[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 125 นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน ยังรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่แท้ๆ

    ตอนที่ 125 นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน ยังรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่แท้ๆ

            ชั่วขณะนั้น ศีรษะของเยวี่ยหมิงคงพลันอื้ออึง ดั่งเสียงกลองสะท้อนก้องมิอาจสงบ แม้แต่สติยังพร่าเลือนว่างเปล่า นางแทบมิอาจเชื่อในสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าและถ้อยคำที่ได้ยินกับหู

            ในชาติก่อน เพียงเพราะนางเกือบจะเปิดโปงความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดของกู้ฉางเกอ นางจึงถูกเขาลงมือสังหารอย่างไร้ปรานีในคืนวันวิวาห์ ภาพเหตุการณ์นั้นยังชัดเจนอยู่ในห้วงความทรงจำมิจางหาย

            ทว่าในวันนี้ กู้ฉางเกอกลับยอมสารภาพทุกสิ่งต่อหน้านางพร้อมด้วยท่าทีมิแยแสสักนิด แล้วยังเอ่ยประโยคที่ว่า เขาทำใจลงมือสังหารนางมิลงน่ะหรือ

            มิอาจปฏิเสธได้เลยว่า สิ่งนี้ทำให้นางสับสนว้าวุ่นจนเกินทน

            ทุกการคาดการณ์ ทุกการเตรียมพร้อม ล้วนพังทลายสิ้น มือที่กำกระบี่อาคมแน่นอยู่ภายในอาภรณ์ค่อยๆ คลายลงอย่างมิรู้ตัว นางจับจ้องไปยังเขา มิอาจตัดสินได้ว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงหรือเท็จ

            กระนั้น นางก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในตัวกู้ฉางเกอนั้นมิมีวี่แววของกลิ่นอายสังหารเลยแม้แต่น้อย

            เช่นนั้นแล้ว... การแสดงท่าทางเปิดเผยความลับเมื่อครู่ แท้จริงก็แค่เล่นตลกหยอกล้อนางกระนั้นหรือ

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยวี่ยหมิงคงพลันขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใจหนึ่งทั้งขุ่นเคือง อีกใจกลับรู้สึกแปลกประหลาดอย่างยากจะอธิบาย คล้ายกับมีบางสิ่งกรีดลึกเข้าไปในหัวใจ

            หรือบางที กู้ฉางเกออาจวางแผนใช้วิชาประหลาดในเคล็ดวิชามารนั้นควบคุมตัวนางในยามที่จิตใจเผลอไผล

            ถึงกระนั้น นางก็อดสงสัยมิได้ว่าตนเองอาจคิดมากเกินไป…

            เมื่อเทียบกับชาติก่อน เวลานี้กู้ฉางเกอได้เปลี่ยนไปมิน้อย เขายังคงเจ้าเล่ห์อำมหิต เย็นชาไร้หัวใจ ทว่ากับคนรอบข้างเขากลับดูแตกต่างไป

            ภาพของเขาค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในความคิดของนาง ยิ่งทำให้จิตใจของเยวี่ยหมิงคงวุ่นวายดั่งพายุโหมกระหน่ำ…

            “เรื่องเคล็ดวิชามารนี้ ต่อให้คิดจะปิดบัง ก็ใช่ว่าจะทำได้สำเร็จ ไหนๆ เจ้าก็เดาได้แล้ว ต่อไปก็อย่าได้แสร้งทำเป็นมิรู้มิชี้ต่อหน้าข้าอีก”

            กู้ฉางเกอกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางเบา เมื่อเห็นเยวี่ยหมิงคงตกตะลึงเล็กน้อย สีหน้าฉายแววเหลือเชื่อ เขาก้าวเข้าหานางอย่างมิรีบร้อน ก่อนจะสอดแขนโอบรอบเอวบางราวกับเป็นเรื่องปกติ

