เซียวจิ่วเอ๋อร์กลับมาพร้อมกับความโกรธที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ทั้งโทษตัวเองที่ประมาทปล่อยให้ซิงซิงอยู่ลำพังในจวนสกุลเจี่ย และโกรธเซียวหรันที่บังอาจกล้าลงมือกับคนของนาง
เซียวหรันพลางสวมเสื้อผ้า พลางมองเซียวจิ่วเอ๋อร์ด้วยสายตาดูแคลน ราวกับนางเป็ขยะข้างทางหรือมดปลวกไร้ค่า ไม่เคยถูกมองอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
เซียวจิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทีเช่นนั้น ริมฝีปากยกยิ้มบางๆ ขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบงัน นางเอ่ยเสียงเย็นว่า “ดูท่า เ้าคงไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ”
สิ้นคำกล่าวของนาง แสงสีฟ้าอ่อนพลันปรากฏขึ้นในมือ ก่อนจะพุ่งจู่โจมใส่เซียวหรันและสาวใช้ทันที
แรงปะทะทำให้ร่างลอยกลางอากาศ เกิดความรู้สึกไร้น้ำหนักอย่างฉับพลัน หัวใจของทั้งสองคล้ายลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ และในชั่วอึดใจต่อมา แรงกระแทกหนักหน่วงจากการตกลงพื้น ทำให้พวกนางส่งเสียงร้องโอดครวญด้วยความเ็ปอย่างมิอาจควบคุมได้
“โอ๊ย”
สองนายบ่าวล้มลงกับพื้นอย่างอเนจอนาถ ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์สร้างข่ายอาคมขึ้นในห้อง
ภาพที่ดูราวกับเื่เล่าเหนือจริงเช่นนี้ ทำให้ทั้งสองถึงกับตกตะลึง
ซินเหมยรู้สึกเหมือนร่างกายโดนอัดกระแทกจนแทบแหลกละเอียด ยกมือขึ้นปาดมุมปาก เมื่อเห็นรอยเืแดงสดบนปลายนิ้ว นางถึงกับนิ่งค้างไป
ถึงแม้นางจะเป็เพียงสาวใช้ของตระกูลเซียว แต่ก็เป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม หากเทียบกับโลกภายนอกอาจไม่ถือว่าเป็ผู้มีฝีมือสูงส่งนัก ทว่าสำหรับเซียวจิ่วเอ๋อร์แล้ว พลังระดับนี้ก็เพียงพอที่จะกดขี่เหยียบย่ำให้นางต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
เมื่อสองปีก่อน ซินเหมยเคยลงมือกับเซียวจิ่วเอ๋อร์ ยามนั้นนางแทบไม่ต้องออกแรงก็สามารถทำให้อีกฝ่ายบอบช้ำทั้งร่าง แล้วจับไปขังในโรงเก็บของร้างเป็เวลาสามวันเต็ม ก่อนจะปล่อยออกมา
ตอนนั้นเซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่กล้าแม้แต่จะร้องทุกข์ เมื่อถูกผู้คนถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายที่เต็มไปด้วยาแ นางก็ทำได้แค่ร้องไห้และบอกว่าพลัดตกเขาเท่านั้น
ซินเหมยไม่เคยคาดคิดเลยว่า วันหนึ่งนางจะต้องมาเสียท่าให้กับคนไร้ค่าเช่นเซียวจิ่วเอ๋อร์ และยิ่งคิดไม่ถึงว่านางจะถูกอีกฝ่ายทำร้ายจนาเ็!
“คุณหนู…”
ซินเหมยพยายามกล้ำกลืนความเ็ป ลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะประคองเซียวหรันให้ลุกขึ้นยืน ทั้งสองพิงกำแพงอย่างระแวดระวัง พร้อมทั้งมองเซียวจิ่วเอ๋อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและหวาดระแวง ขณะเดียวกันสมองก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ
เซียวจิ่วเอ๋อร์หลังจากที่สามารถควบแน่นพลังิญญาจนสร้างเป็อาวุธได้สำเร็จ นางก็เริ่มลองฝึกปรือเคล็ดวิชาใหม่ๆ นึกถึงคืนที่ิญญาของเ้าของร่างเดิมจากไป เซียวหรันเคยสร้างข่ายอาคมขึ้นในลานบ้าน ภาพนั้นแวบเข้ามาในความคิด นางจึงลองปลดปล่อยพลังิญญาห่อหุ้มทั่วทั้งห้อง ไม่คาดคิดว่านางจะทำสำเร็จภายในครั้งเดียว
เซียวจิ่วเอ๋อร์พอใจในข่ายอาคมที่นางสร้างขึ้น จางนั้นจึงเบนสายตากลับไปมองยังเซียวหรัน
เซียวหรันมองสบตานางอย่างเคียดแค้น พลางถามเสียงแข็งอย่างไม่ยอมรับความจริง “เ้าคือใครกันแน่?!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ในสายตานางเป็เพียงคนไร้ค่า ไม่มีวันมีความสามารถเช่นนี้ได้!
