ตอนที่ 35
ฉลามขนาดยักษ์ที่พุ่งตัวขึ้นไปบนฟ้า ดิ่งกลับลงมาหวังที่จะโจมตีเรือของพวกเขา ชิงเทียนตั้งสติแล้วกระโดดลงน้ำ ใช้คลื่นพลังปราณ ผลักเรือออกไปใหพ้นการโจมตี ฉลามยักษ์เข้าปะทะกับชิงเทียน เขาใช้กระบี่มารฟ้าป้องกันและเฉือนไปที่ผิวหนังของมัน แต่กลับไม่สามารถฟันผ่านชั้นผิวหนังไปได้
ศาสตราวุธเซียน มีพลังที่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ หากผู้ใช้มีความเข้มข้นปราณน้อยกว่าศัตรู มันก็ไม่สามารถเฉือนผ่านชั้นผิวหนัง ที่ถูกหุ้มไว้ด้วยพลังปราณที่เข้มข้นกว่า
“หนีไปที่เกาะก่อน ไว้ไปเจอกันที่นั่น" เขาตะโกนสั่งฮวงอี้และหยางเล่ย พวกเขาอยากเข้าไปช่วย แต่ก็เข้าใจเจตนาของชิงเทียนดี ถ้าหากเรือถูกทำลาย พวกเขาคงลำบากมากกว่านี้แน่ ฮวงอี้คุมเรือ โดยมีหยางเล่ยคอยคุ้มกันให้ พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่เกาะ
การต่อสู้ภายในน้ำเช่นนี้ มันยิ่งสร้างความลำบากให้เขามาก ชิงเทียนพุ่งตัวเพื่อหนีไปยังเกาะ เขาโคจรปราณรอบตัว เพิ่อช่วยเพิ่มแรงผลักไปข้างหน้า ตอนนี้เขาเหมือนระเบิดตอปิโด ที่เคลื่อนตัวอยู่ใต้น้ำ แต่ฉลามยักษ์มีความเร็วที่เหนือกว่า ใช้เวลาไม่นาน มันก็ตามเขามาจนทัน
ชิงเทียน หันกลับไปสบตากับฉลามยักษ์ ดวงตาของเขามีสีฟ้าเรืองรอง ‘เนตรสะกดเทพ' ร่างกายของฉลามยักษ์ ชะงักไป ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาชี้กระบี่ไปทางมัน ‘เพลิงอัศนี ทะลวงสวรรค์' หอกเพลิงสีฟ้าก่อตัวขึ้น ทั้งที่เขากำลังอย่ใต้น้ำ แต่ดูเหมือนว่า มันจะไม่เกิดผลกะทบมากนัก
หอกเพลิง พุ่งเข้าหาฉลามยักษ์ด้วยความเร็วสูง มันหนุนควงเพื่อเพิ่มพลังโจมตี เสียงดังกระหึ่มสะท้อนมาเป็นระลอกคลื่น ฉลามยักษ์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากที่มันดึงสติคืนมา ชิงเทียนก็ทิ้งห่างไปไกลแล้ว มันคำรามไล่หลังเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว อยู่ใต้พื้นน้ำ
ชิงเทียนใกล้ถึงชายฝั่งของเกาะ เขาเห็นเรือของฮวงอี้จอดห่างจากชายฝั่งประมาณ 5 เมตร ชิงเทียนคลานขึ้นฝั่งด้วยความเหนื่อยหอบ ฮวงอี้และหยางเล่ยวิ่งเข้ามาดูอาการ “ชิงเทียน เป็นยังไงบ้าง?" พวกเขาสำรวจหาบาดแผล แต่กลับไม่พบสักจุด
ชิงเทียนหยิบขวดยาฟื้นฟูปราณ ออกมาจากแหวนมิติ เขากระดกยาลงไปหมดขวด ฮวงอี้และหยางเล่ย เห็นเขานำขวดยาออกมาจากความว่างเปล่า ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แต่หลังจากรู้จักชิงเทียน พวกเขาชาชินกับอะไรพวกนี้ไปแล้ว
หลังจากที่ชิงเทียนฟื้นตัวเส็จ เขาก็เก็บเรือเข้าไปเก็บในแหวนมิติ ฮวงอี้และหยางเล่ยตาโตเป็นไข่ห่าน ที่อยู่ๆเรือทั้งลำก็หายวับไปกับตา ชิงเทียนโชว์แหวนที่สวมอยู่บนนิ้ว “แหวนมิติหน่ะ อยากได้เหรอ?" ทั้งสองคนผงกหัวเป็นไก่จิกเมล็ดข้าว
