ซึ่งจริงๆแล้วก็คงจะมีแต่อัจฉริยะที่มีความคิดนอกกรอบนั่นแหละที่จะสามารถคิดนวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ ออกมาและใช้ได้จริงยูโตะก็เพียงแต่นำภูมิปัญญาของเหล่าอัจฉริยะในโลกของเขามาใช้ที่นี่
เขาจะพูดเบาๆ กับตัวเองว่าประมาณว่า“ถึงจะโกงนิดหน่อยก็เถอะ” ทุกครั้งที่ทำอะไรแบบนี้
เขาเลื่อนหน้าจอไปหน้าแล้วหน้าเล่าอย่างรวดเร็ว จนมาหยุดในหน้าที่้าแน่นอนว่าเขาจำได้แทบทั้งหมดแล้ว ว่ามีอะไรเขียนไว้ที่หน้าไหนบ้าง
“ทำให้กองทัพสยบเป็ยอด ทำลายกองทัพเป็รอง
ทำให้ข้าศึกสยบเป็ยอด ทำลายข้าศึกเป็รอง
กองทัพที่รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งจึงไม่ใช่กองทัพเหนือผู้พิชิต กองทัพที่สามารถทำให้ข้าศึกยอมสยบโดยไม่ต้องรบคือกองทัพเหนือผู้พิชิตที่แท้จริง”
พูดง่ายๆ ก็คือชนะในสนามรบเป็เื่ดีแต่การทำให้ศัตรูยอมศิโรราบได้นั่นแหละดีที่สุดยูโตะพยักหน้าเข้าใจขณะที่อ่านบทความนั้นคำต่อคำ
“คงต้องลงมือจริงๆ นั่นแหละนะ”
เฟลิเซียและจีคลูเน่ยืนรับฟังอย่างเงียบๆขณะที่ยูโตะพูด
ดินแดนของตระกูล “หมาป่า” ไม่ได้กว้างใหญ่มากนักขนาดของพื้นที่ก็มีเพียงแค่หนึ่งในสามของตระกูล “สัตว์เขา” เสียด้วยซ้ำซึ่งนั่นก็แทบจะเป็ตัวตัดสินผลการรบได้เลยทีเดียวแล้วการบุกเข้าไปในดินแดนศัตรูนั้นยิ่งลึกก็ยิ่งอันตรายยิ่งถ้าหากายังยืดเยื้อต่อไปแล้วล่ะก็เรี่ยวแรงของทหารที่มีจำนวนน้อยกว่าก็อาจจะหมดไปเสียก่อนได้เพราะอย่างนั้นตอนนี้แหละเป็โอกาสอันดีที่จะเจรจา เป็จังหวะที่ต้องรีบฉวยเอาไว้
แต่ถึงจะคิดได้อย่างนั้นก็ยังมีปัญหาอยู่
าครั้งนี้เริ่มต้นจากการบุกรุกของตระกูล “สัตว์เขา”เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยของตระกูล “หมาป่า” เสียชีวิตลงถึงแม้การฆ่าผู้นำของ “สัตว์เขา” จะเป็ปัญหาอย่างที่ว่ามาข้างต้นแต่ถ้าปล่อยไปเฉยๆ ผู้คนของ “หมาป่า” คงไม่ยอมแต่โดยดีแน่
“เอาจริงๆ แล้วให้จ่ายค่าปฏิกรรมาเป็พวกแร่อาหาร หรือจ่ายเป็เขตแดนก็ได้อยู่หรอกแต่ถ้าเป็ไปได้ก็อยากให้ยอมรับจอกเหล้าไปเลยล่ะนะ”
ยูโตะกอดอกพร้อมทำเสียงโอดครวญเบาๆ
ทั้งการบุกปล้นสะดมและการเข้าชิงพื้นที่ดินแดนสุดท้ายแล้วมันจะไม่เหลืออะไรเลย นอกจากความแค้นดำมืดที่จะถูกฝังไว้ในใจของประชาชนเขาไม่อยากจะให้าระหว่าง “หมาป่า” และ “สัตว์เขา”ต้องยืดเยื้อไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ยูโตะไม่ได้มีความทะเยอทะยาน้าจะแย่งชิงดินแดนของใครหนึ่งในนโยบายที่ยูโตะใช้ในการปกครองตระกูล “หมาป่า” คือทุกคนต้องได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและไม่อดอยาก
