ตอนที่ 56
ความตายทุกแห่งหน
ฤดุกาลเปลี่ยนผัน ยามนี้ลมแห้งอุ่นพัดแรงขึ้นแล้ว...
ทั่วเขตตะวันออกไกลกำลังย่างเท้าเข้าสู่ฤดูกาลแมกไม้ผลิใบอย่างช้าๆ แสงแดดเบื้องบนส่องคลุมผืนดินดำเบื้องล่างจนแห้งร้อน แต่ความร้อนของผืนดินต่อให้เพิ่มขึ้นสักเพียงใดก็มิอาจเปรียบได้กับจิตใจอันร้อนลุ่มของหลงจิวเมิ่งในเวลานี้
สองเท้าของหลงจิวเมิ่งทะยานย่างไวตลอดสามวันเช้าค่ำไม่หยุดยั้งแม้ผิวหนังด้านใต้จะปริแตกจนเลือดไหลซิบ แต่หลงจิวเมิ่งกลับไม่คิดจะใส่ใจแม้สักเสี้ยวทุกลมหายใจเข้าออก มีเพียงอยากเร่งเร้าท่าร่างฤดูกาลผกผันให้ว่องไวยิ่งขึ้น แต่ทั้งหมดล้วนได้เพียงแค่ความคิดเท่านั้นสิ่งเดียวที่พอจะกระทำเพื่อเร่งเวลาให้กระชั้นสั้นที่สุด จึงเหลือแค่เพียงการผ่านพ้นวันคืนโดยมิหยุดพักหลับนอนลมปราณในร่างถูกใช้ออกและเติมเต็มหมุนเปลี่ยนวกวนไม่หยุดยั้ง แต่ที่ยังมิเหือดแห้งเช่นผู้ฝึกตนพื้นฐานลมปราณทั่วไปก็ด้วยอานิสงส์ของเคล็ดวิชากายเทพอสูรกลืนวิญญาณที่ฟื้นฟูชดเชยลมปราณที่ลดต่ำลงไปอย่างรวดเร็ว
บัดนี้เวลาล่วงเลยกระทั่งเข้าสู่เช้าของวันที่สี่ เส้นทางสัญจรที่ปุถุชนทั่วไปต้องใช้เวลาเดินทางกว่าหนึ่งเดือนแต่เด็กหนุ่มกลับใช้เวลาเพียงสี่วันก็บรรลุถึงเป้าหมายสายตาอ่อนล้าของหลงจิวเมิ่งไม่คิดแลธรรมชาติงดงามรอบข้าง เพียงมุ่งหน้าเข้าสู่เขตเมืองป้อมพายุหิมะภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า ซึ่งตนเอ่ยคำฝากฝังต้าหลี่ให้ช่วยเป็นหูตาช่วยเหลือมิให้ผู้เป็นบิดาถูกรังแกพลันแวบขึ้น ด้วยแต่เดิมตั้งใจแก้ปัญหาเพียงกำจัดหลงซุน ค่อยคิดหาทางผลักดันบิดาของตนกลับคืนสถานที่เดิม...แต่ยามนี้เวลาเปลี่ยนทุกสิ่งล้วนพลิกผันกลับตาลปัด จนมิอาจคาดเดาล่วงหน้า ได้แต่แก้ปัญหาไปทีละส่วนเรื่องราวเหตุการณ์ที่รับรู้จากชีวิตก่อน กลายเป็นบ้าใบ้ไม่อาจใช้ประโยชน์
ความคิดฟุ้งซ่านก่อเกิดเพียงครู่กลับถูกภาพแห่งความจริงบดขยี้ทำลาย สองเท้าของหลงจิวเมิ่งเพิ่งจะย่างเหยียบผ่านพ้นเขตเปลี่ยวร้างหลังคาเรือนแรกของเขตเมืองยังอยู่ห่างไปอีกหลายวา แต่ภาพความตายทุกหนแห่งที่ปรากฏขึ้นทำเอาหลงจิวเมิ่งถึงกับสมองขาวโพลน ไม่อาจคิดอันใดกระจ่างได้อีก...ด้วยแรกเหตุการณ์เพียงล้มเอนหลงจิวเมิ่งยังพอประคองสติมั่น แต่ภาพตรงหน้าหาได้ง่ายดายเช่นหลักหมุดตัวเดิมในอดีตที่ถูกถอนดึงออกไปเมื่อโชคชะตาที่เคยรับรู้ผิดแผกไปหนึ่ง สองสามก็ตามติดมาพร้อมกัน คาวโลหิตคลุ้งกระจายทั่ว ร่างกายเลือดเนื้อปลิวกระจายเกลื่อนเขตแดนป้อมพายุหิมะ ไม่มีแบ่งแยกปุถุชนหรือผู้ฝึกตน