“ไว้ว่างๆ จะทำให้แล้วกัน" เขาไม่เคยตระหนี่ต่อสหายที่เคยช่วยเหลือตนเองอยู่แล้ว ฮวงอี้และหยางเล่ยรู้สึกดีใจมาก ที่วันนั้นพวกเขาได้พบกับชิงเทียน ในตอนนั้นเองชิงเทียนก็เหลือบไปเห็นเรือลำหนึ่งที่จอดอยู่ห่างจากพวกเขาไปไกล
“นั่นมัน..." ชิงเทียนและพรรคพวก มุ่งหน้าไปสำรวจเรือ มันเป็นเรือยนต์ขนาดกลาง สีดำ ลักษณะคล้ายเรือของกองทัพ “ำไหนนายบอกว่าไม่มีใครหาที่นี่เจอไง?" เขาหันไปถามฮวงอี้
“เอ่อ... คนเรามันก็ต้องมีเรื่องผิดพลาด เป็นธรรมดา" ฮวงอี้ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
พวกเขาเดินเข้าไปในเกาะ พุมไม้และหญ้ารกทึบ ทำให้มองเห็นทางข้างหน้าได้ลำบาก ระหว่างทางชิงเทียนพบสมุนไพรล้ำค่าหลายชนิด เมื่อเดินผ่านป่ามาก็พบน้ำตกขนาดใหญ่ ที่สูงชัน
ชิงเทียนเดินสำรวจโดยรอบ ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานธรรมชาติ เขาเดินตามสัมผัสไปสักพัก ก็พบกับถ้ำที่ซ่อนอยู่ “ในถ้ำนี้เหมือนมีสมบัติลับซ่อนอยู่เลย" ชิงเทีบนพูดกับสหายทั้งสอง
“นายคิดว่าจะมีตัวอะไรอยู่ในนั้นนั้นไหม?" หยางเล่ยออกความคิดเห็น
“ไม่รู้... เข้าไปดูกันเถอะ" พวกเขาค่อยๆเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง และใช้ใฟฉายที่เตรียมมาส่องนำทาง ภายในถ้ำมีขนาดใหญ่ และเพดานที่สูงลิบ แต่ก็ยังไม่พบเห็นสิ่งมีชีวิต พวกเขาเดินลึกเข้ามาลึกขึ้น หยางเล่นก็ทำหน้าเหยเก “กลิ่นอะไรเหม็นชะมัด" เขาเอามือปิดจมูก ชิงเทียนก็รู้สึกถึงกลิ่นเหม็นเน่าภายในนี้เช่นกัน
ชิงเทียน เหยียบโดนอะไรเบางอย่างเข้า เขาส่องดูที่พื้นก็พบกับเศษกระดูก และมูลสัตว์หลายกองกระจัดกระจายกัน “เหมือนกับที่นี่จะเอาไว้สำหรับกินเหยื่อมันนะ"
“แล้วตัวมันหล่ะ อยู่ที่ไหน" หยางเล่ยถามด้วยความสงสัย
เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ที่ด้านบนเพดานถ้ำ ชิงเทียนค่อยๆหันไฟฉายส่องขึ้นไป เผยให้เห็นฝูงค้างคาวตัวขนาดเท่ามนุษย์นับร้อยตัว เกาะห้อยหัวอยู่บนเพดานถ้ำ พวกมันเป็นสัตว์ปีศาจขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นต่ำ ไปจนถึงก่อตั้งลมปราณขั้นสูง และมีประมาน 10 ตัว ที่อยู่ในขอบเขตสร้างแก่นปราณ
ทั้งสามคนยืนนิ่ง “ถอยก่อน ช้าๆนะ" เขาหันไปกระซิบกับทั้งสองคน พวกเขาค่อยๆหันหลังเดินกลับ หากโดนลุมมากขนาดนี้ มีหวังแย่แน่ๆ แต่ทันใดนั้นเอง ค้างคาวตัวหนึ่งก็บินเข้ามาในถ้ำ มันโฉบลงมายืนขวางทางพวกเขา และเอียงคอสงสัยกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า
ทั้งสามคนต่างยืนนิ่งแล้วกลั้นหายใจ ค้างคาวยืนจ้องพวกเขาอยู่สักพัก จากนั้นก็บินเข้าไปรวมฝูง “เฮ้ออออ..." พวกเขาถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งออก หยางเล่ยก้าวไปข้างหน้าต่อ แต่เขาสะดุดหินจนเเกือบจะล้ม แต่โชคดีที่เขาใช้มือดันเสาหินไว้ได้ หยางเล่ยดันตัวขึ้นมาแล้วปากเหงื่อออก ‘แกร๊ก' มีเสียงดังมาจากเสาหิน มันค่อยๆล้มลง พร้อมกับสามสหายที่มีสีหน้าซีเผือด
