เมื่อเขาวางสาย อารมณ์ของฉินเฉาก็พลุ่งพล่าน
‘ดูเหมือนว่าพระสูตรหัวใจเพชรนี้จริงๆ แล้วไม่ธรรมดา แล้วก็ไม่รู้ว่าเทคนิคที่เขียนไว้ในส่วนหลังของหนังสือเล่มนี้จะเป็นพระสูตรของจริงหรือไม่’ ฉินเฉาคิด
‘ถ้ามันไม่ใช่ของจริง และลองฝึกตาม จะไม่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกงั้นเหรอ?’
ตามที่ซูจีพูดมา พระสูตรหัวใจเพชรนี้เป็นวิธีฝึกตนระดับสูงของศาสนาพุทธ เป็นวิธีฝึกร่างกายให้เหนียวทนทาน หลังจากที่ฝึกมัน ร่างกายจะค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น จนกระทั่งถึงขั้นที่ไม่มีอะไรทำอันตรายได้ แข็งแกร่งพอที่จะทำลายทุกสิ่ง และไม่ได้รับความเสียหายจากทุกสิ่งเช่นกัน
แต่สิ่งที่ยากคือการฝึกนี้ไม่ธรรมดา บางสิ่งไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถจินตนาการได้ ร่างเนื้อของมนุษย์เปราะบางอย่างมาก อย่างที่พวกเรารู้ หมูป่าดุร้ายจะไม่ตายง่ายๆ เพียงแค่ถูกกระสุนยิงใส่ 8 - 10 นัด แต่มนุษย์กลับจบสิ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่กระสุนนัดเดียว
การที่มนุษย์สามารถเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนั้นไม่ใช่เพราะความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่เพราะความฉลาดจนน่าสะพรึงของพวกเขายังไงล่ะ
อยากจะทำให้ร่างกายของมนุษย์แข็งแกร่งย่อมเป็นเรื่องที่ยากมากเป็นธรรมดา
พระสูตรหัวใจเพชร เป็นวิธีทำให้ร่างกายของมนุษย์แข็งแกร่ง
‘ลืมมันซะ นี่เป็นเทคนิคฝึกตนที่ไม่มีเหตุผล คงจะดีกว่าถ้าเอาไว้ครั้งหน้า’ ฉินเฉาคิด
‘ฉันสามารถฝึกด้วยเทคนิคของฉันอย่างช้าๆ และในที่สุด ฉันก็สามารถกลายเป็นเทพปีศาจที่ยิ่งใหญ่’
มันก็แค่นั้น พระสูตรหัวใจ 9 เร้นลับ (แต่ก่อนเรียกว่า กฎความลับทั้ง 9) นั้นเน้นไปที่พลังในการโจมตี แม้ว่าฉินเฉาจะเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจ ร่างของเขาก็ยังไม่สามารถต่อกรกับลูกปืนได้
ยิ่งกว่านั้น ร่างปีศาจของเขายังไม่ได้เปลี่ยนทั้งร่าง แต่มีแค่หัวกับแขนเท่านั้น จนกว่าเขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่สูงกว่านี้ อย่าง ราชาปีศาจ (ขั้นที่ 7) หรือสูงกว่านั้น เขาถึงจะสามารถสร้างเกราะปีศาจขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ เขาอยู่แค่ขั้นที่ 3 เสนาธิการปีศาจ หนทางของเขายังอีกยาวไกลกว่าจะขึ้นไปถึงขั้นราชาปีศาจ
แค่ดูสภาพปัจจุบันของเขาตอนนี้ ซึ่งเขายังไม่สามารถควบคุมระฆังหยินหยางได้ดั่งใจ เขาไม่มีความสามารถที่จะเติมเต็มคำสัญญาที่จะปกป้องซูจีและซูเฟย
ห้วงคำนึงของเขากลับไปเมื่อคืนนั้น ที่ที่เขาต่อสู้กับเคอร์รี่ แดรกคูล่า
ฉากนั้น....เขาจะไม่มีวันลืม
ถ้าไม่ใช่เพราะฮัวเหนียงมาถึงทันเวลา บางทีเขาและซูเฟยอาจกลายเป็นผีไปแล้วก็ได้
‘เวรเอ๊ย ฉันแค่ต้องเสี่ยง! มันไม่มีเพลงไหนที่ดีพอจะเติมเต็มความปรารถนาในใจได้ คุณแค่ต้องเสี่ยง!?’