            ร่างของเยวี่ยหมิงคงพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ ทว่าในเวลามินาน นางก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ปล่อยให้เขาโอบกอดโดยมิเอ่ยวาจาใด เพียงแต่ภายในใจกลับยุ่งเหยิงดั่งสายลมหมุนวน นางจำต้องจัดระเบียบความคิดใหม่อีกครั้ง

            กู้ฉางเกอมองท่าทีตื่นตระหนกทว่าก็นิ่งเงียบไปในเวลาเดียวกันของนาง ก่อนรู้สึกว่าช่างน่าขบขันนัก โดยเฉพาะเมื่อครู่นางยังทำท่าทางแข็งกร้าวเย็นชา เตรียมใจจะเปิดโปงและเอาชีวิตเข้าแลกกับเขาเข้า…

            เหตุใดถึงได้เปลี่ยนเป็นเช่นนี้ในพริบตาได้

            หากเขาคิดจะสังหารนางจริง ป่านนี้ก็ลงมือไปเสียนานแล้ว ด้วยนิสัยของเขา ไหนเลยจะยอมปล่อยให้เหตุการณ์มาถึงในยามนี้ได้

            เยวี่ยหมิงคงนั้นเป็นถึงผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ตั้งแต่แรกย่อมรู้อยู่แล้วว่าเขาคือผู้สืบทอดวิชามาร ทว่าที่ผ่านมานางกลับเลือกที่จะปกปิดเรื่องนี้ไว้ มิได้แพร่งพรายต่อผู้ใด

            เหตุผลเบื้องหลังก็มีหลายประการ ทว่าที่สำคัญที่สุดคือนางเองก็มิต้องการให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกทั้งโลกหล้าขับไล่เช่นกัน

            หญิงสาวผู้มีจิตใจเฉียบแหลมเช่นนี้ กู้ฉางเกอย่อมรู้ซึ้งดี

            ในแผนการจัดการกับเย่หลิงนั้น แม้เยวี่ยหมิงคงจะมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ทว่านางก็มองออกได้ทันทีว่าเขาต้องการทำเช่นไร เขาจะใช้เคล็ดวิชามหามารกลืนเทพเพื่อลงมือสังหารไป๋เลี่ย ก่อนจะโยนความผิดไปให้เย่หลิงในจังหวะที่เหมาะสม

            เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้นางคิดจะทำเป็นมิรู้มิเห็น ก็ย่อมมิสามารถทำได้อีกต่อไป

            ดังนั้น กู้ฉางเกอจึงเปิดใจเอ่ยคำกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเสียเอง ทว่าก็เป็นเพียงการแสดงท่าทีให้เห็นเท่านั้น มิได้หมายความว่าเขาจะเปิดเผยความลับทั้งหมดอย่างแท้จริง

            นอกจากนี้ ก็เพื่อให้นางลดความระแวดระวังในใจลงบ้าง…

            มิฉะนั้น หากปล่อยให้นางต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดทั้งวัน คอยเฝ้าระแวดระวังเขาอยู่ตลอดเวลา... กล่าวตามตรงแล้ว กู้ฉางเกอก็รู้สึกว่ามันมิใช่เรื่องที่ดีนัก

            แน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจดีว่า หากคิดจะลบล้างความแค้นและความเจ็บปวดที่เยวี่ยหมิงคงเคยประสบในชาติก่อนอย่างง่ายดายนั้น ย่อมเป็นไปมิได้ ทว่าทุกสิ่งล้วนต้องใช้เวลา ก้าวเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ วันหน้ายังอีกยาวไกล กู้ฉางเกอจึงมิคิดจะรีบร้อน

            ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้เยวี่ยหมิงคงยังคงมีความระแวงสงสัยต่อตัวเขา คงมิอาจเชื่อคำกล่าวของเขาได้ในทุกคำอยู่แล้ว…

            อีกเรื่องหนึ่งที่กู้ฉางเกอใคร่รู้นั้นก็คือ สิ่งที่เยวี่ยหมิงคงได้พบเจอในชาติก่อนนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งใดกันแน่

