ในห้องโถงรับรองของปราสาท
อรัญญานั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่ตั้งอยู่กลางห้องรับรอง ด้านหน้าของเธอคือองค์ชายราธันที่กำลังจับจ้องมองมา ใบหน้าคมเข้มของเขายังคงไร้อารมณ์ แต่ั์ตานั้นกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความสงสัย
“เ้ามาจากที่ใด?” เสียงขององค์ชายราธันเย็นเยียบ แต่เปี่ยมไปด้วยพลังที่ทำให้หัวใจอรัญญาเต้นแรง
“ข้า…ข้าคืออรัญญา” เธอตอบเบาๆ แต่เสียงของเธอกลับสั่นเล็กน้อย เธอหลบสายตาเขา พยายามไม่ให้เขาเห็นความกลัวที่สะท้อนอยู่ในดวงตา
“อรัญญา…ชื่อแปลกประหลาด เ้าคือสายลับของผู้ใดกันแน่?” องค์ชายราธันกล่าวพร้อมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตายังคงจับจ้องเธอไม่วาง
“สายลับ?” อรัญญาเบิกตากว้าง พลางส่ายศีรษะอย่างใ “ไม่ ข้าไม่ใช่สายลับ! ข้าแค่มาโดยบังเอิญ… ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
คำตอบของเธอทำให้คิ้วขององค์ชายขมวดเข้าหากันมากขึ้น เขาหันไปหาทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล “พาตัวนางไปตรวจสอบว่าในตัวนางมีสิ่งใดที่อาจเป็พิษหรืออาวุธ”
ทหารองครักษ์รับคำสั่งทันที และกำลังจะพาอรัญญาออกไป แต่เธอรีบลุกขึ้นยืนและร้องออกมาอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่มีอาวุธ! ท่านไม่เชื่อข้าเลยหรือ?”
น้ำเสียงและท่าทางของเธอทำให้องค์ชายราธันหยุดชั่วคราว ก่อนจะหันกลับมาและมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เ้ากำลังบอกว่าทุกอย่างเป็เื่บังเอิญอย่างนั้นหรือ?” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือด้วยความเย้ยหยัน
“ใช่!” อรัญญาตอบทันที ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ “ข้ากำลังศึกษาประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์ แล้วจู่ๆ ก็มีแสงประหลาดจากจี้หิน… แล้วข้าก็มาโผล่ที่นี่ ข้าสาบานว่าไม่เคยมีเจตนาร้าย!”
คำพูดของเธอทำให้ในห้องเงียบงันไปชั่วขณะ องค์ชายราธันหรี่ตามองเธอ ราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ในคุกใต้ดิน
แม้คำอธิบายของอรัญญาจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่องค์ชายราธันก็เลือกที่จะควบคุมตัวเธอไว้ในคุกใต้ดินของปราสาท ทหารองครักษ์นำเธอไปยังห้องขังที่เย็นเยียบและมืดทึบ
“ข้าต้องพิสูจน์ว่าเ้าคือใครและเหตุใดเ้าจึงมาอยู่ที่นี่” องค์ชายราธันกล่าวก่อนจะเดินออกจากห้องขัง ทิ้งให้อรัญญายืนอยู่ในความเงียบงัน
ในห้องขัง
อรัญญานั่งกอดเข่าบนพื้นหินเย็นๆ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่ไร้คำตอบ “นี่ข้ากำลังเผชิญกับอะไรกันแน่? ทำไมถึงมาอยู่ในที่แปลกประหลาดเช่นนี้?”
เสียงรองเท้าของทหารดังขึ้นจากทางเดิน เธอเงยหน้าขึ้นมา และพบกับชายวัยกลางคนในชุดนักบวชผู้เคร่งขรึม เขาถือไม้เท้าแกะสลักรูปพระจันทร์เสี้ยว เขามองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะกล่าวว่า
“ดวงจันทร์นำทางเ้า และชะตาของเ้าเกี่ยวข้องกับอนาคตของอาณาจักรนี้มากกว่าที่เ้าคิด”