ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ช่วยจากในถ้ำ


            จ้าวซานพยายามพูดให้จบ แต่เวินซียังคงยืนนิ่ง เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นก็ร้อนรนแล้วรีบคลานเข้าไปคว้าชายกระโปรงของนาง

            “คุณหนูเวินซี ตัวตนของนายท่านมิใช่คนทั่วไป ก่อนหน้านี้เรามิได้ตั้งใจจะปิดบังท่านนะขอรับ อีกทั้งเรายังต้องระวังตัว จะยอมให้เกิดเรื่องผิดพลาดมิได้”

            เขายังกล่าวต่ออีกว่า “เห็นแก่ความผูกพันสามีภรรยาของพวกท่าน ได้โปรดช่วยนายท่านด้วยนะขอรับ”

            เลือดนั้นเปื้อนติดกระโปรงของเวินซี

            ท่าทีของเขาดูไม่เหมือนว่ากำลังโกหก จึงทำให้เวินซีเริ่มหวั่นไหว

            กลุ่มคนที่ไล่ล่าจ้าวต้านน่าจะตรวจสอบคนใกล้ตัวเขาทั้งหมดแล้ว หากนางออกไปช่วยก็คงถูกเหมารวมว่าเป็นพวกของเขา เช่นนั้นชีวิตสงบสุขที่นางอยากจะมีก็คงถูกทำลายลงเสียหมด

            เห็นแก่ความผูกพันของสามีภรรยาหรือ...

            จนถึงตอนนี้แม้แต่ชื่อจริงๆ ของเขานางก็ยังไม่รู้จัก แล้วจะนับว่าเป็นความผูกพันได้เช่นไร?

            “คุณหนูเวินซี ในวันที่นายท่านจากไป เขาเฝ้าแต่ถามถึงสถานการณ์ของท่าน”

            “พอแล้ว” เวินซีเอ่ยขัดจังหวะอย่างเย็นชา พลันดึงชายกระโปรงกลับ

            จ้าวซานกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

            “คุณหนูเวินซี ท่านใจร้ายเหลือเกินนะขอรับ”

            เพื่อที่จะกลับมาที่นี่ จ้าวซานได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด ยามนี้หนังตาของเขาหนักอึ้งจนในที่สุดก็หลับตาลงอย่างไม่อาจหักห้ามได้

            บรรยากาศในขณะนั้นเต็มไปด้วยความอึมครึม

            หลังจากนั้นไม่นานเวินซีก็ถอนหายใจ พลันคุกเข่าลงจับชีพจรของเขา เมื่อแน่ใจแล้วว่าจ้าวซานมิได้มีอันตรายถึงชีวิต นางก็ถอดดาบออกจากเอวของเขาแล้วเดินออกไป

            ที่เขาเซียงจวิน

            “เร็วเข้าๆ ต้องหาให้เจอก่อนจะมีผู้ใดรู้เข้า”

            “ที่นี่ไม่มีขอรับ”

            “เขามิได้บาดเจ็บหรือ? เหตุใดถึงยังหาไม่เจอ เขามุดดินหนีได้หรือ?”

            “หนีเก่งเสียจริง”

            ......

            แสงของคบเพลิงส่องสว่างในป่าที่มืดมิด ผู้คนกว่าร้อยคนกำลังค้นหาบนภูเขาอย่างต่อเนื่อง

            เขาเซียงจวินนั้นใหญ่มาก นี่ก็ผ่านมาหนึ่งวันแล้ว แม้จะค้นหากันทั้งวันแต่ก็ยังไม่ทั่ว เดิมทีคนพวกนั้นนึกดีใจว่าภูเขากว้างใหญ่เพียงนี้คนที่บาดเจ็บคงหนีไปได้ไม่ไกล แต่จนถึงตอนนี้กลับรู้สึกยากลำบากยิ่งนัก

            “มิต้องพูดแล้ว รีบหาเร็วเข้า หากยังไม่เจอ เบื้องบนจะคาดโทษเรา นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย”

            คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยเร่งพวกเขา ทุกคนจึงทำได้เพียงค้นหาต่อไป

            “ผู้ใดน่ะ?”

            ในขณะนั้นมีเสียงใบไม้สั่นไหว เงาดำเงาหนึ่งแวบผ่านไปและผสานกับความมืดมิดในยามค่ำคืน

            คนอื่นๆ พากันถอยหลังอย่างระมัดระวังและรวมตัวกันเป็นวงกลม

            “รีบหาเร็ว”

            “เป็นเขาแน่ อย่าให้หนีไปได้”

            มีคนตะโกนขึ้นมา ทุกคนจึงเริ่มค้นหากันอีกครั้ง

            ที่หลังต้นไม้ใหญ่ ทหารลับที่หนีออกมาได้ก็ถอนหายใจโล่งอก เขาค่อยๆ ขยับไปที่อื่นอย่างชำนาญ เมื่อหาถ้ำที่มีใบไม้บังอยู่เจอก็รีบเข้าไป