            เพราะในความเป็นจริงแล้ว ร่างที่สังหารนางในตอนท้าย มิใช่ร่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตสำนึกของเขาโดยตรง

            บางทีนางอาจได้สัมผัสกับความแปลกแยกของชะตากรรมบางประการ ได้เห็นภาพอนาคตผ่านเศษเสี้ยวของห้วงเวลา หรือเป็นเพียงการที่วิญญาณของนางล่องลอยไปในสายธารแห่งกาลเวลา จนได้รับรู้และดำดิ่งอยู่กับภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึง…

            ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น

            เพราะเหล่าผู้ถูกฟ้าประทานโชคให้เป็นผู้ถือครองชะตาฟ้าลิขิตย่อมได้รับการคุ้มครองจากสวรรค์ ขณะที่สวรรค์กลับมองเขาผู้เป็นตัวแปรอันแปลกแยกด้วยความเกลียดชังเป็นที่สุด

            ทว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของเขาเท่านั้น

            บางที สิ่งที่เยวี่ยหมิงคงประสบในชาติที่แล้ว อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และนางก็เพียงแค่ย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้งในภพชาตินี้

            เพราะหนทางแห่งกาลเวลา คือพลังอันสูงสุดแห่งกฎเกณฑ์ ในโลกนี้ แม้แต่ผู้บรรลุถึงความเป็นเซียน ก็ยังมิอาจเหยียบย่างไปในสายธารแห่งกาลเวลาได้อย่างเสรี

            ห้วงหมอกในสายธารกาลเวลานั้น เป็นตัวแทนแห่งความมิรู้และความเปลี่ยนแปลง ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงการที่จะมองเห็นภาพของอนาคตโดยตรง…

            ดังนั้น ต่อให้เป็นกู้ฉางเกอในยามนี้ เขาก็ยังมิอาจเข้าใจในเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างถ่องแท้เช่นกัน

            “หากเจ้ามิสังหารข้า แล้วมิกลัวว่าข้าจะเปิดโปงความลับของเจ้าออกไปหรือ”

            เวลานี้ เยวี่ยหมิงคงพลันผละออกจากอ้อมแขนของกู้ฉางเกอ ก่อนยืนหยัดอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย นัยน์ตางดงามเย็นเยียบจ้องมองเขาเขม็ง มิแม้แต่จะกะพริบ

            “กลัวหรือ จะมิกลัวได้อย่างไรเล่า ทว่าหากเจ้าตัดสินใจจะทำเช่นนั้นจริงๆ แล้วละก็ ข้าก็คงทำอันใดมิได้ นอกจากยอมรับชะตากรรมไปเท่านั้นเอง... นึกเสียว่า โชคร้ายยิ่งนักที่ได้ภรรยาเช่นเจ้า...”

            กู้ฉางเกอแสร้งทอดถอนใจ สีหน้าราวกับแสนเสียดาย

            แน่นอนว่าเขามิได้กลัวเลยแม้แต่น้อย หากเยวี่ยหมิงคงคิดจะเปิดโปงความลับนี้ออกไปจริงๆ นางก็คงทำไปนานแล้ว อีกทั้งเขายังมีวิธีจัดการเรื่องราวอีกนับมิถ้วน

            สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ก็คือ การทำให้นางค่อยๆ ลดความระแวงสงสัยในตัวเขาลงเสียก่อน มิเช่นนั้น หลายสิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้ ก็คงยากที่จะดำเนินการได้โดยราบรื่น

            เมื่อได้ยินดังนั้น เยวี่ยหมิงคงก็แค่นเสียงเบาๆ ผ่านจมูก ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างมิสบอารมณ์นัก

            “เรายังมิได้แต่งงานกันเสียหน่อย ผู้ใดเป็นภรรยาเจ้ากัน”

            นางเองก็รู้ดีว่าคำกล่าวของกู้ฉางเกอล้วนเป็นถ้อยคำสวยหรูที่เอ่ยเพื่อปลอบประโลมจิตใจเขาเท่านั้น

