THe Superman

    ตอนที่ 154 นักข่าวกับชายคนหนึ่ง

            

            “ หยางหลิว ! นายแม่งโคตรเทพ!! นายเล่นเทพทั้งกีฬา เกม ต่อสู้แถมยังทำอาหารได้โคตรเทพขนาดนี้อีก !? สุดยอดไปเลยเพื่อน !ฉันถือนายจริง ๆ !! ” ว่านเซี่ยงกล่าวอย่างยกย่องในตัวหยางหลิวมาก

             

             

            “ ใช่แล้ว ! ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายแม่งจะเทพขนาดนี้ !ยอดเยี่ยมจริง ๆ ” ฉางเฟิงก็เข้ามาพูดกับหยางหลิวด้วยเช่นกัน

             

             

            “ พอเลย ๆ ฉันแค่ทำอาหารเป็นนิดหน่อยก็เท่านั้นแหละ” หยางหลิวพยายามพูดอย่างถ่อมตน

             

             

            “ นายแค่ทำเป็นนิดหน่อย !? อย่ามาพูดให้ขำดีกว่าน่า! ฉันเคยไปเที่ยวร้านอาหารหรู ๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในทั้งนอกประเทศแต่ฉันไม่เคยเจอใครทำอาหารอร่อยเท่านายเลย ! ” กู๋เจ๋อกล่าวโต้แย้งคำพูดหยางหลิวทันทีหลังจากที่ได้ฟังหยางหลิวพูดเพราะเขาไม่คิดว่าจะมีใครหน้าไหนที่มีฝีมือเหนือไปกว่าหยางหลิวอีก !

             

             

            พูดก็พูดกู๋เจ๋อเป็นคนหนึ่งที่เคยลิ้มลองอาหารระดับสุดยอดมาแล้วหลายแห่งทั่วโลกพ่อครัวหรือเชฟที่ถูกขนานนามว่าหนึ่งในสุดยอดของโลก กู๋เจ๋อก็เคยไปลิ้มลองฝีมือพวกเขามาแล้วบ่อยครั้ง

             

             

            แต่รสชาติของมันกลับไม่ได้เรื่องแม้แต่ครึ่งหนึ่งของอาหารที่หยางหลิวทำเลยด้วยซ้ำแค่ข้าวผัดจานเดียวยังเหนือกว่าเลยก็ว่าได้ นี่มันทำให้กู๋เจ๋อทั้งประหลาดใจและประทับใจในเวลาเดียวกัน

             

             

            “ ฮ่า ๆ นายชมฉันมากไปแล้วกู๋เจ๋อ ” หยางหลิวหัวเราะอย่างอาย ๆ

             

             

            ส่วนหลัวโก่วที่นิ่งเงียบไปนาน จู่ ๆเขาก็หัวเราะด้วยท่าทางประหลาด ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

            “ ฮ่า ๆๆฉันก็ว่าแล้วทำไมนายถึงบอกว่าร้านนี้อาหารไม่ค่อยอร่อยที่แท้นายก็ทำอาหารระดับนี้กินเองอยู่แล้วใช่ไหม ? พอมาเจออาหารรสชาติห่วยๆ แบบนี้นายเลยบ่นว่ามันไม่ค่อยถูกปากนี่เอง ”

             

             

            “ ก็ไม่ขนาดนั้น บางทีฉันก็ทำอาหารเองบ้าง ” หยางหลิวเผลอตอบคำถามหลัวโก่วไปโดยไม่ทันระวัง

             

             

            และในวินาทีถัดมานั้น หลัวโก่วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัดออกมาก่อนจะตบบ่าหยางหลิว แล้วพูดขึ้นว่า

            “ ฮ่า ๆๆๆ งั้นก็เยี่ยมไปเลย ! ฉันรู้ว่าอาหารธรรมดาๆ มันคงไม่ถูกปากนาย แล้วทำไมนายไม่ทำอาหารกินเองทุกวันซะเลยล่ะ !? แบบนี้นายก็ไม่ต้องทนไปกินอาหารห่วย ๆ ที่โรงอาหารอีกต่อไปแล้วใช่ไหมเพื่อน ?? ฮ่า ๆๆๆๆ ”

             

             

            หยางหลิวหยุดชะงักจากคำพูดของหลัวโก่วโดยฉับพลันตอนนี้เขารู้แล้วว่าที่หลัวโก่วไม่พูดอะไรออกมาตั้งนานสองนานที่แท้หลัวโก่วก็ไปคิดแผนนี้มานี่เอง ซึ่งในขณะที่หยางหลิวกำลังจะกล่าวปฏิเสธนั้นเพื่อน ๆ อีกสามคนที่เหลือก็ตาลุกเป็นไฟ !