            ข้างในนั้น จ้าวต้านที่นอนอยู่บนพื้นยังคงมิได้สติ ทหารลับที่กลับเข้ามาหยิบสมุนไพรที่เพิ่งเก็บมาได้จากกระเป๋าทาไปที่แผลของจ้าวต้าน

            เวลานี้ถึงแม้จะไปหาสำนักหมอ แต่ทุกแห่งก็คงจะมีคนเฝ้าอยู่ ซึ่งทหารลับไม่มีวิธีเข้าไป และหากออกไปตอนนี้ก็จะถูกพบ 

            พวกเขามาถึงทางตันแล้ว จ้าวต้านเป็นความหวังเดียวที่จะพาพวกเขาออกไปต่อสู้ได้

            อีกด้านหนึ่ง เวินซีร่อนตัวลงมาจากต้นไม้อย่างว่องไว สายตาเย็นชามองไปยังกลุ่มคนที่กำลังค้นหา นางจึงเคลื่อนไหวให้เบาลงกว่าเดิม

            ตอนที่มาถึงเขาเซียงจวิน นางไม่รู้ตำแหน่งของจ้าวต้าน ถ้ำมากมายเช่นนี้ หากจะให้ค้นหาทีละแห่ง เกรงว่าถึงเวลานั้นเขาคงจะตายไปเสียก่อน

            นางจึงทำได้เพียงค้นหาคนเหล่านี้ ตำแหน่งที่พวกเขาค้นหาไปแล้ว แสดงว่าไม่มีจ้าวต้านอยู่

            “เมื่อครู่มิได้มีความเคลื่อนไหวหรือ คนล่ะ? หายไปที่ใดอีกแล้ว?”

            “พวกเขากำลังเล่นตลกกับเราอยู่หรือ”

            มีเสียงบ่นไม่พอใจดังขึ้นเป็นระยะๆ เวินซีแอบอ้อมไปด้านหน้าพวกเขาแล้วรีบค้นหาต่อ หากมีการเคลื่อนไหว แสดงว่าเขาคงอยู่ไม่ไกล

            “ปัก--”

            กิ่งไม้ที่ถูกเหยียบหักนั้นส่งเสียงดังมาก เวินซีหดขาขึ้นด้วยตัวที่แข็งทื่อ นางเสียสติเล็กน้อย ดีที่คนพวกนั้นไม่มีผู้ใดได้ยิน

            แต่นางก็ไม่กล้าวางใจ พลันรีบค้นหาต่อ

            “ตรงนี้ ข้าเจอแล้ว เขาอยู่ตรงนี้!”

            “รีบมาเร็วเข้า”

            “อยู่ตรงนั้น เร็วเข้า ล้อมเอาไว้ รีบไปจับเขา”

            จู่ๆ ผู้คนที่ค้นหาอยู่ก็ตกใจ ทันใดนั้นก็เกิดความโกลาหลเกิดขึ้น เวินซีมองไปด้วยความประหลาดใจ

            นางเห็นเงาร่างสีดำวิ่งผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็วก่อนจะหายไปในความมืด จากนั้นกลุ่มคนก็ตามไป

            เมื่อเห็นว่าแสงคบเพลิงอยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ เวินซีจึงเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่คนผู้นั้นปรากฏตัว

            จ้าวซานบอกว่าจ้าวต้านบาดเจ็บสาหัส เงาดำนั่นไม่มีทางเป็นจ้าวต้านได้ จึงน่าจะเป็นลูกน้องของเขา

            ถ้ำที่มีใบไม้บังอยู่ทำให้นางเกิดความสงสัย จึงถือดาบไว้ในมือแล้วจุดคบเพลิงเดินเข้าไป

            แล้วก็เป็นไปตามคาด จ้าวต้านอยู่ที่นี่จริงๆ นางวางดาบไว้ที่พื้น เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วเพื่อจับชีพจรของเขา

            ชีพจรอ่อนจนแทบสัมผัสมิได้ สถานการณ์ในตอนนี้มิสู้ดี เวินซีจึงแทงเข็มเงินเข้าไปที่จุดห้ามเลือด จากนั้นกรีดมือเพื่อหยดเลือดของตนเข้าปากเขา

            หลังจากที่รักษาเบื้องต้นแล้วก็พยุงจ้าวต้านขึ้น ใช้โอกาสในตอนที่คนกลุ่มนั้นยังไม่กลับมารีบลงจากเขา และแอบกลับเข้าเมือง

            เวลานี้ทั้งร้านเครื่องหอมและร้านหม้อไฟต่างก็ไม่ปลอดภัย นางทำได้เพียงซ่อนเขาไว้ในวัดที่ถูกทิ้งร้าง

            เมื่อจุดไฟได้ ในที่สุดนางก็มองเห็นบาดแผลของจ้าวต้านได้ถนัด ทั่วร่างกายมีรอยเลือดบนรอยดาบน้อยใหญ่ ทั้งยังมีบาดแผลน่ากลัวที่ขา ส่วนผิวหนังที่อยู่ใต้เสื้อผ้าล้วนเป็นรอยฟกช้ำ

