แพรพรรณลุกขึ้นจัดการปิดทีวีปิดไฟแล้วก็หิ้วถุงกระดาษเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเองเมื่อถึงห้องนอน เธอก็วางถุงกระดาษไว้บนโต๊ะทำงาน เธอเตรียมจะไปอาบน้ำแต่จู่ๆ ก็มีแสงสว่างเจิดจ้าสาดเข้ามาทางหางตา
“เอ๊ะ!...แสงอะไรน่ะ?” เธอหันไปมองที่มาของแสงนั้น แล้วเธอก็ใยืนตะลึง! “เฮ้ย!”
เธอเห็นใบจักรที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงเปล่งแสงสีรุ้งเจิดจ้าแล้วใบจักรก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากแท่นวางพุ่งตรงมาหาเธอ
“เหวอ!” เธอใจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่ใจสั่งให้วิ่งหนี‘วิ่งซิ! วิ่ง!...’
แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียวดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างใสุดขีด พลัน! ใบจักรก็ลอยขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะของเธอแล้วใบจักรก็หมุนวนเร็วจี๋พร้อมกับเปล่งแสงสีรุ้งเจิดจ้าล้อมรอบเรือนร่างอรชรเอาไว้แพรพรรณใจนเป็ล้มล้มพับลงไป แล้วแสงสีรุ้งเจิดจ้าก็สว่างวาบแล้วจางหายไปพร้อมๆกับเรือนร่างอรชร
กลางป่าหิมพานต์อันเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ สายธารนทีแห่งสีทันดร ขุนเขาสูงเสียดฟ้าและสรรพสัตว์หลากหลาย พลัน! จู่ๆ ก็ปรากฎแสงสีรุ้งสว่างวาบพร้อมๆกับร่างของแพรพรรณซึ่งสลบไสลไม่ได้สติปรากฎขึ้น เหนือเรือนร่างระหงใบจักรหมุนวนเร็วจี๋แล้วใบจักรก็ค่อยๆ หมุนช้าลงจนหยุดนิ่ง จากนั้นใบจักรก็ลอยหายเข้าไปในตัวของแพรพรรณ
“อือ” เปลือกตาคู่งามค่อยๆกระพริบลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าดูเบลอๆ จนแพรพรรณต้องกระพริบตาหลายๆ ครั้ง ครั้นพอลืมตาขึ้นเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนเธอก็กลอกตามองไปมาอย่างงุนงงภาพแรกที่กระทบั์ตาคือภาพสีเขียวของกิ่งไม้หนาทึบจนแสงตะวันไม่อาจส่องลอดลงมาได้
“เอ๊ะ!” เธอค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆ อย่างงุนงง
“ทำไมมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดเลยล่ะ?นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย?” เธอถามอย่างงงๆ
“นี่ฉันคงฝันไปอีกแล้วแหงๆ”เธอบอกตัวเองพลางนึกใจใจว่า ‘่นี้ฉันฝันได้ฝันดีซิน่า’
เธอลุกขึ้นยืนพลางมองไปรอบๆตัวอย่างงงๆพลัน! เธอก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้น
“ฮือๆๆๆ...ปล่อยข้านะเ้านักพรตชั่ว!” เสียงนั้นดังมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“เอ๊ะ! เสียงอะไรน่ะ!?” แพรพรรณเงี่ยหูฟังอย่างสงสัย
“ปล่อยข้า! ฮือๆๆๆ...” เสียงร้องดังขึ้นอีก แพรพรรณจ้องมองต้นเสียงอย่างสงสัยแล้วรีบเดินไปดูทันทีเพราะเสียงที่ได้ยินน่าจะเป็เสียงผู้หญิงเธอแหวกพุ่มไม้ออก แล้วเธอก็ได้เห็น... ผู้ชายคนหนึ่งสวมชุดสีขาวคล้ายพระสงฆ์ เขาแบกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนบ่า
“ฮือๆๆ...ปล่อยข้านะเ้านักพรต...ฮือๆๆๆ...เ้าจับข้ามาทำไม...ฮือๆๆๆ”เด็กหญิงทั้งดิ้นทั้งร้องน้ำตานองหน้า แล้วนักพรตคนนั้นก็โยนร่างของเด็กหญิงลงกับพื้นอย่างไร้ความปราณีตุบ!