            บุรุษผู้นี้คิดอ่านลึกซึ้ง หมากแต่ละตามิมีแม้กระทั่งหลงเหลือช่องโหว่อันใด ถ้าเขากล้าเอ่ยเช่นนี้ ก็แสดงว่าเขามิเกรงกลัวว่านางจะเปิดเผยความลับแต่อย่างใด

            ถึงกระนั้น เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้จากปากของเขา หัวใจของนางก็อดรู้สึกยินดีขึ้นมาหน่อยๆ มิได้

            “เอาเถิด อย่างไรเสีย ในวันข้างหน้าเจ้าก็ต้องเป็นอยู่ดี”

            กู้ฉางเกอหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวอย่างมิยี่หระ “ทั้งตัวและหัวใจของเจ้าล้วนเป็นของข้าแล้ว เจ้าคิดว่าข้ายังจะใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้อยู่อีกหรือ”

            “กู้ฉางเกอ...”

            เยวี่ยหมิงคงขมวดคิ้วแน่น นางคาดมิถึงว่าคนผู้นี้จะกล่าวจาไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ แถมคำกล่าวนั้นก็ยังชวนให้รู้สึกขนลุกอยู่บ้าง ทว่าก็ยากจะปฏิเสธในคราเดียวกันได้

            กระนั้น ดวงตาคู่งามกลับเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมาโดยมิรู้ตัว

            กู้ฉางเกอผู้นี้ ช่างเก่งกาจในการเอ่ยคำกล่าวสวยหรูหลอกล่อให้นางสับสน ทว่าถึงกระนั้น นางก็ยังอดรู้สึกอยากฟังมิได้

            เพราะในสิบคำที่เขากล่าว อาจมีเก้าคำเป็นเท็จ... ทว่าหากยังมีหนึ่งคำที่เป็นจริงเล่า

            ขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบพลันดังขึ้นในห้วงความคิดของกู้ฉางเกอ

            “ติ๊ง! ท่าทีของเยวี่ยหมิงคงซึ่งเป็นผู้ครอบครองชะตาฟ้าลิขิตได้แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ท่านได้รับค่าวาสนาเพิ่มขึ้น 800 แต้ม และได้รับค่าชะตาสวรรค์เพิ่มขึ้น 4,000 แต้ม”

            เสียงแจ้งเตือนนี้ทำให้กู้ฉางเกอพึงพอใจมิน้อย อย่างน้อยคำกล่าวเมื่อครู่ก็มิเสียเปล่า

            ครั้นแล้ว ในมือของเขาพลันมีแสงสว่างวาบขึ้น ก่อนจะปรากฏสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมา เขายิ้มบางพลางทอดถอนใจว่า “วันนี้งานพิธีแต่งตั้งผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ เจ้าก็มิคิดจะไปหรือ เหล่าผู้อาวุโสพวกนั้นได้มอบสมบัติให้ข้ามากมาย เจ้าเองก็น่าจะเลือกเอาสักชิ้นได้เหมือนกันนะ”

            สีหน้าของกู้ฉางเกอดูเหมือนจะเสียดายอันใดบางอย่าง

            ครืน!

            พลันสิ่งของในมือของเขาเปล่งเสียงสั่นไหวเบาๆ สิ่งนั้นมีลักษณะภายนอกที่วิจิตรประณีต ราวกับหงส์น้อยที่นอนสงบนิ่งอยู่ ทว่าภายในกลับส่องแสงทอประกายสีรุ้งล้ำลึก อักขระโบราณลอยล่องประหนึ่งกระแสแสงแห่งเซียน

            แน่นอนว่ายามนี้มันยังอยู่ในสภาพปกติ ทว่าหากร่ายพลังเซียนเมื่อใด มันจะขยายร่างกลายเป็นอาวุธทรงอานุภาพได้ในทันที