ตรงจุดนั้นเอง ที่ทำให้พิธีกรรมแปลกๆ อย่าง “จอกเหล้าปฏิญาณ”นี้เป็สิ่งที่สะดวกสบายเข้ากันได้กับนโยบายของเขาอย่างดี พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่หากเมื่อไรได้เข้าร่วมแล้วครั้งหนึ่งจะต้องห้ามผิดคำสาบานเป็อันขาด มันเป็ข้อห้ามที่เคร่งครัดของโลกใบนี้ผู้ใดที่ละเมิดคำปฏิญาณความเชื่อถือในตัวคนผู้นั้นจะจมลงสู่พื้นดินหมดไปไม่มีทางหวนคืน
ในชีวิตจริงเราไม่สามารถเลือกพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพี่น้องร่วมสายเืที่โตมาด้วยกันได้ แต่พิธีจอกเหล้าปฏิญาณนี้ ตนเองมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะรับจอกเหล้าเพื่อเป็ครอบครัวเดียวกันหรือไม่ ถ้าเลือกที่จะรับแล้ว การผิดคำสาบานก็ไม่ต่างจากการทรยศพ่อแม่บังเกิดเกล้ากลายเป็เดียรัจฉานที่ใช้ชีวิตโดยไร้ศักดิ์ศรี
หรือก็คือถ้าหากร่วมพิธีสาบานแลกเปลี่ยนจอกเหล้ากับผู้นำตระกูลของศัตรูแล้วล่ะก็ไม่ว่าเขาจะกลายมาเป็น้องหรือลูกของยูโตะก็ตาม ตระกูล “สัตว์เขา” ที่เหลือก็จะไม่สามารถต่อต้านตระกูล“หมาป่า” ได้อีกต่อไป
และนั่นเองที่เป็สาเหตุว่า ทำไมผู้นำตระกูลโดยทั่วไปถึงไม่ยอมที่จะรับจอกเหล้าร่วมสาบานซึ่งจะทำให้พวกเขาตกไปอยู่ใต้คำสั่งของผู้นำตระกูลอื่นอย่างง่ายดาย
“ถึงจะดูโกงๆ ไปบ้างก็เถอะ แต่ตอนกับตระกูล ‘กรงเล็บ’ ก็ได้ผลดีนี่นะ”
นึกถึงตอนนั้นแล้ว ยูโตะก็ทำเสียงฮึดฮัดเยาะเย้ยตนเอง
ด้วยความสัตย์จริง เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรแต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาเป็ผู้นำเื่ของตระกูลต้องมาก่อนความรู้สึกส่วนตัวอยู่แล้ว
ถ้อยคำแห่งการรบของซุนวูเมื่อครู่ กลับเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง
สองปีที่แล้ว ตระกูล “หมาป่า” ได้รับเด็กหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้าไร้ประโยชน์ไม่รู้เื่รู้ราวที่หลงมาในโลกใบนี้อย่างเขาเข้ามา ทำยูโตะรู้สึกซาบซึ้งใจมาก
มีพวกพ้องคนสำคัญที่ล่มหัวจมท้ายมาด้วยกันอย่างเฟลิเซียและจิคลูเน่อยู่ไม่น้อย
เขา้าที่จะปกป้องคนเหล่านี้เขาไม่อยากเห็นคนใกล้ชิดต้องหลั่งน้ำตา ไม่อยากเห็นคนเหล่านี้ต้องตายจากไป
ยูโตะถอนหายใจยาวๆ อีกหนึ่งครั้งมัวแต่กังวลกับความคิดของตัวเองแบบนี้ จำนวนคนที่เสียชีวิตไปก็ไม่ลดลงหรอก
“เอาล่ะ ตั้งกระโจมได้เตรียมพร้อมสำหรับการเจรจา”
“ไม่ต้องผลัก ฉันเดินเองได้!”