...ทุกชีวิตล้วนถูกล้างสังหารสิ้นโดยเท่าเทียม
ร่างอันร้อนลวกของหลงจิวเมิ่งที่ฝืนใช้กำลังมายาวนานพลันเย็นเฉียบในพริบตาสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ายามนี้ มิแตกต่างจากเหตุการณ์สัตว์อสูรล้างเขตแดนเมื่อครั้งชีวิตก่อนความตายทุกหนแห่งส่งให้ดวงตาของหลงจิวเมิ่งกลายเป็นแห้งแดง ลมหายใจหอบเหนื่อยกลับหยุดนิ่งขาดห้วงแต่จิตซึ่งผ่านการฝึกฝนจนแข้งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป อีกทั้งตนเองยังผ่านเรื่องราวมากหลายในชีวิตก่อนความว่างเปล่าของสมองจึงเกิดขึ้นไม่ถึงสิบลมหายใจ ความคิดระแวดระวังจึงย้อนคืนกลับมาแทนที่แม้เจ็บปวดกับภาพที่เกิดขึ้นค่อหน้าแต่ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของบิดาหลงจิวเมิ่งไม่มีเวลาไปสูญเสียกับเรื่องราวของผู้คนภายในเมือง เลือกทะยานฝ่าด้วยความไวมิคิดค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิต เพียงมุ่งตรงไปยังที่ตั้งของหมู่ตึกตระกูลหลง แต่เมื่อมาถึงที่หมายทุกสิ่งล้วนไม่แตกต่างด้วยสภาพของ...สถานที่พังพินาศ ผู้คนตกตายสิ้น
แต่แล้วยามที่ยืนสงบนิ่งทบทวน เสียงอันคุ้นชินพลันดังแว่วสะท้อนมาจากสถานที่ห่างออกไปทางทิศเหนือ หลงจิวเมิ่งไม่คิดเสียเวลาพักฟื้นลมปราณที่กำลังสับสนตัดสินใจกระโจนขึ้นที่สูงลอบสังเกตไปยังที่มาของเสียงเป็นคำรบแรก
เรี่ยวแรงและจิตใจของหลงจิวเมิ่งยิ่งมายิ่งอ่อนล้าแต่ด้วยยามนี้ไร้ทางเลือกมากนัก แม้การปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูงไม่ยากเย็น แต่เมื่อลมปราณมีจำกัดจึงไม่คิดเปลืองเรี่ยวแรงปกปิดตัวตน เพียงอาศัยจุดอับของสถานที่กำบังกาย บวกกับเขตทิศเหนือของหมู่ตึกตะกูลหลงแห่งป้อมค่ายพายุหิมะเป็นลานกว้างไร้สิ่งปิดคลุมหลงจิวเมิ่งจึงไม่ต้องเข้าไปซุ่มดูในระยะใกล้นัก เพียงหยุดสังเกตอยู่ช่วงใกล้ปลายยอดอาคารสูงก็พอให้มองเห็นชายชุดดำสองคน เดินขนาบคุมร่างอันสะบักสะบอมของหลงซุนที่เดินนำด้วยฝีเท้าสะเปะสะปะแต่ด้วยสถานที่อยู่ห่างไกล จึงมิได้ยินคำสนทนาของทั้งสาม
...ทิศทางที่หลงซุนนำพวกมันไปคือบ้านพักเก่าของข้ากับบิดามิใช่รึ ยังดีที่บ้านหลังนั้นมิได้คงอยู่ที่เดิมอีกแล้ว
