ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 66 ภายในผนึก (เริ่มต้นภาค ฝึกฝนเรกิ)

         ณ ใจกลางสำนักคุนหลุน ตรงจุดที่มีผนึกตั้งอยู่


         ปรมาจารย์หลินกับชุนพึ่งเดินมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ไม่นาน ปรมาจารย์หลินจึงถือโอกาสบอกกล่าวชุนถึงผนึกเบื้องหน้า "ผนึกนี้ ถูกเรียกว่า ผนึกนิรันดร์ไร้กฎเกณฑ์ มิมีทางทำลาย จำต้องคลี่คลายผนึกด้วยความสามารถ สำหรับในผนึก..เพียงผนึกร่างไร้ชีวิตของคนผู้หนึ่งเอาไว้"
         ได้ยินปรมาจารย์หลินบอกมา ชุนถึงกับสะดุ้งและนิ่งไปเพราะความงุนงง มันเหนือความคาดหมายที่เขาคาดไปไกลโข จากคำกล่าวของปรมาจารย์คงเป็นร่างของใครสักคน ทั้งยังเหมือนมิมีพิษมีภัย
         "อย่าตกใจไป รอข้าปลดผนึกแล้วเจ้าอาจตกใจยิ่งกว่า" ปรมาจารย์หลินยกยิ้ม ก่อนเริ่มปลดผนึกโดยมิเอ่ยบอกอะไรชุน ชุนเองทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆว่าใต้ผนึกมีสิ่งใดอยู่
         ฝ่ามือของปรมาจารย์หลินพลิ้วไหว คลื่นพลังสีทองไร้รูปร่างเริ่มไหลเข้าไปในผนึก ไม่นานนักผนึกก็เริ่มสั่นไหว ตัวอักขระโบราณค่อยออกมาทีละตัว สองตัว อย่างช้าๆ ชุนเห็นวิธีการของปรมาจารย์หลินก็มองตาไม่กะพริบ เพราะวิธีการของปรมาจารย์หลินไม่มีอยู่ในความทรงของเขาเลย
         เมื่ออักขระโบราณตัวที่เจ็ดล้านล้านลอยออกจากผนึก ผนึกจึงเริ่มคลายตัวออกอย่างช้าๆเหมือนกลไกในโบราณสถานกำลังเคลื่อนไหว จากการปลดล็อกที่เหมือนไม่มีอะไรกลับต้องมองและสัมผัสตลอดเวลา
         ปึ้ง!
         ฝ่ามือของปรมาจารย์หลินตบลงไปยังผนึกอย่างรุนแรงจนชุนสะดุ้งเฮือก ก่อนจะส่งเสียงถามปรมาจารย์หลินด้วยความวิตก
         "ปรมาจารย์หลิน ท่านกำลังทำอะไร ไปทุบผนึกแบบนั้นเหมือนทำลายมากกว่าปลดผนึกนะท่าน!"
         "ไม่หรอก เป็นการปลดผนึกอย่างหนึ่งไม่ใช่ทำลาย อย่ากระวนกระวายไปเลยว่าจะเกิดเรื่องเลวร้าย ฮ่าๆๆๆ" ปรมาจารย์หลินบอกชุนพร้อมกับหัวเราะแล้วเริ่มปลดผนึกต่อไปอีกครึ่งค่อนวัน ในที่สุดผนึกก็ถูกคลี่คลาย เผยให้เห็นหลุมลึกเหมือนบ่อน้ำไร้ก้นบึ้งกว้างราวสามเมตรเบื้องหน้า
         "นี่มันบ่ออะไร ทำไมเห็นแล้วรู้สึกแปลกๆล่ะ ปรมาจารย์หลิน" ชุนกล่าวถามด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบอกบรรยายได้ กลับกันปรมาจารย์หลินหันมาบอกชุนว่า 'อย่าถามมาก ตามมา!' แล้วกระโดดลงไปในบ่อไร้ก้นบึ้งไป ชุนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระโดดลงไปในบ่อตามปรมาจารย์หลิน
         เมื่อชุนกระโดดลงไปในบ่อ ผนึกที่เคยถูกคลายก็ค่อยๆกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตัวอักขระโบราณเจ็ดล้านล้านตัวก็เข้ามาในผนึก
         .     .     .