            สำหรับกู้ฉางเกอที่มีทวนมารทลายสวรรค์อยู่ในครอบครองแล้ว สิ่งนี้ย่อมไร้ค่าในสายตาเขา

            “นี่มัน... หอกเทพปีกหงส์ทองคำหรือ”

            เยวี่ยหมิงคงแสดงความประหลาดใจออกมาเล็กน้อย เมื่อนางจำได้ว่านี่คือสมบัติล้ำค่าแห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ ผลงานการหลอมสร้างของบรรพชนผู้หนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องอานุภาพทรงพลังและหาได้ยากอย่างยิ่ง

            จากท่าทางของกู้ฉางเกอ ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะมอบมันให้แก่นางหรือ

            มิว่าจะในชาติที่แล้วหรือในชาตินี้ กู้ฉางเกอก็มิเคยมอบสิ่งใดให้กับนางเลยแม้แต่เพียงครั้งเดียว
    แล้วนี่มันอันใดกัน ยังดูเหมือนคัดสรรมาเพื่อมอบให้นางเป็นพิเศษอีกด้วย

            เยวี่ยหมิงคงจ้องมองเขาด้วยสายตาคลางแคลงใจปนมิอยากจะเชื่อ

            “เจ้าจำได้สินะว่าสิ่งนี้คืออันใด ดูดีไหม” กู้ฉางเกอเอ่ยถามพลางมองนาง

            เยวี่ยหมิงคงพยักหน้าช้าๆ แววตาเย็นเยียบของนางพลันฉายแววความคาดหวังเล็กๆ อย่างมิรู้ตัว

            “ถ้างดงามก็ดีแล้วละ”

            กู้ฉางเกอยิ้มกริ่ม กล่าวจบ หอกเทพปีกหงส์ทองคำในมือของเขาก็หายวับไปกับตา มันถูกเก็บกลับเข้าไปในมิติเก็บสมบัติของเขา

            ภาพนั้นทำให้เยวี่ยหมิงคงถึงกับชะงักค้าง นางนิ่งเงียบราวกับสติขาดห้วง ใบหน้างดงามดุจหิมะกลับแข็งทื่อ สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเฉียบขาด ราวกับขุนเขาน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยพายุหิมะ

            นัยน์ตาคู่งามราวหงส์เปล่งประกายเย็นยะเยือก ประดุจใบมีดแหลมคมที่พร้อมจะพุ่งปักร่างกู้ฉางเกอเป็นเสี่ยงๆ

            นางมิคิดเลยว่าเขาจะทำเช่นนี้! หยิบมันขึ้นมาถามว่าสวยไหม แล้วสุดท้ายก็เก็บกลับไปหน้าตาเฉย!

            ยามนี้นางเข้าใจความรู้สึกของกู้เซียนเอ๋อร์อย่างถ่องแท้แล้ว

            ความรู้สึกที่อยากจะโมโหจนแทบคลั่ง ทว่ากลับทำอันใดอีกฝ่ายมิได้เลยแม้แต่น้อย!

            "ดูสิ ทำให้เจ้าหัวเสียถึงเพียงนี้..." กู้ฉางเกอมองดูเยวี่ยหมิงคงที่บัดนี้เย็นชาเป็นน้ำแข็ง พลันหัวเราะเบาๆ อย่างอดมิได้

            ที่เขาทำไปทั้งหมดนี้ก็เพราะอยู่เฉยๆ จนว่างเกินไป จึงอยากหยอกล้ออีกฝ่ายเล่นเท่านั้น

            "ของชิ้นนี้ย่อมต้องเป็นของเจ้าอยู่แล้ว" กู้ฉางเกอกล่าวยิ้มๆ

            "ข้ามิเอาแล้ว!"

            เยวี่ยหมิงคงโมโหจนแทบจะกระทืบเท้า ก่อนหันหลังเดินหนีออกไปทันที นางทนคนเช่นเขามิไหวแล้วจริงๆ

            คนผู้นี้ราวกับเต็มไปด้วยเล่ห์กลสารพัด ในเมื่อครู่ยังทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่แท้ๆ ช่างน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก!