ร่างของเด็กน้อยกระแทกพื้นจนเด็กน้อยร้องออกมาด้วยความเจ็บ“โอ๊ย!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” แพรพรรณตวาดลั่นพร้อมกับถลันเข้าไปหาเด็กน้อยทันที เธอโกรธจนตัวสั่นกับการกระทำอันป่าเถื่อนที่ได้เห็นเมื่อกี้นี้
“หืม!” นักพรตคนนั้นหันไปมองผู้ที่เข้ามาขวางอย่างใ ส่วนเด็กหญิงก็ใหยุดร้องไห้ทันที
“เจ็บมากไหมจ๊ะหนู?”แพรพรรณถามเด็กน้อยเสียงอ่อนโยนพร้อมกับดึงเด็กน้อยเข้าไปกอดอย่าง้าจะปกป้อง นักพรตมองการกระทำนั้นอย่างไม่พอใจพร้อมกับตวาดลั่นอย่างโกรธจัด“เ้าเป็ใคร!? ถอยไปนะ ไม่ใช่เื่ของเ้า!”
“ทำไมต้องทำร้ายเด็กด้วยห๊า!?” แพรพรรณหันไปตวาดใส่นักพรตอย่างโกรธจัด ทำให้นักพรตชะงักกึก! เมื่อได้เห็นหน้าคนที่เข้ามาขวางชัดเจน “เ้าเป็สตรีนี่!?”
นักพรตจ้องหน้าหญิงสาวอย่างลืมตัว“ช่างงดงามเสียจริง”
แล้วนักพรตก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะลูบไล้ใบหน้างดงามหวานซึ้งอย่างลืมตัว
“เพี๊ยะ!” แพรพรรณรีบปัดมือนั้นทันที เธอตวาดลั่น “หยุดนะ!จะทำอะไรน่ะ?”
“เ้าช่างงดงามยิ่งนักแม่หญิง”นักพรตบอกอย่างหลงไหล กริยาท่าทีเช่นนั้นทำให้แพรพรรณกลืนน้ำลายเอื๊อก!
ท่าทางไม่ดีแน่...
เธอรีบดึงเด็กหญิงถอยห่างทันที
“อย่าเข้ามานะ!” เธอตวาดลั่น ส่วนเด็กหญิงก็เกาะแพรพรรณแน่น
“พี่หญิง...ระวังนะ”เด็กหญิงบอกพลางซุกตัวเบียดหญิงสาวอย่างหวาดกลัว
“ข้าไม่เคยเห็นสตรีใดงดงามเช่นเ้าเลย”แล้วนักพรตก็เดินย่างสามขุมเข้าหาทั้งสองคน ทำให้แพรพรรณและเด็กน้อยถอยกรู ทั้งสองคนกอดกันแน่นหน้าซีดเผือด
“หยุดนะ! อย่าเข้ามานะ!” แพรพรรณตวาดอีกครั้ง แต่เสียงตวาดห้ามนั้นกลับเหมือนจะยิ่งยั่วยุให้นักพรตสาวเท้าเข้าหาเร็วขึ้น
ฉับพลัน!...นั้นเอง...
“โฮกกกก!” เสือดำตัวใหญ่พุ่งกระโจนเข้าใส่นักพรต ตุ๊บ!
“เฮ้ย!” นักพรตใล้มลงกับพื้น แล้วเสือดำตัวนั้นก็อ้าปากกว้างขบขย้ำลงบน่ไหล่ของนักพรต
“อ๊าก!” นักพรตร้องลั่นอย่างเ็ป แล้วเสือดำก็คาบร่างของเหยื่อกระโจนหายเข้าไปในพุ่มไม้สวบๆๆๆ...