ทุกความคิดล้วนถูกต้อง เพียงแต่หลงจิวเมิ่งกลับหลงลืมไปว่าเรือนไม้เก่าอีกหลังหนึ่งนั้นยังคงอยู่ที่เดิม
เมื่อเรื่องราวมีหลงซุนมาเกี่ยวข้องหลงจิวเมิ่งยิ่งเคียดขึงในอารมณ์ แม้ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นก็ตาม แต่ตอนนี้ตนเองอยากที่จะกระโจนเข้าไปสังหารพวกมันทั้งหมด เมื่อความสงสัยไม่อาจคลายเพียงแค่มองดูระยะรับรู้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องแก้ไข ทำให้หลังจากที่สังเกตและคาดเดาทิศทางซึ่งทั้งสามมุ่งหน้าไปจนมั่นใจว่าเป้าหมายของคนร้ายคือ...เขตบึงน้ำใสอันเป็นสถานที่ซึ่งตนเองเคยอาศัย หลงจิวเมิ่งซึ่งเชี่ยวชาญสถานที่ จึงเกิดแผนการแวบขึ้นรวดเร็ว...คิดวกอ้อมไปแอบซุ่มดักรอคนร้ายทั้งสาม
แม้ระยะทางแตกต่างแต่ด้วยหนึ่งเส้นทางตัดตรงเพียงเดินตามหลังหลงซุนที่บาดเจ็บส่วนหลงจิวเมิ่งกลับใช้ออกด้วยท่าร่างรวดเร็วสุดกำลังวกอ้อมไปยังอีกทิศทาง แม้ระยะทั้งสองแตกต่างกันเกินสองเท่าแต่ทั้งสองกลุ่มกลับถึงที่หมายในเวลาไล่เลี่ย
เหตุการณ์ดูเหมือนกำลังจะเริ่มเข้าสู่แผนการลอบสอดแนมที่วาดเอาไว้ของหลงจิวเมิ่ง...เพียงแต่คู่ต่อสู้ของหลงจิวเมิ่งในครานี้ระดับฝีมือห่างชั้นจนเกินไปแม้เขาจะวกอ้อมมาจากอีกทิศทาง แต่หารู้ไม่ว่ามีดวงตาอีกสองคู่ ที่จับจ้องตนเองจากสองสถานที่ซึ่งแตกต่างกันอยู่ในมุมมืด
เมื่อไม่รู้ย่อมไม่อาจเอามาอยู่ในความคิด สองหูของหลงจิวเมิ่งยังคงตั้งมั่นลอบฟังคำสนทนาโดยมิได้สนใจรอบข้างดวงตาแสบแดงเบิกอ้าหมายจนจำทุกสิ่งตรงหน้าโดยไม่คิดกะพริบหลับ
“นายท่านทั้งหลาย ที่นี่ละขอรับ” หลงซุนตัวสั่นเทาเอ่ยคำด้วยท่าทางนอบน้อมสุดชีวิต
“เจ้าว่าคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้น รู้สินะว่า เด็กที่ชื่อ...หลงจิวเมิ่งอยู่ที่ไหน”
คำ...หลงจิวเมิ่ง ที่ชายชุดดำผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ดังก้องกังวานเด่นชัดหรือเรื่องราวล้างสังหารที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตระกูลหลงเมืองเมฆขาวล้วนเกี่ยวพันกับตนเอง
...นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อตั้งแต่ที่ข้าย้อนกลับมายังชีวิตในอดีตก็ไม่ได้ไปสร้างความบาดหมางอันใหญ่หลวงใด ๆ ไว้เลยนี่นา
ยิ่งคิดยิ่งสับสน พอดีกับชายชราผมขาวโพลนถูกนำตัว ลากออกมาจากบ้านไม้เก่าโทรมเก่าที่ห่างออก
...ลุงหาน