ในเวลาปกติ เซียวจิ่วเอ๋อร์อาจจะมีอารมณ์หยอกล้อหรือพูดจาเย้ยหยันเซียวหรันสักสองสามคำ แต่ในตอนนี้ นางไม่มีอารมณ์เช่นนั้นอีกต่อไป
“ลูกข้าอยู่ที่ไหน” เซียวจิ่วเอ๋อร์ถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้ารังเกียจที่สุดเวลาที่ต้องพูดอะไรซ้ำๆ เซียวหรัน หากเ้ายังมีสติอยู่ จงรีบส่งตัวเด็กออกมาเสียแต่โดยดี ไม่เช่นนั้น…”
“ไม่เช่นนั้น เ้าจะได้ลิ้มรสชีวิตที่อยากตายแต่ตายไม่ได้”
เซียวหรันแม้ในใจจะมีความหวั่นกลัวอยู่บ้าง แต่เพราะเติบโตมาอย่างคุณหนูที่ถูกตามใจจนเคยตัว จึงไม่เคยยอมรับคำข่มขู่ของใคร
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวจิ่วเอ๋อร์ แม้สมองยังไม่ได้คิดให้ถ้วนถี่ แต่ปากของนางก็โต้ตอบไปทันที
“ช่างกล้าพูดยิ่งนัก!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์หรี่ตาลงเล็กน้อย มองเซียวหรันที่ยืนหยัดด้วยท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมใคร พลางยิ้มเย็นออกมา “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะทำให้เ้าลิ้มรสความทรมานที่ยิ่งกว่าความตาย”
“พูดจาใหญ่โตเสียจริง!”
เซียวหรันแค่นหัวเราะด้วยความเย้ยหยัน
นางแม้จะถูกเซียวเฟิ่งเอ๋อร์ข่มมาตลอด แต่ในจวนสกุลเซียว นางไม่เคยได้รับการดูถูกโดยง่าย โดยเฉพาะหลังจากที่พี่น้องสามคนในตระกูลเซียวเสียชีวิตในสนามรบ ผู้ใหญ่ในตระกูลก็ยิ่งให้ความสำคัญและตามใจนางกับเซียวเฟิ่งเอ๋อร์มากขึ้นไปอีก
เซียวหรันเติบโตมาด้วยความเย่อหยิ่ง เคยชินกับการแสดงอำนาจ และตอนนี้ก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าแล้ว ไม่มีทางที่จะถูกคำพูดไม่กี่ประโยคของเซียวจิ่วเอ๋อร์ทำให้หวาดกลัว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีซินเหมยอยู่ข้างกาย นางไม่เชื่อว่าพวกนางสองคน สองต่อหนึ่งจะพ่ายแพ้เซียวจิ่วเอ๋อร์ได้!
เซียวหรันส่งสัญญาณทางสายตาให้ซินเหมย ทั้งสองประสานงานกันอย่างคล่องแคล่วและพุ่งเข้าโจมตีเซียวจิ่วเอ๋อร์ทันที
เซียวจิ่วเอ๋อร์หลบหลีกอย่างปราดเปรียวราวกับนกนางแอ่น เพียงปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ ก็พลิกตัวกลับมาคว้าข้อมือของซินเหมยไว้แน่น ก่อนจะหักจนกระดูกแตกดังกร๊อบ!
จากนั้น นางหันกลับมาเตะเซียวหรันเต็มแรงเข้าที่ใบหน้า!