หลังจากคิดสิ่งนี้ ฉินเฉาก็กัดฟัน และเริ่มทำการฝึกฝนตามเทคนิคที่บอกไว้ในหัวใจพระสูตรนั้น
เทียบกับพระสูตรหัวใจ 9 เร้นลับของเขา วิธีการฝึกนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันมีเส้นสายย่อยแยกออกมาจากการโคจรหลักของเขา เส้นสายย่อยนี้แล่นไปทั่วร่างของฉินเฉา โดยสร้างเส้นทางสีทองจากเส้นหลัก
อย่างคลุมเครือ ร่างของฉินเฉาเริ่มมีแสงสีทองออกมาและมีเสียงท่องบทสวดภาษาสันสกฤต และทันใดนั้นก็เริ่มลอยไปรอบๆ ห้อง และภาพอรหันต์ที่ไม่ชัดเจนก็ได้จุติลงมาที่ร่างของฉินเฉา ตามการเคลื่อนไหวของเขา นั่นคือ นั่งปิดตาขณะที่ปากพึมพำภาษาสันสกฤตออกมา
จากกระดูกถึงกล้ามเนื้อ ร่างฉินเฉาค่อยๆ เย็นลง เหมือนกับทำอิฐ ร่างที่เปราะบางนี้ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆ
ในเวลานี้ ข้างในจักรวาลเล็กๆ ของฉินเฉา เสียงบทสวดภาษาสันสกฤตที่ลึกล้ำได้ล่องลอยไปทั่วทุกที่ เมฆสีดำที่ปิดท้องฟ้าทันใดนั้นก็สลายไป เหลือไว้แต่จักรวาลว่างเปล่า จากนั้นลำแสงสีทองก็เริ่มสาดแสงออกมาจากในนั้น
จากนั้นกายอรหันต์สีทองก็ค่อยๆ ลอยลงมาอย่างช้าๆ จากลำแสงสีทอง และลอยตัวในอากาศ
ทันใดนั้น แสงสีทองก็ชนะ
มีเสียงคำรามในท้องฟ้า ทันใดนั้นเงาสีดำก็เจาะทะลุเมฆสีดำและลงมาเยือนดินแดนเบื้องล่าง จากนั้นก็จ้องภาพอรหันต์ด้วยความอยากได้อย่างมาก
ด้วยเหตุนี้พลังที่น่าหวาดกลัวทั้งสองก็ได้พบกัน เงาสีดำในที่สุดก็ไม่สามารถทนต่อไปได้ และเริ่มเคลื่อนไหว เขาเรียกระฆังหยินหยางขนาดใหญ่ และปะทะเข้ากับภาพอรหันต์นั้นอย่างต่อเนื่อง
แสงสีทองระเบิดออกมา แต่ภาพอรหันต์ยังคงไม่สะทกสะท้านเหมือนเดิม ปิดตาและท่องบทสวดต่อไปเหมือนกับว่าคนที่โดนโจมตีไม่ใช่เขาแต่เป็นคนอื่น
เงาสีดำในที่สุดก็กังวล ทันใดนั้นเขาก็ยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างออกมาและฟาดฝ่ามือโจมตีภาพอรหันต์นั่นอีกครั้ง
เงาฝ่ามือขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในและอากาศ และฟาดใส่อรหันต์นั้นในท้องฟ้า
ปัง ปัง ปัง! เงาฝ่ามือตกลงใส่ร่างกายของอรหันต์ แต่อรหันต์ยังคงนิ่ง ตั้งตรงดั่งหินผา
เงาสีดำในที่สุดก็พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร พร้อมกับเสียงคำราม ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือขวาออกมา ควันสีดำเริ่มลอยไปรอบๆ ในที่สุด ร่างของเขาก็ลอยไปพร้อมกับฝ่ามือที่เหมือนกับมังกรดำที่ชั่วร้าย ที่ระเบิดเสียงมังกรคำรามออกมาอย่างต่อเนื่อง
อรหันต์ในที่สุดก็เคลื่อนไหว ทันใดนั้นเขาก็เปิดตาทั้งสองขึ้น พร้อมกับการระเบิดของลำแสงสีทองสดใสที่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถมองมาที่มันตรงๆ ได้