            นางคิดแล้วก็ข่มอารมณ์มิอยู่ นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน!

            กู้ฉางเกอส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ในเมื่อมิเอา อย่างนั้นก็จำต้องใช้กำลังเสียแล้ว"

            ตูม!

            เสียงมหึมาดังสะท้านลั่นขึ้นทันใด ตามมาด้วยการปะทะอันน่าตื่นตระหนก การประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงในเวลามินาน

            ทั้งวิหารสั่นสะเทือนดังก้อง อักขระโบราณลุกวาบสว่างไสว พื้นที่รอบข้างบิดเบี้ยว เสียงคำรามโครมครามแผ่กระจายออกไปอย่างน่าสะพรึงกลัว

            พวกศิษย์ที่อยู่นอกวิหารต่างตกตะลึงถึงขีดสุด พากันขวัญผวามิกล้าแม้แต่จะเอ่ยถาม

            กู้ฉางเกอในครั้งนี้ ได้เผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็สามารถกำราบเยวี่ยหมิงคงลงได้

            ต้องยอมรับว่าเยวี่ยหมิงคงนั้นเก่งกาจเหนือกว่าบรรดายอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่นๆ ไปไกลโข และแม้แต่กู้ฉางเกอเองก็มิแน่ใจว่านางยังมีไพ่ลับใดซุกซ่อนอยู่อีก

            ทว่าสำหรับเขาแล้ว พวกเขาก็เหมือนกับเป็นคู่สามีภรรยากันมานาน จะปล่อยให้นางมาเดินวนเวียนอยู่ตรงหน้าทุกวัน โดยที่เขามิคิดจะทำอันใดเลยนั้นย่อมเป็นไปมิได้

            ดังนั้น…

            เยวี่ยหมิงคงจึงตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกครั้ง ร่างอ่อนระทวยด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้างดงามแดงก่ำ ดวงตาคู่งามฉายแววขุ่นเคืองพลางกัดฟันแน่นด้วยความแค้นใจ

            ความน้อยใจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์ที่กู้ฉางเกอแอบหนีไปหานางจิ้งจอกในยามค่ำคืนก็คล้ายจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น

            กระนั้นก็ดี นางยังมิคิดปล่อยวางเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

            'จิ้งจอกนั่นเป็นผู้ใดกันแน่...' เยวี่ยหมิงคงคิดในใจ พลางเผยแววตาเย็นยะเยือก ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกสั่นสะท้าน

            เยวี่ยหมิงคงมิมีวันยอมให้สตรีใดมาอยู่เคียงข้างกู้ฉางเกอนอกจากนางเป็นอันขาด

            ส่วนเรื่องของชื่อหลิงผู้สืบทอดของตระกูลวิหคเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้น ในสายตาของนาง สตรีนางนั้นมิมีความสำคัญอันใดแม้แต่น้อย นางนับว่าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในแผนการของกู้ฉางเกอเพียงเท่านั้น

            นางรู้จักกู้ฉางเกอดีเกินไป คนอย่างเขาจะไปสนใจสตรีอื่นได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขามิเคยสนใจนางอย่างจริงจังเลยสักนิด

            หากจะมีบ้าง ก็เป็นเพียงความเพลิดเพลินชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

            ทว่าถึงกระนั้น เยวี่ยหมิงคงก็ยังต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่านางจิ้งจอกที่กู้ฉางเกอไปพบเจอในคืนนั้นคือผู้ใดกันแน่

            …

            ช่วงเวลานี้ ภายในส่วนลึกของตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์กลับมิได้สงบสุขอย่างที่เคย เส้นสายแห่งพลังสวรรค์พลันพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า บริเวณนั้นปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบที่ไหลเวียนอยู่ทั่วทุกสารทิศ

            กลิ่นอายโบราณอันเก่าแก่ดุจยุคบรรพกาลแผ่กระจายออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว

            บนท้องนภา ปรากฏรอยแยกอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ราวกับแผ่นดินแห่งความว่างเปล่าที่มองมิเห็นจุดสิ้นสุด กระแสลมกรรโชกแรงคละคลุ้งไปด้วยความมืดมิด น่าพรั่นพรึงเกินหยั่งถึง ทว่ากลับแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายแห่งเซียนอันบริสุทธิ์ ราวกับช่องทางที่เชื่อมโยงไปสู่อีกฟากหนึ่งของโลก

            ดินแดนเซียนโบราณได้ปรากฏสู่โลกหล้าแล้ว ความมหัศจรรย์แห่งแดนโบราณดึงดูดความสนใจจากเหล่าบรรดาสำนักและมหาอำนาจต่างๆ มากมาย

            ที่แห่งนี้คือประตูสู่ซากโบราณแห่งเซียน ในยามนี้เหล่าบรรพชนแห่งยุคบรรพกาลและปีศาจเฒ่าผู้แกร่งกล้าแห่งตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ได้มารวมตัวกันอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว

            “พวกเราร่วมมือกันเพียงเพื่อรักษาความมั่นคงของช่องทางนี้ได้เท่านั้น ทว่าหากเหล่าผู้คนในดินแดนแห่งนั้นหลุดออกมา เกรงว่าจะก่อหายนะขึ้นมามิน้อย...”

            หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวขึ้น ดวงตาลุ่มลึกจับจ้องไปยังรอยแยกนั้น

            “การที่เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์แห่งแต่ละสำนักถูกส่งมายังที่แห่งนี้ ครานี้มิรู้ว่าจะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่...” พวกเขาเพียงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

            วาบ!

            แสงสีแห่งเทพสว่างไสวหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกนั้น พุ่งกระจายไปยังแปดทิศทั่วหล้า

            สิ่งเหล่านี้แฝงไว้ด้วยสมบัติศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพและโอสถวิเศษแห่งเซียนมากมาย แม้เพียงกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ก็ราวกับจะสามารถนำพาผู้คนให้ทะยานสู่แดนเซียนได้

            ภายในดินแดนเซียนโบราณนั้น เต็มไปด้วยโอกาสและโชควาสนาอันมหาศาล หากมิใช่เพราะเมื่อมินานมานี้ สมบัติเซียนได้ฝ่าทะลุหมอกหนาที่บดบังแสงสว่าง และสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นฟ้าแผ่นดิน เกรงว่าคงมิมีผู้ใดตื่นตัวและสนใจจนถึงเพียงนี้

            “แจ้งไปยังศิษย์รุ่นเยาว์ของแต่ละสำนักทั้งหลายให้มารวมตัวกันที่นี่ภายในสามวันนี้”

            “น่าเสียดายยิ่งนัก หากผู้แข็งแกร่งรุ่นอาวุโสเข้าไปในที่แห่งนั้น เกรงว่าเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่สถิตอยู่ภายในจะมิพอใจเอาได้”

            “ทว่าสำหรับเหล่าผู้คนในดินแดนเซียนโบราณ นี่ก็นับว่าเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ โอกาสที่จะแย่งชิงโชควาสนามหาศาลทั้งหลาย ก็ยังคงเป็นของศิษย์จากโลกภายนอกอย่างพวกเราอยู่ดี”

            เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายสนทนากันอย่างเคร่งขรึม

            พวกเขาได้เจรจากับเหล่าผู้ดำรงอยู่แห่งยุคบรรพกาลภายในดินแดนเซียนโบราณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครานี้การทดสอบและการแย่งชิงโชควาสนาจะสงวนไว้สำหรับคนรุ่นเยาว์เท่านั้น ห้ามให้ผู้แข็งแกร่งรุ่นอาวุโสเข้ามาแทรกแซง