“กรี๊ด!” แพรพรรณและเด็กน้อยกรีดร้องพร้อมกันด้วยความใ ทั้งคู่กอดกันแน่นหน้าซีดเผือดอย่างหวาดผวาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แข้งขาอ่อนจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ฮือๆๆๆๆ”เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ส่วนแพรพรรณก็ได้แต่ลูบหลังเด็กน้อยกอดปลอบประโลมทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ใขวัญหนีดีฝ่อเช่นกัน
“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีอะไรแล้วนะ”เธอปลอบเด็กน้อย
จนกระทั่งเสียงสะอื้นหยุดลง เด็กหญิงเงยหน้ามองหญิงสาวทั้งน้ำตา
“ขอบใจพี่หญิงที่ช่วยเหลือข้า”เด็กน้อยพูดพลางยกหลังมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้า
“พี่หญิงเป็ใครหรือ?เหตุใดจึงมาอยู่กลางป่าเขาเช่นนี้?” เด็กหญิงถามพร้อมกับมองตาแป๋ว
“เออ...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะ” แพรพรรณตอบแล้วก็มองไปรอบๆ ตัวอย่างงงๆ
“พี่หญิงไม่รู้!?” เด็กหญิงทวนคำ วงหน้าจิ้มลิ้มน่ารักขมวดคิ้วแล้วถามว่า“พี่หญิงไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใคร? หรือพี่หญิงไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่กลางป่าหิมพานต์นี้ได้อย่างไรกันแน่?”
“อะไรนะป่าหิมพานต์?”แพรพรรณใ เด็กหญิงพยักหน้า “ก็ป่าหิมพานต์แห่งนี้น่ะซิพี่หญิง”
แพรพรรณตกตะลึงกับคำตอบ
“ป่าหิมพานต์?...นี่ฉันฝันเป็ตุเป็ตะได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?”เธอพึมพำ เด็กหญิงมองหญิงสาวอย่างไม่ค่อยเข้าใจแล้วแย้งว่า “พี่หญิงไม่ได้ฝันหรอกที่นี่คือป่าหิมพานต์จริงๆ”
แล้วเด็กหญิงก็พูดว่า“หากพี่หญิงคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ พี่หญิงก็จงหยิกเนื้อตัวเองดูเถิดข้าเคยได้ยินเขาเล่ากันว่าหากไม่แน่ใจว่าเป็ความจริงหรือความฝันให้ลองหยิกเนื้อตัวเองดูหากรู้สึกเจ็บก็หมายความว่าไม่ได้กำลังฝันอยู่แน่”
แพรพรรณจึงลองหยิกแขนตัวเอง
“โอ๊ย! เจ็บง่ะ” เธอร้องพลางลูบแขนตัวเองป่อยๆ “นี่เราไม่ได้ฝันนี่! แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ไงล่ะ โอ๊ย!...งงไปหมดแล้ว”
เธอมองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดหวั่นตื่นกลัว
“พี่หญิงใจเย็นก่อนเถิด”เด็กหญิงบอกทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรที่ดีไปกว่าคำๆ นี้ได้อีก พลัน! เด็กหญิงก็มีท่าทีเหมือนได้ยินเสียงอะไรซักอย่าง “พี่หญิงข้าได้ยินเสียงน้ำ!”
“เสียงน้ำเหรอ!?” แพรพรรณเงี่ยหูฟังบ้าง “อืม...เสียงน้ำจริงๆ ด้วย”
“ข้าว่าใกล้ๆ นี่คงมีลำธารแน่ๆ”เด็กหญิงบอก “ข้าหิวน้ำเหลือเกินพี่หญิง”
ทำให้แพรพรรณรู้สึกตัวว่าตัวเองก็หิวน้ำเหมือนกัน“พี่ก็หิวน้ำเหมือนกันจ้ะ”
“ถ้างั้นเราลองไปดูกันนะพี่หญิง”เด็กหญิงชวน แพรพรรณพยักหน้าเห็นด้วย “จ้ะ”
แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนแต่พอก้าวเดินเธอก็ร้อง “โอ๊ย!”
“พี่หญิงเป็อะไร?”เด็กหญิงถาม
“พี่เจ็บเท้าน่ะสงสัยอะไรจะตำเท้าพี่แน่ๆ เลย” แพรพรรณตอบพร้อมกับยกขาหงายฝ่าเท้าขึ้นมาดู
“อูย...หนามตำนี่เอง”แล้วเธอก็ดึงหนามเหวี่ยงทิ้งไป เด็กหญิงมองเท้าของหญิงสาว แล้วก็ถามอย่างสงสัยว่า“พี่หญิงไม่มีเกือกหรือ?”
“เอ่อ...” แพรพรรณไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีแล้วเด็กน้อยก็หันไปเห็นเกือกของนักพรตตกอยู่ “นั่น!เกือกของไอ้นักพรตชั่วนี่!”