จากนั้นเขาก็ยกมือซ้าย และพุ่งฝ่ามือออกไปเบาๆ
แสงสีทองระเบิดออกมา เปล่งแสงเหมือนกับออกมาจากดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ เงาสีดำและพระอาทิตย์สีทองได้ปะทะกัน ทำให้จักรวาลเล็กๆ นี้สั่น อรหันต์และเงาดำ ทันใดนั้นก็กลายเป็นแสงสีทอง และเมฆสีดำเข้าพัวพันกัน
“อั่ก!” เมื่อกลับมามองที่ร่างฉินเฉาอีกครั้ง คลื่นของความเจ็บปวดออกมาจากข้างในร่างกายของเขา เหมือนกับว่าเขาถูกผ่าร่าง ทันใดนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมา รอยเลือดไหลอาบมุมปากของเขา
คิ้วของเขาขมวดแน่น แต่เขายังคงปิดตาอยู่
ในจักรวาลเล็กๆ ลำแสงสีทองและเมฆสีดำได้โอบล้อมกันไว้ เหมือนกับพยายามจะยึดครองตำแหน่งที่สำคัญที่สุด แต่ทั้งสองฝั่งเหมือนจะมีพลังเท่ากัน อรหันต์สามารถอดทนต่อการโจมตี แต่เมฆสีดำก็เต็มไปด้วยพลัง ไม่มีใครเหนือกว่าใคร
ในตอนสุดท้าย พลังทั้งสองก็รวมเข้าด้วยกัน ทั้งสองฝ่ายเริ่มจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน สุดท้าย พลังทั้งสองก็เริ่มหลอมรวมกัน อรหันต์ขนาดใหญ่ที่ทั้งร่างมีเส้นสายสีดำของลายผนึกอสุราปรากฏที่ตรงกลางของท้องฟ้า เขากำลังถืออาร์ติแฟคขวานยักษ์คู่หนึ่ง และมีท่าทางถมึงทึง จากนั้นไอสังหารสีดำก็ลอยอย่างอ้อยอิ่งอยู่รอบร่างของเขา เมื่อเขาเปิดตาทั้งสองข้าง ลำแสงสีแดงเลือดก็ฉายออกมา ทำให้ท้องฟ้ากว่าครึ่งกลายเป็นสีแดง
“โอม!” ฉินเฉาพ่นเสียงภาษาพุทธออกมา ลำแสงสีทองจากในร่างของเขาก็เข้าถึงจุดสุดยอดของมัน ถ้ามีใครสักคนอยู่นอกบ้าน เขาคงต้องประหลาดใจแน่ๆ ที่มีลำแสงสีทองดุจดวงอาทิตย์ฉายออกมาจากหน้าต่าง ทำให้ข้างนอกที่มืดมิดกลายเป็นสว่าง
กลางดึก ร่างของชูร่าอรหันต์ทันใดนั้นก็ปรากฏกายกลางท้องฟ้า ค่อยๆ สะบัดขวานในมืออย่างช้าๆ ซึ่งทำให้ผู้คนหวาดกลัวเมื่อได้มอง
ในตอนนี้ เครื่องบินโดยสารก็ได้บินผ่านภาพร่างชูร่าอรหันต์นั้น ผู้โดยสารทั้งหมดในเครื่องกลายเป็นตะลึง แต่พวกเขาคิดว่า พวกเขาเพียงแค่ได้เห็นเรื่องอัศจรรย์เท่านั้น บางคนที่เชื่อในศาสนาพุทธแม้กระทั่งเช็ดน้ำตาที่หางตา พนมมือพร้อมกัน คิดว่าที่พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติพระศาสดาในหลายชาติภพที่ผ่านมานั้น เพราะว่าพวกเขาในที่สุดก็ได้พบกับพระศาสดาในชาติภพนี้
ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่ชั้นเฟิร์สคลาส สาวสวยผู้ใส่แว่นกันแดดก็ตะลึงงันอยู่กับที่ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ตกใจจนพูดไม่ออก เธอ ผู้ที่เชื่อในภูติ ผี และปีศาจ เมื่อมองไปที่เงาของอรหันต์ขนาดยักษ์ที่ราวกับมีชีวิต ทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น อรหันต์มองมาอย่างโกรธๆ สะบัดขวานสีทองและดำทั้งสอง เหมือนกับจะกวาดล้างอสูรในโลกทั้งหมด แต่ขวานสีทองเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เข้ามาที่เครื่องบิน ราวกับผู้โดยสารเที่ยวบินนี้จะถูกตัดขาดเป็นสองซีกในเสี้ยววิ