            ส่วนเหล่าผู้ดำรงอยู่แห่งยุคบรรพกาลภายในดินแดนเซียนโบราณ แม้จะทรงพลังถึงเพียงใด ทว่าก็ย่อมมิกล้าท้าทายบรรดามหาอำนาจจากโลกภายนอก

            เพราะถึงแม้พวกเขาจะยิ่งใหญ่สักเพียงใด ทว่าท้ายที่สุดก็ยากจะต้านทานเหล่าผู้แข็งแกร่งของโลกภายนอกที่รวมตัวกันได้

            สุดท้ายแล้ว ดินแดนเซียนโบราณแห่งนี้ก็จะถูกทำลายลงอย่างแน่นอน

            ในมิช้า ข่าวสารจากตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ก็แพร่สะพัดออกไป ในอีกสามวันประตูสู่ดินแดนเซียนโบราณจะถูกเปิดออก และเหล่าศิษย์แห่งสำนักและมหาอำนาจต่างๆ จากทั่วสารทิศสามารถมุ่งหน้าไปแสวงหาโชควาสนาภายในได้

            ข่าวคราวนี้ราวกับพายุพัดกระหน่ำ สร้างความตื่นตะลึงและความยินดีอย่างยิ่งให้แก่เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรและมหาอำนาจทั้งหลาย

            ตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์นั้นทรงอำนาจเหนือผู้ใดในดินแดนอนันต์สวรรค์ จะเรียกว่าเป็นผู้ปกครองสูงสุดก็มิเกินเลยนัก

            ก่อนหน้านี้ ข่าวคราวเกี่ยวกับดินแดนเซียนโบราณได้แพร่สะพัดอยู่ในวงจำกัดของแต่ละสำนักเท่านั้น ทว่าเมื่อตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ นี่ก็มิต่างอันใดจากการประกาศยืนยันโดยผู้มีอำนาจสูงสุด

            ดังนั้นจึงทำให้ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรทั้งหลายต่างพากันตื่นตะลึง แห่กันมายังประตูภูผาของตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์กันอย่างล้นหลาม

            หากมิใช่เพราะความเคารพและยำเกรงต่อตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ เกรงว่าบันไดหินหน้าประตูคงจะถูกเหยียบจนราบเป็นหน้ากลองไปเสียแล้ว

            สำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรไร้สังกัดที่ปราศจากผู้หนุนหลังหรือสายสัมพันธ์ใดๆ โอกาสที่ซ่อนอยู่ภายในดินแดนเซียนโบราณนั้นมิใช่อื่นใดนอกจากโอกาสทองแห่งการพลิกนภาผ่าปฐพีเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต

            เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะตื่นเต้นและคาดหวังถึงเพียงนี้

            ตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์เองก็เตรียมมาตรการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว

            ครืน!

            หน้าประตูภูผา มีกระแสพลังอันยิ่งใหญ่ทอประกายสว่างไสว ผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดปรากฏกาย สร้างเส้นทางเชื่อมที่ส่องประกายสีทองอร่ามทอดยาวลึกเข้าไปภายใน

            นี่ย่อมเป็นโอกาสที่ตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์หยิบยื่นให้แก่เหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรพเนจรอย่างเท่าเทียม มิฉะนั้นหากเกิดความมิพอใจขึ้นจนกลายเป็นความโกลาหลใหญ่โตก็ย่อมมิเป็นผลดีแน่

            ณ เวลานี้ ดินแดนอนันต์สวรรค์ต่างเดือดพล่านไปทั่ว ผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรจากทั่วทุกสารทิศต่างมุ่งหน้าสู่ตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์ ด้วยความหวังอันแรงกล้า

            แม้กระแสข่าวเกี่ยวกับผู้สืบทอดเคล็ดวิชามารต้องห้ามที่ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางจะสร้างความหวาดหวั่นไปทั่ว ทว่าเมื่อเทียบกับโชควาสนาอันมหาศาลภายในดินแดนเซียนโบราณแล้ว เรื่องราวเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งเล็กน้อย ไร้ความสลักสำคัญไปในทันที...


    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405