เด็กน้อยรีบวิ่งไปหยิบเกือกมาให้หญิงสาวทันที“พี่หญิงสวมเกือกนี่เถิด”
“ขอบใจจ้ะ”แพรพรรณบอกแล้วก็รับเกือกหนังสานเหมือนรองเท้าแตะคู่นั้นมาใส่อย่างจำใจ แม้จะหลวมไปบ้างแต่ก็ยังดีกว่าเดินเท้าเปล่าแน่ๆ
“ไปกันเถอะพี่หญิง”เด็กหญิงชวน
“จ้ะ” แพรพรรณพยักหน้าแล้วก็จูงมือเด็กน้อยพากันเดินไปตามเสียงน้ำที่ได้ยิน
“พี่หญิงมีนามว่าอะไรหรือ?” เด็กน้อยถามแล้วก็บอกว่า “ข้ามีนามว่า...มณีรัตนา”
“มณีรัตนาเหรอ!” แพรพรรณทวนแล้วก็ชมว่า“ชื่อเพราะจัง”
แล้วเธอก็แนะนำตัวเองว่า“พี่ชื่อแพรพรรณจ้ะ น้องเรียกพี่ว่าพี่พรรณก็ได้จ้ะ”
“จ้ะพี่พรรณ” เด็กหญิงรับคำแล้วแพรพรรณก็ถามมณีรัตนาว่า "ทำไมน้องมณีรัตนาถึงถูกผู้ชายคนนั้นทำร้ายล่ะจ๊ะ?”
“ข้าถูกไอ้นักพรตชั่วจับตัวมาจ้ะ”มณีรัตนาตอบแล้วก็เล่าว่า “มันจะเอาข้าไปบัดพลีแด่เ้าแม่กาลีเพื่อที่มันจะได้ขอพรจากเ้าแม่ให้ตัวมันเป็ะจ้ะ”
แพรพรรณฟังอย่างงง “บัดพลีเหรอ?”
“ใช่แล้วจ้ะ” มณีรัตนาพยักหน้าแล้วก็เล่าต่อ“มันจับตัวข้ามาเพื่อจะเอาข้าไปถวายเป็เครื่องบัดพลีแด่องค์เ้าแม่กาลีเพื่อให้ตัวมันเองได้รับพรที่จะทำให้มันเป็ะได้จ้ะ”
แพรพรรณยังงงๆ ไม่เข้าใจว่าคำว่า‘บัดพลี’ คืออะไร? พลัน! เธอก็นึกขึ้นได้ว่าพิธีบูชาเ้าแม่กาลีนั้นทำยังไงจากสารคดีที่เคยดูในทีวีเธอตะลึง!นี่หมายความว่าไอ้คนเลวนั่นมันจะเอาตัวเด็กไปบูชายัญงั้นเหรอ...!?
“ทำไมมันถึงได้โเี้ขนาดนี้!?” เธอหลุดปากออกมาอย่างไม่รู้ว่าจะหาคำใดเหมาะสมไปกว่านี้
“โชคดีจริงๆ ที่มันถูกเสือคาบไปซะก่อนไม่งั้นป่านนี้พวกเราจะเป็ยังไงมั่งก็ไม่รู้นะน้องมณีรัตนา” เธอบอกแล้วก็พูดว่า“เออ...จริงซิ น้องมณีรัตนาพี่ขอเรียกน้องว่า ‘รัตนา’ ได้ไหมจ๊ะ?คือชื่อน้องมันยาวจังเลยอ่ะ”
มณีรัตนานิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า“ได้ซิจ๊ะ”
แล้วเด็กหญิงก็ถามว่า“แล้วพี่พรรณล่ะจ๊ะ เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ดวงตากลมโตแป๋วแหว๋วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“หรือว่าพี่พรรณอาศัยอยู่ใกล้ๆนี้หรือจ๊ะ?” เด็กหญิงคาดเดา ทำให้แพรพรรณนิ่งอึ้งไปเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอสบตากับดวงตาแป๋วแหว๋วที่จ้องมองอย่างรอคำตอบทำให้เธอตัดสินใจตอบว่า“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ พี่จำได้ว่ากำลังจะไปอาบน้ำ แล้วจู่ๆ จักรที่คุณพ่อของพี่เพิ่งซื้อมาให้พี่เป็ของฝากมันก็มีแสงออกมา แล้วมันก็พุ่งมาหาพี่ หลังจากนั้นพี่ก็จำอะไรไม่ได้แล้วล่ะตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่ซะแล้ว”