โชคดีที่ฉากนี้มาและจากไปอย่างรวดเร็ว อรหันต์นั้นดำรงอยู่แค่ไม่กี่วิ และจากนั้นก็สลายหายไปกับก้อนเมฆ
“นี่ มันเป็นไปได้ยังไงกัน...” เฉินซินตะลึงอย่างสมบูรณ์ เธอนั้นต่อสู้อยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีมาเป็นเวลานานและเห็นมาแล้วหลายสิ่ง แต่กับฉากลึกลับนี้ เป็นครั้งแรกของเธอ
หัวใจสาวงามนางนี้ทันใดนั้นก็ถูกกระตุ้น ทันใดนั้นเธอก็ได้แรงบันดาลใจสำหรับเพลงใหม่ เธอรีบเปิดไอแพดของเธอ และใส่เนื้อร้องและดนตรีที่เปล่งแสงออกมาอย่างอัศจรรย์ใจลงไป
ไม่ใช่เพียงแค่นักร้องคนนี้เท่านั้น แต่ในโลกของผู้ฝึกตนก็แตกตื่นกับเรื่องนี้เช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดเป่าไต้ เขาซงซาน เหล่าหลวงจีนต่างร้องเรียกกันอย่างแตกตื่น อรหันต์ว่าง! นี่คือผลสำเร็จเล็กๆ ของพระสูตรหัวใจเพชร แต่พระสูตรหัวใจเพชรยากที่จะฝึกฝน แม้ว่าในวัดพวกเขาเอง ก็มีแค่เหล่าผู้อาวุโสไม่กี่คนเท่านั้นที่สำเร็จพระสูตรนี้
‘เรื่องราวแบบไหนกันที่ทำให้ศิษย์ฆราวาส ฝึกเทคนิคที่น่าทึ่งนี้ได้สำเร็จ!’ เหล่าหลวงจีนคิด
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ อรหันต์ว่างเป็นสิ่งที่แปลกมากๆ ในรูปที่ปรากฏนั้นถึงกับมีร่องรอยของความชั่วร้าย
“ศิษย์พี่ นั่นอะไร?” ซูจีที่ใส่โค้ตยาวสีแดง ทันใดนั้นก็เห็นรูปร่างของอรหันต์ ได้ถามออกมาอย่างเคร่งขรึมกับหลวงจีนหนุ่มข้างเธอ
“อามิตตาพุทธ....” หลวงจีนพนมมือของเขา “อาตมาได้ฝึกฝนวิถีแห่งพุทธมาตั้งแต่เด็ก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อาตมาได้เห็นอรหันต์ว่างที่ชั่วร้ายอย่างนี้”
“อรหันต์ว่าง?”
“ใช่” หลวงจีนรูปนั้นพยักหน้า
“ศิษย์น้องคงไม่รู้ ในหมู่คัมภีร์ล้ำค่าของศาสนาพุทธเรา พระสูตรหัวใจเพชรนี้ ถ้าใครฝึกสำเร็จ จะได้รับปาฏิหาริย์เล็กๆ”
“พระสูตรหัวใจเพชร!” ซูจีปิดปากของเธอด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นเธอก็จำได้ว่า เมื่อกี้นี้ฉินเฉาได้ถามเธอเกี่ยวกับเรื่องพระสูตรหัวใจเพชรทางโทรศัพท์
‘หรือว่า พระสูตรหัวใจเพชรนี้ ฉินเฉาเป็นคนฝึก?’ เธอคิด
‘โอ้ สวรรค์ เป็นอย่างนั้นได้ยังไง? วิถีพุทธ และ เส้นทางปีศาจ ทั้งสองเป็นเส้นทางที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้ามีคนฝึกทั้งสองฝั่งนี้ พวกเขาจะตัวระเบิดตาย! แล้วก็ ฉินเฉาไปได้พระสูตรหัวใจเพชรตัวจริงนี้มาได้ยังไง!’