         'อะไรกัน ไม่รู้สึกว่ากำลังตกลงไปในบ่อ แต่เหมือนกำลังหยุดอยู่กับที่ทั้งๆที่กำลังดิ่งลงไป เวลากำลังเดินไป ความรู้สึกมันกำลังหยุดนิ่ง ความมืดเองก็เหมือนบังตาเอาไว้ รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ในที่มืด จริงๆแล้วกลับมืดสนิท..' ชุนคิดในใจเกี่ยวกับความรู้สึกบอกบรรยายได้ยากลำบากในเวลานี้
          ช่วงเวลาที่ชุนรู้สึกบอกบรรยายได้ยาก เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปในนานเท่าไหร่ กี่วัน กี่เดือน กี่ปี หรือหลายล้านปี แต่เขารู้ว่าตอนขาเขาถึงพื้น..ภาพความมืดได้เปลี่ยนเป็นภาพห้องหินโบราณในพริบตา ใจกลางห้องมีโลงศพหินสลักอักขระโบราณตั้งเอาไว้ รอบห้องก็มีอักขระแปลกตาสลักอยู่มากมาย ให้ความรู้สึกถึงพลังชีวิตและความตาย
         "ปรมาจารย์หลิน" ชุนส่งเสียงเรียกปรมาจารย์หลิน เพราะภายในห้องเขาไม่พอเจอใคร ทั้งๆที่ปรมาจารย์หลินสมควรมาถึงก่อนเขา แต่ไม่ทันเรียนเสียงปรมาจารย์หลินก็ดังมาจากอีกด้านของโลงศพหิน
         "อย่าส่งเสียงดัง เดินมาทางนี้"
         ชุนได้ยินเสียงปรมาจารย์หลินจึงเดินตามเสียงไป เพียงแต่สิ่งมิคาดคิดได้บังเกิด เพราะยิ่งเขาเดินเข้าใกล้โลงศพหิน พื้นที่โดยรอยยิ่งกว้างขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ พอเขาเดินมาถึงอีกด้านและเห็นปรมาจารย์หลิน เขาก็เดินเข้าไปหา พอมองกลับมายังโลงศพหินอีกครั้งมันก็เหมือนโลกใบหนึ่ง ส่วนเขาและปรมาจารย์หลินนั้นไม่ต่างจากเศษฝุ่น
         "ตกใจใช่ไหมเล่า" ปรมาจารย์หลินเอ่ยทัก ชุนก็ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากตอบไปตามตรงว่า "ใช่" ทันใดนั้นปรมาจารย์หลินพลันหัวเราะร่า
         "ฮ่าๆๆๆๆ เจ้าตกใจคงไม่แปลก เพียงแต่ผู้ไม่มีพลังระดับเดียวกับเจ้าคงตกตายไปแล้ว ห้วงมิติ กาลเวลาและอวกาศอันกล้าแกร่งระดับต้นกำเนิด..ไหนเลยจะมีผู้อ่อนแอเข้ามาได้ ดีไม่ได้ร่างกายเจ้าคงปรับสภาพให้เหมาะสมกับระดับพลังได้แล้ว"
         ได้ยินปรมาจารย์บอก ชุนจึงลองตรวจสอบร่างกาย และปรากฏว่าเป็นไปตามคำบอกของปรมาจารย์หลิน ร่างกายเขาสามารถรองรับพลังได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายยังแข็งแกร่งในระดับที่ใช้มรดกความทรงจำของเทพอสูรปรับระดับพลังได้ นอกจากนี้ยังรับรู้ทุกอย่างแจ่มชัดยิ่งกว่าเก่าหลายเท่า เรียกว่าเห็นโลกใบใหม่ก็ไม่ผิด
         "สุดยอด!" ชุนอุทาน ก่อนถามปรมาจารย์หลินถึงความสงสัยในใจ
         "ทุกอย่างเป็นไปตามท่านบอกจริงๆ ถึงยังไงก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเวลาผ่านมานานเท่าไหร่และเกิดอะไรกับข้าตอนลงมาในบ่อ"