มณีรัตนาฟังอย่างงงๆไม่เข้าใจที่หญิงสาวเล่าเลยแม้แต่น้อย เด็กหญิงจึงเบือนหน้าไปมองทางข้างหน้าแทนดวงตากลมโตแป๋วแหว๋วเบิกกว้างอย่างดีใจ
“นั่น!...น้ำ!” เด็กหญิงอุทานอย่างตื่นเต้น
“น้ำ!” มือเล็กๆ กระตุกแขนแพรพรรณอย่างตื่นเต้นดีใจ
“มีน้ำจริงๆ ด้วยพี่พรรณ”เด็กหญิงพูดแล้วก็วิ่งตรงเข้าไปหาลำธารเล็กๆที่เห็นอยู่เบื้องหน้า แพรพรรณรีบตามไป
พอถึงริมลำธาร ทั้งคู่ก็วักน้ำขึ้นมาดื่มอย่างกระหาย เมื่อได้ดื่มน้ำจนอิ่มแล้วทั้งคู่ก็วักน้ำล้างหน้าล้างตาหลังจากได้ล้างหน้าจนสดชื่นแล้วแพรพรรณก็เดินไปนั่งบนโขดหิน “นี่เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงนะ?”
เธอมองไปรอบๆ อย่างงงๆเธอบอกตัวเองว่ากำลังฝันไปแน่ๆแต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับจับต้องได้จนไม่อาจจะหลอกตัวเองต่อไปได้อีกว่ากำลังฝันอยู่ความเ็ปที่ฝ่าเท้าจากแผลหนามตำก็เจ็บแปล๊บๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน เตือนให้รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้มันคือความจริงเธอหันไปมองเด็กหญิงอย่างชัดๆ เป็ครั้งแรก
ร่างกลมป้อมสวมเสื้อคล้ายๆเสื้อคอกระเช้าสีเหลืองอ่อน เนื้อผ้าดูแวววาวเหมือนผ้าไหม กับผ้าถุงสีแดงสลับทองคล้ายกับผ้าไหมทอสลับกับดิ้นทองตามแขนขาเล็กๆ กลมป้อมสวมกำไลทองข้างละวง เวลาเดินจึงกระทบกันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งรอบคอของเด็กน้อยสวมห่วงทองวงหนึ่ง บนศีรษะเล็กทุยเกล้ามวยผมไว้แล้วครอบด้วยที่ครอบทองคำปักยึดกับมวยผมด้วยปิ่นทองอีกทีหนึ่ง
เส้นผมบางส่วนหลุดลุ่ยจากมวยผมลงมายาวจรดเอวสวมรองเท้าหนังสานสีน้ำตาลปักดิ้นทองเป็ลวดลายดอกไม้งดงาม ดูจากการแต่งตัวของมณีรัตนาแล้วทำให้รู้ทันทีว่า...เด็กหญิงคนนี้ต้องเป็ลูกคนรวยแน่ๆ
“พี่พรรณ ข้าอยากอาบน้ำเหลือเกิน”มณีรัตนาบอกพร้อมกับมองตาแป๋วเหมือนกับจะขออนุญาต แพรพรรณพยักหน้า“อยากอาบน้ำก็อาบซิจ๊ะน้องรัตนา”
พอได้ยินเช่นนั้นมณีรัตนาก็ยิ้มแป้นรีบเปลื้องผ้าออกจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน แล้วร่างเล็กกลมป้อมค่อยๆ ลงไปนั่งในแอ่งน้ำตื้นๆมือเล็กๆวักน้ำล้างตัวขัดถูคราบดินคราบเหงื่อไคลออกจากร่าง แล้วก็หันมาเรียก “พี่พรรณท่านก็ลงมาอาบน้ำด้วยกันเถิด น้ำใสเย็นสบายนัก”
“จ้าน้องรัตนา” แพรพรรณตอบแล้วก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้างเพราะเธอนั่งมองเด็กหญิงอาบน้ำแล้วก็นึกอยากอาบน้ำขึ้นมาเหมือนกัน แล้วเรือนร่างระหงเปลือยเปล่าก็ลงไปลอยคอแหวกว่ายอยู่ในสายธารใสสะอาดอีกแอ่งหนึ่งซึ่งลึกกว่าแอ่งที่เด็กน้อยนั่งอาบอยู่