            ในเวลานี้มิอาจจะใช้เลือดของนางยับยั้งเนี่ยนหานกู่ไว้ได้อีก นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าร้อนรนเพราะจ้าวต้านมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

            แม้ว่านางจะช่วยเขาให้กลับมาได้ แต่ร่างกายนั้นก็อ่อนแอ จะต้องถูกหนอนกู่พรากชีวิตไปแน่

            เวินซีตั้งใจว่าจะพันแผลให้เขาแล้วจากไป ปล่อยให้เขาอยู่ตามยถากรรม แต่ไม่คิดเลยว่าในตอนที่ช่วยพันแผลที่ขาอยู่นั้น จ้าวต้านจะลืมตาขึ้นมาและจ้องมองนางนิ่งๆ

            เวินซีไม่พูดอันใด นางเร่งความเร็วในการรักษาบาดแผล เมื่อจัดการเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นอย่างเฉยชา

            “เวินซี” เสียงของจ้าวต้านแผ่วเบา แต่มุมปากกลับยกยิ้ม นึกว่าตนเองจะไม่มีโอกาสได้เจอนางแล้วเสียอีก

            “เวิน...”

            เขาคิดจะเรียกนางอีกครั้ง แต่กลับอาเจียนออกมาเป็นเลือดจึงได้แต่นอนลงบนพื้นอย่างหมดแรง กะพริบตาถี่ๆ ในขณะที่เวินซีมองดูทุกอย่างด้วยความรำคาญใจ

            ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ แต่ในที่สุดนางก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกที่ไม่ชัดเจนในใจของตัวเองแล้วถอยกลับไปรักษาเขาต่อ

            จ้าวต้านเห็นเช่นนั้น ในใจก็หวั่นไหว แววตาที่เขามองมานั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่

            เวินซีจงใจกดที่บาดแผล เมื่อได้ยินเสียงเขาสูดปาก ในใจของนางก็มีความสุขไม่น้อย

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าในเมืองมียาที่มีพลังหยางที่แข็งแกร่งกว่าจื้อหยางที่ใดอีกบ้าง?” นางอยากลองดูว่าตนเองจะสามารถยืดชีวิตของเขาไว้ได้หรือไม่ จึงเอ่ยถามเช่นนั้น

            จ้าวต้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือชูป้ายโองการที่เอวขึ้นมา

            “เจ้าไปหาฮูหยินซ่ง หากนางเห็นป้ายโองการนี้นางจะช่วยเรา แค่ก... แค่ก แค่ก...”

            เขากระอักเลือดสดๆ ออกมาอีกหลายครั้ง

            “ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด”

            จะรอช้ามิได้ เวินซีลุกขึ้นแล้วรีบสับเท้าออกไป

            ที่จวนตระกูลซ่ง ฮูหยินซ่งเห็นเวินซีวิ่งเหนื่อยหอบมาก็รีบพยุงนางเข้าไปในโถงพลันรินน้ำให้

            “เหตุใดถึงได้รีบร้อนเช่นนี้? นั่งลงก่อน ค่อยๆ คุยกัน”

            เวินซีโบกมือ เมื่อหายใจดีขึ้นเล็กน้อยก็มองไปทางสตรีรับใช้ “ฮูหยินให้คนรับใช้ออกไปก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่าน”

            “ออกไปก่อนเถิด” ฮูหยินซ่งเอ่ยปากสั่งตามนั้น

            สตรีรับใช้จึงรีบพากันออกไป ที่ห้องโถงจึงเหลือเพียงพวกนางสองคน

            “ฮูหยินซ่ง ท่านรู้จักสิ่งนี้หรือไม่เจ้าคะ?”

            เวินซีเข้าเรื่องตรงๆ โดยการนำป้ายโองการออกมาให้ดู

            ทันทีที่ฮูหยินซ่งได้เห็นมันก็มีสีหน้าเคร่งเครียด นางหยิบป้ายโองการมาดูอย่างกระตือรือร้น มองด้วยความระมัดระวังอย่างไม่อยากเชื่อ พลางใช้มือลูบเบาๆ

            “เจ้าได้สิ่งนี้มาจากที่ใด?”

            ป้ายโองการนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ

            “ฮูหยินซ่ง ไว้เราค่อยคุยเรื่องป้ายนี้วันหลังนะเจ้าคะ ยามนี้ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”

            เวินซีหยิบป้ายโองการกลับมาและเก็บไว้ในอกอย่างระมัดระวัง

            “ว่ามาสิ”

            “ข้าต้องการยาที่มีฤทธิ์แข็งแกร่งกว่าจื้อหยาง ท่านรู้หรือไม่ว่าจะหาได้จากที่ใดเจ้าคะ?”

            “ยาที่แข็งแกร่งกว่าจื้อหยาง? ข้ามียาชนิดนี้อยู่ แต่ยานี้...”


    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498