“โชคดี และไม่ดีขึ้นอยู่กับแต่ละคน....” ในเมืองตงชวน ไต้ซือชิฟางที่กำลังนั่งอยู่ที่ด้านหนึ่งของสะพาน เมื่อเห็นภาพอรหันต์ในอากาศ ทันใดนั้นเขาก็ถอนใจด้วยอารมณ์
“กลับกลายเป็นอรหันต์ปีศาจในตำนานไปจนได้ อนาคตของเด็กคนนี้ไร้ที่สิ้นสุด....พระสูตรหัวใจเพชรนี้...เขาฝึกมันได้สำเร็จจริงๆ ....”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าเขาเพิ่งรอดจากประตูนรกมา
เขาจบการฝึกของเขาอย่างช้าๆ นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น และพ่นลมเย็นๆ ออกมาจากปาก
พระสูตรหัวใจเพชรนี้เป็นธาตุหยางร้อน ปากที่เต็มไปด้วยลมเย็นคือความเย็นของลมปราณหยินในร่างของเขา ลมเย็นเคลื่อนไปที่ด้านบนของโต๊ะ ทำให้มีหมอกเป็นชั้นปรากฏบนนั้น
เขาเปิดตาขึ้น รู้สึกแค่ความแน่นของกล้ามเนื้อเมื่อยามเขารวบรวมลมปราณ มือซ้ายของเขามีแสงสีดำสลัวๆ ไหลออกมา ขณะที่มือขวาฉายแสงสีทอง
“แปลก...” ร่างกายของฉินเฉารู้สึกสบายมาก ความเจ็บปวดในร่างของเขาที่เพิ่งได้รับมาหายไปแล้ว “ตอนนี้ฉันเป็นผู้ฝึกตนพุทธและปีศาจทั้งคู่แล้วใช่มั้ย?”
“ไต้ซือ ธรรมะของท่านช่างเจิดจรัสเหลือเกิน ได้โปรดยอมรับแม่ชีที่น่าสงสารคนนี้ด้วย” ในตอนนี้เอง บนเตียงในห้อง สาวสวยหัวโล้นในชุดคลุมสีเทา กะพริบตาถี่ยิบมาที่ฉินเฉา ชุดคลุมของเธอถูกฉีกขาดหลายที่ เผยให้เห็นผิวเปลือยเปล่าของเธอที่ทำให้จิตใจผู้คนสั่นไหว
ฉินเฉาประหลาดใจเป็นครั้งแรก พร้อมสายตาที่คลุมไปด้วยหมอก หลังจากนั้นเขาก็โกรธ และอดด่าออกมาไม่ได้
“โรซี่ ยัยร่านเรี่ยราด แม้แต่ชุดแม่ชีเธอยังใส่”
“อ๊าย...ทำไมนายถึงมองทะลุการปลอมตัวของฉันตลอดเลยล่ะ” แม่ชีคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนหวาน ผมสีดำของเธอทันใดนั้นก็ยาว เหมือนกับน้ำตกที่ไหลลงมาที่เตียง ชุดคลุมสีเทาของเธอก็กลายเป็นชุดกางเกงหนังสีดำ พร้อมกับสะโพกที่โค้งได้รูป บั้นท้ายที่ยอดเยี่ยม และหน้าอกขนาดใหญ่ ยั่วใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ฉินเฉาไอออกมาเพื่อหยุดไฟในท้องของเขา เขาพูด “ยัยผู้หญิงไร้ยางอาย เธออยากให้ฉันยกเลิกคำขอที่สองมั้ย?”
“แน่นอน ว่าไม่อยาก” ทันใดนั้นโรซี่ก็กลายเป็นควันสีดำ และในชั่วพริบตา ก็ปรากฏตรงหน้าฉินเฉา บั้นท้ายที่ได้รูปของเธอนั่งลงบนตักของเขา ส่ายไปส่ายมา ทำให้ฉินเฉาน้อยของเขาตื่นขึ้นมา มันผงาดขึ้นมาตรงส่วนที่เร้นลับของโรซี่
หน้าของปีศาจสาวแดง หลังจากช่วงเขินอายผ่านไป เธอมองมาที่ฉินเฉาด้วยท่าทางยั่วยวนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้มาที่เขา
“เธอ ยัยร่าน...” ในที่สุดฉินเฉาก็ไม่ยับยั้งความปรารถนาของเขาอีกต่อไป พร้อมด้วยเสียงคำราม ตาของเขากลายเป็นสีแดง และปากของเขาจูบเข้ากับริมฝีปากที่นุ่มนวลของโรซี่อย่างหนักหน่วง
จบตอน