พออาบน้ำเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินขึ้นฝั่งมาสวมเสื้อผ้าของตัวเองแล้วมณีรัตนาก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แพรพรรณ “พี่พรรณ ตัวท่านห๊อม...หอมยิ่งนัก”
แพรพรรณอึ้ง! เอ...มีคนบอกว่าเราตัวหอมอีกคนแล้วซิ
“จ๊อก!...” เสียงท้องของมณีรัตนาร้อง เด็กหญิงก้มหน้าอายๆ พลางกระตุกแขนหญิงสาว“พี่พรรณ ข้าหิวแล้วล่ะ”
“น้องรัตนาหิวเหรอ?”แพรพรรณถามพลางมองใบหน้ากลมป้อม มณีรัตนาพยักหน้าทำตาละห้อย
“เอาไงดีล่ะ?” แพรพรรณพึมพำกับตัวเองเธอมองไปรอบๆตัว พลัน! เธอก็เหลือบไปเห็นดงกล้วยริมลำธารมีกล้วยอยู่หลายเครืออ่อนบ้างแก่บ้าง มีเสียงนกร้องจิกตีแย่งอาหารอยู่ในดงกล้วย เธอชี้มือไปที่ดงกล้วยพร้อมกับบอกว่า“น้องรัตนา พี่ว่าคงมีกล้วยสุกแน่ๆ เลย เราลองไปดูกันเถอะ”
“จ้ะพี่พรรณ” มณีรัตนาพยักหน้าแล้วก็เกาะมือหญิงสาวเอาไว้ทั้งคู่เดินตรงไปที่ดงกล้วยริมลำธาร มีกล้วยหลายเครือสุกเหลืองอร่ามบ้างก็สุกงอมจนหล่นเกลื่อนพื้น มีนกหลายตัวกำลังจิกตีแย่งอาหารกันอยู่พอพวกมันได้ยินเสียงสวบสาบเข้าไปใกล้พวกมันก็บินพรึ่บขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างระแวงภัย แพรพรรณเขย่งตัวเอื้อมมือไปหักกล้วยที่สุกแล้วส่งให้เด็กหญิง“นี่จ้ะน้องรัตนา”
มณีรัตนารับกล้วยมาแล้วก็ปอกเปลือกกินอย่างหิวโหยแพรพรรณก็หักกล้วยมากินบ้าง จนกระทั่งกล้วยหมดไปเกือบหวีทั้งคู่จึงอิ่มแปล้
“พี่พรรณ ข้าอยากกลับบ้าน”มณีรัตนาบอกน้ำเสียงละห้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราเศร้าสร้อยจนน่าเวทนา
“อยากกลับบ้าน?” แพรพรรณนิ่งคิด‘อ้าว!...จะทำไงดีล่ะ?’
เธอมองใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพลาที่เริ่มทำตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้แล้วก็รู้สึกสงสาร “แล้วบ้านของน้องรัตนาอยู่ที่ไหนล่ะ?”
มณีรัตนาตอบว่า “อยู่อมรานคร”
แล้วเด็กหญิงก็อ้อนวอนว่า“พี่พรรณ ท่านช่วยพาข้าไปส่งที่วังด้วยเถิด”
แล้วเด็กหญิงก็เริ่มร้องไห้“ฮือๆๆๆ”
“อ้าว...ร้องไห้ซะแล้ว”แพรพรรณมองอย่างสงสาร
“เดี๋ยวๆอย่าเพิ่งร้องไห้นะ” เธอรีบห้ามแล้วก็ถามว่า “อมรานครอยู่ที่ไหนล่ะ? พี่ก็ไม่รู้จักแล้วพี่จะพาน้องไปส่งบ้านได้ยังไงล่ะ?”
เธอเกาหัวตัวเองแกร๊กๆทำหน้ายุ่ง ‘ทำไงดีล่ะ...’
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