         ปรมาจารย์หลินได้ยินชุนถามจึงตอบกลับทันที "เวลาคงตอบไม่ได้ เพราะมันยากจะบอกกล่าว เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรมากนัก เพียงแค่เวลาเดินผ่านรวดเร็วช่วงหนึ่ง ช้าช่วงหนึ่ง หยุดช่วงหนึ่ง ทะลุผ่านมิติหนึ่ง วนเวียนซ้ำๆสลับกันไปไร้จุดจบกระทั่งมายังภายในได้"
         "ถ้าบอกได้คงไม่ใช่ว่า ขี้เกียจคิดหรอกนะ"
         "นี่เจ้าหนู ข้าคิดเจ้าคงเคยได้ยินคำว่า 'จุดเริ่มต้นและจุดจบ' ตามความเป็นจริงมันเป็นสิ่งไม่ตายตัว แต่จริงๆแล้วจุดเริ่มต้นและจุดจบมิมีผู้ใดหยั่งรู้ได้ ว่ามันเริ่มต้นมาอย่างไรและจะจบลงแบบไหน สิ่งที่เจ้ารู้เป็นเพียงจุดๆหนึ่งที่ใช้ความคิดตามความเป็นจริงกำหนดขึ้นมาเองว่า 'ให้มันเริ่มต้นเช่นนี้ จบลงอย่างนี้' ซึ่งมันก็คือจุดๆหนึ่งที่เจ้ารับรู้และคงอยู่ เช่นนั้นข้าจึงมิอาจตอบเจ้าได้ นอกเสียจากเจ้ารับรู้ด้วยตนเอง"
         ชุนฟังปรมาจารย์หลินกล่าวจบ เขาก็เลิกคิดเรื่องที่กำลังสงสัยพร้อมเปลี่ยนความสนใจไปทางโลงศพหิน ก่อนจะถามปรมาจารย์หลิน
         "งั้นขอเปลี่ยนเรื่องเป็นโลงศพหินแล้วกันปรมาจารย์หลิน มันใช่สิ่งที่ถูกผนึกเอาไว้หรือไหม?"
         "ถูกครึ่งหนึ่ง" ปรมาจารย์หลินกล่าวยิ้มๆ ชุนจึงตั้งใจฟังคำบอกกล่าว เนื่องจากชุนรู้ว่าปรมาจารย์หลินต้องกล่าวสืบต่อเช่นเดิน เหมือนที่ผ่านๆมา
         "หากให้ถูกที่สุด ต้องบอกว่าโลงศพแห่งกาลเวลาและผู้ที่อยู่ภายในนั้นถูกผนึก แต่เจ้าพึ่งคิดว่าผู้อยู่ในโลงศพแห่งกาลเวลานั้นตกตายหรือดับสูญไป เพราะนางยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายนักต้องพบเจอกับโชคชะตาอันเลวร้ายในชีวิต ถ้ามิใช่ว่าเป็นคนสำคัญคงถูกปล่อยให้ดับสูญไปแล้ว..
         อีกอย่างหนึ่ง เจ้าหยุดสงสัยทุกสิ่งและเดินอ่านอักขระรอบห้องไปให้ครบ ทำความเข้าใจทั้งหมด เพราะอักขระเหล่านี้เป็น 'ฉีเตี้ยน' สลักเอาไว้ อาจมีความลับของเรกิลึกซึ้งซ่อนอยู่ หลังทำความเข้าใจแล้วจะมีหลุมดำปรากฏในร้อยปีให้หลัง ให้เจ้าออกไปทางด้านนั้น"
         สิ้นคำสุดท้าย เสียงของปรมาจารย์หลินพลันขาดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำเอาชุนตกใจและเรียกหาปรมาจารย์หลินอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายชุนต้องทำตามคำบอกกล่าวของปรมาจารย์ เพราะเขาคาดเดาได้ว่าการฝึกคงเริ่มขึ้นแล้ว
         "ปรมาจารย์หลินเป็นคนเจ้าเล่ห์จริงๆ" ชุนบ่นออกมา ก่อนจะเดินไปสำรวจอักขระโบราณรอบห้องอย่างช้าๆ

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน