คุณชายใหญ่ตระกูลซูล้มป่วยกะทันหัน หลังกลับมาจากชายแดนเพียงไม่กี่วัน กลายเป็หัวข้อสนทนาที่แพร่สะพัดไปทั่วราชสำนัก บรรดาน้อง ๆ ไปดูเขาอยู่เมื่อวาน เห็นมีอาการพูดจาไม่รู้เื่ ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนร้องไห้อย่างหนัก ทว่าไร้เสียงฟูมฟาย แววตาเลื่อนลอย
หมอหลวงทั้งหลายจนปัญญาจะรักษาโรคทางใจ ทำได้เพียงฝังเข็มปรับสมดุลให้เขาหลับลึก หมอคนล่าสุดบอกว่าเขามีอาการเครียดและทุกข์ระทม
มารดาเฝ้าบุตรชายอยู่ข้างเตียงแล้วออกจากห้องไป หลังจากที่าุโเรียกพบ อวิ๋นซีหน้าตาเป็กังวล เดินออกมาจากห้องพี่ใหญ่ตามหลังมารดารองไม่นาน
‘หากวันใดคนในตระกูลซูซมซานมาขอความช่วยเหลือจากข้า ขอให้ท่านจงลืมไปเสีย พวกเขาทำร้ายข้ามากเกินกว่าจะได้รับการให้อภัย ข้าไม่แก้แค้น ก็เมตตามากแล้ว’
อวิ๋นซีรู้จักอาหรูดีกว่าใคร นางอ่อนโยนน่ารักและแสนดีเพียงกับเขาและป๋ออวี้เท่านั้น นางชิงชังตระกูลซู! บ่อยครั้งที่เขามักเห็นด้านมืดอันน่าสะพรึงกลัวของนาง สามารถสังหารคนให้ตายทั้งเป็ได้โดยไม่ต้องลงดาบ
‘พี่ใหญ่คงไม่ตายง่าย ๆ หมอหลวงแต่ละคนล้วนมีฝีมือ ผลัดเปลี่ยนกันมาตรวจอาการ’
อวิ๋นซีส่ายหน้า พลันนึกเื่ที่คุณหนูเสิ่นเล่าให้เขาฟังเฉพาะส่วนสำคัญ ถึงฟังดูน่าเหลือเชื่อ ใจหนึ่งเขาก็เชื่อไปแล้ว แถมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรังเกียจชายผู้เคยแต่งภรรยาดี แต่กลับทอดทิ้งภรรยา
ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางมุ่งตรงไปห้องโถงกลาง พบผู้คนนับสิบชีวิตกำลังเจรจา มีนายหญิงผู้เฒ่าทั้งสอง บิดา อนุภรรยาของบิดาและบุตรของอนุคนที่สอง
แฝดชายหญิงคุกเข่าสำนึกผิดมาสองชั่วยามแล้ว บิดาสงสารบุตร ตามใจจนเสียคน ทว่าเหล่าาุโไม่ยอมให้พวกเขาลุกจนกว่าจะสำนึกผิด
“จวนเราถูกปลดจากจวนโหวก็เพราะความเ้าชู้ของเ้า ลูกหลานเ้าวัน ๆ ดีแต่สร้างเื่ อยู่ดีไม่ว่าดี เหตุใดถึงไปมีเื่กับคนในวัง!”
“อาจื่อกับอาอวิ๋นเป็เด็กดี ข้ามีบุตรมาก เลยเหลือบุตรดีอยู่มิใช่หรือ?”
คำตอบเอาหน้าของบิดาเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของบุตรชาย ทว่าเขายังคงเก็บอาการ ลอบฟังพวกเขาเจรจากันผ่านกำแพงห้องรับรองใหญ่ในทิศเหนือ
เื่บุตรชายคนเล็กโดนเฆี่ยนจนล้มป่วยนั้นไม่มีใครปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ฮูหยินซูพยายามเข้าข้างอนุต่อหน้าาุโ เจียอีมีบุตรสาวคนเดียว ถูกตามใจแต่เล็ก จึงมีนิสัยรักสบาย มักใหญ่ใฝ่สูง นางวางยาปลุกกำหนัดองค์ชายแต่ไม่สำเร็จ โดนโบยยี่สิบไม้ น้องสาวของคุณชายใหญ่จื่อตบหน้าสนมกับขันทีคนโปรดของฮ่องเต้ ล่วงเกินไทเฮา โดนโบยคู่กันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แผลบนแผ่นหลังของพวกนางเพิ่งดีขึ้น จึงลุกขึ้นมาพบาุโได้ ในเมื่อรับโทษไปแล้วก็ให้แล้วกันไป
มีแต่เื่งามหน้าอย่างท่านย่ากล่าว...
“เื่แต่งงานของอาอวิ๋น ไหนเอารายชื่อหญิงสาวในเมืองมาให้ข้าดูซิ” นายหญิงผู้เฒ่าสั่งเสียงเข้มพลางผายมือรับกระดาษหนึ่งแผ่นจากฮูหยินซู ทว่ากวาดสายตาดูเพียงครู่เดียว นางยกมือขึ้นกดปลายนิ้วนวดขมับ ก่อนจะโวยวาย “ไม่ได้เื่สักคน! คุณหนูตระกูลเจียงตาบอดแต่กำเนิด อีกคนก็แม่ม่ายลูกติด นี่อะไร... สามัญชนยากจนข้นแค้น นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีดีสักคน พวกเ้าจะฆ่าข้าให้ตายรึยังไง ยังเห็นหัวยายแก่อย่างข้าอยู่หรือไม่?”
“ท่านแม่โปรดระงับโทสะ คนต่างชนชั้นครองคู่กันได้ดีมีถมไปเ้าค่ะ” ฮูหยินซูปั้นหน้าแย้มยิ้ม ประจบประแจง “หญิงเหล่านี้ล้วนกตัญญู งานบ้านเรือนมิขาดตกบกพร่อง ข้าให้เสี่ยวถิงไปสืบถามทางญาติของพวกนางมาด้วยตนเองแล้ว แต่ละคนอุปนิสัยใช้ได้ ขยันทำมาหากิน หากลูกอวิ๋นได้แต่งศรีภรรยาเช่นนี้ ย่อมสุขสบายในภายหน้า ท่านแม่เลือกสักคนเถิด” ฮูหยินใหญ่โน้มน้าวาุโ โดยไม่รู้เลยว่าคนจะแต่งยืนกำหมัด กัดกรามแน่นเป็สันนูน
รังแกกันเกินไปแล้ว!
บุตรชายในชุดขุนนางสีน้ำเงินก้าวเข้าไปในห้อง เก็บอารมณ์เกรี้ยวกราดไว้ภายใน เขาเรียนรู้จากอาหรูมามาก โดยเฉพาะการเชือดคนด้วยรอยยิ้ม!
“ขืนข้าชิงแต่งภรรยาแล้วมีทายาทก่อนท่านพี่ ผู้คนมิตราหน้าจวนเสนาบดีซูหรอกหรือว่าคุณชายใหญ่ไร้น้ำยา ข้าให้เกียรติพี่ใหญ่เสมอ ให้เขาแต่งก่อนเถิด ข้าค่อยแต่ง”
ฮูหยินซูแสร้งถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอาบยาพิษ “เ้ามีทายาทได้หรือลูกชาย?”
“ข้าแข็งแรงดี ท่านแม่รองมิต้องกังวล”
“เป็ไปได้ยังไง ข้าคิดว่า... เ้าเป็หมัน...”
“ไยท่านคิดเช่นนั้น?” อวิ๋นซีเลิกคิ้วขึ้นถาม โดยที่ยังอยู่ในท่าทีของผู้น้อยที่เคารพผู้าุโ แลเห็นนางเสแสร้งเก่งเหลือเกิน ตัวเขาย่อมมิน้อยหน้า “ไหน ๆ ท่านหมอก็มาแล้ว มิสู้เชิญมาตรวจดูอาการข้าว่าเป็หมันหรือไม่?”