“หา?”
ยูโตะหลุดปากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากเด็กสาวคนหนึ่งถูกพาตัวเข้ามาในกระโจม
เขายกนิ้วชี้ขึ้นเกาบริเวณขมับหันสายตาไปหาเฟลิเซียด้วยสีหน้าอึดอัดทำอะไรไม่ถูก
“...เด็กคนนี้น่ะเหรอ ผู้นำตระกูล?”
เห็นได้ชัดว่าเครื่องแต่งกายที่สวมใส่อยู่ ดูมีคุณภาพกว่าของพลทหารทั่วๆไป แถมบนหน้าผากยังสวมรัดเกล้าทองคำเปล่งประกายแวววาว
เธอน่าจะเป็ทหารที่มียศสูงคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ยังอดที่จะถามไม่ได้
เฟลิเซียที่อยู่ข้างๆยูโตะพยักหน้าตอบอย่างสง่าผ่าเผย
“ใช่แล้วค่ะ ท่านผู้นี้คือผู้แห่งนำตระกูล ‘สัตว์เขา’ ท่านลีเนียค่ะ”
“ยังเด็กอยู่เลยไม่ใช่เรอะ”
“เ้าก็อายุพอๆ กับเรานั่นแหละ!!”
หลังจากได้ยินคำพูดที่ขัดหูจากปากของยูโตะผู้นำแห่งตระกูล “สัตว์เขา” ก็ะโแย้งขึ้นมา ยูโตะจึงหันกลับมา แล้วพบกับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจกำลังจ้องมองเขาอยู่
เธอเป็เด็กผู้หญิงน่ารักน่าเอ็นดูตัดผมสั้นถึงต้นคอให้ความรู้สึกห้าวๆ คล้ายเด็กผู้ชาย อายุน่าจะเด็กกว่ายูโตะราวๆหนึ่งถึงสองปี ร่างเล็กๆ ที่ถูกมัดด้วยเชือกฟางเส้นใหญ่หลายชั้นดูน่าสงสารเล็กน้อย
ยูโตะเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าผู้นำแห่งตระกูล “สัตว์เขา”นั้นเป็ผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็ผู้หญิงที่สามารถล้มยอดฝีมือทั้งหลายและขึ้นเป็ผู้นำจนได้รับฉายา “พยัคฆ์สาวสีชาด” ผู้น่าเกรงขาม
แต่ว่านี่ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขา! เด็กหญิงที่ส่งเสียงขู่ออกมาคนนี้ดูอย่างไรก็น่าจะเหมาะกับแมวูเามากกว่าพยัคฆ์ชัดๆ
“เอาเถอะสำหรับที่นี่มันก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร...ล่ะมั้ง”
อันที่จริง ทั้งยูโตะที่เป็ถึงผู้นำตระกูล “หมาป่า”อีกทั้งจีคลูเน่และเฟลิเซียที่เป็ถึงทหารระดับสูงต่างก็เป็เด็กที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีกันทั้งนั้น
ที่อิกดราซิลแห่งนี้ พลังคือทุกสิ่งทุกอย่างขอแค่มีพลังความสามารถ ก็ไม่เกี่ยวว่าจะเป็เด็กหรือสตรีทั้งสิ้น
“ถ้างั้นก็แนะนำตัวกันก่อนดีมั้ย ฉันยูโตะผู้นำตระกูล ‘หมาป่า’”
“...ฮึ”
การแนะนำตัวของยูโตะ ถูกลีเนียตอบกลับด้วยการเมินหน้ามองทางอื่นพร้อมกับนั่งนิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน
อย่างไรก็ตามยูโตะก็มองออกว่าร่างกายเธอกำลังสั่นเทาอยู่เล็กน้อยที่ทำเป็ใจแข็งนี่ก็คงจะเพื่อกลบความกลัวที่ตนเองกำลังมีอยู่ในตอนนี้
“ฉันก็พูดไม่ค่อยเก่งเท่าไรซะด้วยสิ งั้นถามตรงๆเลยแล้วกันนะ ไม่มาเป็ลูกของฉันเหรอ?”