             

             

            ในเมื่อหยางหลิวทำอาหารอร่อย ๆแบบนี้ได้ แล้วทำไมพวกเขาต้องทนกินอาหารห่วย ๆ ที่โรงอาหารอีกต่อไปด้วยล่ะแม้ว่ามันจะไม่ได้ห่วยจริง ๆ อย่างที่ว่าก็ตามแต่เมื่อเทียบกับฝีมือของหยางหลิวแล้ว ก็คงมีแต่คำว่าห่วยเท่านั้นที่จะพอใช้เปรียบได้!

             

             

            โดยไม่รอช้าทั้งว่านเซี่ยง ฉางเฟิงกู๋เจ๋อต่างเริ่มใช้คำพูดจาหว่านล้อมหยางหลิวให้ทำอาหารให้พวกเขากินทุกวันทันที !

            “ เฮ้ยจริงด้วยหลัวโก่ว ! หยางหลิวนายเลิกกินอาหารแย่ๆ พวกนั้นเถอะ แล้วทำอาหารกินเองดีกว่า ! ”

             

             

            “ ใช่ ๆ ! ไม่ต้องทำอะไรที่หรูหราหรือพิเศษมากก็ได้เอาแค่ข้าวผัดของนาย พวกฉันเอ๊ย ! นายก็ไม่ต้องทนกินอะไรแย่ๆ แบบนั้นอีกแล้วไงเพื่อน ! ”

             

             

            “ ถูกต้อง ๆ เอางี้เป็นไง ห้องของพวกเราไม่มีห้องครัวใช่ไหม? ไม่เป็นไรพื้นที่ในห้องเราก็มีค่อนข้างเยอะอยู่แล้วเดี๋ยวฉันซื้ออุปกรณ์ทำครัวให้นายโอเคละกัน พวกเตาไฟฟ้าอะไรทำนองนี้ ใช้งานก็ง่ายเก็บพกพาก็สะดวก อีกอย่างนายไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์ไม่พอนะ ฉันบอกได้เลยว่าไม่มีปัญหาแน่นอน! ถ้าขาดเหลืออะไรฉันจะซิ้อมาให้ทันที ! รวมถึงพวกวัตถุดิบด้วยนายอยากได้ของดี ๆ ก็ไม่มีปัญหา ! ห้างเมสโซ่ก็อยู่ใกล้ ๆ เอง ! ”

             

             

            พอได้ฟังคำพูดของเพื่อน ๆ หยางหลิวก็ตื่นตระหนกในทันทีทันใดนี่ยิ่งกว่ากรรมตามสนองแบบติดจรวดเสียอีก !

             

             

            หยางหลิวไม่ได้ทันคิดเรื่องนี้เลยจริงๆ เขาไม่นึกเลยว่าการแสดงความสามารถด้านอาหารจะไปทำให้เพื่อนของเขาหันมาใช้คำพูดจาหว่านล้อมให้เขาทำอาหารเช่นนี้!

             

             

            ถ้าหากเป็นไปได้หยางหลิวก็อยากจะย้อนเวลาอีกสักครั้งเขาอยากจะกลับไปในช่วงเวลาก่อนการแข่งขันดังกล่าว แล้วจากนั้นหยางหลิวก็จะเปลี่ยนการตัดสินใจใหม่แค่ต่อสู้กับพนักงานฝั่งตรงข้ามทั้งสิบกว่าคนก็พอแล้วยอมจ่ายเงินหมื่นหยวนยังจะดีซะกว่า !

             

            
    ...

             

             

            หลังจากผ่านสมรภูมิการตื้อ การพูดจาหว่านล้อมการขอร้องอ้อนวอนแบบแกมบังคับ ในที่สุดเพื่อน ๆของหยางหลิวก็ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีหยางหลิวไม่เพียงปฏิเสธที่จะทำอาหารให้พวกเขากินทุกวันเท่านั้นทว่าหยางหลิวยังคงปฏิเสธที่จะไม่ทำอาหารให้พวกเขากินเลยแม้ว่าจะเป็นสัปดาห์ละครั้งหรือกรณีอื่นใด!