“ได้”
มารดาลุกขึ้นเดินหายไปในห้องนอนของบุตรชาย หลังท่านหมอออกมาแจ้งอาการว่าเขาเพิ่งฟื้น คุณชายอวิ๋นลากเก้าอี้มานั่งข้างท่านย่า ในสีหน้านิ่งเฉยเ็า
ที่แท้เขาประเมินมารดารองต่ำไป นางคิดจะยิงธนูดอกเดียว ได้นกสองตัว ทั้งสั่งบ่าวร่างกำยำให้เฆี่ยนตีเขาจนป่วยหนัก จะได้ไม่สามารถไปสอบเลื่อนขั้นขุนนาง หากเขาใบหน้าซีดขาวเหมือนชายไร้น้ำยาในวันพบผู้ใหญ่ นางจะแนะนำเขาให้แต่งงานกับหญิงที่มีสถานะต่ำกว่า ด้วยข้ออ้างว่าเหมาะสมกัน และเมื่อเขามีชีวิตลำบากยากแค้นด้วยน้ำมือาุโ ใครก็โต้แย้งมิได้ ต่อให้เป็การตัดสินใจผิดพลาด นางจะยกความผิดทั้งหมดให้นายหญิงผู้เฒ่า
โชคดีที่เชื่ออาหรูั้แ่วันแรกพบเจอกัน นางห้ามเขามาั้แ่อายุสิบสามปี ไม่ให้เขากินดื่มอะไรในจวนทั้งสิ้น ห้ามมิให้รับของจากจวนนี้ ได้รับอะไรมาให้เอาไปเผาทิ้ง หากคนชั่วไม่ใส่ยาพิษทำให้เขาตายในระยะยาว โดยไม่มีผู้ใดจับได้ว่าถูกวางยา ก็จะใส่ยาทำหมันไม่ให้มีทายาทสืบสกุล เป็เื่น่าอับอายที่สุดของบุรุษ
อวิ๋นซีผายมือข้างซ้ายและขวา หมอหลวงวัยห้าสิบเข้ามาจับแมะ หัวเราะดีใจแทนคนหนุ่ม
“แข็งแรงดี ๆ ร่างกายท่านนับว่าเป็ยอดชาย ชีพจรหนักแน่นมั่นคง มีบุตรได้ สิบคนก็มีได้!”
มารดารองหน้าเสีย แม้แต่อนุภรรยาก็ขอให้ท่านหมอหลวงคนอื่นมาตรวจชีพจรอีกที คุณชายน้อยเป็คนเคร่งครัดในศีลจึงกินแค่ผักคลุกข้าว จะสุขภาพแข็งแรงได้อย่างไร
พวกนางตาบอดรึไง! ตัวเขาร่างกำยำบึกบึนไม่หนีพี่ใหญ่เลย ที่ป่วยบ่อยก็แค่แกล้งทำ ในวันที่เขาสอบขุนนางได้ ที่ทำงานก็มีข้าวให้กิน ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เลี้ยงข้าวผู้น้อยเป็เื่ธรรมดา ที่ผ่านมาคุณหนูตระกูลเสิ่นแอบส่งอะไรมาให้เขากินบ้างในระหว่างที่พวกนางแต่งตัวสวยงามออกไปอวดโฉมในสังคมผู้ดี ตะกร้าอาหารในแต่ละมื้อของเขาใหญ่โตราวพระกระยาหารของฮ่องเต้ ยังมีสมุนไพรบำรุงร่างกายชั้นเลิศส่งมาให้เขาทุกอาทิตย์ เขาก็แค่ไม่โอ้อวด แอบกินอาหารเงียบ ๆ บ้างก็นำไปกินที่ทำงานตอนพักกลางวัน มิตรสหายคนสนิทมาขอส่วนแบ่งอาหารเป็ประจำ เขายอมให้มิตรสหายได้ชิม พร้อมยื่นเงื่อนไขว่าสำรับอาหารอันหรูหราใหญ่โตของเขาจะต้องเป็ความลับ ห้ามแพร่งพรายไปเป็อันขาด
“เป็ไปไม่ได้... ต้องเป็หมันไปแล้วสิ”
“ทำไมเ้าอยากให้หลานชายข้ามีทายาทไม่ได้ ช่วยอธิบายให้ข้าเข้าใจด้วย สะใภ้หลิน”
นายหญิงผู้เฒ่าเรียกฮูหยินซูเช่นนี้ นางมาจากตระกูลหลิน นามหว่านอิง ดูเหมือนนางจะลืมตัวตนเดิมไปแล้ว
อวิ๋นซีหัวเราะออกมาเบา ๆ พวกอนุถลึงตาอย่างโกรธแค้นสาหัสสากรรจ์ แต่ไม่นานก็กลับมาทำท่าเสแสร้งเป็หญิงมารยา ประจบประแจงท่านย่า
ครู่นั้นคุณหนูอีกคนเข้ามา นางสวมอาภรณ์ขาวสง่างาม เครื่องประดับมีราคาราวองค์หญิง
“คำนับาุโ คำนับท่านเสนาบดี คำนับฮูหยินซู...”