‘ตู้มมม!!!' เสาหินล้มลง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝูงค้างคาวแตกตื่น อยู่ในความโกลาหล พวกมันต่างจ้องมองมายังพวกเขา แล้วร่อนลงมาโจมตีอย่างรวดเร็ว ชิงเทียน ฮวงอี้ และหยางเล่ย เรียกศาสตราวุธเซียนออกมา เข้าโรมรันกับฝูงค้างคาว
ขวานขนาดยักษ์ของหยางเล่ย ฟาดฟันเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ร่างของพวกมันแยกออกจากกัน ‘เทพสงครามสยบทัพ' หยางเล่ยสร้างคลื่นกระแทกใส่ค้างคาวหลายสิบตัว ความรุนแรงทำให้กระดูกของพวกมัน แหลกเป็นผุยผง
ฮวงอี้สร้างคลื่นปราณดาบฟาดฟัน เส้นแสงสีขาวนับร้อยฟันร่างของพวกมันถูกฟันเป็นชิ้นๆ อาวุธที่ชิงเทียนสร้างให้ มันช่วยเพิ่มพลังให้กับทั้งสองคนมาก ความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ สัตว์ปีศาจที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตสร้างแก่นปราณทุกตัวล้วนไร้ความหมาย
ชิงเทียนสร้างเพลิงอัสนีฟ้า กระจายไปทั่วพื้นถ้ำ เพื่อลบจุดอ่อนด้านการมองเห็นของตน เพลิงสีฟ้าเผาพลาญค้างคาวไปได้หลายตัว ฮวงอี้กับหยางเล่ย ตอนนี้กำลังรับมืออยู่กับค้างคาว ขอบเขตสร้างแก่นปราณ พวกเขาเริ่มจะมีบาดแผลหลายแห่ง จากการโจมตีทุกทิศทาง
ในขณะที่เข้ากำลังจะเข้าไปช่วยก็มีกรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาหวังจะฉีกกระชาก ชิงเทียนโยกตัวหลบได้ทันท่วงที ศัตรูที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขา มันคือค้างคาวยักษ์ที่ทีขนาดใหญ่ เทียบเท่าช้างแอฟริกา ดวงตาสีแดงฉาน และเขี้ยวขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมา ช่างดูน่าสยดสยอง มันเป็นสัตว์ปีศาจขอบเขตก่อตั้งร่างกายขัันต้น
ค้างคาวยักษ์ใช้ปีกสร้างพายุขึ้นมา ปีกของมันคมดุจใบมีด ฮวงอี้จำมันได้จากบันทึกสัตว์ปีศาจของตระกูล “ชิงเทียน! ระวังด้วย นั่นคือค้างคาววายุเฉือน มันเป็นสัตว์ปีศาจธาตุลม" เขาร้องเตือนชิงเทียน ในขณะที่ตนเองกำลังถูกรุมโจมตี
ร่างกายของชิงเทียนมีทั้งธาตุไฟ และอัสนี และธาตุลมนั้นแพ้ธาตุไฟ เขาเรียกเพลิงอัสนีฟ้าออกมาปกคลุมตนเองและกระบี่ ชิงเทียนก้าวหลบหลีกพายุที่กระจายตัวอยู่ เขาฟาดกระบี่ปะทะกับปีกอันคมกริบของมัน ปีกเหล็กกล้าของมันถูกกระบี่ของชิงเทียน เฉือนขาดไปบางส่วน
ค้างคาวยักษ์มีอาการแตกตื่น ไม่เคยมีใคร ทำลายปีกอันแสนภาคถูมิใจของมัน จนเว้าแหว่งแบบนี้มาก่อน มันคำรามออกมาด้วยความแดือดดาน ผิวหนังของมันเปลี่ยนเป็นสีดำ อากาศรอบตัวปั่นป่วน ชิงเทียนถูกลมที่รุนแรงผลักถอยออกมา ค้างคาวยักษ์ สร้างคมมีดสายลมนับร้อยมาเชือดเฉือนเขา ชิงเทียนป้องกันการโจมตีอย่างยากลำบาก เขาเริ่มมีบาดแผลเกิดขึ้นหลายแห่ง