             

             

            ดังนั้นในตอนนี้เพื่อนของหยางหลิวทั้งสี่คนจึงเดินออกมาจากภัตตาคารห้าดาวอย่างคอตกและเศร้าใจ พร้อมด้วยหยางหลิวที่ดูสะใจเล็ก ๆที่เอาคืนเพื่อนของเขาได้บ้างหลังจากถูกแกล้งให้มาเลี้ยงข้าวเกือบหมื่นหยวนแม้ในครั้งนี้เขาจะไม่ได้จ่ายเงินค่าอาหารก็ตามที

             

             

            แต่ทว่าในทันทีที่หยางหลิวและเพื่อนทั้งสี่เดินลงมาถึงบริเวณด้านล่างพวกเขาก็ได้ยินเสียงคนจำนวนมากกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างน่าประหลาด

             

             

            ซึ่งในวินาทีที่พวกเขาเห็นใบหน้าของหยางหลิวฉับพลันก็มีคนตะโกนเรียกชื่อของหยางหลิวออกมาทันที

             

             

            “ นั่นหยางหลิว ! ”

             

             

            “ เขาออกมาแล้ว ! ”

             

             

            “ หยางหลิวออกมาแล้ว ! ”

            ในวินาทีต่อมาผู้คนจำนวนมากที่ถือกล้องและไมโครโฟนต่างวิ่งกรูกันเข้ามาหาหยางหลิวอย่างกับเสือที่กำลังวิ่งเข้ามาล่าเหยื่อ!

             

             

            “ เฮ้ย ! คนพวกนี้เป็นใครวะเนี่ย !? ” ว่านเซี่ยงอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ

             

             

            “ จะไปรู้เหรอ !? หยางหลิวคนพวกนี้เป็นใคร!? ” หลัวโก่วเองก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นเขาจึงหันไปถามหยางหลิวเพราะเขาได้ยินอย่างชัดเจนว่าคนพวกนี้กำลังรอหยางหลิวอยู่

             

             

            “ อืม... พวกนายรออยู่ตรงนี้แล้วกัน ” หยางหลิวดูสงบเล็กน้อย เหมือนว่าไม่ค่อยประหลาดใจนักที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

             

             

            อันที่จริงหยางหลิวเองก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์เขาในสักวันทั้งจากเรื่องราวของเกมThe World และเรื่องของการกลับมาทำอาหารอีกครั้งแต่หยางหลิวไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นเร็วถึงขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง

             

             

            เมื่อเห็นว่าหยางหลิวกำลังเดินมาหาพวกเขานักข่าวก็รักษามารยาทมากขึ้นทันตา โดยไม่รีบร้อนเข้าไปสัมภาษณ์หยางหลิวเหมือนเมื่อครู่เพราะกลัวว่าหยางหลิวจะหนีหายไป

             

             

            ทว่าเมื่อหยางหลิวเดินเข้ามาใกล้พวกนักข่าวหยางหลิวกลับไม่หยุดเดินเพื่อพูดคุย แต่เขากลับเดินตรงไปที่ ๆหนึ่งซึ่งมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก

             

             

            “ สวัสดีครับคุณฟ่งยู่ไม่ได้เจอกันนานเลยครับสบายดีหรือเปล่าครับช่วงนี้ ? ” ที่แท้ชายคนนั้นคือนักชิมฟ่งยู่นั่นจึงไม่แปลกนักที่หยางหลิวเดินเข้าไปทักทายกับฟ่งยู่เป็นอย่างแรกโดยไม่เห็นหัวนักข่าวเลยสักนิด

             

             

            “ หยางหลิว ! ฉันได้ยินข่าวมาว่าอาการป่วยของเธอหายแล้วแถมยังทำอาหารได้แล้ว นั่นจริงหรือเปล่า ? เป็นความจริงใช่ไหม!? ” ฟ่งยู่ไม่สนใจการทักทายของหยางหลิวแต่เขาพยายามถามอาการของหยางหลิวอย่างตื่นเต้นเห็นได้ชัดว่าฟ่งยู่รีบร้อนมาที่นี่อย่างมากแม้แต่ชุดที่เขาใส่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ชุดนอนเท่านั้น นี่บ่งบอกได้เลยว่าเขาทั้งคิดมากและเป็นห่วงหยางหลิวมากแค่ไหน

             

             

            “ ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมหายแล้วและก็กลับมาทำอาหารได้แล้วด้วย เมื่อกี้ผมก็เพิ่งลองทำอาหารดู รสชาติก็ยังพอใช้ได้เหมือนเดิมครับ” หยางหลิวยอมรับอย่างง่าย ๆ โดยไม่คิดจะปิดบังอีกแล้วแม้อันที่จริงในตอนแรกหยางหลิวไม่คิดว่าการเป็นเชฟจะมีประโยชน์เพราะว่าหยางหลิวได้หันมาสนใจด้านการเรียนอย่างจริงจังแทน

             

             

            ทว่าในเมื่อตอนนี้หยางหลิวได้ลองเล่นเกมThe World และเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเกม The World แล้ว การกลับมามีชื่อเสียงในวงการอาหารอีกครั้งจึงเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะมันจะทำให้คนทั่วไปรู้จักหยางหลิวมากขึ้นจากการนำเสนอข่าวต่าง ๆ รวมถึงข่าวในวงการอาหารนี้ด้วย

             

             

            ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้หยางหลิวมีข้อได้เปรียบในการเจรจาอย่างมากในครั้งถัดไปกับบริษัทเกมThe World ต้องไม่ลืมว่าหยางหลิวเพียงเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์เท่านั้นซึ่งนั่นก็เป็นแค่การเซ็นสัญญาเพียงแค่ในนาม หยางหลิวไม่จำเป็นต้องไปถ่ายโฆษณาหรือทำอะไรให้บริษัทเลยก็ได้

             

             

            แต่ถ้าหากบริษัทเกม TheWorld สาขาประเทศจีนต้องการให้หยางหลิวไปนั่นแหละจะเป็นจุดที่สร้างรายได้ให้กับหยางหลิวอีกครั้ง !

             

             

            “ เยี่ยม ! เยี่ยมมาก ! ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ ในที่สุดเธอก็กลับมาทำอาหารได้อีกครั้ง ! นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ ! ” ทว่าฟ่งยู่กลับคิดต่างออกไปเมื่อได้ยินคำตอบของหยางหลิว

             

             

            เพราะฟ่งยู่นั้นคิดเสมอว่าหยางหลิวเป็นอนาคตใหม่ของวงการอาหารจีนหยางหลิวคือสุดยอดเชฟอย่างไม่มีใครเทียบได้ในสายตาของฟ่งยู่แต่ว่าในตอนที่ฟ่งยู่เชิญหยางหลิวไปร่วมการแข่งขันในรายการ TheCC หยางหลิวกลับถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส

             

             

            นี่ทำให้ฟ่งยู่รู้สึกแย่มากเขามักจะโทษตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้หยางหลิวต้องสูญเสียอนาคตอันยิ่งใหญ่นี้ไป

             

             

            แต่แล้ววันนี้โชคชะตากลับยังส่องแสงสว่างให้กับหยางหลิวและประเทศจีนอันเป็นที่รักของเขาอีกครั้ง นั่นเพราะหยางหลิวยังคงทำอาหารได้และคำพูดที่หยางหลิวบอกว่าพอใช้ได้ นี่ก็ทำให้ความรู้สึกกดดันต่าง ๆ ของฟ่งยู่หายไปในทันที

             

             

            “ ผมต้องขอโทษคุณฟ่งยู่ด้วยนะครับที่ต้องทำให้เป็นห่วงอันที่จริงแล้วผม... ” หยางหลิวพยายามกล่าวขอโทษฟ่งยู่อย่างรู้สึกผิดหยางหลิวไม่รู้เลยว่าฟ่งยู่จะคิดมากขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงบอกความจริงว่าเขาหายป่วยตั้งนานให้กับฟ่งยู่ไปแล้ว

             

             

            ทว่าฟ่งยู่กลับยกมือห้ามปรามเหมือนบอกว่าเขาไม่ถือสา พร้อมกันนั้นยังกล่าวอย่างเป็นกันเองว่า

            “ ไม่ต้อง ๆ ! ไม่เป็นไร ! แค่ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอหายดีแล้ว ฉันก็พอใจแล้วล่ะ !ฮ่า ๆๆๆ วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริง ๆ ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่ทอดทิ้งวงการอาหารจีน !” ฟ่งยู่กล่าวอย่างยินดีปรีดาเขาคิดไปว่าวันนี้คือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา !

             

             

            หลังจากนั้นหยางหลิวกับฟ่งยู่ก็พูดคุยกันไปสักพักก่อนจะมีนักข่าวหญิงเดินเข้ามาถามอย่างกล้าๆ กลัว ๆ ว่า

            “ เอ่อคุณฟ่งยู่ คุณหยางหลิว พวกเราอยากจะขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมคะ? ”

             

             

            “ โอ้จริงสิ ! ฉันลืมไปเลยว่าพวกเธอรอสัมภาษณ์หยางหลิวอยู่หยางหลิวงั้นเดี๋ยวฉันขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน ว่าง ๆก็มาเยี่ยมฉันที่บ้านก็ได้ หรือจะไปที่สมาคมหลงหยานก็ได้ งั้นฉันไปก่อนล่ะ ! ฮ่า ๆๆๆ ” ฟ่งยู่วันนี้พึงพอใจมากแล้ว ดังนั้นเขาจึงกล่าวลาและเตรียมเดินทางกลับบ้านทันที

             

             

                เมื่อเป็นเช่นนี้หยางหลิวจึงกล่าวลาฟ่งยู่

            “ แล้วเจอกันครับคุณฟ่งยู่ ”  จากนั้นหยางหลิวก็หันไปให้ความสนใจกับเหล่านักข่าวและเริ่มให้สัมภาษณ์ทันที