว่าเราทำได้จริง ๆต่อไปนี้เราจะทำอะไรก็บอกพี่แล้วกันพี่จะช่วยเอง”
“ตอนนี้พี่ช่วยเลิกเหม่อแล้วพาฉันไปร้านค้าสวัสดิการณ์ก่อนเถอะ”หลิวอี้ขำ
“จะไปร้านหนังสือหรือเปล่า ถ้าไปเราควรไปที่นั่นก่อนเผื่อแกอยากซื้ออะไรซื้อเสร็จจะได้กลับบ้านเลยไม่ต้องย้อนไปย้อนมา”
จริงๆหลิวอี้ก็ดีใจที่ขายของได้เงินขนาดนี้แต่สมุนไพรไม่ได้หาได้ตลอดก็ต้องรอเวลามันเติบโตด้วย แล้วเงินแค่นี้ไม่พอสำหรับการทำการค้าของเธอเธอต้องต่อยอดไปเรื่อย ๆ ระหว่างที่เดินไปร้านหนังสือ หลิวอี้ก็ถามซูลี่ิ
“พี่ลี่ิ พี่อยากเรียนต่อไหม”
“หื้มก็อยากแต่คงไม่มีโอกาสเื่ที่บ้านพี่ยังไม่มีแนวโน้มในทางที่ดีเลยอยากแค่ไหนก็ทำไม่ได้หรอก”
แล้วพวกพี่ติดต่อพี่หลี่จิ้งได้หรือยัง”
“ทำภารกิจครั้งหนึ่งไม่ใช่วันสองวัน บางทีอาจเป็เดือนบางทีก็หลายเดือน มันก็เป็เื่ที่ทุกคนรู้นั้นล่ะก็ได้แต่ภาวนาให้พี่ใหญ่ปลอดภัย”
“ต้องปลอดภัยซิ พี่กับลุงใหญ่อย่าคิดมากล่ะ”หลิวอี้ได้แต่ปลอบซูลี่ิ
สองพี่น้องเดินมาจนถึงร้านหนังสือแล้วเอาจริงๆ มันก็คือร้านขายหนังสือมือสองมากกว่า มีหนังสือใหม่นิดหน่อยทั้งสองคนแยกย้ายเดินดูของในร้าน มีทั้งของเก่าอยู่อีกฟากหนึ่งส่วนหนังสือเล่มใหม่หน่อยก็วางไว้บนชั้น ส่วนพวกหนังสือเรียนก็มีอยู่เช่นกัน
มีหนังสือเรียนอยู่เยอะมากวางเป็กองๆ ที่พื้นต้องค่อยๆ หยิบดูทีละกองว่ามีหรือเปล่าโชคดีที่มีหนังสือเรียนที่เธอ้าอยู่แล้วหนังสือข้อมูลที่เธอจำได้ว่าจะเป็แนวข้อสอบหลิวอี้เลือกดูจนแสบจมูกเพราะฝุ่นเยอะมากจริงๆ
เมื่อได้หนังสือแล้ว หลิวอี้ก็เห็นว่ามีโพสต์การ์ดเก่าๆวางขายอยู่แบบไม่มีใครเหลียวแลแต่ที่มันเตะตาก็คือมันเป็โพสต์การ์ดที่แปะแสตมป์เอาไว้แล้วในอนาคตแสตมป์เก่ามีราคาแพงมาก เธอค่อย ๆ เลือกดูทีละใบ มีแสตมป์ชุดอากรแดง กับชุด1ดอลล่าห์อยู่ด้วยและเธอจะต้องเก็บแสตมป์ในยุคตอนนี้เอาไว้ด้วยเพราะราคาแพงมากเธอดีใจมากเธอจะรวยแบบไม่รู้ตัวแล้วตอนแก่ตัวไป
ตอนที่กำลังดีใจอยู่นั้นก็มีคนทักเธอ“หลิวอี้มาซื้อหนังสือเหรอ” หลิวอี้มองตามเสียงไป
“อ่า ใช่แล้ว เธอก็มาซื้อหนังสือเหรอ”หลิวอี้ทำสีหน้าไม่ถูกเลยเมื่อต้องคุยกับจูเจียงหยง (อุตส่าห์หนีแทบตายสุดท้ายก็เจอต่อหน้าจนได้จะหนีก็หนีก็ได้ เฮ้อออ!!)
จูเจียงหยงดีใจเป็อย่างมากที่วันนี้เขาได้เจอซูหลิวอี้แบบใกล้ๆโดยปกติเขาไม่มีโอกาสได้ใกล้เธอเลยได้แต่ยิ้มทักทายแต่บางครั้งก็เหมือนเธอไม่เห็นเค้า
“เธอยังคิดจะสอบมหาวิทยาลัยอยู่ไหมฉันช่วยเธอเลือกหนังสือได้นะ” จูเจียงหยงหาเื่คุย
“อ้อ ฉันได้ครบแล้วล่ะ” หลิวอี้พยายามทำหน้าปกติ (ไปให้พ้นๆ หน้าฉันทีเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากคุยด้วย)
“ฉันช่วยเธอทบทวนความรู้ได้นะหรือไม่เราก็มาเสนอแนะแนวข้อสอบกันได้”
“อ่าา ขอฉันคิดดูก่อนละกันนะตอนนี้ขอตัวก่อนนะฉันมากับพี่ชายหน่ะ " หลิวอี้รีบขอตัวไปทันที (ขยะแขยงสิ้นดีเลยเวลาคุยด้วย พยายามทำใจว่าตอนนั้นแกป่วยละนะแต่ก็ไม่ไหวอยู่ดีที่ต้องคุยกับแก)
จูเจียงหลงยืนยิ้มโง่ๆมองหลิวอี้เดินไปหาพี่ชาย
“พี่จะซื้ออะไรอีกไหม เราไปเถอะฉันได้หนังสือครบล่ะ”
ลี่ิมองดูทางที่น้องสาวเดินมาเห็นผู้ชายยืนยิ้มมองมาทางน้องสาวอยู่เขาก็เข้าใจในทันทีพาไปจ่ายเงินแล้วก็ออกจากร้านไป