ชิงเทียนดีดตัวไปด้านหน้า ค้างคาววายุเฉือน อ้าปากสร้างบอลพลังธาตุลมอัดกระแทก เขากระเด็นลอยไปชนกับผนังถ้ำอย่างแรง ชิงเทียนรู้สึกเจ็บที่หน้าอก เขารับรู้ได้ทันทีว่ากระดูกซี่โครงของเขาหัก จริงอยู่ที่ธาตุไฟชนะธาตุลม แต่ค้างคาววายุเฉือนสร้างปราการสายลมขึ้นมารอบตัว การโจมตีทั่วไป ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เลย
“มีแค่การโจมตีระยะไกลสินะ" ชิงเทียนดันตัวลุกขึ้นมา เขาจ้องค้างคาววายุเฉือน ด้วยสายสาที่สงบเยือกเย็น เปลวเพลิงสีฟ้าพรั่งพรูออกมาเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ มันถูกบีบอัด เปลี่ยนรูปเป็นคันธนูยาว สูงเกือบเท่าตัวของเขา ธนูเพลิงที่น่าเกรงขาม ถูกเล็งไปยังค้างคาวยักษ์ กระบี่มารฟ้าเกิดเพลิงสีฟ้าลุกท่วม แล้วนำมาใช้ต่างลูกธนู สายธนูถูกง้างจนสุดพร้อมที่จะปลดปล่อยพลัง
ค้างคาววายุเฉือนยังคงเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดที่จะทะลวงปราการวายุ และผิวหนังเหล็กกล้า ที่ถูกทำให้แข็งแกร่งขึ้น
ชิงเทียนแสยะยิ้ม ‘เทพมังกร กลืนกินสวรรค์' พลังปราณมหาศาลถูกปล่อยออกมา ก่อเกิดเป็นมังกรสีฟ้าครามสองตัว ลอยวนวนเป็นเกลียวรอบกระบี่มารฟ้า พุ่งเข้าหาค้างคาววายุเฉือน ดวงตาของมันเบิกโพรง ในตอนที่มังกรทั้งสองทะลวงผ่านปราการวายุเข้ามาได้
ร่างของค้างคาวถูกมังกรเพลิงกลืนกินสลายไป ไม่เหลือแม่แต่แก่นปราณ ฮวงอี้และหยางเล่ย รวมถึงฝูงค้างคาวต่างอ้าปากค้าง ฝูงค้างคาวที่ไร้จ่าฝูง หนีหัวซุกหัวซุนออกจากถ้ำทันที
ชิงเทียนไม่อยากใช้ ‘เทพมังกร กลืนกินสวรรค์' เพราะว่ามันต้องใช้พลังปราณมหาศาลในการปลดปล่อย ใช้เพียงครั้งเดียวเขาจะกลายเป็นหมดสภาพทันที
*******************************
ที่ด้านนอกถ้ำ ภายในป่าลึก มีชายฉกรรจ์ 5 คน กำลังเดินสำรวจผืนป่าอยู่ “พวกนายได้ยินเสียงอะไรไหม" ชายที่เดินนำหน้าถามขึ้น
“หัวหน้าหน่วยบอริส ผมเองก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย บางทีอาจจะเกิดการระเบิดขึ้น หรือว่าพวกองค์กรอิลลูมินาติ จะพบที่นี่แล้ว?"! หนึ่งในพวกเขาตอบ
“ก็มีความเป็นไปได้" บอริสได้รับคำสั่งจากองค์กร ให้มาสำรวจเกาะลึกลับเกาะนี้ ระหว่างทางพวกเขาพบสัตว์ปีศาจบ้างประปราย พวกมันแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขา 5 คนก็ช่วยกันโค่นได้สำเร็จ พวกเขาคือหน่วยรบที่มีพละกำลังและร่างกายแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แม้แต่กระสุนเจาะเกราะก็ยังไม่ระคายผิวพวกเขา บนอกเสื้อของพวกเขา มีคำสลักไว้สั้นๆว่า ‘แสงเหนือ'
------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771