ยูโตะจงใจให้คำพูดตัวเองดูหยิ่งผยอง
“ขอปฏิเสธ! ทำไม ‘สัตว์เขา’ ของเราต้องไปยืนอยู่ใต้เท้าพวก ‘ลูกหมา’ ของเ้าด้วย”
ลีเนียปฏิเสธในทันทีโดยไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อยและการถูกหยามว่าเป็ “ลูกหมา”นี่ก็ดูจะเป็เื่ธรรมดาของตระกูลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“ถึงแม้ว่าการรบครั้งนี้เราจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้แต่ก็อย่าเพิ่งได้ใจไป! ยังไงซะตระกูล‘สัตว์เขา’ ของเราก็ยังคงมีพลังอำนาจที่เหนือกว่า‘ลูกหมา’ อย่างพวกเ้าแล้วก็อย่าหวังว่าปาฏิหาริย์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีก มาสิ! จะฆ่าเราก็ฆ่าซะ! แต่อีกไม่นานก็จะเป็เ้านั่นแหละที่โดนฆ่า ล้างคอรอไว้ได้เลย! ฮ่าๆๆๆ”
“หุๆ แหม...ท่านลีเนียนี่ละก็กำลังละเมออยู่อย่างนั้นสินะคะ”
เฟลิเซียยกมือขึ้นแตะแก้มพร้อมถอนหายใจสั้นๆคล้ายจะล้อเลียนลีเนียที่กำลังหัวเราะอยู่
เสียงหัวเราะเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว ใบหน้าของลีเนียแดงก่ำไปด้วยความโกรธอย่างรวดเร็ว
“เธอว่าใครละเมอ!?”
“เปล่าค่ะ อย่างที่ท่านลีเนียว่า จริงอยู่ที่พวกเราอาจจะเคยเป็แค่‘ลูกหมา’มาก่อน แต่ตอนนี้พวกเราก็ได้เกิดใหม่แล้วด้วยมือของท่านพี่ กลายเป็‘หมาป่า’ ของแท้ที่แข็งแกร่งตราบใดที่ท่านพี่ยังคงอยู่ปกครองพวกเรา จะ ‘โค’ หรือ ‘กระบือ’ ที่ไหนก็ไม่ใช่ศัตรูของพวกเราหรอกค่ะ”
รอยยิ้มและวิธีพูดที่แสนสุภาพ ช่างตรงข้ามกับสิ่งที่สื่อออกมาโดยสิ้นเชิงนี่มันมารยาทลวงตาชัดๆ
“อะ...อะไรนะ! กล้าดียังไงถึงมาพูดกับเราแบบนี้!?”
ตูม! โครมมม!
ทันใดนั้นเอง เสียงโครมครามดังขึ้นข้างในตัวกระโจม
จีคลูเน่ที่นั่งเงียบข้างยูโตะมาโดยตลอดจนถึงเมื่อครู่นี้ลุกขึ้นพังโต๊ะไม้ที่อยู่ตรงหน้าหักเป็สองท่อน
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เรี่ยวแรงของผู้หญิงทั่วไปเลยแม้แต่น้อยแม้แต่ผู้ชายร่างใหญ่บางคนยังยากที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยซ้ำ