ภายในข่ายอาคมที่เซียวจิ่วเอ๋อร์สร้างขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยปิดกั้นเสียงการต่อสู้จากภายนอก แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับห้องอีกด้วย
เซียวจิ่วเอ๋อร์จึงจัดการระบายความโกรธที่สะสมในใจโถมใส่คนทั้งสองได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ เพียงชั่วครู่ทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ซินเหมยนอนจมกองเื มือและเท้าถูกตัดขาดจนไม่สามารถขยับตัวได้ ทั้งยังอยู่ในอาการเลื่อนลอยไร้สติ
ส่วนเซียวหรัน ใบหน้าบวมช้ำอย่างหนัก หัวเข่าทั้งสองข้างถูกปักด้วยเข็มเงินจนไม่อาจยืนได้ ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าเซียวจิ่วเอ๋อร์
“ลูกข้าอยู่ที่ใด”
เซียวจิ่วเอ๋อร์กระชากผมของเซียวหรันจนเงยหน้าขึ้นมาสบตา นางเหลือความอดทนเพียงน้อยนิด ซึ่งอาจหมดลงได้ทุกเมื่อ
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าพูดถึงอะไร…”
เพียงชั่วพริบตา ท่าทีของเซียวหรันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
นางตัวสั่นไปทั้งร่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่คุ้นเคยกับสตรีตรงหน้า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าไม่ได้เอาตัวเขาไป”
“ตอนนี้ยังกล้าโกหกอีกหรือ?!”
ในดวงตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์ปรากฏประกายแห่งความเหี้ยมเกรียม นางหยิบปิ่นที่เซียวหรันใช้เกล้ามวยผมขึ้นมา ก่อนจะกระชากตัวเซียวหรันขึ้นจากพื้นด้วยแรงอันมหาศาล
เซียวหรันล้มเซถลาไปข้างหน้า ก่อนจะถูกกดให้นอนคว่ำอยู่บนโต๊ะ
จากนั้นปลายปิ่นที่แหลมคมถูกปักทะลุผ่านหลังมือของเซียวหรันจนมิด แทงทะลุลงไปติดกับโต๊ะไม้แ่า
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องดังลั่น เซียวหรันเ็ปจนใบหน้าซีดขาว ดวงตาพร่ามัวราวกับจะหมดสติ
“นี่คือโอกาสสุดท้ายของเ้า หากยังไม่พูดความจริง ข้าจะส่งเ้าไปลงนรกเดี๋ยวนี้!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์มองเซียวหรันที่น้ำตานองหน้า แต่ในใจกลับไร้ความรู้สึกใดๆ
นางเป็คนที่จิตใจเ็าและแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า สิ่งที่นางใส่ใจมีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
สำหรับเซียวจิ่วเอ๋อร์แล้ว ซิงซิงคือความอ่อนโยนเพียงหนึ่งเดียวในโลกอันแปลกประหลาดแห่งนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ยอมรับนางเป็แม่ก็ตาม แต่นางก็ปฏิบัติต่อเขาเสมือนลูกแท้ๆ ของตน
ชีวิตที่สองของนาง แม้เดิมทีจะไม่คิดเผยความสามารถหรือกลายเป็จุดเด่นเร็วขนาดนี้ แต่หากซิงซิงต้องได้รับาเ็เพราะนาง และถูกพวกเดรัจฉานเหล่านี้ทำร้าย นางก็พร้อมจะสละทุกสิ่งเพื่อช่วยเขากลับมา และแก้แค้นให้สาสม!
“ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าไม่ได้จับตัวเขาไป…” เซียวหรันร้องขอความเมตตา เสียงแ่เบาราวกับใกล้สิ้นใจ “่บ่ายวันนี้ข้าอยู่ที่สนามฝึกซ้อม ท่านพ่อก็เห็น อาจารย์ก็เห็น หากไม่เชื่อ เ้าลองไปถามพวกเขาดู…”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะรอฟังสิ่งที่เซียวหรันพูดต่อไป
“ข้าไปที่โรงเตี๊ยมตามคำสั่งท่านพ่อ ท่านแค่สั่งให้ข้าพาเ้ากลับมา แต่ไม่ได้กล่าวถึงเ้าตัวเล็ก…ซิงซิงเลย ข้าจะจับเขาไปทำไมกัน”
เซียวหรันคร่ำครวญด้วยความเ็ป น้ำเสียงสั่นเครือ
“เซียวจิ่วเอ๋อร์ เ้าไม่ดูให้ดีเสียก่อนแล้วมาทำร้ายข้า ถ้าท่านพ่อรู้เข้า เ้าคิดหรือว่าท่านจะปล่อยเ้าไปง่ายๆ!”
“ในเวลาแบบนี้ยังกล้าขู่ข้าด้วยอำนาจอีกหรือ เ้าคิดจริงๆ หรือว่าเซียวจื้อหยวนจะปกป้องคนไร้ค่าเช่นเ้าตลอดชีวิต”
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เซียวหรันถูกเรียกว่าคนไร้ค่า ซ้ำคำนี้ยังออกมาจากปากของเซียวจิ่วเอ๋อร์
เซียวหรันกัดฟันแน่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาเปี่ยมด้วยความโกรธเกรี้ยวและกระหายการล้างแค้น